Hello

85.1K posts

Hello banner
Hello

Hello

@imalphaz

they call me ..

Katılım Temmuz 2014
912 Takip Edilen240 Takipçiler
Hello retweetledi
ว่าไงนะคะ
แกโดนคนขับรถ ขข ตอน 11 ขวบ จากนั้นพ่อแม่รู้เรื่องเลยส่งไปอยู่ต่างประเทศให้ออกจากสังคมเดิมๆแกก็โตมาแบบเละเลย เสพยาบลาๆหลายปีจนมาคบกับปีใหม่ก็พากันเสพอีก เสพจนโอเวอร์โดสเลยจุงมือกันเลิกยาแบบเด็ดขาด ชีวิตดีขึ้นสุดทายแกก็เปิดใจคุยกับแม่ถึงแผลนี้ เหมือนแม่เขาก็มีปมโทษตัวเองอยู่ตลอดจนคสพ. มันห่างกัน ปัจจุบันแฮปปี้แล้ว
inny@so_LONG77

ใครเคยฟังเรื่องของป๋าต็อบ แฟนคุณปีใหม่บ้าง นั่นก็ลูกคนรวย เขาก็โดนคนขับรถล่วงละเมิดทางเพศเหมือนกัน เพราะคนรวยอะเขาปล่อยให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยง คนขับรถไง เด็กมันก็โดนอะไรแบบนี้ แล้วป๋าต็อบแกก็เสียผู้เสียคนอยู่นะ พ่อส่งไปอยู่เมืองนอกด้วย

ไทย
4
2.7K
1.7K
903.5K
Hello retweetledi
🌻 บูบู้⋆。° (ᓀ‸ᓂ)ノ ᵒᵏᵎᵎᵎ
แคนจริงแบบฟ้าผ่าคืนนี้เลย แพลนงานไว้หมดแล้ว เสียหายหลักล้าน แถมเพื่อนร่วมงานอีกคนก็ซวยไปด้วยเพราะมาเป็นคู่ คนนึงโดนแคน อีกคนก็ปลิวตาม
เม่วมี๊ ʚ†ɞ@qnkukiko

แคนเซิลจริงมั้ย ถ้าจริงคืออยากได้วาร์ปคนจ้าง เริ่ดสะบัด

ไทย
79
21.9K
12.1K
3.8M
Hello retweetledi
cats always cute
cats always cute@holymepls·
เพื่อนบอกคดีแบบนี้ในเมกามีเยอะมาก เคสที่เพื่อนเคยเจอจริงคือ มี ผช ไปสารภาพบาปกับโบสถ์ ว่าข่มขืนน้องสาวมาก่อนเริ่มช่วง high school ตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว เขาได้ทำการข่มขืนลูกวัย 5 เดือน (มาสารภาพ เพราะอยากบาปน้อยลง) หลวงพ่ออึ้ง ขอไปนั่งคนเดียว 10 นาที หลวงพ่อโทรเรียกตำรวจ 💀
ไทย
56
35.4K
16.3K
2.3M
Hello retweetledi
คุนแม่น้อมปอ 🫪
อ่านนิยายเจอคำว่า ปลาสนาการ ชั้นไม่เคยเห็นมาก่อน ครั้งแรกในชีวิต เป็นประโยค 'รอยยิ้มปลาสนาการจากใบหน้า' พอเดาออกจากบริบทว่าแปลว่าอะไร ไปเสิร์ชดูเพิ่มเติมคือว้าว คลังคำศัพท์นักเขียนกว้างใหญ่ดุจแม่น้ำมาก โคตรเริ่ด 😲😲😲😲
ไทย
19
10.4K
10.9K
495.7K
Hello retweetledi
PU3N9 🐝
PU3N9 🐝@babygrac3·
มาค่าาา เปิดเธรดแล้ว ‘House of Windsor’ เธรดนี้จะมาเม้าท์ราชวงศ์วินด์เซฮร์สุดแซ่บ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ที่มาการก่อตั้งราชวงศ์ และเรื่องฉาวเรื่องคาวของบรรดาเหล่าสะใภ้ ไทม์ไลน์เราจะจบแค่รุ่นลูกๆ ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 นะคะ ไม่ได้ไปถึงรุ่นหลาน
PU3N9 🐝 tweet media
ไทย
1
1.3K
1.8K
86.8K
Hello retweetledi
𝐦𝐲𝐩𝐚𝐲
อีดอกประสบการณ์จริง แต่มันคือสิ่งที่ควรฟัง อันนี้โคตรจริง "ไม่มีใครทำธุรกิจเพื่อความฝันของเราหรอกนะ" เป็น4นาทีที่ได้ข้อคิดเยอะมาก กุว่าพี่เน่บรรลุธรรมแล้ว เก่งมากๆที่ผ่านตรงนั้นมาได้🥹
ไทย
54
32K
47.8K
4.2M
Hello retweetledi
ควันควัน👑
ล่าสุด สพก1: ทำไมยอดนี้ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายคะ ฉัน: ลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดาค่ะ สพก1: ยังไงก็ต้องหักค่ะ เจ้าอื่นเขาก็หักกันทุกยอด ฉัน: ไม่ค่ะ ลูกค้าไม่ใช่นิติบุคคล สพก1: แต่เขาก็หักกัน... สพก2: (เอามือแตะเพื่อน) ค่ะ ไม่ต้องหักถูกแล้วค่ะ คนที่จะหยุดสพกได้มีแต่สพกด้วยกันเท่านั้น 🥲
พิ้งค์พารัดชา🥛🍞🍧(Slow mode)@pinkparadscha

คือนี่พึ่งไปสพก.มา ตอนแรกก็คิดว่าไม่มีอะไร เค้าคงเรียกไปเพราะเห็นตัวเลขรายได้เราเฉยๆ แล้วก็ได้คุยกันเรื่องจด vat เค้าบอกว่าต้องจด! นี่ก็อธิบายไปตามที่คนเคยมาแชร์กันเลย แต่เค้าก็บอกนิยายไม่เข้าข่ายตำราเรียน คุยๆกันสักพักเค้าเลยบอกให้เขียนจดหมายส่งไปให้ทางทีมกฎหมายหารือกัน(1)

ไทย
9
16.8K
7.9K
2.6M
Hello retweetledi
นบย - จะทำตามที่สัญญากับตัวเองวันละ 1 ข้อ ☺️☺️
ตอนแรกที่รู้ว่าลูกเป็นออทิสติก โลกถล่ม นอนร้องไห้ แม่มายืนดูแล้วพูดว่า ลุกขึ้นมา ทุกคนพร้อมแล้ว ถ้าเธอเป็นแม่ไม่ลุกแล้วหยุดร้องไห้ จะให้คนอื่นทำยังไง กับตอนหย่า คำปลอบใจจากพ่อจำไม่ได้ แต่จำได้คือ พ่อพอหันหลังให้แล้วพูดว่า คืนของเค้าให้หมด อย่าให้เหลือให้เค้าพูดถึงได้
ᴛᴀᴋᴋᴜɴɢ 𓏰˙Ⱉ˙@iTakkung

ทุกคนเคยมีเหตุการณ์หรือประโยคฝังใจมั้ย? แบบผ่านมาแล้ว 10 ปีแต่กูยังจำได้จนถึงทุกวันนี้…

ไทย
16
13.5K
9.3K
1.4M
Hello retweetledi
norna space 💫
norna space 💫@norna_space·
เราได้ลองเทียบกับงานเราหลายๆงาน แล้วพบว่ามันค่อนข้างเหมือน ถึงแม้งานออกแบบจะคล้ายกันได้ แต่รายละเอียดที่เราตั้งใจทำขึ้นมา มันดันอยู่ในงานนี้ครบทุกจุด เราจึงไม่แน่ใจถึงกระบวนการผลิตไทโปสุขสันต์ภพเธอและอยากได้คำอธิบายจากทางค่ายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องค่ะ (2)
norna space 💫 tweet media
ไทย
4
3.4K
1.9K
868.7K
Hello retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
ผมขอบอกจากมุมของคนที่อยู่อีกฝั่งครับ.. เคย layoff.. และ lay off (สองคำนี้ต่างกัน...) ทั้งของบริษัทตัวเอง.. ของบริษัทคนอื่น.. รวมไปถึงให้คำแนะนำคนอื่นในการ layoff.. lay off.. สิ่งที่อยากพูดคือ layoff มันไม่ได้แค่ cut by performance มัน cut by role.. ถ้า role ถูกยุบ คนที่เก่งที่สุดใน role นั้นก็โดนเต็มๆ ส่วนคนที่ mediocre หรือแม้แต่ incompetence แต่อยู่ใน role ที่ยังต้องการ.. ก็รอด.. การ layoff มันไม่ใช่คำตัดสินเกี่ยวกับตัวเราในฐานะ professional.. อย่างตอนผมประชุมกัน.. ก็ดูแค่ spreadsheet ดู column「impact vs cost」ก็ถกคุยกันว่าตำแหน่งไหนใครจะโดน.. เป็นการตัดสินใจใน spreadsheet ของคนที่อาจจะยังไม่เคยเห็นหน้าเราด้วยซ้ำครับ.. แต่สิ่งที่ต้องจำไว้.. (ผมพูดถึงจากประสบการณ์ผมนะครับ ซึ่งหลักๆ อยู่ที่อเมริกา.. มันอาจจะแตกต่างจากที่ไทยหรือประเทศอื่นๆ.. แต่เดาว่ามันน่าจะคล้ายๆ กันไม่มากก็น้อย..) ตัวเลขแรกที่ HR บอก.. ไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย.. ทุกบริษัทจะมี buffer ตั้งเอาไว้ก่อนเสมอ อย่าเพิ่งเซ็นทันที.. บอกว่าขอเวลาก่อนแล้วค่อยกลับมา counter ครับ.. . . และเราสามารถ counter มากกว่าแค่เรื่องเงิน สิ่งที่เราขอได้โดยที่บริษัทก็มักยอมกว่าการขึ้นเงินก้อน คือ.. health insurance ที่ extend ออกไปอีก 3~6 เดือน (บริบทนี้ที่ไทยไม่แน่ใจว่าสำคัญหรือเปล่า แต่ที่อเมริกาก็ถือว่าสำคัญเหมือนกัน..), outplacement support เช่นค่า resume coach หรือ career counselor.. และ positive reference letter เป็นลายลักษณ์อักษร สำหรับตอนเราหางานใหม่.. เรื่องพวกนี้ cost กับทางบริษัทน้อย แต่มี value กับเรา . . ก่อนเซ็น ก็อย่าลืมอ่าน NDA กับ non-compete ให้ดีๆ โดยเฉพาะ non-compete.. ถ้า scope มันกว้างเกินไป มันอาจ lock career path เราได้จริงๆ.. ตรงนี้ก็ negotiate ได้ครับ ให้ narrow scope หรือ shorten duration ลง.. . . และเรื่อง Stock และ Options (บริบทนี้คิดว่าในไทยคงไม่ค่อยมี??) ถ้าเรามี equity อย่าลืมเปิด offer letter กับ equity agreement ดูก่อนเลยว่า vesting schedule ยังไง? และวันที่โดน terminate กับ cliff date ถัดไปห่างกันแค่ไหน?? บางบริษัท terminate พอดีก่อน vest ไม่กี่อาทิตย์.. บางครั้งเป็นเรื่องบังเอิญ.. หลายครั้งก็ไม่ใช่.. ถ้าห่างกันแค่ไม่กี่สัปดาห์.. ตรงนี้คือ leverage อีกจุดนึงที่ใช้ในการต่อรองได้ . . และเรื่องประกันสังคมที่ไทย.. เหมือนผมเคยอ่านคนพูดถึงว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าต้องไปแจ้งสำนักงานประกันสังคมเองภายใน 30 วันหลังออก ถ้าไม่แจ้งก็ไม่ได้รับสิทธิ์ชดเชยการว่างงาน ซึ่งได้ถึง 60% ของเงินเดือน (แต่ฐานสูงสุดน่าจะแค่ 15,000 มั๊ง??) นานถึง 6 เดือน.. ก็ไม่เยอะมากอะไร แต่ก็เป็นสิ่งที่ถ้าใครจ่ายสมทบมาตลอด ก็ควรไปใช้สิทธิ์มัน.. . . เรื่อง Reference.. ควรโทรหา manager เก่าก่อนที่เค้าจะถูกโทรหาตอน reference check (ตอนเราหางาน..) โทรไปแค่บอกว่ากำลัง explore ตลาดงานอยู่.. และขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา.. ฟังดูเรียบง่าย แต่น้อยคนมากที่ทำ.. แต่ผมว่ามันเปลี่ยน tone ของ reference call ได้เยอะมาก.. ถ้ามีเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันแล้วประทับใจกัน ก็ขอ LinkedIn recommendation ด้วยเลย... ตอนที่ยังจำกันได้อยู่.. . . ตอนหางาน.. อย่า apply งานใหม่จนกว่าจะพร้อมจริงๆ บางคนใช้เวลา 2 วัน.. บางคนใช้เวลา 2 เดือน.. เพราะ.. คนสัมภาษณ์อ่านออกครับ คนที่ยัง emotionally raw มักจะ over-explain ว่าทำไมถึงออก.. พูดถึงบริษัทเก่าในแง่ลบโดยไม่รู้ตัว.. หรือ react defensive เวลาถูกกดดัน.. เรื่องพวกนี้ส่ง signal ที่ผิดทันที.. ไม่ใช่เรื่องของการโกหกหรือเสแสร้ง แต่เป็นเรื่องของการ control ตัวเองได้ในห้อง (ซึ่งบางทีเราไม่รู้ตัวหรอก..) และตอนที่กดดัน.. เรา negotiate ได้แย่ลง.. คนที่รู้สึก desperate มักจะรับ offer แรกที่ได้เพราะกลัวไม่มีอีก.. แทนที่จะ counter หรือรอ offer ที่ดีกว่า.. ผลคือได้งานที่ใช่ แต่เงินต่ำกว่าที่ควรได้ หรือได้งานที่ไม่ใช่เพราะแค่อยากออกจากสถานะว่างงาน.. test ง่ายๆ คือลองพูดคำตอบสำหรับคำถามนี้ออกเสียงดังๆ 「ทำไมถึงออกจากที่เก่า?」 ถ้าตอบแล้วยังติดขัด.. ยังรู้สึก defensive หรือพูดแล้วยังเจ็บอยู่ในคอ หรือในใจ... ก็ยังไม่พร้อม.. คำตอบที่ดีที่สุดควรจะสั้น.. ตรง.. ไม่มี emotion ผูกอยู่.. 「บริษัทปรับ structure team โดน cut ผมก็อยู่ในนั้น」จบ.. ไม่ได้บอกว่าห้ามเสแสร้ง.. แต่ถ้าจะเสแสร้ง ให้เสแสร้งกับบริษัทที่ไม่ได้อยากได้จริงๆ ก่อน.. ใช้เป็น practice run.. เพราะบริษัทส่วนใหญ่ถ้า reject แล้ว reapply ได้อีกทีก็ต้องรอ 6-12 เดือน.. อย่าเอาโอกาสของบริษัทที่อยากได้จริงๆ ไปทดสอบตอนที่ยังไม่มั่นใจ.. ถ้า practice แล้วผ่าน.. ค่อยยิง target จริง.. ระหว่างนั้น update LinkedIn profile แบบเงียบๆ ปิด notification ก่อนแก้ไข แล้ว set open to work แบบ visible to recruiters only.. ไม่ใช่ public เหตุผลคือพอประกาศตัวต่อ public ว่าว่างงาน.. negotiating power มันหายไปทันที recruiter ที่โทรมาหาเราก็รู้ว่าเราไม่มี competing offer รู้ว่าเรากดดัน.. แล้วก็ offer ต่ำกว่าที่ควรจะได้.. ส่วน recruiter จากบริษัทที่ดีๆ มักจะ approach คนที่ดู employed หรือ passively looking มากกว่าคนที่ดู desperate.. ไม่ได้บอกให้โกหก.. แต่ให้ควบคุมว่าใครรู้ก่อนและรู้หลัง.. . . และเรื่องจิตใจ.. ผมว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องเงิน.. แต่เป็นเรื่องที่สมองจะเริ่มสร้างขึ้นมาเอง..สมองคนเราไม่ชอบความไม่แน่นอน.. พอเกิดเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้ มันจะรีบสร้าง narrative ขึ้นมาเพื่อให้โลกมัน make sense อีกครั้ง.. และถ้าปล่อยให้คิดคนเดียว narrative ที่ได้ส่วนมากมักจะออกมาในแบบเดียวกันคือ..「เราไม่เก่งพอ」ซึ่งมันไม่จริง.. แต่ถ้าฟังซ้ำๆ มากพอ มันจะกลายเป็นความจริง.. เพราะงั้นอย่านั่งคนเดียวในช่วงนี้.. ไม่ใช่เพราะต้องการคนมาปลอบ.. แต่เพราะต้องการเสียงอื่นนอกจากเสียงในหัว นอกจากเสียงของตัวเอง.. ไปหาคนที่รู้จักเราก่อนงานนี้.. คนที่เห็นเราในแบบที่ไม่ได้ผูกกับ title หรือบริษัทที่เพิ่งให้เราออก..รู้สึกอะไรก็ได้.. โกรธ.. งง.. เจ็บ.. เสียใจ.. ทุกอย่าง valid หมด.. แต่อย่าปล่อยให้สมองนั่งสร้างเรื่องมโนขึ้นมาคนเดียวในหัว.. . . จากมุมคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง.. ผมมองว่าคนที่รับมือได้อย่าง professional จนวันสุดท้าย.. ผมจำได้ทุกคน.. ไม่ใช่เพราะมันเป็น case ที่ง่าย แต่เพราะมันหายาก.. ชื่อพวกนี้จะขึ้นมาในหัวเองทุกครั้งที่มี position เปิด.. ตลาด (ก็แล้วแต่ industry ด้วย..) มันเล็กกว่าที่คิด และความจำของ hiring manager มันนานกว่าที่คุณคิดครับ.. เราอาจจะแค่ตกอยู่ใน row ที่ถูกลบออกจาก spreadsheet ของคนบางคน.. spreadsheet ที่เราไม่ได้สร้าง ไม่ได้ควบคุม ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ.. สิ่งที่ layoff เอาไปได้คือ title กับ access card.. ส่วนพวก skills, ความรู้, track record, relationship ที่สะสมมาตลอด.. ทั้งหมดนั้นก็ออกไปพร้อมกับเราในวันเดียวกัน.. ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทถัดไปจะจ้างเรา.. เรายังมีคุณค่าครับ
เซเลบหม่อมสามหยอย®@toyubomm

คนที่เคยโดนเลิกจ้างหรือโดนเลย์ออฟ อยากจะบอกอะไรกับคนที่มีแนวโน้มจะโดนหรือยังไม่โดน?

ไทย
6
739
819
129.8K
Hello retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
จริงๆ หนีได้นะครับ จากประสบการณ์ตรงที่รอดจาก lifestyle inflation มาได้.. ในความคิดผม เรื่องนี้มันป้องกันได้ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันทำงานยังไง เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาทางวินัย… กับดักแรกสุดที่ต้องป้องกันคือ fixed cost creep.. ไอ้พวกตัวปัญหาทั้งหลายไม่ใช่กาแฟแก้วละ 300 หรือพวกมื้ออาหารแพงๆ… พวกนี้คือ variable cost เราตัดได้ทุกเมื่อ… ตัวอันตรายจริงๆ คือ.. ค่าเช่าบ้าน/condo ที่ดีขึ้น.. ผ่อนรถใหม่.. ค่าโรงเรียนลูก.. การตัดสินใจพวกนี้ทำครั้งเดียวแต่เราโดนผูกมัดหลายปี… และถอยออกมายากมาก เคยอ่านงานวิจัยอันไหนจำไม่ได้ละ มีบอกอยู่ว่าคนเราจะรู้สึกเจ็บปวดกับการลดมาตรฐานลงมามากกว่าความสุขที่ได้ตอนเรายกระดับขึ้นประมาณสองเท่า… เป็นปกติธรรมชาติที่สมองเราคิดแบบนี้.. กับดักที่ 2 คือ Diderot Effect.. ไม่แน่ใจว่าคนไทยคุ้นกับคำนี้หรือเปล่า เหมือนไม่เคยเห็นคำนี้ผ่านสื่อไทย.. ซึ่ง Denis Diderot นักปรัชญาคนฝรั่งเศสได้รับเสื้อคลุมหรูหราเป็นของขวัญ… แล้วก็รู้สึกว่าของรอบข้างไม่ match.. เลยเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ พรม ทีละชิ้น.. จนเงินหมด… ก็เหมือนกับย้าย condoใหม่แล้วรู้สึกว่า furniture เดิมไม่เข้ากัน.. ซื้อรถใหม่แล้วรู้สึกว่าเสื้อผ้าควร upgrade ด้วย… lifestyle inflation ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ trigger กันต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว… กับดักที่ 3 คือความสุขจากการยกระดับชีวิตหายไปภายในไม่กี่เดือน… condo ใหม่ที่ตอนแรกเราชอบมากในเดือนแรก.. กลายเป็นแค่ที่นอนปกติในเดือนที่ 3… แต่ค่าเช่าไม่หายไปไหน เราจ่ายราคาถาวรสำหรับความสุขที่เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว และพอชินแล้วก็ต้องการ upgrade ต่อไปอีกเพราะ baseline ถูก reset ไปแล้ว… วน loop ไม่จบ… และกับดักอีกอันที่อันตราย.. ใน corporate finance เราคุ้นเคยกับคำว่า operating leverage… ยิ่ง fixed cost สูงเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมาก.. เพราะพอ revenue ลด fixed cost ไม่ลดตาม.. ผลลัพธ์คือชิบหาย… ชีวิตปกติก็เหมือนกัน… lifestyle inflation คือการยก fixed cost ของชีวิตตัวเองขึ้นเรื่อยๆ… คนเรายิ่งมาตรฐานชีวิตสูงขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทนรับแรงกระแทกทางการเงินได้น้อยลงเท่านั้น…​​​​​​​​​​​​​​​​ ตกงาน.. ป่วย.. เศรษฐกิจพัง… คนที่มี breakeven สูงจะเจ็บหนักกว่าเสมอ แม้รายได้เดิมจะสูงกว่า… ดังนั้นความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดกันแค่ที่รายได้แต่วัดที่ส่วนต่างระหว่างจุดคุ้มทุนกับรายได้จริง… คนรายได้ 100k แต่ breakeven 95k รวยน้อยกว่าคนรายได้ 40k ที่ breakeven 15k มาก… เพราะ 25k ทบต้นได้ง่าย ในขณะที่ 5k แทบทำอะไรไม่ได้… วิธีแก้ต้องเริ่มที่ระบบ… Pay yourself first แบบโหดๆ ตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติ 60-80% ของส่วนที่รายได้เพิ่ม.. เข้า portfolio ลงทุน/บัญชีออม.. ก่อนเงินจะถึงบัญชีหลัก.. เงินที่ไม่เคยผ่านมือเรา ต้านทานกิเลสได้ดีที่สุด และก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ทุกครั้ง เปลี่ยนคำถามจากจ่ายไหวมั้ย?? เป็น… นี่มันจะยก breakeven ของชีวิตเราขึ้นมาถาวรเท่าไหร่?? คำถามแบบนี้มันบังคับให้เราเห็นต้นทุนที่แท้จริงทุกๆ เดือนต่อๆ ไป จำไว้ว่า.. รายได้บอกว่าเราหาได้เท่าไหร่… ส่วนต่างระหว่าง breakeven กับรายได้บอกว่าเราร่ำรวยแค่ไหน…
Jr@junior47563

เชื่อเถอะว่าต่อให้ 100k ก็เดือนชนเดือน lifestyle inflation ทุกคนหนีไม่ได้ 5555555

ไทย
15
2.3K
1.9K
400.1K
Hello retweetledi
fffffffff
fffffffff@ubaba35481·
แล้วแม่มันตามมาบ่นนี่ต่อ​ ว่าอย่าพูดอะไรไปเรื่อยให้เด็กมันกลัว​ นี่บอกไม่ได้พูดไปเรื่อย​ เห็นจริงๆ​ ก็เด็กมันปากไม่ดีเองรึเปล่า​ เค้าเลยมาหาแบบนี้​ สรุปแม่มันกลัวไปด้วยอีกคน​ วันนั้นกินข้าวอร่อยมากไม่รู้ทำไม
ไทย
12
15.2K
11.4K
393.2K
Hello retweetledi
fffffffff
fffffffff@ubaba35481·
กลับบ้านแฟนตจวเดินผ่านเด็กกระโปกคนนึงห้าวด่องมากตะโกน​มา 'มองทำเหี้ยไรวะ'​ แฟนตะโกนกลับ 'ก็ตลกหน้าเพื่อนเอ็ง หน้าอย่างกะผี​ แล้วนั่งกันดีดีไม่เป็นเหรอ​ ขี่คอกันทำไม​ บ้าป่ะ?'​ มันวิ่งร้องไห้เข้าบ้าน55555555555555
ไทย
52
69K
44K
1.8M
Hello retweetledi
Oou
Oou@AuSttr·
เคยเล่าแล้วลบไป มีพี่กระเทยคนนึงดูแลแม่ดีมาก แบบอาสาลาออกมาดูแลแม่แกที่บ้าน ลูกคนอื่นก็ส่งเงินให้แกกับแม่ใช้รายเดือน ดูแลดีจริงๆ มีสมุดมาจดอาหารที่แนะนำให้ทาน จดนัดจดยาที่กิน จดความดันหมด
ชลน แมวส้มแท้ๆ 🐱@chaleenajaja

คนรู้จักโดน lay off ยังไม่รู้จะไปสมัครงานอะไรเลยรับจ้างพาคนแก่ไปรพ.ได้วันละ800-1000บาท/เคส แล้วมีงานเข้าทุกวันต้องจองตัว กลายเป็นรายได้หลักที่มากกว่าตอนทำงานออฟฟิศอีก แล้วสมัยนี้ลูกหลานบางคนก็ทำงานไม่สามารถพาพ่อแม่ไปหาหมอได้ลางานทั้งวันหัวหน้าด่าอีก อาชีพนี้AIก็แย่งไม่ได้

ไทย
9
12.4K
7.4K
1.3M
Hello retweetledi
Thidakarn
Thidakarn@thidakarn·
สมัยเรียนที่อเมริกา ตอนพรีเซนต์เคสกับอาจารย์ Me: “35-year-old man with hand rash. I think it’s allergic contact from ซีเมน ” (ตั้งใจจะพูด cement แต่ออกเสียงไทยไป😅) Professor: “Allergic to semen??” …ห้องเงียบไป 2 วิ ส่วนนี่อยากมุดหนีหายตัวจ้ะ
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛@pizad_sura

รวมมุกเกี่ยวกับการแพทย์ การรักษาพยาบาล เริ่มได้

13
2.8K
2.4K
488.8K
Hello retweetledi
ตะมิ
ตะมิ@bjbr_0·
เมื่อวานเรื่องจบเลยว่าจะเข้าไปอ่าน คิดว่าต้องเสียตังซื้อตอนอ่านแน่(เตรียมใจมาซื้อรวดเดียว)แต่ปรากฏว่าอ่านฟรี เลยงงว่านักวาดเอารายได้มาจากไหนให้คุ้มกับแรงที่ลงไปเพราะงานโคตรละเอียด สรุปเลื่อนไปดูโนเนท อึ้ง ทึ่ง เสียว สบายใจละ นักอ่านทุกคนเห็นคุณค่าของงานนักวาดหมด แต่นายทุนไม่เห็น
Pick/คุณเจี่ย/ศกุ/อีป้านั่น : กำลังปั่นนิยายจ้า@Saku_Pick

อ่านอโยธยาจบ กำลังเลื่อนลงไปโดเนท.... “แค่โดเนทก็เกินแสนสอง” นั้นหยาบไปหน่อน ต้องใช้คำว่า “แค่โดเนทสิบอันดับแรก ก็เกินแสนสอง” กูถามจริงๆ นะ ช่องวันมึงซื้อลิขสิทธิ์เขานี่เคยเปิดดูบ้างไหม มูลค่ามันสูงกว่าที่เสนอไปเท่าไหร่ เห็นละท้อกะนายทุนไทย 😮‍💨

ไทย
4
11.9K
8K
457.4K
Hello retweetledi
𝐽𝑎𝑦𝑙𝑜𝑟🤍⛲️
น้องชั้นเปนติวเต้อ แต่ควบงานแอดมิน เลยมาช่วยรับลุกค้าหน้ารร.กวดวิชา โดนผปคจิกด่าสารพัด พอรุ้ว่าจริงๆ เปนครู เสียงเปลี่ยนเลย คืองง ต่อให้ทำงานเปนแอดมินเพียวๆ ก้ไม่ควรจิกหัวด่าหรือเปล่า?
โดนัทยังมีรู แล้วเมื่อไหร่ยูจะได้พัก@Welleriann

วันนี้ไปโคฟเวอร์เป็นพนักงานร้านกาแฟมา(ไม่ได้เปลี่ยนอาชีพ แค่ไปช่วยเพื่อนเฉยๆ) ปรากฏว่าพอใส่ผ้ากันเปื้อนของร้าน ท่าทีของคนก็เปลี่ยนทันที งง ทำไมพูดจาดีๆกับคนทำงานไม่ได้ ฉันก็แค่ทำงานของฉันอะ พอเสร็จงาน ถอดผ้ากันเปื้อน ท่าทีทุกคนก็เปลี่ยนเลย งงอีกรอบ เธอตัดสินคนจากอะไรอะ

ไทย
4
19.3K
8.4K
710.5K
Hello retweetledi
มินออกกำลังกายหนัก🏃🏻‍♀️เพื่อกิน🥐🥞🧋🍛🍜
ในมุมของคนขาว = ผญสวย และดูดีกว่าผชมาก (เพราะหน้าผชไม่ได้ outstanding อะไรเลย อารมณ์เด็กฝรั่งหน้าตาดีทั่วไป) ในมุมของเอเชีย/คนไทยส่วนหนึ่ง: ผชหล่อมาก ผญไม่สวย ไม่เหมาะสมกัน ในมุมของฉัน: หวังใจว่าผญทำศัลยกรรมเพราะอยากทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพราะถูกบูลลี่ หรือเพราะอยากคู่ควรผช
Golden Dose@GoldenDose

معلومات أكثر عن الزوجين الذي أثارا جدلاً واسع: وروسلان عارض أزياء معروف بوسامته يعمل في كوريا، تعرف على شريكته هناك، لتبدأ بعدها علاقتهما ومع انتشار مقاطعهم، واجهت شريكته انتقادات سلبية على مظهرها، مما أثّر على ثقتها بنفسها لاحقًا، قررت الخضوع لعملية تجميل، بدعم كامل من زوجها.

ไทย
53
17.6K
10.4K
1.5M