ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ

92.7K posts

ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ banner
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ

ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ

@grievist

“อสรพิษ“ ”กบเลือกนาย” “เขาว่า ผมเป็น Royalist ที่เป็นเสื้อแดงที่แอ๊บสลิ่มแล้วไปเข้ากับฝั่งส้มเน่าอีกที” ทวีตไร้แก่นสาร #เม้าท์เมีย จย้า :) #NobruhPrice

Thailand Katılım Mart 2011
354 Takip Edilen847 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ
เล่มแรกของปี 2025 จริง ๆ แล้วซื้อให้ลูกสาว แต่แกะแล้ววางไว้เลยหยิบมาอ่านดู 1. The Witches’Club กระบองลับเปลี่ยนชีวิต เอ๊ย ชมรม สิ คยละ Club แล้ว
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ tweet media
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ@grievist

เล่มแรกปี 2024 ใช้ดาต้าเล่าเรื่องแบบมืออาชีพ เริ่มช้า แต่ดีกว่าไม่เริ่มอ่านแนวนี้เลย ปล่อยหัวโล่ง ๆ ไปคงไม่เวิร์ค

ไทย
0
0
2
1.1K
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
ประเทศไทย จะเจริญแล้ว.! ด้วยโครงการ อบรมคนไทยให้รู้ AI 25 ล้านคนทั่วประเทศ....! . เริ่มต้นจาก "ทรู-กูเกิล-อว. ชู AI ปั้นคนไทย 20 ล้านคน พลิกเศรษฐกิจหนีกับดักรายได้ปานกลาง บิ๊กโปรเจกต์ 'AI for All Thais'!" เป็นการแจกเน็ตฟรี เปิดหลักสูตรสอน AI ฟรี.! โดย กระทรวง อว. ตั้งเป้า อีก 4 ปีข้างหน้า คนไทย 20 ล้านคน เก่ง AI แน่นอน.! อันนี้ไม่ได้บอก งบประมาณ​แต่ดูแล้วน่าจะเป็น ภาคเอกชนอัดฉีดกันเอง (ลิงค์ข่าวอยู่ในคอมเมนต์) . และต่อด้วยโครงการ TH-AI Passport โครงการบิ๊กบึ๊มระดับประเทศ ที่จะใช้งบประมาณสูงถึง ​1.6 พันล้าน ปั้นคนไทย 5 ล้านคน ให้เป็น AI และแจก AI ฟรี.! 1 ปี (แหนะ) ของ “สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ” (สดช.) ภายใต้การกำกับของ กระทรวง DE ของพรรคภูมิใจไทย (ลิงค์ข่าวอยู่ในคอมเมนต์) . . โอ้ววว ปีหน้า เราจะมีคนไทย มี AI ใช้ฟรี 5 ล้านคน และอีก 4 ปี เราจะมีคนไทยเก่ง AI อีก 20 ล้านคน รวม 25 ล้านคน หรือ คิดเป็นเกือบ 37% ของคนไทยทั้งหมด.. คิดดูสิ ว่าประเทศเราจะเจริญขึ้นขนาดไหน หากคนไทยใช้ AI เป็นกันขนาดนี้ .! . และยังไม่นับโครงการ AI ที่อีกหลายๆ โครงการ ที่หน่วยงานราชการกำลังจะเข็นออกมาอีกมากมายเร็วๆ นี้ (ตามงบประมาณที่กำลังจะออกมา เหมือนโครงการ Fish AI ของกรมประมง) . แต่เอ๊ะ.! พอมาเทียบทั้งสองโปรเจค AI ข้างต้น ทำไมอันที่ ทรู-กูเกิล-อว. ทำกัน ดูใช้เงินไม่เท่าไร แต่ทำไมถึงทำให้คนไทยใช้ AI ได้ถึง 20 ล้านคนเลย.! แต่ทำไม โปรเจคของ สนง.กรรมการ DE ถึงใช้เงินสูงถึง 1.6 พันล้านบาท แต่ทำให้คนไทย เพียงแค่ 5 ล้านคนเป็น AI.? ฟังแล้วงง เนอะ... . ถ้าแบบนั้น เราน่าจะเอาเงินที่มี ไปผลักดันร่วมกับเอกชน น่าจะได้ผลดีกว่าที่จะให้รัฐทำเองนะ ถ้าเทียบกันในแง่ผลลัพธ์ที่ได้..... 1.6 พันล้าน ทำได้แค่ 5 ล้าน คน แต่ เอกชนทำ งบไม่กระทบรัฐบาล ทำได้ตั้ง 20 ล้านคน.... . ตอนนี้ผมว่า กระทรวง DE หรือ จะ กระทรวง อว. อาจจะมีใครซักคนออกมา "สร้าง AI Development Roadmap ของประเทศไทย" แล้วดึงเอาหน่วยงานราชการต่างๆ ที่อยากพัฒนาคนไทยด้วย AI ให้มาอยู่ใน Roadmap นี้ร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน และได้ประสิทธิภาพสูงสุด และความคุ้มค่าของเงินภาษีของประชาชน . และยิ่งตอนนี้เรามี รองนายก ที่มีอำนาจกำกับหลายๆ กระทรวงอยู่ ดังนั้น อยากให้ รองนายก พิพัฒน์ (คุม DE) คุยกับ รองนายก อ.เชน (คุม อว.) ถึงแนวทางนี้ ผมว่าประเทศชาติ จะได้ประโยชน์มากๆ กับการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการนี้ครับ . . ดีไม่ดี เราอาจจะทำให้คนไทยใช้ AI ได้ทั้งประเทศเลย ด้วยงบประมาณมหาศาล หลาย พันล้านที่ สนง.กรรมการ DE มีจาก กองทุน DE ... . ยังงไง รบกวนฝากทั้งสองท่านด้วยนะครับ ... อนาคต
Pawoot.com tweet media
ไทย
21
130
232
12.6K
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
july
july@moonchildandsun·
พึ่งฟังคลิปหมอ tany มา เขาบอกในฐานะผู้ฟัง ถ้ามีคนออกมาพูดเรื่องถูกทำร้าย เรื่องถูกละเมิด วิธีรับมือที่ถูกต้องคือ ให้เชื่อไว้ก่อนว่าคือความจริง แล้วค่อยสืบหาข้อเท็จจริง ยังไม่สาย เพราะเหยื่อที่ถูกละเมิดส่วนใหญ่ ใช้ความกล้ามากมายมหาศาลมากในการพูดออกมา แล้วน้อยเคสมากที่จะยอมออกมาพูด บางคนต้องรอให้คนกระทำตายไปแล้วถึงกล้าพูด บางคนต้องรอทั้งชีวิตถึงยอมบอก เพราะคนถูกละเมิดจะเต็มไปด้วยความกลัวมากอยู่แล้ว ทั้งตอนที่ถูกละเมิด และความกลัวของการไม่มีคนเชื่อ แล้วถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว มีสถิติรองรับว่ามีเพียง 2 จาก 10 เคสที่เหยื่อโกหกว่าถูกละเมิด หมายความว่ามีอีก 8 เคสที่พูดความจริง อย่าให้ จำนวน 2 เคสไปตัดสินหรือทำให้เราลังเลในการเชื่ออีก 8 เคส คุณหมออธิบายว่า ในฐานะผู้ฟังควรรับมือยังไง และมองในมุมวิทยาศาสตร์ ความทรงจำของมนุษย์ก็มีโอกาสเสียหายจากเหตุการณ์เลวร้ายได้ ทำให้หลายครั้ง บางคนเล่าเหตุการณ์กันคนละแบบ หรือไม่ตรงกับความจริงเป๊ะๆได้เหมือนกัน คุณหมอพูดแบบกลางๆนะ เชิงวิทยาศาสตร์ #ทรายสก๊อต
july tweet media
ไทย
50
23.4K
13.5K
906.1K
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
สภาองค์กรของผู้บริโภค
#แชร์ด่วน ถ้ามีกระติกน้ำ เทอร์มอส หรือ Thermos ที่บ้าน หยุดใช้แล้วเช็กก้นกระติกตอนนี้ . ถ้าเจอรหัสใต้ฝา SK3000 หรือ SK3020 หยุดใช้ทันที เพราะอันตรายถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ ล่าสุด สคบ. สั่งระงับขายแล้วทั่ว ประเทศ หลังสภาผู้บริโภคให้ข้อมูลเตือนภัย . สาเหตุ ⚠ ฝากระติกไม่มีช่องระบายแรงดัน เวลาใส่นม น้ำผลไม้ โยเกิร์ต ซุป หรืออาหารปรุงสุกทิ้งไว้นาน ๆ ของพวกนี้จะหมักจนเกิดแร งดันสะสมข้างใน พอเปิดฝา ฝาก็ดีดพุ่งใส่หน้าและดวงตาแรงม าก . ที่สหรัฐฯ บาดเจ็บไปแล้ว 27 ราย ตาบอดถาวร 3 ราย จนบริษั ทต้องเรียกคืนสินค้า แต่ที่ไทย แค่ระงับขายอย่างเดียวไม่พอ สภาผู้บริโภคเรียกร้อง ให้ Thermos เรียกคืนสินค้า (Recall) ในไทยด้วย เปลี่ยนฝาใ หม่หรือชดเชยให้คนที่ซื้อไปแล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้คนไทยเสี่ยงเ อง . ผู้บริโภคไทยต้องทำอะไร 💬 - เช็กก้นกระติก เจอ SK3000 หรือ SK3020 หยุดใช้ - หากได้รับความเสียหาย แจ้ง สคบ. 1166 หรือสภาผู้บริโภค tcc.or.th #Thermos #สินค้าอันตราย #เรียกคืนสินค้า #สภาผู้บริโภค #เพื่อนผู้บริโภค #สภาผู้บริโภคที่ไม่ใช่สคบ.
สภาองค์กรของผู้บริโภค tweet media
ไทย
14
4.3K
660
152.1K
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ
ความลำบากในการเข้าอินเตอร์เน็ต ช่วงนี้คือ เจอโพสต์คนพูดกันเยอะ ๆ ว่าคนนี้ดัง แต่ในหัวมีคำถามว่า "ใครว่ะ?"
ไทย
0
0
0
5
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
สมตุ้ย
สมตุ้ย@st_runth·
จริงๆ งานอีเวนต์ใดๆ ที่มี entry fee คือเป็นการคัดกรองผู้ร่วมงานได้ในระดับนึงแล้วนะ แต่เผอิญว่าคนไทยบางคนที่ส้นตีน ก็มีตังจ่ายเข้าร่วมงานพวกนี้ด้วยเช่นกัน
ไทย
0
3
0
123
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ
Deerling แน่ ๆ ฮ่า ๆ ๆ
Peera V. 🤹🏼🎴@geekjuggler

วันนี้ขอมาในหัวข้อ โปเกมอนตัวไหนจะได้เป็นตัวแทนไอคอนของ Pokemon Center Bangkok! ทั้งนี้ รวบรวมจากที่คุยกับเพื่อนๆ และความเห็นของคนที่มาร่วมพูดคุยในโลกออนไลน์ ผลที่ขอเดาคือประมาณนี้ครับ! . โกมาโซ น้องช้างคือตัวเก็งทุกสำนัก ด้วยความน่ารัก มุ้งมิ้ง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย มายืนคู่กับพิคาชูวัดความคิวท์ได้สูสีกันแน่นอน ถ้าต้องวางตัง ผมยกให้ตัวนี้! (มีหลายคนมากที่ทายดอนแฟน พี่โหดไปไหนนน) . เอบิวาลาร์ เพราะมวยไทยคือความภูมิใจของคนในชาติ! แต่เราไม่มีโปเกมอนมวนไทย มีแค่มวยเฉยๆ ไม่แน่อาจจะพลิกมาเป็นตัวนี้ก็เป็นได้ . เปอร์เชียน จริงๆ ตัวนี้คือนึกไม่ถึงเลย แต่มีคนทักมา เลยไปหาข้อมูลมา ในเว็บออฟฟิเชียลภาษาไทยเขียนไว้ว่าเป็นโปเกมอนแมวสยาม! เห็นเข้าเค้านะ บอกตรงๆ ว่าถ้าจะมีม้ามืด คือยกให้ตัวนี้จริงๆ . ชิคิจิกะ อันนี้หลายคนอาจจะงงๆ แต่ Deerling คือชื่อโปเกมอนถูกค้นหามากที่สุดในประเทศไทย (ลองค้นข่าวเก่าๆ ได้) ถ้ามาจริงนี่มีฮาแน่นอน . ลาวด์โบน อันนี้ส่วนตัว ไหนๆ ก็ไหนๆ เอาตัวนี้ไปเลย เพราะน้องทำให้คิดถึงสัตว์ตัวนึงในสวนลุมที่คนญี่ปุ่นชอบมาดูมากๆ หรือ ทีมงานเขาอาจจะอยากฉีกก็ได้ นี่แน่ะ! . แล้วคุณล่ะ คิดถึงตัวไหน มีในโพยนี้มั้ย มาคุยกันนนน ปล พอดีรูปนี้ทำลงเพจตัวเองและขี้เกียจแก้โลโก้เลยเอามาแปะเลย 55

0
0
0
29
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ
"ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Whoop" สไตล์แบบนี้ fitbit ทำมาก่อนตั้งนานแล้ว (flex ใครรู้จักแสดงว่า ไม่เด็กแล้ว) การที่วลีนี้โผล่มาในบทความมันคือ Generation Gap สินะ....
ลงทุนแมน@longtunman

Google เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่ไร้หน้าจอ ขับเคลื่อนด้วย Gemini ราคา 3,200 บาท ไม่มีจ่ายรายเดือน ท้าชน Whoop Google ได้เปิดตัว Fitbit Air อุปกรณ์สวมใส่ที่เคยแย้มข้อมูลไว้เมื่อเดือนมีนาคม โดยมาในรูปแบบอุปกรณ์ไร้หน้าจอ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Whoop โดยเปิดให้จองแล้วในราคา 99.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 3,200 บาท ตอนนี้เปิดให้พรีออร์เดอร์แล้ว (ไม่มีประเทศไทย) และจะเริ่มส่งมอบในวันที่ 26 พฤษภาคม พร้อมสิทธิ์ใช้งาน Google Health Premium ฟรี 3 เดือน จุดเด่นที่สุดของ Fitbit Air คือขนาดที่เล็ก เบา และสวมใส่สบาย โดยเล็กลงกว่า Fitbit Luxe 25% และเล็กกว่า Inspire 3 ถึง 50% Google Fitbit Air เบาเพียง 5.2 กรัม (เฉพาะตัวเครื่อง) และ 12 กรัมเมื่อรวมสาย จากการศึกษาพบว่า ผู้บริโภคให้คะแนนความสบายสูงกว่าคู่แข่งในตลาด ด้วยดีไซน์แบบ "micro-adjustable" ที่ปรับระดับได้ละเอียดจนคุณแทบไม่รู้สึกว่าสวมใส่อยู่ไม่ว่าจะตอนทำงาน ออกกำลังกาย หรือนอนหลับ เนื่องจากไม่มีหน้าจอ Fitbit Air จึงเน้นการเก็บข้อมูลแบบ Passive - เซนเซอร์และการตรวจวัด ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอดวัน, ตรวจจับสัญญาณภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib), วัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) และความพร้อมของร่างกาย (Readiness) - การนอนหลับ ใช้ระบบอัลกอริทึมที่แม่นยำขึ้นเพื่อให้คะแนน Sleep Score ที่สะท้อนถึงการฟื้นฟูร่างกายได้ดีกว่าเดิม พร้อมระบบสั่นปลุกอัจฉริยะ (Smart Wake) - Google ระบุว่า Air ใช้โมเดล Machine Learning รุ่นใหม่ที่ แม่นยำกว่ารุ่นเดิมถึง 15% - ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเริ่มบันทึกการออกกำลังกายเอง เพราะ Fitbit Air รองรับระบบตรวจจับกิจกรรมอัตโนมัติ เหมือนอุปกรณ์สายฟิตเนสส่วนใหญ่ในปัจจุบัน - Auto Detection ตรวจจับกิจกรรมอัตโนมัติ เช่น ปั่นจักรยาน, วิ่ง, เดิน, พายเรือ, เครื่อง Elliptical และกีฬาที่ใช้หัวใจหนักอื่น ๆ - รองรับการติดตามกิจกรรมกว่า 40 ประเภทผ่านแอป เช่น แอโรบิก, Circuit Training, เต้น, Kickboxing, โยคะ, เดินออกกำลังกาย ระหว่างออกกำลังกาย ผู้ใช้สามารถดูสถิติต่าง ๆ เช่น อัตราการเต้นหัวใจ ได้ผ่านสมาร์ตโฟน - หากต้องการเพิ่มกิจกรรมที่ระบบยังไม่ได้บันทึก ก็มีตัวเลือกมากกว่า 140 แบบ ตั้งแต่ยิงธนู แบดมินตัน คริกเก็ต ไปจนถึงงานบ้าน - Fitbit Air ยังแสดงข้อมูลด้านภาระการออกกำลังกายรายสัปดาห์, ความพร้อมของร่างกาย (Readiness), จำนวนก้าว, ระยะทาง และเวลาที่ใช้ในการออกกำลังกาย - แบตเตอรี่ ใช้งานได้นานสูงสุด 1 สัปดาห์ มีระบบชาร์จไว ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้งานได้นาน 1 วัน และชาร์จเต็ม 100% ใน 90 นาที อีกไฮไลต์สำคัญคือ AI โดยชื่อรุ่น Air แฝงตัวอักษร A และ I ไว้ เพื่อตอกย้ำฟีเจอร์หลักคือ Google Health Coach ที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini ที่ให้ผู้ใช้พูดคุยกับแอป Google Health ได้โดยตรง พร้อมรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากข้อมูลสุขภาพของตัวเอง Health Coach จะช่วยสร้างแผนฟิตเนสแบบไดนามิกที่ปรับตามเป้าหมาย ไลฟ์สไตล์ ตารางชีวิต และข้อมูลร่างกายแบบเรียลไทม์ Google ระบุว่า ระบบนี้สามารถทำงานร่วมกับข้อมูลสุขภาพหลายประเภท รวมถึงข้อมูลรอบเดือน และข้อมูลทางการแพทย์สำคัญ ขณะเดียวกัน บริษัทก็ย้ำว่า ข้อมูลของผู้ใช้มีความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย

ไทย
0
0
0
139
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ
Interesting Topic
SKY ⛅️@iiigreenz

@lawcunotslave นิติชูล่าลบโพสต์ที่ฉันโควทไป แล้วโพสต์ใหม่เหรอ??? ลบทำไม??? หรือแปลว่านิติชูล่าไม่รับฟังความคิดเห็นฉันเหรอ??? หรือฉันทำผิดอะไร??? ก็โควทในฐานะคนเรียนกฎหมายเหมือนกัน ไม่ได้เหรอ????

English
0
0
0
69
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
เตรียมบอกลา "มิจฉาชีพ" สายยิงแอด? . "#มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2)" ที่จะมาควบคุมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่เพิ่งประกาศออกมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นี้ครับ โดยคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) . เห็นได้เลยว่ารอบนี้เขา "เอาจริง" ในการสกัดต้นตอของปัญหามิจฉาชีพที่ลงโฆษณาหลอกลวงคนทางออนไลน์ครับ . สรุป 3 #ประเด็นหลักที่คนทำออนไลน์ต้องรู้: . 1. ต้องยืนยันตัวตนก่อนยิง Ads: ต่อไปนี้ใครจะลงโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียในไทยแล้วมีการเก็บเงิน แพลตฟอร์ม "ต้อง" ให้เรายืนยันตัวตน (KYC) ก่อนเสมอ ยกเว้นว่าเคยยืนยันไปแล้วไม่เกิน 1 ปีครับ . 2. วิธียืนยันตัวตน: ทำได้ 2 แบบ คือ สแกนหน้าคู่กับบัตรประชาชน (Face Recognition) หรือใช้ระบบ Digital ID ที่ได้รับรองครับ . 3. เก็บข้อมูลยาว 90 วัน: แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลผู้ลงโฆษณา รวมถึง "คนจ่ายเงินแทน" ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วันหลังโฆษณาจบ เพื่อให้ตามตัวได้ถ้ามีปัญหาครับ . . ย้ำอีกที! กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้จริงในอีก 180 วัน หรือประมาณ "#ต้นเดือนพฤศจิกายน 2569" นี้ครับ . #มุมมองของผม: มาตรการนี้คือการบีบให้แพลตฟอร์มต้องคัดกรองคนยิงแอด 100% ต่อไปพวกเพจปลอมหรือมิจฉาชีพที่อยู่ต่างประเทศจะยิงแอดข้ามมาหลอกคนไทยจะทำได้ยากขึ้นมาก เพราะต้องติดด่านการยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ตหรือเอกสารนิติบุคคล . ถึงช่วงแรกเราที่เป็นคนทำงานอาจจะรู้สึกว่ามีขั้นตอนเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ในระยะยาวมันจะช่วยล้างระบบโฆษณาให้สะอาดขึ้น คนซื้อก็มั่นใจ คนขายของจริงๆ อย่างเราก็ไม่ต้องไปแข่งกับแอดเถื่อนครับ . ใครที่ทำธุรกิจออนไลน์อยู่ เตรียมตัวทำความคุ้นเคยกับระบบ KYC ของแต่ละแพลตฟอร์มไว้ได้เลยครับ! . . . #กฎหมายตัวนี้จะป้องกันการยิง Ads ข้ามชาติอย่างไร? น่าจะมีคนสงสัยว่าถ้าหาก ผู้ร้ายอยู่ต่างประเทศ จะมายิงโฆษณาจากต่างประเทศมาลงโฆษณาในประเทศไทย เค้าจะป้องกันยังไง? โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ข้อ 2 ของประกาศที่ระบุว่า “กรณีมีโฆษณาเผยแพร่ในประเทศไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์...” . - ยึด "พื้นที่เป้าหมาย" เป็นหลัก: กฎหมายไม่ได้สนว่าคนยิงโฆษณาจะนั่งอยู่ที่กัมพูชา จีน หรือยุโรป แต่ถ้าตั้งค่าโฆษณา (Targeting) ให้มาแสดงผลบนหน้าจอของ "คนในประเทศไทย" แพลตฟอร์มจะต้องบังคับให้ผู้ลงโฆษณารายนั้นยืนยันตัวตน "ทุกครั้งก่อนการประกาศโฆษณา" . - หากเป็นชาวต่างชาติก็ต้องยืนยันตัวตน: ในประกาศข้อ 2 (2) มีการระบุชัดเจนถึงการใช้ "หนังสือเดินทาง" (Passport) หรือ "หนังสือรับรองนิติบุคคล" (ของต่างประเทศ) เป็นหลักฐาน ดังนั้น มิจฉาชีพต่างชาติจะลักไก่ยิงแอดเข้ามาเฉยๆ โดยไม่ส่งเอกสารยืนยันตัวตนไม่ได้แล้ว . - เชือดไก่ให้ลิงดู (เอาผิดแพลตฟอร์ม): หากแพลตฟอร์ม (เช่น Facebook, Google, TikTok) ปล่อยให้มีโฆษณาหลอกลวงข้ามชาติหลุดเข้ามาแสดงผลในไทย โดยที่แพลตฟอร์มไม่ได้ทำการยืนยันตัวตน (KYC) บุคคลนั้นไว้ แพลตฟอร์มจะมีความผิดตามกฎหมายไทยทันที ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับ หรือมาตรการทางกฎหมายอื่นๆ จากกระทรวงดีอีเอสและตำรวจไซเบอร์ (สอท.) . ประกาศแล้วในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ดูรายละเอียดประกาศได้ในลิงค์คอมเมนต์ครับ.!
Pawoot.com tweet media
ไทย
11
365
494
20.1K
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛
สาแก่ใจกูนัก เรื่องราวจาก ตต. คุณ @/tiktikboom2025
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛ tweet media
ไทย
318
18.5K
9.7K
2M
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
IsriNiinha
IsriNiinha@IsriNiiNha·
@Mr_Whathapened ทางออกคือ ไม่รับงาน ให้เหตุผลว่าลูกค้าไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ให้ grab หักคะแนนหรือ blacklist ลูกค้าไป
ไทย
0
8
40
3.8K
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
Mr.Hap
Mr.Hap@Mr_Whathapened·
อันนี้เป็นคำถามจากผมในฐานะผู้ให้บริการ เป็นเคสจริงที่เกิดขึ้นจากในกลุ่มคนขับแกร็ป คนขับ ให้หมวกกันน็อคลูกค้าไป ลูกค้าไม่ใส่ เอาไปถือ ถึงเวลาโดนตำรวจโบก ตำรวจปรับคนขับ ถึงแม้ว่าคนขับจะพยามอธิบายแล้ว นอกจากนี้เมื่อคนขับทวงถามความรับผิดชอบจากฝั่ง ลค. ลค. ก็บอกไม่จ่าย แถมตอนปรับใบสั่งก็ออกมาในชื่อคนขับ จริงๆแล้วสามารถออกใบสั่งผู้โดยสารได้ไหม ในฐานะผู้บริโภค พี่ๆคิดว่าใคร ควรจ่ายครับ . ปล.1 คนขับบังคับ ลค ใส่หมวก อาจจะโดนบอมรีวิวครับ ปล.2 ถ้ายก %ลด อาจโดนแบนครับ ตอนนี้โดนกันรัวๆ Cr:พวกเราคือผู้บริโภค
Mr.Hap tweet media
ไทย
58
179
270
90.6K
ลุงไกร อย่าเรียกไอ้ก็พอครับ retweetledi
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
จำได้ไหมครับ? เมื่อ 3-4 ปีก่อนที่ทุกหน่วยงานรัฐต้องมี "แอปพลิเคชัน" เป็นของตัวเอง แห่กันตั้งงบทำแอปฯ กันเป็นพันๆ แอป ประเทศหมดเงินไปหลายพันล้าน... สุดท้ายเป็นไง? กลายเป็น "สุสานแอปฯ" ยอดโหลดหลักสิบ ใช้งานจริงไม่ได้สักอย่าง ทิ้งไว้ให้รก Store เล่นๆ . ตอนนี้ "วงจรเดิม" กลับมาแล้วครับ แต่มาในคราบใหม่ที่ชื่อว่า "AI" หรือ "ปัญญาประดิษฐ์" . ยุคนี้ใครไม่พูดคำว่า AI คือเชย! หน่วยงานรัฐเลยแห่กันตั้งงบ "ดูด" เงินภาษีกันอย่างเมามันส์ เพราะคำว่า AI มันฟังดูฉลาด ฟังดูแพง และที่สำคัญ... "มันตรวจสอบยากกว่าเดิม" . ⚠️ จับตามอง "คอรัปชั่นเวอร์ชัน AI"? 1. เป็นเทรนด์ : และสิ่งที่ผู้บริหารราชการ มองว่าเป็นกระแส และผ่านโครงการได้ง่าย 2. แพงแบบไม่มีเพดาน: บอกว่าทำ AI จะเรียกราคาเท่าไหร่ก็ได้ เพราะคนทั่วไป (และคนตรวจงบ) มักจะตามไม่ทัน 3. เอาของเก่ามาขายใหม่: บางโครงการแค่ระบบเก็บข้อมูลธรรมดา แต่ไปแปะป้ายหน้าซองว่า AI เพื่ออัปราคา . โปรเจกต์ขายฝัน: เหมือนกรณี "Fish AI" ของกรมประมงที่ใช้งานแทบไม่ได้จริง แต่มูลค่า 9.1 ล้าน . หรือล่าสุดโครงการ "AI บริหารจัดการกลางของ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน" ที่ฟาดงบไปถึง 74.5 ล้านบาท! งบขนาดนี้ เอาไปจ้างครูเก่งๆ หรือทำคอร์สเรียนระดับโลกให้คนไทยอัปเกรดทักษะจริงๆ ได้มหาศาล แต่รัฐกลับเอามาลงกับ "ระบบ" ที่ไม่รู้ว่าจบงานแล้วจะกลายเป็น "สุสานดิจิทัล" เหมือนยุคทำแอปฯ หรือเปล่า? ฝากท่าน รมว. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และหน่วยงานตรวจสอบช่วยดูหน่อยครับ . . แต่ที่ไฮไลท์สุด ต้องโครงการ TH-AI Passport มูลค่าโครงกา 1,600 ล้าน แจก AI ให้คนไทย 5 ล้านคน โครงการนี้ผ่านและได้ผู้ประมูลงานแล้ว เดียวจะกลับมาเจาะข้อมูลเชิงลึกให้ดู รอนิดครับ... . เพื่อให้งบประมาณจากภาษีประชาชนไม่ละลายไปกับ "ของเล่นใหม่" ของข้าราชการ นี้คือแนวทางการทำให้จัดทำโครงการด้าน AI ใช้งานได้จริง: . 1. Outcome-Based Procurement: เลิกตรวจรับงานด้วย "จำนวนฟีเจอร์" แต่ให้ตรวจรับด้วย "ผลลัพธ์จริง" เช่น AI ตัวนี้ช่วยลดเวลาทำงานได้กี่ % หรือลดค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ใน 1 ปี . 2. Open Model & Open Data: โครงการที่ใช้เงินรัฐพัฒนา ต้องเปิดเผย Source Code (เท่าที่ทำได้) และเปิด API ให้หน่วยงานอื่นหรือเอกชนเชื่อมต่อได้ เพื่อไม่ให้เป็นระบบปิดที่ตายไปพร้อมกับงบประมาณ . 3. Centralized AI Governance: ต้องมีหน่วยงานกลางที่เชี่ยวชาญจริงๆ (เช่น ETDA หรือ DGA) คอยกลั่นกรองว่าโครงการ AI ที่แต่ละกรมเสนอมานั้น "จำเป็น" หรือแค่ "ตามกระแส" . อย่าให้ AI กลายเป็นแค่เครื่องมือ "ฟอกงบ" ให้กับข้าราชการ และนักการเมือง และกลายเป็นเครื่องจักรผลิตสุสานเทคโนโลยีตัวใหม่เลย เสียดายงบประมาณประเทศจำนวนมหาศาลครับ . พรรคประชาชน พร้อมติดตามเรื่องนี้ครับ.!
Pawoot.com tweet media
Bang O, Thailand 🇹🇭 ไทย
8
543
580
15.6K