ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด

61.3K posts

ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด banner
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด

ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด

@mhnsdpp

• ชาติ ศาสนา พระมหาจวิ้นข่าย • ♡ TFBOYS 合体🈚 ♡ 「• 源儿哥的玺哥•」又是想圆圆的一天 ♡ TF Family ♡ 丁X💛 & Tenzo-李天择 & 大冰小将潘思言王子🏒⛸️ 29/5🐶♡ ** แปลสะเปะสะปะ&ซับ→#สตอรี่เบบี้นมผง

โลกกลมกลมที่มีหวังหยวนหยวน Katılım Ekim 2017
181 Takip Edilen653 Takipçiler
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
jaz 🐰🍀
jaz 🐰🍀@twelve05cm·
COPY PASTE
jaz 🐰🍀 tweet media
English
0
172
1K
5.9K
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
อุก้ะๆๆๆๆ
รถไฟ ตจว. ตอนชนคนที่จอดคร่อมราง มีแต่คนด่าอีรถที่จอด ชาวบงชาวบ้านก็ด่ารถที่ตอด ทุกคนด่ารถที่จอดไม่มีใครด่ารถไฟ แต่พอเป็นรถไฟในกทม. ก็… นั่นแหละ
𝗥𝗶𝗻𝗻 𝗻𝗮@rxrinxq

รถไฟตจว : ถ้าไม่หลบชนแหลกไม่สนคนสัตว์สิ่งของ รถไฟกทม : ต้องจอดรอให้รถอื่นไปก่อน กฎหมายขับขี่ใช้ไม่ได้กับจังหวัดนี้ คนกทมประหลาดอะ 😭

ไทย
10
8.2K
2.9K
220.7K
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
Wavve (웨이브)
Wavve (웨이브)@wavve_official·
[5화 선공개] 맘마 2차전은 거뜬한 식욕 폭발! 최최최의 먹방 나들이🍝 [TXT의 육아일기] 지금 웨이브에서 독점 스트리밍 중! JUST DIVE Wavve!🌊 #웨이브 #Wavve #TXT의육아일기 #투모로우바이투게더 #TOMORROW_X_TOGETHER #TXT #수빈 #연준 #범규 #태현 #휴닝카이
한국어
38
2.8K
9.2K
218.5K
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
yen
yen@yenntxt·
.....♡
2
1.3K
7.2K
52.8K
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด
คือกุไม่เคยซีเรียสเรื่องมครลาเลย ปกติขึ้นประชุมกัน2คน กุก้อยู่ของกุคนเดียว ไม่เห็นตาย
ไทย
0
0
0
7
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
Mamimon
Mamimon@shitabthpp·
ห๊าาาาาา มึงเอาองคมนตรี???? “ผู้แทนพระองค์” มายุ่งการเมือง??? HELLO 😭😭😭😭😭😭😭😭 Where is king อยู่เหนือการเมือง ทำไมตัวแทนพระองค์ต้องมานั่งร่วมประชุมเรื่องภัยแล้ง กูไม่เก็ท มาทำไม เกี่ยวอะไร กูไม่เข้าใจค่ะพี่ 😭 เหี้ยอะไรเนี่ย มีเรื่องแบบนี้มานานรึยังวะ ทำไมปล่อยให้มีได้ มึงบ้าเปล่า กูช็อค
อีกหนึ่ง ทัศนคติ@paichewee65779

การที่องค์มนตรีทั้ง 9 มาร่วมประชุม ซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน คำถาม/ข้อใดถูกต้องที่สุด 1. อนุทินและรมต. ไม่มีความสามารถ ไม่ได้รับการไว้วางใจ 2. องค์มนตรี มาแทรกแซงการทำงานของรัฐบาล 3. ผู้บริหารประเทศตัวจริงคือองค์มนตรี 4. ถูกทุกข้อ

ไทย
56
24.2K
6.4K
687.5K
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
พรรคประชาชน - People's Party
[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย
พรรคประชาชน - People's Party tweet media
ไทย
147
16.2K
6.7K
1.4M
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
ARM WORAWIT
ARM WORAWIT@armupdate·
BREAKING : พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ เตือนรัฐบาลกำลังกระทำมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลัก ปชต.อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ชี้ องคมนตรีมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนุญคือให้คำปรึกษาสถาบันฯ ต้องวางตัวเป็นกลาง ต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะให้เสี่ยงถูกตีความแทรกแซงฝ่ายบริหาร
ไทย
19
18.2K
6.5K
287.2K
ซูลูชอบกินซุปครีมเห็ด retweetledi
☔️🐕✈️🎄It's raining cats and dogs🏡🌈
คือคนไทยมุงเถอะ อันนี้น่ากลัวมากๆ แบบมาก เหมือนรัฐประหารเงียบ เหมือนล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอะมึง ตอนนี้คือทำอะไรได้บ้าง คือเหมือนพวกชนชั้นนำไม่สนใจอะไรเลยจริงๆ สื่อหลักก็ไม่รู้จะเล่นเรื่องนี้ไหม คือมันเรื่องใหญ่และน่ากลัวมากอะ
พรรคประชาชน - People's Party@PPLEThai

[ รัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ]  . ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งปี 2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นกลไกปกติของรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรการรับมือวิกฤตตามฤดูกาล . แต่สิ่งที่ไม่ปกติและแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือการปรากฏตัวของคณะองคมนตรีหลายท่าน ได้แก่ พลากร สุวรรณรัฐ, พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ, พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ, พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท, พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง และเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อ “ให้กำลังใจและคำแนะนำ” ในการรับมือภัยแล้งครั้งนี้ . มองเผินๆ นี่อาจดูเหมือนความห่วงใยต่อประชาชนในยามวิกฤต แต่ในอีกด้านหนึ่ง การที่องคมนตรีเข้า "คลุกวงใน" กับการทำงานของฝ่ายบริหารอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ ชวนให้ตั้งคำถามสำคัญถึงความเหมาะสมในทางหลักการ . ตามหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงดำรงสถานะอยู่เหนือการเมือง เพื่อรักษาความเป็นกลางและเสถียรภาพของสถาบันโดยไม่ทรงเข้ามาข้องเกี่ยวโดยตรงกับอำนาจบริหาร . ขณะที่องคมนตรี ซึ่งมีขอบเขตหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญชัดเจนว่าเป็นผู้ถวายคำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ ย่อมต้องวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาดุลยภาพนั้น และต้องไม่มีบทบาททางการเมืองเด่นชัดต่อสาธารณะอันอาจถูกตีความได้ว่าเป็นการแทรกแซงฝ่ายบริหาร . ในความเป็นจริง เส้นแบ่งระหว่างการ “ให้คำแนะนำ” กับ “การมีอิทธิพลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นั้นบางเบาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในบริบทสังคมไทย “คำแนะนำ” จากผู้สวมหัวโขนที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ย่อมถูกปฏิเสธได้ยาก และมักได้รับน้ำหนักเหนือกว่าข้อสั่งการหรือแนวนโยบายของผู้ปฏิบัติงานจริงที่หน้างาน . คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและข้าราชการในที่ประชุม บกปภ.ช. จะสามารถปฏิเสธหรือตั้งคำถามต่อ “คำแนะนำ” เหล่านั้นได้จริงหรือ? ในทางปฏิบัติคงเป็นไปได้ยากยิ่ง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมองคมนตรีจึงไม่ควรเข้าร่วมประชุมสำคัญของฝ่ายบริหาร เพราะหน่วยงานรัฐจำเป็นต้องรับคำแนะนำเหล่านั้นแทบทั้งหมดไปปฏิบัติโดยอัตโนมัติ . และที่สำคัญที่สุดคือหลักความรับผิดรับชอบ (Accountability) ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลคือฝ่ายที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีหน้าที่ใช้อำนาจบริหารและต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวผ่านกลไกตรวจสอบของรัฐสภา ต่างจากองคมนตรีที่มีที่มาจากการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย และไม่มีกลไกที่จะต้องรับผิดชอบทางการเมืองหรือกฎหมายต่อสาธารณะ . หาก “คำแนะนำ” เหล่านั้นถูกนำไปปฏิบัติแล้วเกิดความล้มเหลว สังคมจะสามารถเรียกหาความรับผิดชอบจากผู้ให้คำแนะนำได้หรือไม่? หรือสุดท้ายรัฐบาลต้องเป็นผู้แบกรับแทน?  . พรรคประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังกระทำการมิบังควร เสี่ยงละเมิดหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข การปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้รังแต่จะสร้างความสับสนว่า ใครคือผู้บริหารประเทศตัวจริง ระหว่างผู้ที่ประชาชนเลือกเข้ามา หรือผู้ที่ไม่มีสถานะทางการเมืองโดยตรงแต่มีบทบาทในกระบวนการบริหารอย่างต่อเนื่อง . ไม่มีใครปฏิเสธความปรารถนาดีต่อประชาชน แต่ในระบอบประชาธิปไตย “ความหวังดี” ต้องอยู่บนฐานของความถูกต้องตามหลักการ . องคมนตรีจึงต้องวางตัวอย่างระมัดระวังที่สุด ไม่ให้ “คำแนะนำ” กลายสภาพเป็น “ข้อสั่งการ” โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนนับล้าน ซึ่งสมควรเป็นหน้าที่และการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ไทย
57
40.7K
12.5K
1M