Mae_Charn_T.
2K posts




นางรังไข่ นางซีโนมอฟ โตนอกรัง สมองบ้วนความรู้เว่อคุณแม่









นายจ้างที่ให้ทำงาน 6 วันควรโดนรถชนตาย

พูดในฐานะต้นตระกูลทำอาหารมาตั้งแต่สมัย ปลาย ร. 6 อยู่และตายมาแล้ว 4รุ่น เพราะอาหารไทย มันคือ ศิลปะเชิงสถานการณ์ (situational art) ไม่ใช่สูตรตายตัว จึงต้องมีมนุษย์อยู่ตรงนั้น พ่อครัว-แม่ครัว ต้องมีทักษะพิเศษ ที่ไม่เหมือนเชฟตะวันตก เช่น — น้ำปลาแต่ละขวด เค็มไม่เท่ากัน — พริกฤดูร้อน vs ฤดูฝน เผ็ด–หอม–ฉุนต่างกัน — มะนาวหน้าฝนเปรี้ยวแหลม หน้าร้อนเปรี้ยวบาง — กะทิแต่ละวัน มัน–แตก–หอมต่างกัน ดังนั้น แม่-พ่อครัวไทยต้อง “ชิม → ตีความ → ปรับ” แบบเรียลไทม์ นี่คือ ทักษะเชิงประสาทสัมผัส + ประสบการณ์สะสม ไม่ใช่แค่ทำตาม recipe มันถึงอร่อยคงที่ตลอดเวลา เชฟตะวันตกถูกฝึกให้: เชื่อสูตร/เชื่ออุณหภูมิ/เชื่อเวลา/เชื่อมาตรฐานวัตถุดิบ (industrialized) ในขณะที่เชฟครัวไทย: เชื่อ “ลิ้นตัวเอง”/เชื่อ “กลิ่นในหม้อ”/เชื่อ “อากาศวันนี้”/เชื่อ “วัตถุดิบล็อตนี้” เชื่อใน “ความร้อน”ของไฟ พูดตรง ๆ คือ อาหารไทยที่อร่อย มันพึ่งความรู้สึกของ “มนุษย์” มากกว่า “ระบบ” มันมีหัวใจ ความรู้สึก ของคนทำอาหารอยู่ในอาหารทุกจาน ขนมทุกถ้วย แล้ว แฟรนไชส์ทำไม่ได้เหรอ ? อาหารไทย ถ้าพลาดความรู้สึก = อ่านสถานการณ์ไม่ขาด = เละ ซึ่งทักษะแบบนี้ ต้องใช้เวลา ฝึกซ้ำ และการ “ใส่ใจ” ถ่ายทอดผ่าน DNA และนั่นคือเหตุผลที่ อาหารไทยยังต้องมีมนุษย์ยืนอยู่หน้าเตา ไม่ใช่แค่หม้ออัจฉริยะหรือสูตรในกระดาษ ไม่งั้น แด๊กได้แต่ไม่อร่อย



ที่ไทยไม่เคยถูก colonize ก็เพราะว่าเราเสนอตัวเป็นมิตรกับจักรวรรดินิยม เสร็จแล้วก็ขายเพื่อนบ้านตัวเอง ให้เพื่อนบ้านรับกรรมไป ชาวโลกเขามองประเทศเรากันแบบนี้ครับ








เขียนเข้าใจยากไม่ได้แปลว่าฉลาด แต่แปลว่า : - ไม่ตั้งใจเขียน - เขียนไม่เก่ง - ไม่ใส่ใจผู้อ่าน เขียนดีอ่านง่าย เขียนแย่อ่านยาก This is why I believe in plain language.


สุดๆ ไปเลยค้าบ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะไปที่ไหนอย่าลืมตากล้อง












