SegnoSign retweetledi
SegnoSign
13.8K posts

SegnoSign retweetledi
SegnoSign retweetledi

@joe_black317 @pizad_sura แย่นะครับ! เมื่อเหตุผลของรัฐ (Reason of State) สิ้นสุดลง ร่างกายของมนุษย์จึงกลายเป็นปราการด่านสุดท้าย... นี่คือบทกวีที่เศร้าที่สุดของวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ซึ่งสันติภาพไม่ได้ถูกสร้างด้วยการเจรจา แต่ถูกขีดเส้นไว้ด้วยลมหายใจของคนหนุ่มสาว!
ไทย
SegnoSign retweetledi

นักแสดงหนุ่ม “จิมมี่ จิตรพล” เรียกร้อง “อย่าชิน” กับปัญหา PM 2.5 มันไม่ได้แค่สร้างความลำบาก แต่มันพรากชีวิตใครบางคนไป รวมทั้ง “หมอกฤตไท” คนไทยโดยเฉพาะภาคเหนือควรได้อากาศที่สะอาดสำหรับการหายใจ ไม่ต้องเสี่ยงกับโรคร้าย โดยเฉพาะ “มะเร็งปอด” จี้ทุกภาคส่วนเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
อ่านข่าว : ch3plus.com/news/social/mo…
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวโซเชียล #หมอกฤตไท #ฝุ่นPM25

ไทย
SegnoSign retweetledi
SegnoSign retweetledi
SegnoSign retweetledi

นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ไม่มีใครรู้ว่า มันจะจบลงอย่างไร ยืดเยื้อแค่ไหน (เพราะแม้แต่คนเริ่มต้นสงคราม ก็ยังคาดการณ์ผิดเลย)
ผู้นำบางประเทศ บอกกับประชาชนว่า เอาอยู่ สบายๆ ไม่ต้องคิดมาก
ในขณะที่ผู้นำบางประเทศ อาจจะเลือกที่จะนิ่ง รอดูสถานการณ์ เพราะไม่อยากส่งสัญญาณผิดๆออกไป
แต่ก็มีผู้นำอีกกลุ่ม เลือกที่จะสื่อสารถึงประชาชน เพื่อให้เตรียมรับมือกับความยากลำบากที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นจากสงครามครั้งนี้
-----------------------------
🇸🇬 ลี เซียน ลุง (รัฐมนตรีอาวุโสของสิงคโปร์) เป็นหนึ่งในผู้นำประเทศคนแรกๆที่ออกมาเตือนประชาชนตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคม โดยระบุว่า “เราควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกไม่ได้ แต่เราสามารถเตรียมตัวและรับมือได้ดีที่สุด”
18 มีนาคม 2569
นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ลอเรนซ์ หว่อง แถลงว่า สิงคโปร์ “deeply concerned” กับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน โลจิสติกส์ และเศรษฐกิจของประเทศ
และบอกว่า รัฐบาลพร้อมที่จะออกมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมหากสถานการณ์เลวร้ายลง
2 เมษายน 2569 (Video Message)
ลอเรนซ์ หว่อง อธิบายสถานการณ์ชัดเจนขึ้น โดยระบุว่าสงครามกำลังลุกลามหลายแนวรบ และอิหร่านกำลังขัดขวางการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างรุนแรง
เขาเตือนถึงความเสี่ยงของ “global energy crunch” และประกาศตั้ง Homefront Crisis Ministerial Committee เพื่อเตรียมแผนรับมือสถานการณ์เลวร้ายที่สุด พร้อมเรียกร้องให้ประชาชน “face it as one people, one nation”
7 เมษายน 2569 (แถลงในรัฐสภา)
แถลงเปิดเผยมาตรการช่วยเหลือที่รัฐบาลจะดำเนินการ (เช่น มาตรการลดภาระค่าไฟฟ้า, ช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ, CDC Vouchers, Cost-of-Living Special Payment ฯลฯ)
เตือนว่าแม้จะมี ceasefire ตามมาเร็วๆนี้ แต่ผลกระทบจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอาจยืดเยื้อหลายเดือน
พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะอัปเดตแผนรับมือและมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามสถานการณ์
-----------------------------
💰 ตอนนี้ สิงคโปร์อัดฉีดงบ 1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อรับแรงกระแทกแล้วครับ
รัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น
เพิ่มอัตราการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate income tax rebate) ให้ภาคธุรกิจเป็น 50% (จากเดิม 40%)
แจกเงินช่วยเหลือค่าครองชีพเพิ่ม 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์
เลื่อนการแจกคูปองอาหารและของใช้เร็วขึ้นมาเป็นเดือนมิถุนายนนี้ (จากเดิมมกราคมปีหน้า)
ช่วยเหลือเงินอุดหนุนค่าน้ำมัน 200 ดอลลาร์สิงคโปร์ให้กลุ่มคนขับแท็กซี่
รองนายกรัฐมนตรี กัน คิม ยอง คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบในไตรมาสถัดๆ ไปอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะกลุ่มการผลิตที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบเป็นวัตถุดิบ ซึ่งขณะนี้กลุ่มโรงกลั่นได้เริ่มลดกำลังการผลิตลงแล้ว
ที่สำคัญคือ ลอเรนซ์ หว่อง ได้กล่าวเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า "ตลาดยังไม่ได้ซึมซับ (Price-in) สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด" ของสงครามรอบนี้ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นได้อีก
-----------------------------
🎗️ สำหรับผม คำเตือนจากรัฐมนตรีสิงคโปร์สอดคล้องกับ ที่นักวิเคราะห์หลายคนที่มองว่า ตลาดหุ้นโลกอาจกำลังประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป
เพราะมัวแต่คาดหวังว่าการระบายคลังน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ หรือ "Trump Put" จะช่วยพยุงสถานการณ์ได้
แต่ถ้าปัญหาลากยาว แรงเทขายอาจเกิดขึ้นอย่างรุนแรงทันทีที่นักลงทุนตระหนักถึงความเป็นจริงข้อนี้นะครับ
ย้ำว่า เราต้องไม่ประมาท รักษาวินัยในการลงทุน จัดพอร์ตการลงทุน กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และพร้อมปรับเปลีี่ยน ถ้าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นอีกระดับ
ส่วนเรื่องการใช้ชีวิต และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเราจะเป็นอย่างไร?
ให้ฟังจากผู้นำสิงคโปร์ครับ อย่ารอคำปลอบใจง่ายๆ หรือ อย่าหวังว่า จะมีใครช่วยเรา
เราต้องช่วยเหลือตัวเอง และคนรอบข้าง ประหยัดเงินในกระเป๋าให้มากขึ้น ใช้จ่ายให้น้อยลงตั้งแต่วันนี้ มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อยๆ 3-6 เดือน ของค่าใช้จ่ายรายเดือน
เราเคยผ่านวิกฤตโควิดกันมาแล้ว รอบนี้เราก็ต้องผ่านมันได้
🙏แล้วมาภาวนากัน ให้เหตุการณ์มันไม่เลยเถิดไปมากกว่านี้
Mr.Messenger รายงาน

ไทย
SegnoSign retweetledi
SegnoSign retweetledi
SegnoSign retweetledi

จริงๆไม่ได้อยากเมนชั่นเรื่องนี้เพราะมันจะยิ่งแตกประเด็นไปเรื่อย แต่คาดว่าต้นทางน่าจะได้รับข้อมูลมาจากรุ่นพี่พีช เพราะไม่เคยได้เปิดเผยที่ไหนเรื่องตอนจ่าย ไม่แน่ใจข้อมูลครบถ้วนไหม เลยขออนุญาต clarify:
ตอนแรกที่วางบิลมา รุ่นพี่เสนอว่าจะเป็นคนดูแล โดยรุ่นพี่อยากให้ช่วยถ่ายโปรโมท lifestyle service พีชยังไม่ได้ดูบิลด้วยซ้ำ แต่รุ่นพี่มี cash มาไม่พอและไม่มีเงินในบัญชี เลยให้พีชจ่ายไปก่อน เลยเป็นจังหวะที่พีชได้เห็นบิล
จริงๆตอนนั้นก็งงนิดหน่อย เพราะ ทำบริการ lifestyle service แต่ไม่รู้ราคาร้านที่พามา ทั้งที่ตั้งใจจะดูแล แต่ไม่เตรียมเงินมาพอหรอ? - สงสัยในแง่ professionalism มากกว่า
แต่พีชก็โอเค จ่ายให้ได้ไม่มีปัญหา ถึงเพิ่งได้เห็นบิล เพราะต้องกดตัวเลขเข้าแอปธนาคาร เลยถึงเพิ่งได้สังเกตเห็นราคา 4,000 และเอะใจ
รุ่นพี่ก็เลยถามที่ร้านให้ต่างๆนานา ตามโพสต์ก่อนหน้า เลยเชื่อว่าทั้งพีชและรุ่นพี่ ก็โดนราคาจุ่มด้วยกัน เพราะถ้ารู้ก่อนหน้านั้น คงเตรียมมาแล้วแหละ
สุดท้ายพีชโอนเรียบร้อย มีสลิป ลึกๆก็แอบตุ้มต่อมว่าจะได้คืนไหมนะ แต่ก็คิดว่าถ้าไม่ได้คืนก็ไม่เป็นไร คิดว่าเราโดนกันทั้งคู่ นั่งงงเรื่องราคา 4,000 มายังไงกันอยู่ในรถขากลับ (ตอนโพสแรกก็รับทราบด้วยกัน อ่านให้ฟังในรถ ไม่มีทักท้วงใดๆ) กลับบ้านแยกย้าย จนวันต่อมารุ่นพี่ก็โอนคืนค่ะ
จริงๆ ถ้าพี่เขารู้ราคามาก่อน เตรียมเงินมาพอ ไม่ว่าจะ cash หรือในบัญชี พีชอาจจะไม่ได้เห็นบิลเลยด้วยซ้ำ 😅
🧡Jemikoเจมิโกะ🐱🐶🍊@Jemikojae
@impeachii เราเปิด ig มาเจอเชฟโพสแซะ ไม่กี่นาที เลื่อนไปอ่านเม้นข้างล่าง เจอเมียเชฟมาเม้นแซะอีกว่าประมาณว่า “คนโพสไม่ได้จ่าย คนจ่ายไม่ได้โพส” เรานี่อึ้ง ใน อึ้งเลย !!! ผัวเมียพอๆกัน
ไทย
SegnoSign retweetledi

เราเป็นตัวเองใน Version ที่ดีที่สุด เมื่อเห็นคุณค่าตัวเองมากพอ
มุมมองเรื่อง Self-Value ผ่านรายการ #TheFaceThailand6 EP5
1) อย่างแรก ผมอยากขอบคุณรายการมากๆที่ตัดห้วงนี้ใน Elimination Room ใช้ออกอากาศ มันเป็นห้วงคำพูดที่ดีที่สุด และทรงพลังที่สุดของทั้งน้องภูมิ และมารีญาเลยครับ มันทำให้เราเห็นเลยว่า "ทำไมมารีญาถึงยืนอยู่จุดนี้ได้อย่างแข็งแรง?"
2) ภูมิบอกว่า เสียงของผู้ใหญ่บอกว่า 'เธอไม่สวย' ในวงการนางแบบ คุณจะเห็นว่า Beauty Standards ทำร้ายคนคนหนึ่งมากทีเดียว เสียงของสังคมที่ส่งออกมาดูถูกเรา กลับกลายเป็นคำที่ทำร้ายเรา และบั่นทอนเรา ให้เป็นบาดแผลที่ฝังใจได้ง่ายดาย ทำให้คนเราต้องคอย prove self-value ของตัวเองกับเสียงของสังคมที่ทำร้ายเราตลอดเวลา
3) ภูมิเริ่มเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้น เมื่อเธออยู่ในรายการนี้ มั่นใจในตัวเองมากขึ้น เห็นคุณค่าของรูปร่างตัวเองมากขึ้น เมื่อเธอได้ใช้เท้าที่ใหญ่ เดินอย่างมั่นคง มั่นใจ เดินแบบได้ดี เพราะสรีระที่เธอเป็น นี่คือภูมิใน Better Version เพราะเธอรู้คุณค่าในตัวเองแล้ว
4) มารีญาเป็น mentor ที่อยู่คนละทีมกับภูมิ แต่กลับพูด Cheer Up น้องภูมิว่า "เธอเป็นคนสวยนะ" นี่คือความเป็นมนุษย์ที่มองคนอื่นอย่างให้คุณค่าในสิ่งที่เขาเป็น ไม่พูดบั่นทอนกำลังใจคน และพูดเพื่อให้เชื่อมั่นในตัวเอง วิธีคิดของมารีญา ไม่ใช่แค่การให้กำลังใจ แต่มันคือการตอกย้ำคุณค่าภายใน ที่คุณต้องรู้คุณค่าของตัวเองอยู่เสมอ (Self-Acknowledgement)
5) เพราะการรู้ในคุณค่าของตัวเอง จะทำให้เราไปไกลกว่าเดิม ประสบความสำเร็จกว่าเดิม และเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทุกอย่างในชีวิต ตรงกับข้อความเกี่ยวกับ Self-value ที่ว่า "Knowing yourself is the beginning of the wisdom." ภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นกับตัวเองทำให้เราพัฒนาตนและต่อยอดตัวเองไปได้ไกลกว่าที่เราคิด ยอมรับมัน เข้าใจมัน และอย่าดูถูกสิ่งที่ตัวเองเป็น
6) พลังงานบวกที่มารีญาส่งให้น้องคือเรื่องราวของเธอเอง มารีญาประกวด Miss Universe Thailand 2017 ในวัย 25 ปี น่าแปลกมากที่ตอนนั้น เธอยังไม่รู้สึกสวย ทั้งๆที่เธอคือคนที่ทุกคนประจักษ์ตรงกันว่า เป็นคนที่สวยที่สุดในประเทศ แต่เธอกลับมาตระหนักในความงามของตัวเอง เมื่ออายุ 29 ปี นั่นหมายความว่า ความสวยไม่ใช่เพราะตำแหน่ง ไม่ใช่เพราะคนอื่นบอกว่าคุณสวย แต่เป็นเพราะคุณมองเห็นคุณค่าของตัวเองจริงๆ และเชื่อจริงๆว่าคุณสวยจากข้างใน ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาบอกคุณ
7) พอมองไปแล้ว ผมจำได้ว่าตอนมารีญาใส่ชุดเดียวกันนี้ของ Brand 'ASAVA' วันนั้น กับวันนี้ ผมก็รู้สึกว่า มารีญาในวันนี้ ในวัย 33 ปี ยิ่งสวยกว่าวันนั้นไปอีก เพราะความสวยเป็นเรื่องของ Inner และความมั่นใจที่เกิดขึ้นภายในจริงๆ แววตาของมารีญาในวันนั้น สีหน้าท่าทางของเธอบนเวทีโลก ที่ดูประหม่า ตื่นเต้น หรือดูเหมือนไม่มั่นใจ แต่ในวันนี้ ไม่มีมารีญาคนนั้นอยู่เลย นี่คือ Best Version ที่เธอตกผลึกกับตัวเองแล้วจริงๆ และมันพาเธอมาได้ไกลถึงจุดนี้ ในวงการบันเทิง ได้ส่งต่อความคิดดีๆให้รุ่นน้อง
8 ) สิ่งที่ผมชอบมากที่มารีญาสะท้อนออกมาผ่านความคิดของเธอ ก็คือ คนเราจะเปล่งประกายที่สุด ในวันที่เรามองเห็นคุณค่าของตัวเอง แม้ไม่มีใครเห็น หรือไม่มีใครเชื่อ แต่เราต้องสร้างมันด้วยตัวเองก่อน อย่ารอให้คนอื่นบอกว่าเราสวย เราดี เราเก่ง เราเจ๋ง แต่เราต้องมองเห็นสิ่งนั้น ตามจริง และเชื่อมั่นในตัวเอง ก่อนจะเอาตัวตนที่เชื่อมั่นในตัวเอง ออกไปให้คนอื่นเชื่อมั่นในเรา ความเชื่อมั่นในตัวเอง ควร start ที่เรา จากเสียงในหัวของเรา ไม่ใช่เสียงของคนอื่น
9) มารีญาในรายการนี้ เป็น 1 คนที่ทำให้การเล่นเกมสนุกมาก เธอมาด้วยความมั่นใจในทุก week ใส่ความสนุกสร้างสรรค์ และเอาทัศนคติที่ดีและพลังบวกส่งให้น้องในทีมเสมอ เธอเห็นคุณค่าของทุกคนในทีม และพยายามรักษาทุกคนไว้ ให้อยู่ในเกมนานที่สุด พยายามไม่ให้น้องๆถูกตัดออก เพราะเธอเชื่อในคุณค่าของมนุษย์ ที่พัฒนาต่อไปได้ เชื่อว่าน้องๆของเธอยังเก่งกว่านี้ Shine กว่านี้ได้อีก ใน week ต่อๆไป
10) เรามาเขียนเรื่องนี้ เพื่อบอกกับทุกคนที่กำลังคิดแบบภูมิว่า "Body Positivity" มันสำคัญเสมอนะ คุณต้องตื่นมาอยู่ในร่างกายนี้ของตัวเองทุกวัน รักตัวเองมากๆ และเห็นคุณค่าของตัวเองเสมอ มันจะพาคุณไปข้างหน้า ถ้าคุณรัก และภูมิใจในสิ่งที่คุณเป็น แล้วเชื่อมั่นว่า ร่างกายนี้ของคุณจะออกไปสร้างความสำเร็จในชีวิตให้กับคุณ แม้มันไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม
"ขอให้คุณเป็นคุณ ใน best version ที่เห็นคุณค่าของตัวเองจริงๆ"
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
facebook.com/photo/?fbid=13…
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
facebook.com/tootsyreview/
x.com/tootsyreview
@tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/
@tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview
@tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review
lemon8-app.com/tootsyreview

ไทย
SegnoSign retweetledi

มองเกมขาดไม่รู้จะขาดยังไง กรณี #ไทยกัมพูชา คุณช่อพรรณิการ์ พูดจนปากจะฉีกกกกก ตอนนี้ทางกัมพูชาปฎิบัติการทางข้อมูลข่าวสารหนักมากก จริงๆ พลาดมากที่ใช้กับระเบิด แล้วไทยรออะไรทำไม่ไม่ซ้ำ
ตอนนี้รัฐบาลไทยได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ #ชายแดนไทยกัมพูชา แล้วหรือยัง?! เตรียมหลักฐานไปสู้เลยว่า มาฟัง แล้วจดไปใช้ได้เลย แค่ไปถึง UN ก่อนเขาไม่นับ เขานับว่าใครทำให้สมาคมประหว่างประเทศโดยเฉพาะสมาชิก UNSC เชื่อได้ว่าคุณไม่ผิด
“Cambodia has repeatedly violated numerous international covenants, including the Geneva Conventions. Their forces fired upon a Thai hospital, resulting in the deaths of children and the elderly. Furthermore, Cambodia initiated the attack on Thailand by using landmines, which severely injured two Thai soldiers, causing them to lose their limbs”
#cambodiaopenedfirefirst
ไทย
SegnoSign retweetledi

สถิติน่าสนใจ
ญี่ปุ่นที่เราเห็นว่าฆ่าตัวตายเยอะๆ (18.8 ในแสนคน)
จริงๆ แล้วอัตราฆ่าตัวตายน้อยกว่าเกาหลี (26.9 ในแสนคน) มาก
และ ประเทศไทย ที่ดูคนยิ้มแย้มแจ่มใสแฮปปี้
ฆ่าตัวตายกัน (14.4 ในแสนคน) ไม่ห่างจากญี่ปุ่นมากนัก
ส่วนภูฏาน ที่ดูเป็นแดนสันติ ก็มีความเครียดฆ่าตัวตายในระดับพอประมาณ (11.4 ในแสนคน)
ส่วนประเทศที่ดูปากกัดตีนถีบแย่งชิงมีสงคราม อย่างเวเนซุเอล่า (3.7 ในแสนคน) ซีเรีย (1.9 ในแสนคน) อิรัก (3 ในแสนคน) ดันไม่ค่อยฆ่าตัวตายกัน สงสัยจะตายเพราะถูกฆ่าหรือเอาปืนไปฆ่าเขาเลยดีกว่า
ในขณะที่ประเทศซึ่งได้รับคำยกย่องว่าเป็นประเทศที่มีความสุข อย่างฟินแลนด์ (15.9 ในแสนคน) เอสโทเนีย (17.8 ในแสนคน) สวีเดน (14.8 ในแสนคน) กลับมีอัตราฆ่าตัวตายค่อนข้างสูงพอสมควร
เรื่องการฆ่าตัวตายเลยสรุปได้ยากว่ามีเหตุมาจากอะไรในระดับประเทศ เพราะประเทศรวยจนก็ฆ่าตัวตายกันได้ มีปืนไม่มีปืนก็ฆ่าตัวตายพอกัน ประเทศร้อนประเทศหนาวก็เฉลี่ยๆ กันไป
แต่ที่แน่ๆ พบว่า ประเทศหมู่เกาะที่เป็นชายทะเลมีหาดสวยใส ฆ่าตัวตายกันน้อยมาก เช่น มัลดีฟส์ (2.3 ในแสนคน) จาไมกา (2.2 ในแสนคน) บาฮามาส (1.7 ในแสนคน) แอนติกัวและบาร์บูดา (0.5 ในแสนคน)
ดังนั้นถ้ามีคนซึมเศร้าเหงาหงอย อยากฆ่าตัวตาย พาไปทะเลไปเกาะอาจจะช่วยได้มั้งนะ
ไทย
SegnoSign retweetledi

[ จดหมายเปิดผนึกถึงคุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ]
เรื่อง ขอให้ทบทวนการการออกสัมปทานรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ซึ่งอาจเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนพลังงาน
ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นเพราะไม่เห็นด้วยกับการประกาศรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. ที่ท่านนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเป็นประธาน
ผมเห็นว่าการรับซื้อพลังงานครั้งนี้ รับซื้อด้วยราคาที่แพงเกินไป ไม่มีการเปิดประมูลเพื่อให้มีการแข่งขัน ซึ่งหากดำเนินการต่อไป อาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้รัฐและประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงเกินไปโดยไม่จำเป็น
การจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ครั้งนี้ ใช้ราคาและหลักการเดียวกับการจัดซื้อพลังงานหมุนเวียน 5,200 เมกกะวัตต์ในปี 2565 สมัยที่คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นนายกรัฐมนตรี การจัดซื้อครั้งนั้น มีเอกชนเสนอขายมากกว่าจำนวนที่รัฐบาลต้องการซื้อถึง 3.3 เท่าตัว (ต้องการซื้อ 5,200 เมกะวัตต์ เอกชนเสนอขาย 17,400 เมกะวัตต์) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคารับซื้อสูงเกินกว่าราคาตลาด จึงมีเอกชนสนใจเสนอขายจำนวนมาก
ในฐานะที่คุณแพทองธารเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ผมขอให้ท่านทบทวนนโยบายการจัดซื้อพลังงาน 3,600 เมกะวัตต์นี้เสียใหม่ การประกาศผู้ได้รับการคัดเลือกจะเกิดขึ้นปลายปีนี้ และลงนามในสัญญาปีหน้า ยังไม่สายเกินไปที่จะทำให้การเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเป็นไปด้วยความเป็นธรรม
ในการตอบกระทู้สดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในสภาผู้แทนราษฎร คุณพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตอบคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ผู้ตั้งกระทู้ ว่าท่านเห็นด้วยว่าเงื่อนไขมีข้อบกพร่อง และรับปากกับสภาว่าจะทบทวนการซื้อพลังงานครั้งนี้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผมจำเป็นต้องเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า อำนาจในการหยุดยั้งแก้ไข ไม่ได้อยู่ที่ท่านรัฐมนตรี แต่อยู่ที่ตัวท่านนายกฯ เอง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
อย่าให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดเป็นโอกาสให้กลุ่มทุนร่ำรวยขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยนวัตกรรมใดๆ ที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศ
อย่าให้ประชาชนต้องรับภาระการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดด้วยการจ่ายค่าไฟที่แพงขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม
จากการประเมินเบื้องต้น หากการรับซื้อพลังงานหมุนเวียน 3,600 เมกะวัตต์ ดำเนินต่อไปด้วยเงื่อนไขปัจจุบัน รัฐจะจ่ายค่าไฟแพงกว่าที่ควรจะเป็นหากเกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมถึง 66,000 ล้านบาท (พิจารณาจากมูลค่าปัจจุบัน)
ท่านนายกรัฐมนตรีมีทางเลือกคือ หากต้องการดำเนินนโยบายนี้ต่อ ผมขอให้มีการประมูล ให้เอกชนแข่งขันกัน ไม่ใช่กำหนดราคาตายตัว เช่นเงื่อนไขปัจจุบันหรือเงื่อนไขแบบ 5,200 เมกะวัตต์ของปี 2565 หรือใช้กลไก Direct PPA ที่มีอยู่ ที่เปิดให้ผู้ผลิตซื้อขายกับผู้ใช้ได้โดยตรง
.
ไปไกลกว่านั้น หากท่านต้องการปฏิรูปอุตสาหกรรมพลังงานอย่างจริงจัง ท่านมีทางเลือกคือการยุติการจัดซื้อครั้งนี้ ปฏิรูปอุตสาหกรรมการผลิตและการขายพลังงาน ให้เกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม สอดคล้องต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาด
ท่านนายกรัฐมนตรีย่อมทราบดีว่าพรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายที่ต้องการจะลดราคาพลังงาน และปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการบริหารจัดการพลังงานเช่นกัน การรับซื้อพลังงาน 3,600 เมกะวัตต์ ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกำลังทำอยู่นี้ ขัดแย้งโดยสิ้นเชิงต่อแนวนโยบายของพรรคเพื่อไทย
ค่าไฟแพงไม่ใช่ความบังเอิญ และไม่ใช่ผลจากการแข่งขัน แต่มาจากนโยบายรัฐ 20 ปีที่ผ่านมา เราปล่อยให้นโยบายพลังงานสร้างกลุ่มทุนพลังงานที่รวยเป็นแสนล้านขึ้นในประเทศไทย ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างขึ้นมหาศาล รัฐออกนโยบายเอื้อกลุ่มทุนผูกขาด ส่วนประชาชนต้องแบกรับผลกระทบในฐานะเป็นคนจ่ายค่าไฟ
วันนี้ ท่านมีอำนาจที่จะพิจารณาชะลอ หยุดยั้ง หรือเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัตินี้ ผมหวังว่าท่านจะใช้อำนาจนั้นเพื่อรับใช้ประชาชน
ขอแสดงความนับถือ
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
28 ตุลาคม 2567

ไทย

Her Private Life EP.3 ชอบคำพูดของนางเอกตอนมานั่งมองงานศิลปะเวลาทุกข์ใจ ที่บอกเหตุผลว่าทำไมเธอดูรูปภาพพวกนี้แล้วถึงรู้สึกดีขึ้นว่า “ถึงฉันจะดูกระจอกแค่ไหน ฉันก็ยังสุดยอดกว่าภาพวาดจองหองที่แขวนอยู่บนผนังพวกนี้ เพราะฉันเป็นสิ่งมีชีวิตและฉันก็จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไป” #existentialism มากๆ
ไทย
SegnoSign retweetledi
SegnoSign retweetledi
SegnoSign retweetledi











