joonza

11K posts

joonza banner
joonza

joonza

@joon4218

Katılım Aralık 2019
91 Takip Edilen39 Takipçiler
ขนมปัง
ขนมปัง@AWattikorn·
@miniminseok___ คุณรู้จักพี่โจ JRT น้อยไปครับ คุณคิดดีๆนะที่คิดจะงัดกับคนสมองและเงินระดับนี้ ถ้าอ่านสิ่งที่เขาเขียนจบคุณจะเข้าใจได้เลยว่าเขาแค่เตือน เด็กที่เรียนเก่งว่าอย่าพึ่งติดกับดักว่าตัวเองจะทำงานเก่ง การทำงานมันเป็นอีกเกมที่ต่างจากเรียน คุณต้องฝึกฝนและเข้าใจเกมการทำงาน แค่นั้นเอง
ไทย
1
0
4
538
*Lucky girl* 💙🐰ᴅᴀʏᴛᴏʏ ·͜·♡🌈*◞ ꒰🌷꒱ യ🎄ˎˊ˗
แล้วเรียนเก่งด้วยทำงานเก่งด้วยมีเยอะแยะไปค่ะ พี่อาจจะแค่ไม่เคยเจอไม่ได้แปลว่าไม่มี อย่างน้อยเกียรตินิยมก้บ่งบอกความรับผิดชอบได้ดี หมดยุคละปะที่บอกเรียนเก่งแต่เข้าสังคมทำงานไม่เป็น5555555 ทวิตเปนไรกับคนเรียนเก่งวะ ทำงานอะง่ายกว่าเรียนอีกบางที
JRT@JRTDesk

เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนเก่งในชีวิตการทำงานจริงๆ นะครับ น้องๆ เด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบเข้าสู่สังคมการทำงานอย่าหลงตัวติดกับดัก Prestige Trap ระบบการศึกษาออกแบบมาเพื่อวัด academic performance ในสภาพแวดล้อมที่ controlled มากๆ... - จำและสอบผ่าน.. - ทำตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนด - compete แบบ individual ส่งงานตรงเวลา deadline ชัดเจน.. - ตอบถูก.. - etc., เวลาทำงานจริงๆ.. - แก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัว.. - สร้าง framework ขึ้นมาเอง.. - บริหารจัดการความไม่แน่นอนโดยไม่มีกรอบเวลาชัดเจน - collaborate และ navigate politics ภายในองค์กร.. - ถามคำถามที่ถูก.. . . ที่เคยเจอมาหลายๆ กรณีด้วยตัวเอง (ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ได้ยินคนอื่นๆ จากบริษัทอื่นๆ เล่าให้ฟังเช่นกัน).. ้เด็ก 4.0 ที่เข้าสู่สังคมการทำงาน (not all) บางทียังคงติดกับดัก optimization trap อยู่.. คือเล่นเกมที่เก่งในระบบที่มีกติกาตายตัว.. รู้ว่าอาจารย์ชอบอะไร.. exam pattern เป็นยังไง.. ต้องเขียน essay แบบไหนถึงได้ A.. แต่ในองค์กร... ถึงจะมี KPI อยู่ แต่ก็ไม่มีสูตรสำเร็จให้ทำตามแบบชัดเจน.. KPI บอกแค่ว่าต้องไปถึงไหน แต่ไม่มีใครมานั่งบอกว่าต้องเดินยังไง.. ต้อง prioritize อะไรก่อน หรือต้องทำอะไรกันแน่ถึงจะผ่าน งานจริงคือการหาทางไปให้ถึง goal ที่บางทียังมองไม่เห็นชัดด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นทักษะคนละชุดกับการเดินตามแผนที่ที่มีอยู่แล้ว ต่อให้ได้ B+ แต่ถ้าชอบ experiment, ลองผิดลองถูก, รู้จักล้มเลิกสิ่งที่ไม่ work... มักจะ navigate การทำงานในองค์กรได้ดี . . และงานจริงมี human complexity สูงมาก.. เช่นการ negotiate กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เห็นด้วยกับเรา.. การ managing up ดูแลความสัมพันธ์กับ boss.. การ read the room ในห้องประชุม.. การรับ feedback โดยไม่ defensive.. การแจ้งข่าวร้ายให้ลูกค้าโดยไม่เสียความสัมพันธ์.. EQ พวกนี้ไม่มีในหลักสูตร และ GPA ก็ไม่มีความสัมพันธ์กับ EQ เลย.. ด็กที่ขึ้น dean's list ตลอด 4 ปีอาจไม่เคยเจอ conflict จริงๆ ในชีวิตเลยก็ได้ เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือ . . ยังมีเรื่อง Risk Tolerance กับการรับมือกับความล้มเหลวอีก.. เด็กเกียรตินิยมบางทีกลัวความล้มเหลวสุดๆ เพราะทั้งชีวิตถูก define ด้วย academic success.. พอเจองานแล้วต้อง take risks.. propose ideas ที่อาจโดน reject.. หรือล้มเหลวต่อหน้าสาธารณะ... จนเกร็งไปหมดเหมือนเป็นอัมพาตไปเลย ในขณะที่คนที่เคยล้มเหลวในมหาลัย หรือมี non-linear path จะ chill กับความไม่แน่นอนกว่า.. เพราะเคยแพ้แล้วลุกขึ้นมาได้ . . ความต่างอีกอย่างคือมหาลัยวัด comprehension เป็นหลัก.. แต่ทำงานต้องการ execution ซึ่งต่างกันมาก รู้ว่า project management framework คืออะไร ≠ ส่ง project ตรงเวลาจริงๆ ได้ เข้าใจ financial model ≠ เอา model นั้นไป pitch นักลงทุนแล้วปิด deal ได้ อ่าน case study เรื่อง leadership ≠ เป็น leader จริงๆ ที่คนอยากตาม Gap ระหว่าง knowing กับ doing คือจุดที่เด็กเกียรตินิยมหลายคนสะดุดอยู่... . . ไหนจะเรื่องเวลาอีก.. มหาลัยให้เวลาเป็น semester ในการเรียนเรื่องนึง แต่งานจริงบางทีให้เวลา 3 วันในการเข้าใจ industry ใหม่ทั้งหมดและ present ให้ C-suite ฟัง.. ความสามารถในการเรียนรู้เร็วภายใต้แรงกดดัน.. ในสถานการณ์ที่วุ่นวายไม่มีระเบียบ.. โดยไม่มีอาจารย์มาชี้นำ เป็นทักษะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และบางทีเด็กที่ต้องทำงาน part-time ตลอด 4 ปีเพื่อหาเงินเรียนเองจนไม่ได้ 4.0 (not all.. เพราะบางคนก็ทำงานไปด้วยและยังได้ 4.0 ก็มี) มีทักษะพวกนี้มากกว่าเด็กที่อ่านหนังสือทั้งวัน... . . และเรื่อง Prestige Trap ที่ผมเกริ่นในตอนแรก.. หลายคนที่ได้จบจากทั้งมหาลัยระดับ Top U และยังได้เกียรตินิยม บางทีมี identity ที่ผูกพันกับชื่อเสียงมหาลัยมากเกินไป.. - จนรู้สึก entitled รู้สึกว่าตัวเองสมควรได้ดีโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย - ไม่อยากที่จะทำงานให้คนที่「ด้อยกว่า」ทางการศึกษา - อาจ dismiss ความรู้ที่มาจากประสบการณ์ของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ - บางคนคิดเยอะไป และ over-engineer ทุกอย่างเพราะถูก trained ให้คิดแบบ academic คนที่ไม่มี pedigree มักจะขวนขวายกว่า.. ปรับตัวยืดหยุ่นในองค์กรกว่า.. และ savvy ด้านการเมืองในองค์กรกว่า . . ⚠️แต่เกียรตินิยมจากมหาลัยดังๆ ก็มีคุณค่าเช่นกันครับ.. - Baseline discipline อย่างน้อยก็มี signal ทำให้เรารู้ว่าคนนี้ทุ่มเทในตอนเรียน.. - Ceiling ของความสามารถทางวิชาการ มีประโยชน์ใน technical roles - Network มหาลัยดังให้ alumni network ที่มีมูลค่าจริงๆ อยู่.. - ช่วยผ่าน HR screening ในบริษัทใหญ่ แต่มันก็คือ entry ticket ขั้นแรก.. ไม่ใช่ guarantee ความสำเร็จ... สรุป.. เกียรตินิยมบอกว่าคนๆ นึง เล่นเกมระบบการศึกษาได้เก่ง.. งานจริงต้องการคนที่เล่นเกมที่ไม่มีกติกาชัดเจน, เปลี่ยนได้ตลอด, และมี human stakes สูง ได้เก่ง.. สองเกมนี้มี overlap บ้าง แต่ไม่ได้ overlap กันมาก.. เพราะฉะนั้นภูมิใจกับเกียรตินิยมได้ครับ แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าเล่นเกมที่สองเป็นหรือยัง? มันไม่เหมือนกับตอนเรียนครับ อย่าสำคัญผิดไป จากที่ผ่านมา.. คนที่ทำงานได้จริงในมุมมองผมไม่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วย GPA.. แต่พิสูจน์ด้วยสิ่งที่ทำตอนที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัวให้เลือก เคยมี quant ที่ืทำ model แล้ว overfit อย่างหนักช่วง out-of-sample.. drawdown ออกมาเกิน threshold ที่คุยกันไว้.. แทนที่จะรอให้ผมเห็นตัวเลขเอง เค้าก็โทรมาก่อนเลยเพื่ออธิบาย signal ที่พัง.. walk through ให้ดูว่า regime เปลี่ยนตรงไหน.. และมาพร้อม fallback position ที่ปรับ parameter ใหม่แล้ว.. ไม่รอให้ถูกถาม ไม่โยนให้ market conditions.. ซึ่ง GPA ของเค้าผมไม่เคยรู้เลย.. และก็ไม่ได้สำคัญ.. เพราะสิ่งที่ทำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเคยได้ 4.0 หรือเปล่า.. แต่ขึ้นอยู่กับว่าเค้าปฎิบัติตัวในการทำงานยังไง และที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้แปลว่าเด็กเกียรตินิยมทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้นะครับ.. หลายคนทำได้ดีมาก.. แต่ถ้าทำได้ มันก็ไม่ได้มาจากเกียรตินิยม.. มันมาจากสิ่งที่สะสมมาจากนอกห้องเรียน.. จากการเคยล้มเหลว เคยรับผิดชอบอะไรบางอย่างที่ไม่มีในตำรา เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอะไร.. ระบบการศึกษาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสอนสิ่งเหล่านี้.. GPA ก็ไม่ได้วัดมัน

ไทย
6
17
15
20.4K
joonza
joonza@joon4218·
@DriveAlmost @ployiseau ขอตัวอย่างเด็กประถมหน่อยงับ
ไทย
0
0
0
365
ไม่ต้องตามส่อง อัพเดตเรื่องคดีเบสบอล
@ployiseau แค่นี้ก็อวยเหรอ เด็กประถมแถวบ้านเขาก็ทำกัน หรือมึงทำไม่เป็น เลยว้าว ว้าว ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ในชีวิตมาก่อน แม่อาจจะไม่ได้สอนเรื่องวิชาการ
ไทย
5
0
15
10.3K
พลอย
พลอย@ployiseau·
อ.เชน รองนายกฯที่เนิร์ดที่สุด จดสรุปแบบมีไดอะแกรม จัดระบบความคิดมากก🤓
พลอย tweet mediaพลอย tweet media
ไทย
26
5.4K
5.3K
1.3M
joonza
joonza@joon4218·
@umintyu_vr46 You were attacked by China. Moreover, in your country there are only soldiers, no one wants to be one.
English
1
0
1
7
joonza
joonza@joon4218·
@mju_zik @Februangrygurl อาจารย์ไม่ใช่เเพทย์ ยืนยันได้ด้วยริ
ไทย
1
1
7
5.2K
lll มิว บริสุทธิ์
@Februangrygurl อาจารย์ยืนยันว่าน้องไม่ค่อยปกตินะครับ ได้เรียนสินสาดรัสเซีย มธ. จริง แต่น่าจะอยู่ประมาณปี2-3 แล้วออกมาเรียนราชภัฏที่บ้านเกิด
ไทย
2
248
348
63.3K
𝙿 ꕥ ·˚ ༘
𝙿 ꕥ ·˚ ༘@Februangrygurl·
นึกว่าฮีตุยไปเเล้วซะอีก ยศกรคนดีคนเดิม สมัยเรียนอยู่ มธ. ฮีคือคนที่เเปลกมาก ๆ ชอบคุกคามเพื่อนนักศึกษาผู้หญิง ชอบส่งข้อความหาทั้งใน FB IG หรือตามไปยันเซคที่เรียนอยู่อะ ผ่านมา 8 ปีเเล้วยังไม่เปลี่ยนนิสัยอีกหรอ
Red Skull@RedSkullxxx

ดูหน้าไอ้เหี้ยนี่ไว้ที่บุลลี่คนพิการด้วยเหตุผลว่าหมั่นไส้แค่นั้นเลย ตามบุลลี่เค้าเป็นปีๆ มันบอกมันสติดีไม่ได้ป่วยด้วยนะ ต้องบำบัดด้วยส้นตีนแล้วมั้ง ขณะเดียวกัน ชายอักษารย่อ ย.ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่ง โดยยอมรับว่าที่ทำไปเพราะอยากแกล้งและสนุก รวมถึงมีปมเรื่องฐานะของน้องทับทิม พร้อมยืนยันว่าไม่กังวลเรื่องคดี โดยเชื่อว่าเป็นเรื่องเล็กที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจไม่สนใจมาดำเนินคดีด้วยซ้ำ และยังไม่รู้สึกผิดหรือสำนึก หากพ่อแม่น้องทับทิมให้หยุดการกระทำ ก็อาจจะหยุดชั่วคราว เพื่อให้ดรามาเงียบลง แล้วหลังจากนั้นก็จะกลับมาบูลลี่น้องเหมือนเดิม ทั้งนี้ เจ้าตัวยังยืนยันว่าตนเองไม่ได้ป่วย ทั้งนี้ พ่อได้ไปแจ้งความที่โรงพักเกาะสมุย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่ให้ไปแจ้งที่ศาลายา พื้นที่เกิดเหตุตนก็ไม่เข้าใจ เพราะเหตุที่เกิดมันอยู่ในออนไลน์ สามารถแจ้งความที่ไหนก็ได้

ไทย
41
15.3K
5.9K
1.2M
i♥️deftone
i♥️deftone@slutpoppp·
@Panjawich1 @thaishitcat เเต่เป็นตำรวจไง จะเหี้ยแค่ไหนก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกาย ตัวเองเป็นคนของกฎหมายก็ใช้กฎหมายดิ
ไทย
2
0
0
277
แมวปวดหัว
แมวปวดหัว@thaishitcat·
เห้ย! อันนี้อะไร ปล่อยให้ภาพตำรวจไทยออกไปงี้ได้ไง ใครแปลออกมั่ง เกิดอะไรขึ้นอีกกะประเทศกูนักวะ
ไทย
16
117
506
267.6K
joonza
joonza@joon4218·
@NAIJAITHUR @tristontt ไอซ์ สิ ต้องเอามาเเจง ข้อมูลในมือก็มี ไม่เอามาเเจงเจตนาคือ
ไทย
0
0
0
4
Tee
Tee@tristontt·
ที่ราคาแพงกว่า sp lzd น่าจะมีเรื่องข้อกำหนดอื่นนะ เช่น ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง(อันนี้สำคัญ) แล้วจากที่อ่านสเป็ก มีเรื่องมาตรฐาน ASTM, มอก. ซึ่งผู้ขายต้องมีใบรับรองผลิตภัณฑ์ตามนี้นอกเหนือจากเหยียบได้อย่างน้อย 500 ครั้ง ถ้าจะแย้ง กทม ต้องทำการบ้านเรื่องพวกนี้ก่อน
Ktaya l BBKK@InterviewHer

เพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดเคลื่อน กทม. จัดซื้อ #เสาล้มลุก นะคะ ไม่ได้ซื้อ #กรวย และขอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ - คุณสมบัติ - วัสดุ - คลิปการทดสอบความทนทาน

ไทย
5
294
143
23.3K
joonza
joonza@joon4218·
@sonthirat @no4natty @loreneeliz มรึงดูสเปคของสิ ของกาก คุณภาพจีน ของดีคุณเเท้ ต่างกันสิ
ไทย
0
0
0
14
Water Bear
Water Bear@sonthirat·
@no4natty @loreneeliz อันละ250 กับ 2000 กะแค่กรวยยางอันเดียวนี่นะ ช่วยเอาสมอง ค.ว.ย กันหน่อย ว่าเป็นการจัดซื้อสมเหตุสมผลแล้ว
ไทย
1
0
0
62
Rolenda
Rolenda@loreneeliz·
ไอซ์รักชนก จกงบ กทม ผู้ว่าที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ซื้อกรวยทีอันละ 1800 แม้กรมทางหลวงที่แดกฉ่ำยังซื้ออันละ 8ร้อย ว๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไทย
140
12.1K
9.5K
3.6M
joonza retweetledi
Galadriel
Galadriel@Galadriel_TX·
ถ้าเราพูดถึงคำว่า “ข่าวกรอง” หลายคนอาจนึกถึงสายลับ หรือหน่วยงานอย่าง MI6, CIA, KGB แต่ในโลกของภูมิรัฐศาสตร์จริง ๆ แล้ว ข่าวกรองจำนวนมากไม่ได้มาจากหน่วยราชการสายลับจากฝั่งรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่มันมาจากข้อมูลเศรษฐกิจ และหนึ่งในแหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก กลับเป็นองค์กรที่ดูธรรมดามาก นั่นคือ Lloyd's of London ซึ่งไม่ใช่บริษัทประกันภัยทั่วไป แต่เป็นตลาดกลางสำหรับการรับประกันภัย (Insurance Market) ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปี มาถึงตรงนี้ คงสงสัยว่าทำไมบริษัทประกันภัยอย่าง Lloyd's of London ถึงเป็นแหล่งข้อมูลข่าวกรองสำคัญระดับโลก เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปปลายศตวรรษที่ 17 ในยุคนั้น ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการค้าของจักรวรรดิอังกฤษ เรือสินค้าของอังกฤษเดินทางไปทั่วโลก แต่การเดินเรือข้ามทวีปมีความเสี่ยงสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ ความเสี่ยงจากการถูกปล้นโดยพวกโจรสลัด อุบัติเหตุทำให้เรือจม รวมถึงสงครามที่เกิดขึ้น พ่อค้าและนักลงทุนในยุคนั้นจึงต้องหาวิธีกระจายความเสี่ยงสถานที่ที่พวกเขาใช้พบปะกันคือร้านกาแฟบนถนน Tower Street ในลอนดอนของ Edward Lloyd ร้านนี้กลายเป็นแหล่งนัดพบของนักลงทุน พ่อค้า และเจ้าของเรือ ซึ่งมาแลกเปลี่ยนข่าวสารเรื่องการเดินเรือและการค้า Lloyd เองเป็นคนฉลาด เขาจัดทำ "Lloyd's News" หนังสือพิมพ์รายงานข่าวการเดินเรือฉบับแรกๆ ซึ่งทำให้ดึงดูดลูกค้ามาที่ร้านกาแฟของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนในร้านกาแฟเมื่อมาพบปะกันก็เริ่มทำสัญญาประกันภัยเรือและสินค้ากันเองอย่างไม่เป็นทางการ โดยแต่ละคนเขียนชื่อและยอดรับอัตราเสี่ยงภัยของตนไว้ใต้สัญญา และนั่นคือที่มาของคำว่า "Underwriter" ในปี 1769 กลุ่ม underwriter ที่จริงจังกับธุรกิจแยกตัวออกมาตั้ง Lloyd's แห่งใหม่ที่ Pope's Head Alley และในปี 1771 จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งปี 1871 รัฐสภาอังกฤษออก Lloyd's Act ให้สถานะทางกฎหมายแก่ Lloyd's อย่างเป็นทางการ Lloyd's ไม่ใช่บริษัทประกันภัยธรรมดา แต่วิธีการทำงานจะผ่านระบบ Syndicates โดยมีกลุ่มนักลงทุนที่เรียกว่า Names หรือ Members ที่ร่วมกันรับความเสี่ยง แต่ละ Syndicate จะรับประกันภัยในแบบที่ตนถนัด เช่น ประกันภัยทางบก ทะเลหรือภัยพิบัติต่างๆ การประกันภัยจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของเศรษฐกิจโลกยุคจักรวรรดิ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าการประกันภัยคือข้อมูลที่ Lloyd's มี Lloyd’s เริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรือทุกลำที่ออกจากท่า สินค้าที่บรรทุก เส้นทางเดินเรือ เหตุการณ์ทางทะเลทั่วโลก ข้อมูลเหล่านี้ค่อย ๆ พัฒนาเป็นระบบที่เรียกว่า Lloyd’s Intelligence ซึ่งนับได้ว่าเป็นฐานข้อมูลการเดินเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระบบข้อมูลของ Lloyd’s ถือว่าเป็นแหล่งข่าวกรองทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มันสามารถบอกได้ว่าเรือสินค้าอยู่ที่ไหน ใครเป็นเจ้าของ กำลังบรรทุกสินค้าอะไร กำลังเดินทางไปท่าเรือใด ในโลกของการค้าระหว่างประเทศ ข้อมูลแบบนี้มีมูลค่ามหาศาล แต่ในโลกของยุทธศาสตร์และสงคราม ข้อมูลแบบนี้มีค่ามากยิ่งกว่า Lloyd's เคยรับประกันภัยเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์มากมาย เช่น เหตุการณ์เรือ Titanic ล่ม, แผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโก (1906), สงครามโลกทั้งสองครั้ง, เหตุการณ์ 9/11 (2001) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การควบคุมเส้นทางการเดินเรือคือหัวใจของสงคราม ประเทศที่ควบคุม supply chain ได้ ย่อมมีความได้เปรียบมหาศาล รัฐบาลอังกฤษจึงใช้ข้อมูลจาก Lloyd’s เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของเรือสินค้า วิเคราะห์เส้นทางลำเลียงทรัพยากร คาดการณ์ supply chain ของฝ่ายศัตรู ข้อมูลประกันภัยธรรมดาจึงกลายเป็นข่าวกรองทางยุทธศาสตร์ และนี่คือเหตุผลที่โลกการเงินในลอนดอนมักมีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองอย่าง MI6 ไม่ใช่เพราะ Lloyd’s เป็นหน่วยข่าวกรองแต่เพราะข้อมูลของมัน มีค่าพอ ๆ กับข่าวกรอง ในยุคปัจจุบัน Lloyd's of London ยังคงเป็นตลาดประกันภัยและแหล่งข้อมูลสำคัญแม้โลกจะมีดาวเทียม ระบบติดตามเรือ หรือมี AI แล้วก็ตามแต่ Lloyd’s ยังเป็นศูนย์กลางของประกันภัยการเดินเรือและ war risk insurance เมื่อเกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงคราม การโจมตีเรือสินค้า การปิดเส้นทางเดินเรือ ทั้งหมดนี้บริษัทประกันภัยต้องเป็นฝ่ายประเมินความเสี่ยงก่อนใครเพราะถ้าประเมินผิด บริษัทอาจต้องจ่ายค่าเสียหายมหาศาล ในโลกการเงินมีกฎง่าย ๆ ข้อหนึ่ง ถ้าอยากรู้ว่าสงครามจริงหรือไม่ ให้ดูว่าบริษัทประกันภัยคิดอย่างไร หาก Lloyd’s ขึ้นเบี้ยประกันอย่างรุนแรงหรือหยุดรับประกันนั่นหมายความว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นสูงขึ้นจริง เพราะบริษัทประกันภัยไม่มีแรงจูงใจที่จะพูดเกินจริง พวกเขาต้องคำนวณความเสี่ยงอย่างแม่นยำที่สุด และนี่คือเหตุผลที่ในทุกวิกฤตของโลก นักวิเคราะห์จำนวนมากจะให้ความสนใจต่อปฎิกริยาของ Lloyd’s ว่าคิดอย่างไรกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เพราะในหลายครั้ง บริษัทประกันภัยแห่งนี้มองเห็นพายุทางเศรษฐกิจ ก่อนที่โลกจะรู้ตัวเสียอีก อย่างกรณีการปิดช่องแคบฮอร์มุซล่าสุด Lloyd’s ประกาศเพิ่มเบี้ยประกันภัยทางทะเลขึ้นหลายเท่า จนกระทั่งล่าสุดยกเลิกการประกันเรือที่อยู่ในพื้นที่นั้น ผลกระทบที่ตามมาคือเรือสินค้าไม่กล้าเดินทางเข้าไปในพื้นที่ความขัดแย้ง การขนส่งน้ำมันสะดุด ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งและตลาดการเงินทั่วโลกผันผวน เมื่อ Lloyd's ยกเลิกการประกันภัยแสดงว่าความเสี่ยงนั้นยากเกินจะประเมินได้ แต่การที่จะให้เรือพาณิชย์สามารถจัดส่งลำเลียงสินค้าได้ปกติ ปธน.ทรัมป์ จึงออกมาตรการที่ให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ามาค้ำประกันความเสี่ยงด้านประกันภัยในการเดินเรือ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลสหรัฐ ฯ ใช้มาแล้วหลายครั้งในประวัติศาสตร์ เมื่อเกิดวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์หรือสงคราม
ไทย
3
444
458
38.3K
joonza
joonza@joon4218·
@Bonfire6996 มรึงจะกล้าริ เเค่นี้ยังเงียบหาย 😆😆
joonza tweet media
ไทย
0
0
0
13
joonza
joonza@joon4218·
@Bonfire6996 ดังเเต่ท่อ จะกล้ากี่โมง
joonza tweet media
ไทย
0
0
0
25
PeeMa ZAMA ⚔️ (❖,❖)
PeeMa ZAMA ⚔️ (❖,❖)@Bonfire6996·
อะไรคือการที่กุยังไม่ได้ทำส้นตีนอะไรเลย แต่ถูก Dune แม่ง block วะคับ กุอยู่ของกุเฉยๆดีๆ 😅
PeeMa ZAMA ⚔️ (❖,❖) tweet media
ไทย
2
0
3
584
joonza
joonza@joon4218·
@Againmydream1 @Kitdecoslice98 สติ 3500 หาร 365 วันได้เท่าไรละ มาตอบ คิดเลขเป็นไหม?
ไทย
1
3
2
501
Again
Again@Againmydream1·
@Kitdecoslice98 ก็ไม่เห็นมีบอกว่าแจก 1 ล้าน 9 คนนะคะ แหม พึ่งคิดว่าจะแจกให้ 9 คนตอนจับได้เลข 9 นั่นแหละ
ไทย
2
2
24
6.9K
Again
Again@Againmydream1·
ก็บอกแล้วว่าที่แจกคนละล้าน 9 คนทุกวันอ่ะพึ่งคิดออกตอนจับได้เบอร์ 9 คือแค่อยากให้คนเห็นเลข 9 เยอะ ๆ แค่นั้นแหละ ไม่ได้ผ่านหลัการคิดทางวิทยาศาสตร์อะไรเลย
ไทย
33
4.9K
1.8K
390.3K
joonza
joonza@joon4218·
@Againmydream1 @RequieMPE เอ็งก็หารเลขสิมันได้ 9.5 สมองต้องมีนะ 3500 หาร 365 วัน
ไทย
0
7
2
244
Again
Again@Againmydream1·
@RequieMPE กว้างแค่ไหนก็ต้องมีประเด็นหลักปะคุณพี่ แจก9คนคนละล้านควรเป็น main idea เนาะ มีปัญหาในการอ่านจับใจความหรอคะ
ไทย
1
3
15
1.7K
joonza
joonza@joon4218·
@PhuthDl @EmUdomsak อ่านให้หมดจ๊ะ อ่านจุดเริ่มต้น สติ มาขึ้นพ่อ ตลกละ
ไทย
0
0
0
31
Phuthadon
Phuthadon@PhuthDl·
@joon4218 @EmUdomsak ผมอ่านแกก็พิมดีนะ งงโมโหอะไรอะ
ไทย
1
0
0
31
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ร้องเลย กุอยู่ของกุดีๆ พิมพ์ก็เป็นเหตุเป็นผล สุภาพเรียบร้อย เสือกมาด่า หยาบคาย แล้วหวังจะให้เค้า “ครับผม ครับผม” หรอ — พ่อมึง ใครต่ำดูเอากันแน่ กุไม่เคยไปหยาบคายใส่ใคร นานๆ จะมีคนต่ำๆ แบบมึงแวะมาให้ด่านี่แหละ ตัวเองปิดหน้าปิดตา แอคเค้าผี ด่าเค้าไปเรื่อย เสือกเรียกร้องนี่นั่น คนแบบมึงนี่แหละ แบกพรรคไหน ชิบหายหมด
joonza@joon4218

@minttygalwayboy @EmUdomsak พร้อมเปิดวอร์ บวกร้องเรียน วินัยไปที่มหาลัยเกษตร ไม่กลัวอยู่เเล้ว คนต่ำๆ

ไทย
16
89
227
33.8K
joonza
joonza@joon4218·
@jitpakdebodin ก็โยกหน้ากู ดสือกสิ อีโง่
ไทย
0
0
0
28
Tee.moca (❖,❖) Opensea HUKKUY
Tee.moca (❖,❖) Opensea HUKKUY@jitpakdebodin·
@joon4218 เสือกไรเค้าน่ะ รู้เรื่อง Blockchain ด้วยหรอ ดูจากทัศนคติ น่าจะยังอยู่แต่กับพี่บอดนะ สมองไม่น่าจะพัฒนา
ไทย
1
0
0
51
joonza
joonza@joon4218·
เดี่ยวไปให้โยกกกกก
PeeMa ZAMA ⚔️ (❖,❖)@Bonfire6996

@joon4218 @bSCwNQkuym1yMew เด่วชักว่าวเสร็จ เด่วเดินออกไปถ่ายหน้าซอยติดกำแพงโรงเรียนให้นะ แล้วมึงก็ถ่ายบ้านเลขที่มึงโชว์มาด้วยนะเร้าหรือเหลือเกิน ดูดิ้แม่งจะกล้าโชว์บ้านจริงป่าว ส่วนบ้านกุกุไม่โชว์หรอกนะ ควายเท่านั้นล่ะที่เอาไปโชว์คนบ้า 😂

ไทย
0
0
0
691