Sabitlenmiş Tweet
khomkrit
126.9K posts

khomkrit
@khomkrit
👨💻 Midnight Developer ♥️ Software Engineer 👨💻 My Work = My Life 📖 Quote จากหนังสือ 📷 https://t.co/NGIq37eYTJ 😎 https://t.co/ayGfR4Wjwf
Perth, Australia Katılım Ocak 2008
398 Takip Edilen798 Takipçiler
khomkrit retweetledi

ปกติของสงคราม ที่ต่างฝ่ายต่างบอกว่าอีกฝ่าย ยิงก่อน
cnbc.com/2026/05/07/ira…
ไทย
khomkrit retweetledi
khomkrit retweetledi
khomkrit retweetledi

@roikfbuwgc254 No way... Are you telling me this is what the Japanese see when looking at torii gates? 💀

English
khomkrit retweetledi

เท่ดี ที่แคลิฟอร์เนียมีศิลปินมาวาดภาพริมสะพาน เมื่อเราขับด้วยความเร็วที่ใช่ จะมองเห็นเป็นภาพของสัตว์ที่เคลื่อนไหวต่อเนื่องกัน จากม้าวิ่ง กลายเป็นนกบิน x.com/ClownWorld/sta…
ไทย
khomkrit retweetledi
khomkrit retweetledi

โรงงานปิโตรเคมีในเอเชียเริ่มประกาศ Force Majeure
ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่าโรงงานหลายแห่งในเอเชียเริ่มประกาศภาวะฉุกเฉินทางการผลิต
เริ่มจาก Chandra Asri ในอินโดนีเซีย
ตามมาด้วย Yeochun NCC ในเกาหลีใต้
จากนั้น Petrochemical Corporation of Singapore (PCS) บนเกาะ Jurong ก็ประกาศว่าไม่สามารถดำเนินการผลิตตามสัญญาได้ และโรงงาน Aster Chemicals ต้องลดกำลังการผลิตลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
แม้แต่บริษัทญี่ปุ่นอย่าง Sumitomo Chemical ก็ได้รับผลกระทบจากห่วงโซ่อุปทานที่สะดุด
ดูเผิน ๆ มันเหมือนข่าวอุตสาหกรรมธรรมดาแต่ความจริงแล้ว ข่าวแบบนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยเพราะมันสะท้อนถึงปัญหาที่ลึกกว่านั้นมาก
โรงงานเหล่านี้ไม่ได้หยุดเพราะไฟดับหรือเครื่องจักรเสีย แต่หยุดเพราะสิ่งที่เรียกว่า แนฟทา ( Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของโรงงานที่เรียกว่า Steam Cracker
หน้าที่ของโรงงานชนิดนี้คือการแตกโมเลกุลของแนฟทาให้กลายเป็นสารเคมีพื้นฐาน เช่น Ethylene, Propylene, Butadiene,
Benzene สารเหล่านี้คือจุดเริ่มต้นในการผลิตของเกือบทุกอย่าง
ตั้งแต่พลาสติก, ยางรถยนต์, บรรจุภัณฑ์อาหาร, เสื้อผ้าใยสังเคราะห์, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หากไม่มี Steam Cracker การผลิตของโลกแทบจะหยุดลงเลยทีเดียว
แนฟทาที่ใช้ในโรงงานปิโตรเคมีของเอเชียจำนวนมากมาจาก ตะวันออกกลางและเส้นทางหลักของมันต้องผ่านจุดคอขวดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนั่นคือ.... ช่องแคบฮอร์มุซ
เมื่อเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบนี้สะดุด ผลกระทบจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่กี่วันหลังจากนั้น โรงงานปิโตรเคมีหลายแห่งในเอเชียก็เริ่มขาดวัตถุดิบและต้องประกาศ Force Majeure
Force Majeure ไม่ใช่คำธรรมดา
ในโลกธุรกิจ คำว่า Force Majeure เป็นคำที่มีน้ำหนักมาก
มันหมายความว่าบริษัทไม่สามารถส่งมอบสินค้าตามสัญญาได้ เพราะเหตุสุดวิสัย
เมื่อบริษัทหนึ่งประกาศ อาจเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่เมื่อหลายบริษัทประกาศพร้อมกันมันคือสัญญาณว่าระบบกำลังมีปัญหา
ผลกระทบที่กำลังตามมาเมื่อโรงงาน Steam Cracker หยุดหรือทำการผลิตลดลง สิ่งแรกที่จะขาดแคลนคือ Ethylene และ Propylene
จากนั้นเราจึงได้เห็นราคาของ Polymer เริ่มขยับขึ้น และเมื่อ Polymer แพงขึ้น ต้นทุนของสินค้าแทบทุกอย่างก็จะเพิ่มตาม
สิ่งของในชีวิตประจำวันเกือบทุกอย่างจะมีต้นทุนสูงขึ้นทันที
หากโรงงานปิโตรเคมีเริ่มหยุดเป็นวงกว้างนั่นอาจหมายความว่า
โลกกำลังเผชิญกับ Supply Shock รอบใหม่
reuters.com/world/asia-pac…
ไทย
khomkrit retweetledi
khomkrit retweetledi

เมื่อรัฐบาลเรายืนยันว่า "ไม่วิกฤต" แต่หลายประเทศ ไม่คิดแบบนั้น
สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสวีเดน (Sveriges Riksbank) ออกแถลงการณ์และแนวทางแนะนำ โดยตรงกับประชาชนในประเทศว่า:
สวีเดนเป็นสังคม ไร้เงินสด (cashless society) ตอนนี้การใช้เงินสดเหลือแค่ ~10% ของธุรกรรม ทำให้พึ่งพาระบบดิจิทัลสูงมาก (ทั้ง Swish, บัตรเครดิต, การชำระเงินออนไลน์)
แต่สถานการณ์โลกปัจจุบันทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อ การหยุดชะงักของระบบชำระเงิน (payment system disruptions) ซึ่งอาจเกิดจาก:
🌐การโจมตีทางไซเบอร์ (cyber attacks)
🪖การขัดขวางทางทหาร (military conflict หรือ war)
⚡ปัญหาไฟฟ้าดับ, อินเทอร์เน็ตล่ม, หรือวิกฤตอื่น ๆ
คำแนะนำหลักคือ ให้แต่ละครัวเรือนเก็บเงินสด SEK 1,000 ต่อผู้ใหญ่ (เป็น benchmark สำหรับใช้จ่ายสิ่งจำเป็น 1 สัปดาห์ เช่น อาหาร ยา) ในรูปแบบต่างๆ
และแนะนำให้มีบัตรจากหลายเครือข่าย (เช่น Visa + Mastercard) เพื่อ backup เผื่อระบบใดระบบหนึ่งล่ม
ธนาคารกลางสวีเดน ยังแนะนำให้ใช้เงินสดบ้างในชีวิตประจำวันปกติ เพื่อรักษาระบบเงินสดให้ยังหมุนเวียน เพราะถ้าระบบดิจิทัลล่มจริงๆ จะไม่มีเงินสดเหลือในระบบเลย
การขยับของสวีเดน จะทำให้ประชาชนในประเทศยุโรปอื่นๆ (รวมถึง UK ที่อ้างอิงในข่าว) เริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามนี้ สิ่งที่จะตามมาคือพฤติกรรม Bank Run ย่อยๆ ที่คนจะไปกดเงินสดออกมาเก็บไว้ที่บ้าน ซึ่งจะยิ่งไปลดสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในยุโรปที่กำลังเปราะบางอยู่แล้ว
การเตือนของธนาคารกลางสวีเดน มีน้ำหนักทีเดียว สาเหตุเพราะสหรัฐฯมีการเตือนภัย cyber สูงมากจากสงครามอิหร่าน
ธนาคารและหน่วยงาน (เช่น CISA, DHS, SIFMA) เตือนภาคการเงินให้เตรียมรับมือ cyber attack จากอิหร่าน (เช่น DDoS, ransomware) โดย Jamie Dimon CEO ของ JPMorgan และผู้เชี่ยวชาญหลายคนพูดถึง "expect cyberattacks on banks" และ "cyber 9/11" ที่อาจจะเกิดขึ้น
แต่ทั้งนี้ที่สหรัฐฯ เป็นแค่การเตือนภาคเอกชน/ธนาคาร ไม่ใช่เรียกประชาชนทั่วไปตุนเงินสด
ขณะที่ลี เซียนลุง รัฐมนตรีอาวุโสสิงคโปร์ ก็ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาต่อชาวสิงคโปร์ว่า "The war has begun" (สงครามเริ่มขึ้นแล้ว)
และเตือนว่าสงครามนี้จะส่งผลกระทบไกลถึงสิงคโปร์ เพราะ:
ราคาพลังงานจะพุ่งสูงขึ้น และสร้างความไม่แน่นอนโดยรวมในโลก ทำให้ธุรกิจและการลงทุนยากที่จะวางแผน
สิงคโปร์ ถือเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็ก แต่เปิดกว้าง ด้วยการพึ่งพาการค้าโลกและการลงทุนสูง จึงได้รับผลกระทบหนักแม้อยู่ไกลจากตะวันออกกลาง
สุดท้าย ลี เซียนลุง ย้ำว่า "You can see how the war starts, but it is very hard to tell how the war will end" (เห็นจุดเริ่มสงครามชัด แต่ยากที่จะบอกว่าจะจบยังไง
คนไทยเรา ไม่ต้องรอให้รัฐบาลเตือนนะ เหตุการณ์ก็เห็นๆกันอยู่
"Prepare for the worst, hope for the best" นะครับ
Mr.Messenger รายงาน

ไทย
khomkrit retweetledi
khomkrit retweetledi

20 apps in 20 days with Flutter and @Antigravity 🤯 → goo.gle/4lbWPnf
In this blog, new Flutter team member Kevin Lamenzo shares his journey and learnings from building a Flutter app every day for 20 days straight!

English
khomkrit retweetledi









