Fun Manager

3K posts

Fun Manager banner
Fun Manager

Fun Manager

@funxmanager

Page : Fun Manager จาก Facebook แอบมาเปิดสาขาเพิ่มใน X เพราะในนี้มีสิ่งดีๆเยอะ

Katılım Mayıs 2023
1K Takip Edilen5K Takipçiler
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
"Buy in May" พอใจหรือยังล่ะ ปิดเดือนพ.ค.แบบโหดๆกับทั้ง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และ Nasdaq นำโดย KOSPI +28.5% ขณะที่ NASDAQ100 +10.5% NiKKEI +11.8% ขณะที่ TOPIX +6.2% ตามติดมาด้วย S&P500 +5.2% SET +5% (อย่างเท่) ส่วนเพื่อนๆอย่าง จีน ยุโรป เวียดนาม บวกเบาๆ กำลังตามมา ส่วนฝั่งติดลบ คือ อินเดีย อินโด ฮ่องกงนะ สรุปภาพรวม YTD TOP3 1) KOSPI + 101.3% 2) NIKKEI +31.7% 3) SET +24.5% เยี่ยมจริงๆๆๆ #FunManager
Fun Manager tweet media
ไทย
0
8
20
1.4K
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
ราคาหุ้นชี้นำกำไร หรือ กำไรชี้นำราคาหุ้น.... จาก Paper BCA ที่แอดโพสต์หน้าปกไว้ก่อนหน้านี้ คนเขียนเค้าแปะตารางนี้เพิ่มไว้ เพื่อสื่อว่าหุ้นแต่ละตัว ราคาจะปรับขึ้นนำมาก่อนกำไร ซึ่งราคาจะร่วงก่อน 3-11 เดือน (เฉลี่ย 6.6 เดือน) แล้วหุ้นก็ร่วงหนักเบาแตกต่างกันนะ ตามสถานการณ์ไป ประเด็นนี้แอดเห็นด้วยเพราะ Price จะสะท้อนไวสุด ขณะที่นักวิเคราะห์จะปรับประมาณการกำไรตามมาอีกที แต่ Price อาจจะขึ้นด้วยข่าวโน่นนี่ ตัวเลขที่สามารถโยงกันได้ ดังนั้นตราบใดที่กำไรยังโตต่อไปก็เป็นแรงหนุนที่ดีที่ Drive ราคาหุ้นไปด้วย แต่ Price ....Lead Forward Earnings .......นั่นแหละ หรือคุณคิดว่า Forward Earnings Lead Stock Price ล่ะ #FunManager
Peter Berezin@PeterBerezinBCA

Here is a fun table (one of many great tables/charts in the report!) showing how much money investors would’ve lost if they waited for earnings estimates to start falling before they sold.

ไทย
1
3
16
2.4K
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
ฟองสบู่กำไร ????? แอดไปเจอหน้าปก paper ของ BCA มา (เจ้านี้สายหมี) BCA Research มองว่าฟองสบู่ AI ในปัจจุบันแตกต่างจากฟองสบู่ตลาดหุ้นในอดีต เพราะไม่ได้เกิดจากการที่นักลงทุนยอมจ่ายราคาแพงเกินจริงจน P/E พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเหมือนในยุคดอตคอม แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า “Earnings Bubble” หรือฟองสบู่ของกำไร กล่าวคือ ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างไรก็ตาม BCA เตือนว่าเช่นเดียวกับฟองสบู่ทุกประเภท ฟองสบู่กำไรก็สามารถแตกได้เช่นกัน หากกำไรที่ตลาดคาดหวังไว้ในอนาคตพิสูจน์แล้วว่าไม่ยั่งยืน ในอดีตเคยมีหลายกรณีที่นักลงทุนเข้าใจผิดว่าหุ้นยังไม่แพงเพราะ P/E อยู่ในระดับต่ำ ตัวอย่างสำคัญคือกลุ่มธนาคารและบริษัทสร้างบ้านก่อนวิกฤติการเงินโลกปี 2008 ซึ่งในเวลานั้นกำไรของบริษัทพุ่งขึ้นอย่างผิดปกติจากภาวะเศรษฐกิจที่ร้อนแรง ทำให้ P/E ดูไม่สูง ทั้งที่แท้จริงแล้วกำไรเหล่านั้นอยู่ในระดับที่ไม่สามารถรักษาไว้ได้ เมื่อวัฏจักรเศรษฐกิจพลิกกลับ กำไรหดตัวอย่างรวดเร็วและราคาหุ้นก็ปรับฐานตามมาอย่างรุนแรง ------ BCA ชี้ว่าฟองสบู่กำไรมักเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมที่มีลักษณะเป็นวัฏจักร (Boom-Bust Cycle) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มทรัพยากรธรรมชาติ สายการบิน การขนส่งทางเรือ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมเหล่านี้มักเผชิญช่วงเวลาที่ความต้องการพุ่งสูงจนกำไรเติบโตอย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้ผู้ประกอบการเร่งลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต แต่เมื่ออุปสงค์ชะลอตัวหรืออุปทานล้นตลาด กำไรก็สามารถหดตัวลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน สิ่งที่น่าสนใจคือ BCA เตือนว่า Wall Street มักไม่สามารถคาดการณ์จุดสิ้นสุดของ Earnings Bubble ได้อย่างแม่นยำ ****ในอดีตหลายครั้งราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลงก่อนที่นักวิเคราะห์จะเริ่มปรับลดประมาณการกำไรเสียอีก นั่นหมายความว่าตลาดมักจะรับรู้ความเสี่ยงล่วงหน้า ขณะที่ประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์มักตามหลังสถานการณ์จริง นักลงทุนจึงไม่ควรพึ่งพา Consensus EPS เพียงอย่างเดียวในการประเมินความเสี่ยงของตลาด หนึ่งในสัญญาณที่ BCA หยิบยกขึ้นมาคือยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกที่กำลังเติบโตในลักษณะ Parabolic หรือเติบโตแบบเร่งตัวขึ้นเรื่อย ๆ โดยยอดขายรายเดือนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากแรงหนุนของ AI และการลงทุน Data Center ทั่วโลก รูปแบบดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งมาก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นลักษณะที่มักพบในช่วงปลายของวัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่เช่นกัน ****อย่างไรก็ตาม BCA ยังไม่เชื่อว่าจุดแตกของฟองสบู่ AI กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววัน เพราะตัวชี้วัดด้านอุปสงค์ AI ที่บริษัทติดตาม ไม่ว่าจะเป็นอัตราการใช้งาน AI การใช้ Token จำนวนดาวน์โหลด AI Coding Assistant ตลอดจนราคาของ GPU และหน่วยความจำ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเริ่มมีบางจุดที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่าความต้องการ AI ยังคงแข็งแรง สรุป Paper ตัวนี้ ไม่ได้การปฏิเสธว่าตลาด AI กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่ แต่เป็นการเตือนนักลงทุนว่า ฟองสบู่รอบนี้อาจไม่ได้อยู่ที่ระดับ Valuation เหมือนในปี 2000 แต่อยู่ที่สมมติฐานการเติบโตของกำไรในอนาคต หากการลงทุนด้าน AI ยังคงสร้างรายได้และผลตอบแทนตามที่ตลาดคาดหวังไว้ ฟองสบู่อาจขยายตัวต่อได้อีกระยะหนึ่ง แต่หากการเติบโตของกำไรเริ่มชะลอลงหรือถูกปรับลดประมาณการลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดก็อาจเผชิญการปรับฐานรุนแรงได้ แม้ว่าระดับ P/E จะไม่ได้ดูสูงผิดปกติก็ตาม สรุปอีกทีคือ ตลาดเค้าคาดหวังกำไรจากกลุ่ม Semiconductor สูง ถ้าผิดหวังก็อาจถล่มลงมาได้ แม้ P/E จะไม่สูงก็ตามครับ #FunManager
Peter Berezin@PeterBerezinBCA

The AI bubble is primarily an earnings bubble rather than a valuation bubble. My report this week discusses the metrics investors should monitor to know when this bubble is about to burst. Clients can read it here: bcaresearch.com/reports/earnin…

ไทย
0
36
49
11.6K
Fun Manager retweetledi
Hyper Shark!
Hyper Shark!@HyperSharkk·
อีก theme ที่ผมว่าตลาดยัง underestimate มากๆ คือ “Copper Shortage” ตอนนี้ Data center ปกติใช้ทองแดงประมาณ 5,000-15,000 ตัน แต่ AI hyperscale data center รุ่นใหม่ๆ บางที่อาจจะใช้แตะ 50,000 ตันต่อ site เพราะเวลาจะ scale AI cluster สิ่งที่ต้องใช้ไม่ใช่แค่ compute มันต้องมี - power cable - busbar - transformer - grounding - liquid cooling - electrical distribution แล้วทองแดงมันก็อยู่ในแทบทุก layer ของพวกนี้เลย ที่น่าสนใจคือ ~75% ของทองแดงใน data center ไม่ได้ใช้ส่ง data ด้วยซ้ำ แต่ใช้ไปกับการ “จัดการพลังงาน” ทั้งหมด พูดง่ายๆ คือ AI boom รอบนี้กำลังเปลี่ยนจาก คอขวดชิป (bits) → คอขวด real infra (atoms) มากขึ้น และ supply side ตอนนี้ก็ไม่ได้พร้อมเลย - เหมืองใหม่ใช้เวลาเปิดเฉลี่ย ~17 ปี - ore grades ทั่วโลกกำลังลด - หลายๆ เหมืองเจอปัญหาการผลิต - sulfuric acid เริ่มขาด (*จดและจำ*) - ตลาดเริ่มพูดถึง copper deficit 300k-600k tons แล้ว แต่สิ่งที่โหดคือ… สำหรับ hyperscaler แล้ว ทองแดงคิดเป็น <0.5% ของต้นทุน data center ทั้งหมด แปลว่าไง? ก็แปลว่า ต่อให้ราคาทองแดงขึ้นแรง พวกเขาก็ “ยอมจ่าย” เพื่อให้ build เสร็จทันอยู่ดี นี่คือพฤติกรรมแบบเดียวกันกับตอน HBM / CoWoS ก่อนหน้านี้เลย สุดท้ายสิ่งที่ตลาดอาจจะยังไม่ fully price in คือ… -> ตอนนี้การเติบโตของ AI มันกำลังชน “physical world constraints” มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม power + copper + electrical infra อาจจะกลายเป็น hidden winner ของ AI cycle รอบนี้ อะ ผมเอามาฝากครับ... Copper miners - $FCX - $SCCO - $TECK - $BHP - $RIO - $GLNCY Electrical / Grid / Power infra - $ETN - $PWR - $VRT - $HUBB - $NVT - $ABB - $SBGSY Transformer / Switchgear / Grid bottleneck - $GEV - $HPS.A - $WEGZY - $FPS Cooling / Water / Liquid infra - $XYL - $MOD - $JCI
Hyper Shark! tweet mediaHyper Shark! tweet mediaHyper Shark! tweet media
Hyper Shark!@HyperSharkk

โลกยิ่งใช้ไฟฟ้ามาก = ยิ่งต้องใช้ copper มาก ทั้ง AI ทั้ง EV ทั้ง energy transition ทุกอย่างต้องใช้ copper หมด คาดการณ์บอกว่า ภายในปี 2040 โลกอาจจะขาด copper มากถึง 70% ของ supply แต่มีอีกมุมที่ผมว่าคนยังไม่ค่อยพูดถึง คือ Photonics ซึ่งเข้ามาแก้ pain points เรื่อง copper เลย AI data center ตอนนี้มี “คอขวด” ใหญ่ๆ อยู่ 2 อย่าง คือ 1. พลังงาน 2. การส่งข้อมูล Copper แก้เรื่องไฟได้ดี แต่พอ data center มันใหญ่ขึ้น การส่งข้อมูลผ่าน copper ก็เริ่มมีปัญหา - ความร้อน - latency - bandwidth นี่แหละที่ทำให้โลกเริ่มมองไปหา Photonics (ส่งข้อมูลด้วยแสง) เพราะมันเร็วกว่า และกินไฟน้อยกว่า ภาพใหญ่ที่ผมมองคือ AI infra จริงๆ มันต้องมี 2 อย่างอยู่ด้วยกันแหละ คือ Copper ใช้สำหรับพลังงาน และ Photonics ใช้ส่งข้อมูล สอง material นี้มันไม่ได้แข่งกัน แต่มันคือ 2 เสาหลักของ AI data center (networking/connectivity) เพราะสุดท้ายแล้ว ก่อนที่ AI จะฉลาดขึ้น มันต้องมี ไฟให้ใช้ และทางให้ข้อมูลวิ่งก่อน นั้นแหละครับทั้ง 2 มันเลยสำคัญไม่แพ้กัน จบข่าว 😅

5
397
619
65.5K
Fun Manager retweetledi
Lin
Lin@Speculator_io·
U.S. drones are now a national security priority. Military & Defense $ONDS Ondas $AVEX AEVEX $KTOS Kratos $RCAT Red Cat $AVAV AeroVironment $AIRO AIRO $PRZO ParaZero Commercial $UMAC Unusual Machines Sensors $TDY Teledyne $ZENA ZenaTech $HON Honeywell Software $PDYN Palladyne $SWMR Swarmer Delivery $AMZN Amazon eVTOL $ACHR Archer $JOBY Joby Agriculture $TRMB Trimble $UAVS AgEagle Industrial Aerospace and Defense $LMT Lockheed Martin $NOC Northrop Grumman $BA Boeing $RTX Raytheon $LHX L3Harris $HO Thales $LDO Leonardo $TXT Textron
Lin tweet media
English
36
201
954
98.5K
Fun Manager retweetledi
Jurrien Timmer
Jurrien Timmer@TimmerFidelity·
The reason I show the Valuation & Earnings chart below is to highlight that we are truly in the sweet spot right now. Earnings are growing at 16% and the P/E-multiple is up 12% year-over-year. We can thank the capex boom and rising margins for the former, and very low credit spreads and stable interest rates (for now) for the latter.
Jurrien Timmer tweet media
English
6
37
153
11.5K
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
@longtuntimes ขออนุญาตแชร์ลงเพจใน Facebook นะครับ
ไทย
1
0
1
849
Fun Manager retweetledi
ลงทุนTimes
ลงทุนTimes@longtuntimes·
🔥มาแล้วในที่สุดก็เขียนครบจบเล่มฉบับสมบูรณ์กับหนังสือเล่มแรกในชีวิต(อ่านฟรี!!) Investment Class101 หนังสือเล่มนี้ตั้งใจเขียนให้กับ "มือใหม่" ที่สนใจการลงทุนในหุ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ถูกออกแบบมาให้ครบลูปภาพรวมการลงทุนในหุ้น - เรื่องของเงิน - การทบต้น - การลงทุนในหุ้น - ประเภทของหุ้น - การเลือกหุ้น - การบัญชี งบการเงิน - การประเมินมูลค่าหุ้น - การบริหารพอร์ต - จิตวิทยาการลงทุน ทั้งหมด 9 หัวข้อ ขอเวลาจากคุณแค่ 9 วันเพื่อมาอ่านวันละหัวข้อ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมการลงทุนในหุ้น เราหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะสามารถปลุกความอยากลงทุนในตัวคุณ และช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมของการลงทุนในหุ้น อยากให้ทุกคนสามารถนำมันไปปรับใช้ในชีวิตการลงทุนของคุณต่อได้🫶🏻 ใครอยากอ่านตามไปที่ : ko-fi.com/s/95846b9298 ปล. อ่านฟรีได้เลยนะคะทุกคน แต่สำหรับใครอยากซัพพอร์ตค่ากาแฟให้เราก็กดจ่ายในเว็บได้เลยนะงับ(มีคนทักมาขอซัพพอร์ตเยอะเลย ขอบคุณมากๆเลยนะคะ🙏🏻) และใครอ่านแล้วคิดว่ามีประโยชน์ฝากรีทวิต/แชร์/รีวิว/คอมเม้นในโพสนี้ให้เราหน่อยนะคะ🥹 (ใครติดปัญหาในการโหลดไฟล์ทัก dm เรามาได้เลยนะคะ)
ลงทุนTimes tweet media
ลงทุนTimes@longtuntimes

พรุ่งนี้เป็นวันเกิดเราเลยจะมาแจกหนังสือเล่มแรกในชีวิตให้ทุกคนได้อ่านกันฟรีๆ🥰 เป็นหนังสือที่เหมาะกับ "มือใหม่" ที่สนใจแยากจะศึกษาการลงทุนในหุ้นแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง หนังสือเล่มนี้เขียนไว้อย่างครบลูปเลย อยากให้ทุกคนได้เริ่มต้นการลงทุนด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่ลอกแบบไม่ลืมหูลืมตา เงินเราหามาด้วยความลำบาก อย่าไปมันไปละลายในตลาดหุ้นเลย

ไทย
84
1.7K
2.1K
376.4K
Fun Manager retweetledi
Hyper Shark!
Hyper Shark!@HyperSharkk·
คอขวดรอบใหม่อาจจะเป็น “น้ำ” นะครับ Morgan Stanley คาดว่า AI data center จะใช้น้ำสูงถึง 1,068 billion litres/ปี ภายในปี 2028 (เพิ่มขึ้นกว่า 11 เท่าจากปัจจุบัน) Hyperscale data center ขนาด ~130MW ใช้น้ำราวๆ 171 ล้านลิตรต่อปี แล้วตอนนี้กว่า 40% ของ data center ทั่วโลก อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำสูง ขณะเดียวกัน TAM AI liquid cooling จะโตจาก $3.2B → $17.8B ภายในปี 2036 โดย direct-to-chip cooling จะกินส่วนแบ่งถึง 47% เลย สิ่งที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ Ai กำลังสร้าง demand เวฟใหม่ให้ - Liquid cooling - Water treatment / recycling - Power infrastructure - Thermal management เราต้องตามหาคนที่ “จัดการความร้อน + น้ำ ได้ดีที่สุด” แล้วแหละ...
Hyper Shark! tweet mediaHyper Shark! tweet mediaHyper Shark! tweet media
ไทย
19
830
1.1K
205.6K
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
ช่วงนี้ปรับเป้าบ่อยนะฮะ.......ล่าสุด GS ปรับเป้า S&P500 สิ้นปี 8000 จุด Goldman Sachs ปรับเป้า S&P 500 สิ้นปีขึ้นเป็น 8,000 จุดจาก 7,600 หลังงบ Q1 แข็งแกร่งและเพิ่มคาดการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียน โดยมองว่าการเติบโตของกำไร โดยเฉพาะจากกลุ่ม AI infrastructure จะหนุนตลาดต่ออีกประมาณ 6% แม้เตือนว่าตลาดอาจผันผวนจากความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ภาวะการเงินตึงตัว และความคาดหวังต่อหุ้น AI ที่สูงขึ้น ขณะที่ Valuation ของตลาดอาจไม่ขยายมากนักเพราะ P/E อยู่ระดับสูงอยู่แล้ว และแนะนำเน้นหุ้นที่กำไรถูกปรับประมาณการขึ้น เช่น Hyperscalers และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสำหรับ AI #FunManager
Fun Manager tweet media
ไทย
0
1
16
821
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
ประธาน Fed คนใหม่ล่าสุด Kevin Warsh มีแนวคิดที่ตะใช้ Trimmed Mean PCE เพื่อพิจารณาเรื่องดอกเบี้ย หลักการคือตัด Outlier เงินเฟ้อตัวแรงๆ ตัวบนสุดล่างสุดออก ค่าที่ได้คือเส้นสีแดง มันจะไม่แกว่งมากครับ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินหรือการปรับลดอัตราเบี้ยตามที่ฝ่ายการเมืองกดดันได้ Paper EYE ON THE MARKET ของ Michael Cembalest ก็บอกว่า "Good luck with that" (ขอให้โชคดีกับตัวชี้วัดนี้) ดัชนีตัวนี้เคยล้มเหลวในการตรวจจับการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ (Biden-flation) ในปี 2021 มาก่อน ขณะที่ Headline PCE และ Core PCE แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจนเหนือกราฟเป้าหมายที่ 2% แต่กราฟ Trimmed PCE กลับมีความหน่วงและปรับตัวขึ้นช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด การที่ประธาน Fed เลือกยึดดัชนีที่ส่งสัญญาณเงินเฟ้อต่ำกว่าความเป็นจริงท่ามกลางสภาวะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (US Commodity Prices) กำลังพุ่งสูงขึ้นรอบใหม่ จึงเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งที่อาจทำให้ Fed ดำเนินนโยบายการเงินที่ผิดพลาด (Monetary policy mistake) ด้วยการรีบลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปตามคำสั่งของทำเนียบขาว........... รอดูไปละกัน ตอนนี้ตลาดก็มอง Fed คงดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปีนั่นแหละ #FunManager
Fun Manager tweet media
ไทย
0
6
14
520
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
เห็นดัชนี Nikkei ขึ้นมาแรง Forward P/E 23x แพงอยู่นะ +2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปีเลยมั้ง แต่มันคิดแบบ Price-weighted นะ ลองดู Topix สิ แค่ประมาณ 16x เอง ถูกกว่า S&P500 ที่ราวๆ 21x นะ ส่วน KOSPI 8x ก็อีกโลกเลยล่ะ ..... ถูกเว่อร์ (เพราะ EPS Growth แรง) การเอา P/E แต่ละประเทศมาเทียบกันอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่นะ เพราะโครงสร้างตลาดหุ้น โครงสร้างเศรษฐกิจ ประเภทตลาดแต่ละที่ต่างกัน แต่พอเห็น Nikkei vs Topix ก็ให้เห็นความต่างกันของการคำนวณเหมือนกัน #FunManager
ᝰ.ᐟ🫐@jrpj__

คร่าวๆก่อน Japan ตอนนี้ premium สูง sensitive ต่อ expectation miss Korea valuation ต่ำ แต่ sentiment + leverage + semis dependence สูง US concentration สูง market structure sensitive

ไทย
1
1
9
2.2K
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
เมื่อ UBS ปรับเป้า $MU จาก $535 เป็น $1,625 ดูเป็นรูป Market Cap คือยังอีกยาวไกลเลย ทำไมเค้าบู๊ขนาดนั้นเนี่ย ========= 1. การปรับเพิ่มเป้าหมายราคาอย่างก้าวกระโดด (PT to $1,625) - ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย (Price Target): UBS ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของหุ้น MU ขึ้นอย่างมากจากเดิม $535 เป็น $1,625 และยังคงคำแนะนำ "Buy" - เปลี่ยนวิธีการประเมินมูลค่า (Valuation Method): เปลี่ยนจากวิธีเดิมที่ใช้ Sum-of-the-Parts (SoTP) มาใช้ NTM P/E มัลติเพิลที่ 15 เท่า (อ้างอิงจาก EPS ปี C2029E ที่คาดว่าจะอยู่ที่ $117 แล้วคิดลดกลับมาปี C2028E ด้วยต้นทุนเงินทุน COE ~11.8%-12%) UBS มองว่าตลาดจะเริ่มให้มูลค่า (Multiple) ในระดับปกติเท่ากับกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วไป (เช่น NVDA) แทนที่จะมองว่าเป็นหุ้นวัฏจักรที่มีความผันผวนสูงเหมือนในอดีต ====== 2. อิทธิพลของสัญญาแฝงระยะยาว (Long Term Agreements: LTAs) ประเด็นนี้ถือเป็น "จุดเปลี่ยนโครงสร้าง (Structural Change)" ที่สำคัญที่สุดในบทวิเคราะห์: - รูปแบบสัญญาแบบ 'Enhanced' LTAs: สัญญารูปแบบใหม่นี้ไม่ใช่แค่การล็อกปริมาณซื้อ (Volume) เหมือนอดีต แต่มีระยะเวลาที่ยาวขึ้น (3-5 ปี เช่น โครงสร้าง 2+3 หรือ 3+2) และมี กรอบการกำหนดราคาแบบกึ่งคงที่ (Partially Fixed Pricing) - สัดส่วนในอุตสาหกรรม: คาดว่าปริมาณการส่งมอบ DDR Bit ทั่วทั้งอุตสาหกรรมใน ปี C2027 จะถูกล็อกผ่านข้อตกลงนี้ประมาณ 20-30% (แยกรายบริษัท: Samsung 30%, Micron 20%, SK Hynix 18%) โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscalers ได้ล็อกปริมาณ Server DDR5 ไปแล้วถึง 60-70% - ประโยชน์ต่อผลประกอบการ: แลกกับการเสียรายได้ระยะสั้นไปบ้าง แต่มันช่วยลดความผันผวนของราคา (Peak-to-Trough) ลงถึง 2 เท่า และช่วยเพิ่มความชัดเจนของดีมานด์ (Demand Visibility) ทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ของ Micron จะสามารถยืนระยะได้ มากกว่า $100 ตลอดปี C2027-C2029 แม้ว่าในช่วงปี C2029 ตลาดหน่วยความจำส่วนที่ปล่อยลอยตัว (Floating portion) จะเข้าสู่ช่วงปรับฐานลงอย่างรุนแรงก็ตาม ====== 3. การปรับประมาณการกำไร (EPS) และกระแสเงินสด (FCF) - ปรับเพิ่มประมาณการ EPS (ปีปฏิทิน C27/C28/C29E) - C2027E: ปรับเพิ่มเป็น $155 (จากเดิม $133) - C2028E: ปรับเพิ่มเป็น $167 (จากเดิม $122) - C2029E: ปรับเพิ่มเป็น $117 (จากเดิม $77) - กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow): คาดการณ์ว่าในรอบช่วงเวลาดังกล่าว (C2027-2029) Micron จะสามารถสร้างกระแสเงินสดอิสระรวมได้ มากกว่า 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ($400B) ====== 4. มุมมองด้านอุปสงค์และอุปทาน (Supply / Demand Market Snapshot) - ภาวะขาดแคลน (Undersupply) ลากยาวขึ้น UBS ปรับแบบจำลองโดยคาดว่าอุตสาหกรรม DRAM จะอยู่ในภาวะขาดแคลนไปจนถึงไตรมาส 2 ปี 2028 (ยืดออกไปจากเดิมที่คาดว่าจะสิ้นสุดในไตรมาส 4 ปี 2027) และ NAND จะขาดแคลนไปจนถึงไตรมาส 4 ปี 2027 - ราคาขายเฉลี่ยของ HBM (HBM ASP) พุ่งสูงขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยบวกคือราคาขายของ High Bandwidth Memory (HBM) ที่แข็งแกร่งกว่าคาด โดยผู้ผลิตหลัก (Micron, SK Hynix, Samsung) ต่างพยายามรักษาพรีเมียมของราคา HBM ทำให้ UBS ปรับสมมติฐานขึ้นเป็น HBM ASP เติบโตขึ้น +50% Y/Y (จากเดิมคาดไว้ที่ +35% Y/Y) ====== 5. การวิเคราะห์กรอบราคาในสถานการณ์ต่างๆ (Upside/Downside Spectrum) UBS ให้กรอบราคาหุ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้าไว้ 3 กรณีตามปัจจัยด้านราคาขาย (ASP) และปริมาณจัดส่ง (Bit Growth) ในปี 2029: - Base Case ($1,625): ราคาขาย HBM ASP เพิ่มขึ้น 5%, ปริมาณ HBM โต 30% Y/Y, ราคา DRAM (ไม่รวม HBM) ลดลง -45% แต่ปริมาณโต 14%, ราคา NAND ลดลง -56% (ใช้ P/E 15 เท่า) - Upside Case ($1,850): หากสถานการณ์ดีกว่าคาด (เช่น ราคา DRAM ลดลงน้อยกว่า หรือ NAND ลดลงน้อยกว่า และใช้มัลติเพิล P/E สูงขึ้นที่ 16 เท่า) - Downside Case ($250): เกิดขึ้นหากตลาดเผชิญการชะลอตัวทางเศรษฐกิจรุนแรงจนเกิด Demand Destruction ทำให้ราคาขายเฉลี่ย (ASPs) ทั้ง HBM, DRAM และ NAND ปรับลดลงอย่างรุนแรงกว่าคาด (-43%, -70%, -77% ตามลำดับ) และปริมาณการจัดส่งหดตัวลงอย่างมาก (ใช้ P/E ลดลงเหลือ 11 เท่า) ======== ซู๊ดดดดดดดดดดดดดดด #FunManager
Fun Manager tweet media
ไทย
0
5
5
653
Fun Manager retweetledi
Brian Sozzi
Brian Sozzi@BrianSozzi·
Goldman Sachs: we now see $800 billion in AI capex this year.
Brian Sozzi tweet media
English
7
62
207
11.9K
Fun Manager retweetledi
Lin
Lin@Speculator_io·
This is not a bubble!
Lin tweet media
English
199
408
3.5K
980.8K
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
ผู้เชี่ยวชาญวิตามินดีเผย: ทางลัดสู่สมองเสื่อม และคำลวงเรื่องแสงแดด! รายการ The Diary of CEO คุยกับ Dr. Roger Seheult แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชบำบัดวิกฤตและโรคปอด 1. เสาหลักทั้ง 8 แห่งสุขภาพ (NEWSTART Framework) ดร. โรเจอร์ ได้สรุปแนวคิดการดูแลสุขภาพเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย (เปรียบเสมือนข้อต่อของโซ่ที่ไม่ควรมีข้อไหนอ่อนแอ) โดยใช้ตัวย่อว่า NEWSTART ซึ่งเป็นแนวคิดที่ไม่มีลิขสิทธิ์และถูกนำไปใช้ในระดับสากล N - Nutrition (โภชนาการ): อาหารที่บริโภคส่งผลกระทบอย่างมากต่อความกินดีอยู่ดี E - Exercise (การออกกำลังกาย): ช่วยเพิ่มความฟิต ความทนทาน ลดความเสี่ยงอัมพาต (Stroke) และลดภาวะซึมเศร้า W - Water (น้ำ): การใช้น้ำทั้งภายในและภายนอกร่างกาย (เช่น การบำบัดด้วยความร้อนและความเย็น) S - Sunlight (แสงแดด): ผลประโยชน์ที่มากกว่าแค่เรื่องของวิตามินดี T - Temperance (การควบคุมตนเอง/ความพอดี): การหลีกเลี่ยงสารพิษ เช่น บุหรี่ แอลกอฮอล์ และยาเสพติด เพื่อปกป้องอวัยวะต่างๆ A - Air (อากาศ): อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกอาคารที่มีจุลชีพและสารอะโรมาติกตามธรรมชาติจากต้นไม้ R - Rest (การพักผ่อน): การนอนหลับที่มีคุณภาพ และการพักผ่อนประจำสัปดาห์ (การวางมือถือและหยุดเช็กอีเมลในวันหยุด) T - Trust (ความไว้วางใจ/ศรัทธา): งานวิจัยชี้ว่าผู้ที่มีศรัทธาในพระเจ้าหรือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ สามารถรับมือกับความเครียดและความวิตกกังวลได้ดีกว่า =============== 2. แสงแดดกับไมโตคอนเดรีย: คำลวงเรื่องวิตามินดี - คนส่วนใหญ่คิดว่าแสงแดดเท่ากับวิตามินดี ดังนั้นหากกินวิตามินดีเสริมแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตากแดด ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกหักล้างแล้ว เพราะแสงแดดมีประโยชน์มากกว่าแค่วิตามินดี - แสงแดดประกอบด้วยหลายความยาวคลื่น ในขณะที่ UV-B ที่สร้างวิตามินดี ตื้นและเข้าถึงแค่ชั้นผิวหนัง แต่ รังสีอินฟราเรดคลื่นยาว (Near-Infrared) สามารถทะลุผ่านเสื้อผ้าและเข้าสู่ร่างกายได้ลึกถึง 6–8 เซนติเมตร - ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) คือโรงไฟฟ้าของเซลล์ เมื่อเราอายุมากขึ้น พลังงานจะลดลงไปถึง 70% ส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น สมองเสื่อม เบาหวาน และโรคหัวใจ การทำงานของไมโตคอนเดรียจะสร้าง "ความเครียดจากออกซิเดชัน" (Oxidative Stress) ซึ่งเปรียบเหมือนความร้อนของเครื่องยนต์ - รังสีอินฟราเรดจากแสงแดดจะเข้าไปกระตุ้นให้ไมโตคอนเดรียสร้าง เมลาโทนินภายในเซลล์ ไม่ใช่เมลาโทนินจากต่อมไพเนียลในสมองที่ช่วยให้นอนหลับ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง คอย "หล่อเย็น" และปกป้องไมโตคอนเดรียไม่ให้เสื่อมสภาพ =============== 3. บทเรียนจากโควิด-19 และการบำบัดด้วยแสง (Photobiomodulation) - ทำไมผู้ป่วยโรคเรื้อรังจึงเสี่ยงสูง ดร. โรเจอร์ สังเกตว่าผู้ป่วยโควิดที่อาการหนักส่วนใหญ่เป็นโรคอ้วน เบาหวาน หรือสมองเสื่อม ซึ่งมีรากฐานมาจาก "ไมโตคอนเดรียทำงานบกพร่อง" (Mitochondrial Dysfunction) เนื่องจากไวรัสไปทำลายตัวรับ ACE2 ที่มีหน้าที่ช่วยลดความเครียดจากออกซิเดชัน - วิตามินดีเป็นเพียงตัวบ่งชี้ ผลวิจัยพบว่าผู้ที่มีระดับวิตามินดีสูงมีอัต ราการรอดชีวิตจากโควิดมากกว่า แต่เมื่อให้วิตามินดีแบบเม็ดในโรงพยาบาลกลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร ดร. โรเจอร์ จึงเชื่อว่า วิตามินดีเป็นเพียง ตัวบ่งชี้ ของคนที่ใช้เวลาอยู่กลางแจ้ง ซึ่งสิ่งที่ช่วยชีวิตพวกเขาจริงๆ คือรังสีอินฟราเรดจากแสงแดด - การทดลองเสื้อแจ็กเก็ตอินฟราเรดในบราซิล มีการทดลองให้ผู้ป่วยโควิดใส่เสื้อแจ็กเก็ตที่ปล่อยแสงอินฟราเรดความยาวคลื่น 940 นาโนเมตร เป็นเวลา 15 นาที วันละครั้ง ผลปรากฏว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีค่าออกซิเจนและเม็ดเลือดขาวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เร็วขึ้นถึง 4 วัน (จากเฉลี่ย 12 วัน เหลือ 8 วัน) - เคสปาฏิหาริย์จากการพาผู้ป่วยออกไปตากแดด ดร. โรเจอร์ ได้นำแนวคิดนี้ไปใช้จริงกับผู้ป่วยโควิดอาการวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนสูงและเกือบต้องใส่ท่อช่วยหายใจ โดยพารถเข็นผู้ป่วยออกไปรับแดดธรรมชาติ 15-20 นาที ผลคือผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถกลับบ้านได้ใน 5 วัน - เคสเด็กอายุ 15 ปีที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและติดเชื้อราในปอดอย่างรุนแรงจนเกือบเสียชีวิต ทีมแพทย์ประเมินว่าเด็กคนนี้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 2 วันเท่านั้น และแนะนำให้ทำเรื่อง DNR (Do Not Resuscitate) หรือไม่ปั๊มหัวใจช่วยชีวิต ในสภาพที่รู้ตัวดีว่ากำลังจะตาย แพทย์จึงถามเด็กว่าใน 2 วันที่เหลือนี้อยากทำอะไรที่สุด ซึ่งเด็กตอบว่า "ผมแค่อยากออกไปข้างนอกอาคาร (อยากออกไปเจอโลกภายนอก)" พยาบาลและแพทย์จึงย้ายเตียงผู้ป่วยพร้อมเครื่องช่วยหายใจพาเขาออกไปรับแสงแดดข้างนอกตามคำขอ หลังจากออกไปตากแดดธรรมชาติ (ร่วมกับการใช้กลไกบำบัดด้วยแสงคลื่นความยาวต่างๆ) ร่างกายของเขากลับไม่ตายตามที่แพทย์คาดไว้ ค่าเม็ดเลือดขาวและการติดเชื้อลดลงอย่างรวดเร็ว ผล CT scan ในเวลาต่อมาพบว่าเนื้อร้ายและการติดเชื้อที่ปอดขวาลดลงไปถึง 60-70% จนสุดท้ายเขาสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจ อาการดีขึ้นและได้กลับบ้านในที่สุด =============== 4. อากาศบริสุทธิ์ (Air) และ พลังแห่งธรรมชาติ - สาร Phytoncides จากต้นไม้ อากาศที่ดีไม่ใช่แค่การมีออกซิเจนหรือไนโตรเจนที่บริสุทธิ์ แต่การอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวหรือป่าไม้ ทำให้เราได้รับสารเคมีอะโรมาติกที่ต้นไม้ปล่อยออกมา ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนและการทำงานของเซลล์นักฆ่าตามธรรมชาติ (Natural Killer Cells) ในระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย โดยผลลัพธ์นี้สามารถคงอยู่ได้นานถึง 7 วันจากการออกไปสัมผัสธรรมชาติเพียงวันละครั้ง - การทดลอง GreenHeart งานวิจัยในรัฐเคนทักกีทำการปลูกต้นไม้โตเต็มวัย 8,000 ต้นในพื้นที่เมือง 4 ตารางไมล์ พบว่าภายใน 2 ปี ค่าโปรตีนบ่งชี้การอักเสบ (hs-CRP) ของผู้อยู่อาศัยลดลง 13-20% ซึ่งเทียบเท่ากับการลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ลง 10-15% โดยที่คนเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนฐานะทางสังคมหรือพฤติกรรมการออกกำลังกายเลย - ปัญหาคาร์บอนไดออกไซด์ในอาคาร การอยู่ในห้องปิดเป็นเวลานานจะสะสมก๊าซ CO2 ซึ่งส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองและการรับรู้ (Cognitive Performance) การแง้มหน้าต่างเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้อากาศถ่ายเทและลดระดับ CO2 ได้อย่างมาก =============== 5. คำแนะนำที่นำไปปฏิบัติได้จริง (Actionable Advice) - ช่วงเวลาตากแดดที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องผิวเสียจากรังสี UV แนะนำให้ตากแดดใน ช่วงเช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้น หรือช่วงเย็นตอนพระอาทิตย์ตก เนื่องจากแสงแดดที่ส่องเฉียงจะผ่านชั้นบรรยากาศหนา ทำให้รังสี UV-B ทะลุมาได้น้อย แต่รังสีอินฟราเรดคลื่นยาวยังคงทะลุผ่านได้ดี หากจำเป็นต้องออกแดดตอนเที่ยง ให้สวมหมวกปีกกว้างและใส่เสื้อผ้าคลุม เนื่องจากอินฟราเรดยังทะลุผ่านผ้าไปกระตุ้นไมโตคอนเดรียได้ แต่ป้องกัน UV ได้ - การใช้โคมไฟ SAD Light สำหรับผู้ที่อยู่ประเทศแถบหนาวหรือทำงานกะกลางคืนที่ไม่ได้เจอแสงแดด สามารถใช้โคมไฟสำหรับภาวะซึมเศร้าจากการเปลี่ยนฤดูกาล (SAD Light) ความสว่าง 10,000 Lux ส่องห่างจากใบหน้า 11–16 นิ้ว เป็นเวลา 20 นาทีในตอนเช้า เพื่อปรับนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) และลดภาวะซึมเศร้า (แต่โคมไฟนี้ไม่สามารถทดแทนแสงแดดในแง่ของการกระตุ้นไมโตคอนเดรียได้) - กลางวันต้องสว่าง กลางคืนต้องมืดสนิท (Bright Days, Dark Nights) ปัจจุบันคนเราใช้ชีวิตแบบ "กลางวันมืด กลางคืนสว่าง" ซึ่งทำลายสุขภาพ ตอนกลางคืนต้องหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าจากหน้าจอเพราะมันจะยับยั้งการสร้างเมลาโทนินในสมองและปั่นป่วนนาฬิกาชีวิต ดร. โรเจอร์ แนะนำให้ห้องนอนมืดสนิทที่สุด ไม่ควรมีไฟกลางคืน (Nightlights) หรือแม้แต่แสง LED ดวงเล็กๆ จากเครื่องใช้ไฟฟ้า - การใช้น้ำบำบัด (Hydrotherapy) การเข้าซาวน่า 4–7 ครั้งต่อสัปดาห์ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ และการตบท้ายด้วยการอาบน้ำเย็นหรือแช่น้ำเย็นสั้นๆ ประมาณ 1 นาที จะช่วยให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว (Vasoconstriction) ส่งผลให้เก็บรักษาความร้อนในแกนกลางร่างกายได้นานขึ้น และกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดหลุดเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ - การทานวิตามินดีเสริม วิตามินดี 2,000 IU ต่อวัน ช่วยลดความเสี่ยงของโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune) ได้จริง แต่เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงควรตรวจระดับวิตามินดีในเลือดเป็นประจำเพื่อป้องกันการสะสมจนเป็นพิษ (Calcium Metabolism ผิดปกติ) โดยเฉพาะคนผิวสีเข้มที่อาศัยอยู่ในแถบละติจูดสูงจะสร้างวิตามินดีได้ยากกว่า =============== ลองอ่านแล้วปรับไปใช้ได้ครับ #FunManager
Fun Manager tweet media
ไทย
0
10
10
790
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
รวมฮิตเทคนิค 'พัฒนาตัวเอง' ที่คุณอยากฟังซ้ำทุก 3 เดือน / HND! นิ้วกลม ตอนนี้พี่เอ๋รวมมาให้อย่างเยอะเลย ขอบคุณมากครับ Part 1: ปักธงชีวิตและก้าวแรกของการพัฒนาตัวเอง 1. รู้จักตัวเองและรู้ว่าต้องการอะไร การพัฒนาตัวเองจะหลงทางทันทีหากเราไม่รู้ว่า "ตกลงแล้วฉันเป็นใครและต้องการอะไร" ถ้าเราตอบไม่ได้ เราจะเผลอวิ่งไล่ตามความต้องการของคนอื่นหรือวิ่งตามกระแสสังคมจนเหนื่อยล้า จงหาธงของตัวเองให้เจอในทุกมิติ ทั้งการงาน สุขภาพ และความสัมพันธ์ 2. เลิกใช้มาตรฐานคนอื่นมาทาบวัดตัวเอง การใช้ชีวิตโดยให้คนอื่นเอาไม้บรรทัดมาตัดสินอยู่ตลอดเวลาจะไม่นำมาซึ่งความสุข หน้าที่ของการพัฒนาตัวเองไม่ใช่การไปเป็นที่หนึ่งเพื่อชนะใคร แต่คือการเก่งขึ้นและดีขึ้นกว่าตัวเราเองในวันวาน เอาชนะโจทย์ที่ตัวเองกำหนดก็เพียงพอแล้ว 3. สร้างวินัยมาสานต่อแรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจเปรียบเสมือน "ไม้ขีดไฟ" ที่จุดแล้วสว่างวาบขึ้นมาแต่ก็มอดดับไปอย่างรวดเร็ว สิ่งที่จะขับเคลื่อนชีวิตไปได้ตลอดรอดฝั่งคือ "วินัย" ซึ่งหมายถึงการตั้งใจทำสิ่งนั้นในทุกๆ วัน แม้ในวันที่เราไม่อยากทำก็ตาม 4. พลังของการทำอย่างต่อเนื่อง คนเก่งไม่ได้วัดกันที่ความฉลาดหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ "ใครสามารถทำสิ่งนั้นได้ต่อเนื่องยาวนานกว่ากัน" ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตมักเกิดจากการลงมือทำสิ่งเล็กๆ แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ 5. บริหารพลังงาน สำคัญกว่าบริหารเวลา ในแต่ละวันเราต้องรู้ "เวลาทองคำ" ของตัวเองว่าช่วงไหนที่สมองพีคที่สุด แล้วเอางานสำคัญไปทำช่วงนั้น พร้อมทั้งสังเกตและอุดรอยรั่วที่คอยดึงสมาธิและดูดพลังงานของเราออกไป 6. เลิกเป็น Perfectionist แล้วลงมือทำเพื่อเรียนรู้ คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนเคยผ่านช่วงเวลา "อนุบาล" ของเรื่องนั้นๆ มาก่อน อย่ามัวแต่เก็งจนไม่กล้าเริ่ม จงวางความสมบูรณ์แบบลง เปลี่ยนตัวเองเป็นนักทดลองที่ลงมือทำเพื่อเรียนรู้และค่อยๆ พัฒนาให้ดีขึ้น 7. ความมั่นใจเกิดจากการทำ ไม่ใช่การคิด ความมั่นใจจะสร้างขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราลงมือทำ ยิ่งทำบ่อยเรายิ่งมีภูมิคุ้มกันต่อความผิดพลาดและคำวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้เรา "หนังหนาขึ้น" และรับมือกับปัญหาได้เก่งขึ้น --- Part 2: การจัดการสมองและสร้างนิสัยใหม่ 8. เข้าใจธรรมชาติของสมองและจัดสภาพแวดล้อมช่วย โดยธรรมชาติแล้ว สมองเป็นอวัยวะที่ชอบทางที่ง่ายที่สุด สบายที่สุด และใช้พลังงานน้อยที่สุด ดังนั้นเราจึงต้อง "ฝืนธรรมชาติ" ของมันด้วยการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อสิ่งดีๆ เช่น ถ้าอยากออกกำลังกายให้จัดชุดรอไว้ หรือถ้าอยากลดน้ำหนักก็ห้ามซื้อขนมมาตุนไว้ในบ้าน 9. พ่วงนิสัยใหม่เข้ากับนิสัยเดิม การสร้างนิสัยใหม่จะง่ายขึ้นหากนำไปจับคู่กับนิสัยที่เราทำเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น การวิดพื้นทุกครั้งหลังแปรงฟัน หรือการอ่านหนังสือ/ฟังพอดแคสต์ในระหว่างจิบกาแฟหรือทำงานบ้าน 10. เปลี่ยนอัตลักษณ์ (Identity) ของตัวเอง แทนที่จะบอกว่า "ฉันจะวิ่งให้มากขึ้น" ให้เปลี่ยนนิยามตัวเองใหม่ว่า "ฉันเป็นนักวิ่ง" การเปลี่ยนอัตลักษณ์ความเชื่อข้างในจะทำให้ภาพกิจกรรมที่เราต้องทำชัดเจนขึ้น และปฏิบัติตามได้โดยไม่รู้สึกฝืน 11. ควบคุมการใช้โทรศัพท์มือถือ ในโลกยุคนี้ โทรศัพท์มือถือคือตัวขโมยสมาธิและพลังงานที่น่ากลัวที่สุด คนที่ควบคุมเวลาหน้าจอของตัวเองได้จะมีเวลาไปพัฒนาตัวเองและมีจิตใจที่สงบสุขมากกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด 12. ฝึกการทำงานแบบดำดิ่ง (Deep Work) ลองกันเวลาส่วนหนึ่งในแต่ละวันเพื่อทำงานอย่างจริงจัง โดยปิดการแจ้งเตือนทุกอย่าง สมาธิที่จดจ่ออยู่กับสิ่งเดียวแบบเข้มข้นจะช่วยให้งานลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว 13. เลิกทำตัวเป็น Multitasking วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่ามนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างมาให้ทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ดี การโฟกัสทีละอย่างจะทำให้สมองตกผลึก ทำงานได้เร็ว และไม่สูญเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ 14. การพักผ่อนไม่ใช่รางวัล แต่มันคือส่วนหนึ่งของประสิทธิภาพ อย่ารู้สึกผิดเวลาที่ได้พัก การพักผ่อนคือการเติมน้ำมันและเชื้อเพลิงชั้นยอด คนที่พักเป็น นอนหลับดี และอยู่กับธรรมชาติได้อย่างผ่อนคลาย สมองจะสามารถรีสตาร์ทกลับมาสดชื่นได้อีกครั้ง 15. สังเกตและใส่ใจคุณภาพการนอนของตัวเอง ร่างกายของแต่ละคนมีเงื่อนไขและต้องการเวลาพักผ่อนไม่เท่ากัน อย่ามัวแต่กังวลกับตัวเลขมาตรฐานจนเครียด จงสังเกตตัวเองว่านอนแค่ไหนแล้วตื่นมาเฟรช สบายตัว และพยายามลดความกังวลก่อนนอนเพื่อให้การนอนราบรื่นที่สุด --- Part 3: การทำงานและการสร้างคุณค่า 16. ความยุ่งไม่เท่ากับความสำเร็จ บางครั้งเราทำตัวยุ่งๆ เพียงเพราะกำลังวิ่งหนีการอยู่กับตัวเอง จงหยุดทบทวนว่าสิ่งที่เรากำลังยุ่งอยู่นั้นสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณภาพและน่าภาคภูมิใจจริงๆ หรือไม่ เพราะงานที่เยอะเกินไปอาจทำให้คุณภาพชีวิตและการงานลดลง 17. คัดสรรทักษะที่จะเรียนรู้ให้ตรงโจทย์ ในยุคที่ความรู้เข้าถึงง่าย อย่าเรียนตามกระแสเพียงเพราะเห็นคนอื่นเรียนกันเยอะ จงคัดสรรทักษะที่ตอบโจทย์ชีวิตตัวเองจริงๆ เช่น ทักษะการคิดวิเคราะห์ การตลาด หรือการสื่อสาร เป็นต้น 18. ทักษะการสื่อสารคือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ ต่อให้เราเก่งวิชาการหรือออกแบบงานได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าสื่อสารไม่เป็น นำเสนอไม่ได้ โอกาสก็อาจจะลดลง คนที่พูดรู้เรื่อง ตรงประเด็น น่าฟัง และมีโครงสร้างความคิดที่ชัดเจน มักจะมีโอกาสในชีวิตมากกว่าเสมอ 19. พัฒนาทักษะการฟัง (People Skill) การฟังเป็น Super Power อย่างหนึ่ง ผู้บริหารหรือผู้นำที่เก่งมักจะมีทักษะการฟังที่เป็นเลิศ ตั้งใจฟัง จับประเด็นได้ และรู้ว่าจะปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างอย่างไร 20. อย่าพยายามเก่งไปเสียทุกเรื่อง การอยากเก่งทุกเรื่องจะทำให้เราเหนื่อยล้าและสุดท้ายจะไม่เก่งจริงสักอย่าง จงค้นหาจุดแข็งของตัวเอง ทุ่มเทให้กับสิ่งนั้น แล้วปล่อยวางเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ใช่ตัวเรา 21. พาตัวเองไปอยู่ในสังคมที่มีคนคอยสอน หากต้องการเติบโตอย่างรวดเร็ว จงเลือกเอาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่หรือองค์กรที่มีคนเก่งๆ ที่พร้อมจะสอนสิ่งใหม่ๆ ให้กับเรา เหมือนกับการได้เข้าโรงเรียนเพื่ออัปเกรดตัวเองอยู่เสมอ 22. ฟีดแบคคือของขวัญ เมื่ออายุมากขึ้นและเริ่มมีอีโก้ เรามักจะกลัวคำตำหนิและอยากปกป้องตัวเอง จงสูดหายใจลึกๆ รับฟังคำแนะนำด้วยความขอบคุณ เพราะฟีดแบคคือกระจกบานสำคัญที่ทำให้เราเห็นจุดบกพร่องและพัฒนาต่อได้ 23. รู้เท่าทันอีโก้และอย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ระวังคำพูดประเภท "ฉันรู้แล้ว" "ฉันเคยทำมาแล้ว" เพราะอีโก้จะกระโดดเข้ามาขัดขวางการเรียนรู้ทันทีเมื่อเราคิดว่าตัวเองเก่งหรือรู้ดีกว่าคนอื่น 24. ความล้มเหลวไม่น่ากลัวเท่าการไม่กล้าลอง ชีวิตจะก้าวหน้าถ้ากล้าทดลอง จังหวะที่ยากที่สุดคือจังหวะตัดสินใจ "กระโดด" ลงมือทำ แต่เมื่อได้ลองทำและยอมล้มดูสักครั้ง เราจะพบว่ามันไม่ได้น่ากลัวหรือถึงแก่ชีวิตอย่างที่คิด 25. เงินสำคัญ แต่อย่าให้เป็นเหตุผลอันดับแรกในการตัดสินใจ หากใช้เงินเป็นตัวตั้งในทุกเรื่องของชีวิต การตัดสินใจของเราอาจจะเบี้ยว และอาจทำให้เราสูญเสียคุณค่า ความสัมพันธ์ หรือโอกาสในการเรียนรู้สิ่งที่มีความหมายมากกว่า --- Part 4: การจัดการอารมณ์และความเครียด 26. เราทุกข์จากการตีความ ไม่ใช่จากเหตุการณ์ มนุษย์เรามักจะแต่ง "เรื่องเล่า" ขึ้นมาหลอกและทำร้ายตัวเอง เช่น เมื่อส่งข้อความไปแล้วอีกฝ่ายไม่อ่านไม่ตอบ เราก็ตีความไปว่าเขาไม่ให้เกียรติ ทั้งที่ความจริงเขาอาจจะแค่ยุ่งอยู่ จงพยายามพาตัวเองกลับมาอยู่กับ "เรื่องจริง" เสมอ 27. อย่าเชื่อทุกความคิดในหัว โดยวิวัฒนาการแล้ว สมองมักจะคิดในแง่ลบไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย (Bias) ดังนั้นอย่าไปหลงเชื่อเสียงในหัวหรือความคิดลบๆ ทุกเรื่อง รู้เท่าทันมันแล้วอารมณ์จะไม่ขุ่นมัว 28. ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ความวิตกกังวลมักเกิดจากเรื่องในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อเริ่มฟุ้งซ่าน ให้สูดหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า "ตรงนี้และตอนนี้ปลอดภัยดี" ดึงจิตกลับมาอยู่กับร่างกายที่นี่และเดี๋ยวนี้ 29. สูดลมหายใจลึกๆ ช่วยปรับระบบสมอง เวลาเครียดโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจของเราจะถี่กระชั้น ซึ่งเป็นโหมดต่อสู้หรือหนี (Fight or Flight) การจงใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ จะช่วยส่งสัญญาณให้สมองผ่อนคลายลงได้ 30. ออกกำลังกายคือยาต้านเศร้าธรรมชาติ การออกกำลังกาย วิ่ง หรือเดินเล่น เป็นอุปกรณ์ที่ซื่อสัตย์ที่สุดและไม่เคยทรยศเรา ทุกครั้งที่เครียดหรือเศร้า การเอาชนะใจตัวเองออกไปขยับร่างกายจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นเสมอ 31. เขียนบันทึก (Journal) เพื่อจัดระเบียบความคิด เวลาที่หัวสมองสับสนวุ่นวาย การเขียนมันออกมาลงบนกระดาษจะช่วยคลี่คลายความฟุ้งซ่านได้อย่างเหลือเชื่อ และก่อนนอนลองเขียนขอบคุณตัวเองในสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในวันนั้น 32. ความสุขเกิดจากการอยากได้น้อยลง ความทุกข์มักเกิดจากการวิ่งไล่ตามสิ่งที่ไม่มีและเปรียบเทียบกับคนอื่น ถ้าเราหยุดมองคนข้างบ้านแล้วหันกลับมา appreciate สิ่งที่เรามีในปัจจุบัน เราจะพบว่าชีวิตตอนนี้ก็ดีมากแล้ว และหลายสิ่งที่เรามีในวันนี้ก็เคยเป็นความฝันของเราในอดีตเช่นกัน 33. เปรียบเทียบน้อยลง ชื่นชมตัวเองมากขึ้น เท่าทันความคิดริษยาหรือการเปรียบเทียบ เอาตัวเองในอดีตมาร่วมเฉลิมฉลองและยินดีกับสิ่งที่เราเป็นในปัจจุบัน เพื่อสร้างความสุขและความพึงพอใจจากภายใน --- Part 5: ความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น 34. ความสัมพันธ์ที่ดีคือปัจจัยอันดับหนึ่งของความสุข งานวิจัยระดับโลกยืนยันตรงกันว่า สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสุขและมีชีวิตที่ดีที่สุดเมื่อแก่ตัวลง ไม่ใช่เงินทองหรือชื่อเสียง แต่คือการมี "ความสัมพันธ์ที่ดี" กับคนรอบข้าง 35. อย่าพยายามชนะทุกการถกเถียง เมื่อเติบโตขึ้น จงเรียนรู้ที่จะรักษาเวลาและพลังงานไว้ดีกว่าการไปทุ่มเถียงเพื่อเอาชนะ คนอื่นมีสิทธิ์ที่จะคิดไม่เหมือนเราและคิดในแบบของเขา การปล่อยผ่านและถอยออกมาจะช่วยรักษาความสงบในใจเราได้ดีที่สุด 36. รักษาความสัมพันธ์ไว้ดีกว่าชนะ การเถียงชนะในบ้านหรือที่ทำงาน แต่อาจต้องแลกมาด้วยรอยร้าวและความสัมพันธ์ที่พังทลายนั้นไม่คุ้มค่าเลย จงเลือกความสัมพันธ์ที่ราบรื่นมากกว่าความถูกต้องสะใจชั่วคราว 37. มนุษย์ต้องการ: รับฟัง เข้าใจ ไม่ตัดสิน หัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมีอยู่ 3 อย่าง คือ การพร้อมที่จะรับฟังกันอย่างแท้จริง พยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่าย และที่สำคัญที่สุดคือ "ไม่กระโดดเข้าไปตัดสิน" ในสิ่งที่เขาเป็น 38. ตั้งขอบเขต (Boundary) ของชีวิตให้เป็น เราสามารถเป็นคนที่น่ารักและใจดีได้ แต่ต้องมีเส้นขอบเขตที่ชัดเจน หากใครล้ำเส้นเข้ามาต้องกล้าที่จะปฏิเสธและเตือน อย่าน่ารักซะจนตัวเองต้องพังทลาย 39. ถอยห่างจาก Toxic People จงตระหนักรู้ว่าใครคือคนที่คอยดูดพลังงานลบใส่เรา หากพบเจอและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พยายามเจอให้น้อยลง หรือตัดออกจากชีวิตไปเลยหากทำได้ เพื่อปกป้องสุขภาพจิตของตัวเอง 40. คำพูดมีพลัง เป็นได้ทั้งยาพิษและพรประเสริฐ คำพูดของเรามีฤทธิ์เดชมาก สามารถปลุกพลังใจให้คนอื่นได้ และสามารถทำลายล้างความรู้สึกของคนฟังได้ในพริบตา ดังนั้นจงฝึกระมัดระวังและคิดให้ดีก่อนที่จะเอ่ยคำใดๆ ออกไป --- Part 6: การพัฒนาจิตวิญญาณและการเติบโตจากภายใน 41. ชีวิตไม่มีวันพร้อมสมบูรณ์แบบ อย่าถ่วงเวลาความสุขของตัวเองไว้กับเงื่อนไขในอนาคต เช่น "ต้องมีเงินเท่านี้ก่อนถึงจะมีความสุข" ชีวิตในทางจิตวิญญาณไม่มีคำว่าพร้อม มีแต่การยอมรับสิ่งที่เผชิญอยู่ตรงหน้า แล้วเรียนรู้ที่จะงอกงามจากเนื้อดินของตัวเองในจุดที่เรายืนอยู่ 42. ความหมาย สำคัญกว่าความสบาย การทำแต่งานง่ายๆ สบายๆ นานวันเข้าจะทำให้เรารู้สึกไร้คุณค่า ในทางกลับกัน ความเหน็ดเหนื่อยจะกลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทันทีถ้าเราตอบตัวเองได้ว่า "ฉันเหนื่อยไปเพื่อใครและเพื่ออะไร" การรับรู้ถึงความหมายจะช่วยให้ใจเรายอมรับความยากลำบากได้ด้วยความภาคภูมิใจ 43. สำนึกขอบคุณโลกและสิ่งรอบตัว หัดมองสิ่งสวยงามเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวในทุกวัน เช่น แสงแดดยามเช้าที่ตกกระทบใบไม้ หรือมิตรภาพจากผู้คน การสำนึกขอบคุณจะช่วยให้สมองรู้สึกว่าชีวิตตื่นมาเจอของขวัญ ไม่ใช่ตื่นมาเจอแต่ความทุกข์ยาก 44. พาตัวเองกลับไปหาธรรมชาติ ธรรมชาติมีพลังลึกลับในการเยียวยาจิตใจ การจัดเวลาไปเดินป่า นั่งมองต้นไม้ หรืออยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จะช่วยลดความเครียด ความกังวล และปรับสมดุลชีวิตให้กลับมานิ่งสงบอีกครั้ง 45. เจริญสติและภาวนาดูบ้าง การเจริญสติหรือทำสมาธิไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อของคนแก่อีกต่อไป แต่มันคือ "อุปกรณ์" สำคัญในโลกยุคใหม่ที่ช่วยพาจิตใจของเราไปอยู่ในจุดที่สงบ สงบจากการไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องมีอะไรเพิ่ม และได้อยู่กับตัวเองอย่างแท้จริง 46. วางอัตตาลงเพื่อให้ใจเบา อีโก้หรืออัตตาคือต้นตอของความทุกข์ เมื่อไหร่ที่เราเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลและอยากให้ทุกสิ่งเป็นไปตามใจเรา เราจะทุกข์ทันที การมีสติรู้เท่าทันจะช่วยลดอัตตา ทำให้ใจเราเบาขึ้น ดำเนินชีวิตได้อย่างสนุกและมีประสิทธิภาพ 47. ความสุขจากการเป็นผู้ให้ เมื่อเติบโตขึ้น ความภูมิใจไม่ได้เกิดจากการชนะคนอื่น แต่เกิดจากการได้แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ทรัพยากร หรือกำลังใจให้ผู้คนรอบข้าง โหมดการแข่งขันจะเปลี่ยนเป็นการทบทวนว่าเราจะสร้างประโยชน์ให้โลกได้อย่างไร 48. ระลึกถึงความตาย (มรณสติ) การระลึกอยู่เสมอว่าชีวิตมีจุดสิ้นสุดและเดี๋ยวก็ต้องจากโลกนี้ไป จะทำให้เราไม่นิ่งนอนใจ ทุกๆ วันและทุกๆ ความสัมพันธ์จะมีความหมายและละเอียดอ่อนมากขึ้น เราจะทำสิ่งตรงหน้าให้ดีที่สุดราวกับว่าวันนี้อาจเป็นวันสุดท้าย 49. เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่ความสำเร็จ แต่คือชีวิตที่เป็นสุข หลุมพรางของการพัฒนาตัวเองคือการคิดว่าต้องปีนไปให้ถึงยอดเขาเอเวอเรสต์หรือเป็น CEO ตลอดเวลา แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการมีชีวิตที่ดี มีความหมาย สงบ พึงพอใจในตัวเอง และได้อยู่ห้อมล้อมด้วยคนที่เรารักและรักเรา 50. พัฒนาตัวเองไม่ได้เพื่อเป็นคนใหม่ แต่เพื่อกลับมาที่ "แกนแท้" ของตัวเอง สุดท้ายแล้ว การพัฒนาตัวเองไม่ใช่การพยายามวิ่งไปให้สูงขึ้นหรือไกลขึ้นเพื่อเป็นคนอื่นที่ดีกว่า แต่คือการพัฒนาให้ "ลึกขึ้น นิ่งขึ้น" เข้าใจตัวเอง ยอมรับในความห่วยและข้อบกพร่องของตัวเอง รักตัวเองในแบบที่เป็น แล้วค่อยๆ งอกงามเพื่อแบ่งปันความรักและช่วยเหลือสังคมต่อไป --- ตอนท้ายพี่เอ๋บอกว่า จริงๆแล้วข้อ 1 กับ ข้อ 50 มันเหมือนข้อเดียวกัน ถ้าคุณเข้าใจน้ำหนึ่งหยดในมหาสมุทร คุณก็เข้าใจมหาสมุทรทั้งหมด... ถ้าคุณเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง คุณก็จะเข้าใจชีวิต เข้าใจคนอื่น และเข้าใจกฎของธรรมชาติด้วยเช่นกัน ขอบคุณเทคนิคดีๆจากพี่เอ๋นะครับ #FunManager
Fun Manager tweet media
ไทย
0
16
20
688
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
ตั้งแต่ต้นปีก่อน เราจะพบว่า ตลาดหุ้น EM เนื้อหามาก มี Flow ไหลเข้าด้วยสร้างผลตอบแทนดีเลยล่ะ รูปนี้เปรียบเทียบในเชิง Relative EM vs US พบว่า ตั้งแต่ช่วง Q1/2025 EM ยังคงขึ้นมากกว่า US แต่ถ้าดึง 3 ตัวหลัก TSMC Samsung SK Hynix ออกจะพบว่า ตลาดหุ้น EM จริงๆก็ขึ้นมา Broadbase ก่อนช่วงแรก แล้วมาแยกออกจากภาพใหญ่ในช่วง Q4/2025 นี่เอง >>> สังเกตสีส้มแยกจากสีน้ำเงินลงไป แปลว่า หุ้นที่ลากๆขึ้นช่วงหลังก็คือ 3 ตัวนี้แหละ พอไม่มี 3 ตัวนี้ ตลาดก็ไม่ได้ขึ้นต่อแรงแถมย่อหนักในเดือนพ.ค.ด้วย สรุปแล้วปีก่อน EM ขึ้นดีกว่า US + ปีนี้ด้วย แต่พอดึง 3 ตัวใหญ่ออก เริ่มเห็นภาพว่า การขึ้นของตลาดจริงๆมาจาก 3 ตัวนี้ในช่วงหลังๆ #FunManager
Eric Wallerstein@ericwallerstein

stole this from Oxford Economics. EM is getting shellacked when you remove TSMC, Samsung and SK Hynix.

ไทย
0
3
10
1.4K
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
เมื่อวานได้ฟังรายการ Wealth Compass ของ Yuanta คุยถึงเรื่อง Kevin Warsh ด้วย ผมว่ามีประเด็นน่าสนใจดี สรุปสั้นๆนะ - ตลาดเริ่มกังวลว่า Kevin Warsh อาจพา Fed กลับเข้าสู่ “ยุคดอกเบี้ยสูง” และลดการสื่อสารแบบ Forward Guidance ที่ตลาดคุ้นเคยในช่วง 20 ปีหลัง - หลัง Warsh เข้าพิธีสาบานตน ตลาดเริ่มขยับคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยปลายปี แทนที่จะรอถึงปีหน้า - Yuanta มองว่าตลาดอาจ “ตีความสุดโต่งเกินไป” เพราะ Warsh ไม่ได้หมายความว่าจะขึ้นดอกเบี้ยทันที แต่ต้องรอดูเงินเฟ้ออีก 1-2 เดือน - Warsh ถูกมองว่าได้รับอิทธิพลแนวคิดจาก Alan Greenspan อดีตประธาน Fed ที่เน้น “ลงมือทำมากกว่าพูด” และลดการสื่อสารต่อสาธารณะ - Yuanta ชี้ว่าในยุค Powell ตลาดอยู่กับ Fed ที่ “พูดเยอะและส่งสัญญาณล่วงหน้า” แต่ยุค Warsh อาจกลับไปสู่ระบบที่ Fed ไม่บอกทิศทางชัดเจน ทำให้ตลาด Bond ผันผวนมากขึ้น - มุมมองสำคัญของ Warsh คือเชื่อว่า AI จะช่วยเพิ่ม Productivity และกดเงินเฟ้อในระยะยาว คล้ายแนวคิด Greenspan ยุคอินเทอร์เน็ตบูม - Warsh ให้ความสำคัญกับ “เสถียรภาพราคา” มาก โดยในถ้อยแถลงมีการวางเรื่อง Inflation มาก่อน Employment ทำให้ตลาดกลัวว่า Fed จะ Hawkish กว่าเดิม - Yuanta มองว่า Warsh อาจลดจำนวนการแถลงข่าว Fed จาก 8 ครั้งต่อปี เหลือใกล้เคียงยุคเก่า และให้กรรมการถกเถียงกันภายในมากขึ้น - เชื่อว่ายุคใหม่จะ “ไม่เหมาะกับการเทรดตราสารหนี้เพื่อกิน Capital Gain” เหมือนช่วง QE แต่เหมาะกับการล็อก Bond Yield สูงและถือยาวมากกว่า - มุมมองการลงทุนภายใต้ Warsh regime คือให้น้ำหนักหุ้นมากกว่า Bond โดยเฉพาะหุ้นที่ Earnings โตจริง และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก AI/Productivity เช่น Tech และ Infrastructure ลองไปฟังคลิปดูได้ครับ youtube.com/live/VDMrchM8m… ขอบคุณมากครับ #FunManager
YouTube video
YouTube
Fun Manager tweet media
ไทย
1
10
20
1.2K