
Thanyawit Janeaksorn
2.7K posts



ขอรีโพสต์อีกครั้ง ในวันที่พบน้ำมันหายกลางทะเล 57 ล้านลิตรครับ



ในฐานะที่ผมเป็นวิป การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่น ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องที่ปกติมากๆที่ผมก็ทำอยู่ตลอด แทบจะทุกวันที่มีการประชุมสภา และในหลายๆครั้ง ที่มีการประท้วงกันไปมา หรือพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทุกครั้ง ผมก็ใช้วิธีเดินไปถาม และบอกแบบตรงไปตรงมา และถามว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันในวิป เพราะผมคิดว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสภามาตอบโต้กัน การเดินไปคุยกันส่วนตัว พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจกัน หลายครั้งก็จบด้วยการขอโทษขอโพยกัน หลังมีการปะทะคารมกัน ด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นในสภาเช่นกัน ประเด็นในวันนี้ ที่ผมเดินไปคุยด้วย คือต้องการทำความเข้าใจว่า ในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่ทางพรรคดังกล่าว พยายามจะตั้งใจขัดจังหวะ พรรคประชาชน โดยเฉพาะ และไม่เคยประท้วงในลักษณะเดียวกันกับ สส พรรคอื่นๆเลย . ผมจึงพยายาม ที่จะเข้าไปบอกว่า การตั้งใจประท้วงขัดจังหวะ เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะทำให้การประชุมไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิก จะเป็นบรรยากาศที่ไม่ดี และผม บอกว่า ถ้าหากคุณตั้งใจทำแบบนี้ แล้วทางพรรคประชาชน ทำแบบนี้กับทางพวกคุณทุกครั้งที่คุณอภิปรายบ้าง คุณก็คงไม่พอใจเช่นกัน .. ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ chat GPT หรือประเด็นเนื้อหาการอภิปรายใดๆเลยทั้งสิ้น . การเดินไปหาทาง สส.กลุ่มดังกล่าว ผมเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1แถว เพื่อพูดคุย .. สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือ ทาง สส.ทั้ง3คน ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่ง และพยายามส่งเสียงโวยวาย จึงทำให้มีเพื่อนๆ สส.ท่านอื่น เดินเข้ามาห้ามปรามทั้งทางผม และ ทาง 3คนนั้น ทั้งที่จริงๆยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะใกล้เคียงการปะทะใดๆกันเลย .. ซึ่งภาพที่ปรากฎออกมา อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจไปอีกแบบ .. ซึ่งผมต้องย้ำว่า การเดินไปคุยกับพรรคใดๆ ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในสภา . และสิ่งที่ผมคิดว่าทำให้ผมเสียหาย คือการกล่าวหาว่าผมพูดว่า “ระวังตัวไว้ให้ดี” และกล่าวหาอีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพูดคำนี้ ซึ่งการกล่าวหานี้ เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง – สำหรับผม เหตุการณ์นี้ไม่มีสาระอะไร เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นวิป ทำกันเป็นปกติ แต่มีคนพยายามจะ "เล่นใหญ่" เท่านั้นเอง . และจากนี้ จะได้รับทราบว่า ทางพรรคดังกล่าวไม่ยินดีที่จะมีการพูดคุยเจรจาใดๆกัน ทางวิปจะได้ยึดถือแนวทางนี้ในการทำงาน แต่เราก็ยังยินดี ที่จะเดินไปสอบถาม เจรจา หรือ พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เช่นเดิม .






เวลาเริ่มนับถอยหลังลงมาทุกทีสำหรับ 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ภายหลังปรากฏข่าวเป็นที่รับทราบทั่วกันแล้วว่า ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาว่ามีความผิดในมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่ โดยโทษหนักสุดอาจถึงขั้นตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีพ ย้อนมองกลับไปคดีนี้มีจุดเริ่มต้นอันยาวนาน ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การเสนอชื่อแก้กฎหมายของ 44 สส. พรรคก้าวไกล เป็นการ ‘เซาะกร่อนบ่อนทำลาย’ สถาบันฯ นำมาสู่การยุบพรรคก้าวไกล ก่อนที่ ‘ดาบสอง’ จะฟาดฟันลงมาที่ สส. พรรคประชาชน ซึ่งเพิ่งได้รับเลือกตั้งมาใหม่หมาดทั้ง 10 คน แม้จะได้เข้าสภาฯ กันมาไม่นาน แต่หากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ซึ่งยังไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าเมื่อไร ศาลก็จะมีคำสั่งให้ สส. ทั้ง 10 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และตัวเลข 10 คนนี้จะกลายเป็นสุญญากาศที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยในสภาฯ ทั้งการอภิปราย ประชุม ยกมือ ลงมติ หลังจากนั้น หากคดีดำเนินไปจนมีผลกระทบทางการเมืองกับ สส. ทั้ง 10 คน ในจำนวนนี้ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 8 คน จะเลื่อนลำดับถัดไปขึ้นมาทำหน้าที่ สส. แทน ทว่ามี 2 คน คือ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และ ธีรัจชัย พันธุมาศ ซึ่งเป็น สส. กทม. หากเป็นกรณีนี้จะต้องเลือกตั้งซ่อมในเขตดังกล่าว #TheStandardNews



"พิพัฒน์" เผยความคิดเห็นส่วนตัว ยันไม่ลดภาษีสรรพสามิต แต่จะกู้กองทุนมาซัปพอร์ตแทน เมื่อเข้าสู่สภาวะปกติจะดูดเงินจากตลาดกลับคืนสู่กองทุน ไม่กระทบรายได้ของประเทศ ด้าน "กรณ์-พีระพันธุ์" ซัดแรง เหมือนผลักภาระให้ประชาชนใช้คืนแทน ย้อนถาม โรงกลั่น-รัฐบาล เคยคิดแบกรับภาระบ้างไหม #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #กรรมกรข่าวคุยนอกจอ #น้ำมันแพง #วิกฤตพลังงาน #โรงกลั่น #ภาษีสรรพสามิต










