Tieger retweetledi
Tieger
501 posts

Tieger retweetledi

คุณเคยสงสัยไหมครับว่า… ทำไมบางคนถึงมีแต่คนเต็มใจทำตามหรือรับฟัง ในขณะที่บางคนต้องดิ้นรนเพื่อให้คนยอมทำตามหรือยอมรับฟัง? คำตอบอยู่ที่ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวเลยครับ นั่นคือ “คาริสม่า (Charisma)” หรือลักษณะทางธรรมชาติบางอย่างที่ดึงดูดใจผู้คน
เพราะ “ความสามารถในการชนะใจคน ไม่ใช่ใช้แค่สมอง” —แต่คือลักษณะและคุณสมบัติหลายด้านของบุคคลนั้น ตัวอย่างเช่น การสื่อสารที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย การปฏิบัติที่จริงใจและตรงไปตรงมา รวมถึงการมีทักษะทางอารมณ์และสังคม บทความนี้ #เพจSELminder อยากชวนคุยถึงความแตกต่างของ Boss (เจ้านาย) กับ Leader (ผู้นำ) คุณเป็นแบบไหนและจะชนะใจคนอื่นได้อย่างไร?
..............................
🟦 หากเลือกเป็น Boss (เจ้านาย)?
พูดกันตามตรง —บางครั้งการเป็น “เจ้านาย” ดูเหมือนจะง่ายกว่า คุณแค่ออกคำสั่ง.. ให้คนอื่นทำตาม.. งานเสร็จตามสั่ง! แต่ผมชวนสังเกตตรงนี้ครับ “การทำตามคำสั่ง” ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าคนผู้นั่นจะทุ่มเทให้ พวกเขาอาจจะแค่ทำให้เสร็จตามสั่ง เพราะต้องทำไม่ใช่เพราะรู้สึกอยากทำ
การเป็นเจ้านายมากเกินไปอาจสร้างวัฒนธรรมแห่งความกลัวหรือวัฒนธรรมที่ยอมตาม ซึ่งจะปิดประตูความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความกระตือรือร้นของคนภายในทีม แน่นอนคุณอาจพบว่าพวกเขาจะทำงานให้เสร็จ แต่คุณจะสังเกตได้ว่าพวกเขาจะไม่ทุ่มเทเกินหน้าที่ ทำไมนะหรือ..? เพราะพวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ถูก “ให้คุณค่า” ไงครับ! เขาก็เลยไม่รับรู้ว่าตัวเองมีค่า (เมื่อทำงานกับเจ้านายคนนี้)
ลองนึกภาพต้นไม้สักต้น เจ้านายอาจจะรดน้ำแค่พอให้มันมีชีวิตรอด แน่นอนต้นไม้มันรอดแต่มันจะอ่อนแอไม่แข็งแรงเท่าที่ควร ในทางกลับกันผู้นำจะไม่ได้แค่รถน้ำ แต่เขาจะพรวนดิน บำรุงเลี้ยงดู และจัดหาพื้นที่ให้มันเติบโต
..............................
🟥 หากเลือกเป็น Leader (ผู้นำ)?
ทีนี้มาดูอีกด้านหนึ่งกัน ผู้นำจะไม่ได้มุ่งเน้นแค่ผลลัพธ์ —แต่มุ่งเน้นสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้คนด้วย *ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่สนใจเป้าหมายหรือละเลยการวางแผนกลยุทธ์นะครับ แต่พวกเขาพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัย มีคุณค่า และได้รับแรงบันดาลใจ เพื่อให้คนผู้นั้นทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพที่สุด
⬛ ทักษะทางอารมณ์และสังคมช่วยผู้นำได้อย่างไร?
#การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning หรือ SEL) สามารถแยกย่อยออกเป็น 2 ทักษะสำคัญ ได้แก่
- ทักษะทางอารมณ์ (Emotional) คือ ความสามารถในการเข้าใจอารมณ์-ความคิดตนเอง (Self-awareness) ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรมของตนเอง (Self-management) และความสามารถในการรับผิดชอบในสิ่งตนเองได้ตัดสินใจ (Responsible decision-making)
- ทักษะทางสังคม (Social) หมายถึง ความสามารถในการรับรู้และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Social awareness) ความสามารถในการสื่อสารหรือปฏิสัมพันธ์ทั้งทางคำพูดและไม่ใช่คำพูด (Relationship Skills)
................................
🟥 5 เทคนิคเปลี่ยนจาก Boss (เจ้านาย) เป็น Leader (ผู้นำ)
(1) ฟังมากกว่าพูด (Listen More Than You Speak)
ผู้นำที่ดีคือผู้ฟังที่ดี พวกเขาใช้เวลาในการรับฟังความกังวล ความคิด และข้อเสนอแนะของทีม ครั้งต่อไปที่คุณอยู่ในที่ประชุม ให้เน้นที่การฟังและสังเกตว่าทีมของคุณรู้สึกเชื่อมโยงและเห็นคุณค่ามากขึ้นเพียงใด
(2) แสดงความเห็นอกเห็นใจ (Show Empathy)
การเข้าใจความรู้สึกและความท้าทายของผู้อื่นช่วยสร้างความไว้วางใจ หากทีมงานกำลังเผชิญกับวันที่แย่.. ผู้นำจะไม่รอช้าที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจ การกระทำอันแสนดีเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างความภักดีและความเคารพได้ในระยะยาว
(3) ให้เครดิต (Give Team Credit)
ผู้นำเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกับทีม อย่ากลัวที่จะฉายแสงไปที่คนอื่น เมื่อทีมประสบความสำเร็จ ให้แสดงความยินดีอย่างจริงใจ การทำเช่นนี้จะสร้างขวัญกำลังใจและแสดงให้เห็นว่าคุณเห็นคุณค่าในความพยายามของพวกเขา
(4) ให้คำแนะนำ ไม่ใช่คำสั่ง (Provide Guidance, Not Orders)
แทนที่จะบอกคนอื่นว่าต้องทำอะไร จงช่วยให้พวกเขาเติบโต ให้คำแนะนำ แบ่งปันความรู้ และให้พวกเขามีอิสระในการเป็นเจ้าของงานของตนเอง คุณไม่ได้แค่จัดการพวกเขา แต่คุณกำลังช่วยให้พวกเขาพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็นมืออาชีพ
(5) เป็นตัวอย่าง (Lead by Example)
ผู้นำที่แท้จริงจะไม่ขอให้คนอื่น “ทำในสิ่งที่ตัวผู้นำไม่ทำด้วยตัวเอง” ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจนดึกดื่นเพื่อให้ทันกำหนดส่งมอบงานลูกค้า หรืออยากให้ทีมสื่อสารอย่างชัดเจน แต่ตัวผู้นำไม่เคยแม้แต่จะสื่อสารเป้าหมายหรือความคาดหวังเลย เมื่อทีมของคุณเห็นความมุ่งมั่นของคุณ พวกเขาก็จะทำตามอย่างเป็นธรรมชาติ

ไทย
Tieger retweetledi

แชร์จาก fb: Klatawan
ปัจฉิมโอวาท ของ ศ.เหราอี้ คณะชีววิทยา มหาวิทยาลัยปักกิ่งในพิธีรับปริญญาของ ม.ปักกิ่ง ในปี ค.ศ.๒๐๑๕ ศ.เหราอี้ คณะชีววิทยา เป็นตัวแทนคณาจารย์กล่าวปัจฉิมโอวาท โดยใช้เวลาเพียง ๔ นาที แต่เป็นคำกล่าวที่ได้รับการส่งต่ออย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดียของจีน
"ผมขออภัยด้วยที่ไม่อาจอวยพรให้บัณฑิตทุกคนประสบความสำเร็จ ไม่อาจอวยพรให้ทุกคนมีความสุข"
เพราะประวัติศาสตร์บอกเราว่า สำหรับบางคน เพื่อ "ความสำเร็จ" เขายอมทิ้งสำนึกผิดชอบชั่วดี เพื่อ "ความสุข" เขาไม่สนใจแม้จะอยู่บนกองทุกข์ของผู้อื่น
ในทางฟิสิกส์ อะตอมต้องฝืนกฎข้อที่ ๒ ของเทอร์โมไดนามิกส์ กว่าจะประกอบกันขึ้นเป็น "สิ่งมีชีวิต" จึงนับเป็นเรื่องมหัศจรรย์
ในทางชีววิทยา กว่าจะเกิดเป็น "มนุษย์" ตามขั้นตอนของวิวัฒนาการ ก็ต้องนับเป็นเรื่องมหัศจรรย์เช่นกัน
บัณฑิตทุกคนที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ท่านเองจึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์จากมุมมองของวิทยาศาสตร์
บัณฑิตทุกคน ซึ่งเป็นผลจากกฎวิวัฒนาการที่ทำให้มนุษย์สูงกว่าสัตว์ จึงควรเคารพตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นที่ผ่านมา วันนี้ หรือในอนาคต มีเพียงตัวเราเองเท่านั้น ที่รู้ชัดถึงความคิดและการกระทำของตัวเอง
อารยธรรมของโลกทั้งหลายล้วนใช้ความเชื่อทางศาสนามาเป็นเครื่องควบคุมความคิดและการกระทำของบุคคล
แต่สำหรับคนจีน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เชื่อในการมีอยู่ของพระเจ้า อารยธรรมของจีนเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนต้องควบคุมตน ดังนั้น จึงให้ความสำคัญกับ "การเคารพตนเอง" เป็นอันดับแรก
เมื่อพวกคุณเข้าสู่สังคม พบเห็นอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น เริ่มเผชิญจุดอ่อนและปมด้อยของตัวเอง ภายหลังจากที่คุณผ่านร้อนผ่านหนาว ท่ามกลางสิ่งเย้ายวนและล่อลวงใจ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ไม่ง่ายที่จะชนะใจตัวเอง คงความรู้สึกนับถือศรัทธาตัวเองได้... ไม่ใช่เรื่องง่ายก็จริง แต่เป็นเรื่องควรค่าอย่างยิ่งที่จะพยายาม
พยายามอย่าได้:หลงตัว, ลืมตัว, ลดตัว, เหลิงตัว, หลอกตัว, หลบตัว, ลอยตัว, เล่นตัว
แต่จงพยายาม:มั่นใจในตน, ภูมิใจในตน, ประมาณตน, รู้จักตน, ทบทวนตน, แก้ไขตน, ให้กำลังใจตน, พัฒนาตน
เพราะการเคารพตนเอง เป็นพื้นฐานของจิตใจที่เสรี การงานที่เป็นตัวของตัวเอง และชีวิตที่เป็นอิสระ
เพราะฉะนั้น ผมจึงขออวยพรให้พวกคุณ
ในวันที่เกษียณ ขอให้คุณรู้สึกว่า ในการทำงานที่ผ่านมา คุณนับถือศรัทธาตัวเองได้
ในวัยชรา ขอให้คุณรู้สึกว่า ชีวิตที่ผ่านมา สร้างประโยชน์ สร้างคุณค่า คู่ควรให้ตัวเองนับถือ
อย่าถามผมว่าทำได้อย่างไร, ๕๐ ปี ต่อจากนี้ เมื่อคุณกลับมาที่นี่ มาเล่าให้น้องๆ ฟังว่าตัวคุณทำได้อย่างไร
และในวันสุดท้ายที่อะตอมในร่างกายคุณกลับคืนสู่ธรรมชาติตามกฎข้อที่ ๒ ของเทอร์โมไดนามิกส์ ขออวยพรให้ชีวิตของคุณที่ผ่านมานั้น
มิใช่เป็นเพียงสิ่งมหัศจรรย์จากมุมมองของวิทยาศาสตร์
แต่ยังเคยฉายความน่ารักอย่างมนุษย์ที่สมบูรณ์
............
ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร์ ผู้ถอดความ
ขอบคุณเจ้าของภาพ
facebook.com/share/p/qzoVGy…
.
.

ไทย
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi

จากปสกที่สอนหลานตัวเอง
ด้วยphonics คือมันช่วยปูพื้นฐานตั้งแต่วิธีการออกเสียงabc ที่ถูกต้อง การผสมเสียงจนอ่านอิ้งเองได้เร็วมาก แล้วพอรู้ว่ามันออกเสียงยังไงก็จะเริ่มฟังออกได้เองแบบธรรมชาติค่ะ elt.oup.com/student/oxford…
ฟรีทุกอย่าง แบบฝึกหัดมีให้โหลดฟรี หรือจะซื้อหนังสือเอาก็ได้
เอมิ@imnapnoi
อยากเริ่มเรียนภาษาอังกฤษใหม่หมดเลย เรียนสอบและอยากพูดได้ อ่านออก เขียนในชีวิตประจำวันได้ด้วย ควรเรียนกับใครดีคะ พอดีเรากดดันตัวเองมาก เพื่อนส่วนใหญ่เขาเรียนอิ้งได้แทบหมดเลย ยิ่งพาร์ทฟังเราไม่เข้าใจอะไรเลยค่ะ นอยมาก😭 (พฐ มีแค่นิดเดียวแบบนิดเดียวจริงๆ ค่ะ ขอราคาไม่สูงมากนะคะ ㅜㅜ)
ไทย
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi

กฎแรงดึงดูด (Law of attraction) คือ เครื่องมือที่ง่ายที่สุด ที่เราจะได้มาซึ่งสิ่งที่เราปรารถนาในชีวิต เราไม่ได้ต้องการอะไรเลยในการใช้กฎแรงดึงดูด นอกจากตัวเราเอง ที่จะทำ 5 ข้อนี้
1. ใช้ความคิดของเราเป็นแม่เหล็ก : อยากได้อะไร ปรารถนาสิ่งไหน คิดถึงสิ่งนั้น จดจ่ออยู่กับสิ่งนั้น ยิ่งคิดถึงบ่อย ยิ่งจดจ่อมาก แรงดึงดูดยิ่งมีพลัง
2. Manifesting : คิดถึงสิ่งที่เราอยากได้ สิ่งที่เป็นของเราแล้ว แค่อยู่ระหว่างเดินทางมาถึงเรา Manifest ด้วยใจที่มีความสุข และเบาสบาย ทำด้วยความเชื่อมั่น
3. คำพูดที่เป็นบวก : เขียน พูด หรือพิมพ์ ในสิ่งที่เราปรารถนาออกมาโดยไม่ต้องลังเลใจ หรือกังวลว่าจะเป็นไปได้ไหม จงจำไว้ว่า การกล้าเอ่ยถึงสิ่งที่เราปรารถนา คือ ก้าวแรกของความสำเร็จ
4. เชื่อมั่น : เชื่อมั่นในตัวเองว่าเราจะได้รับสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต และความปรารถนาทุกอย่างในชีวิตเราเป็นไปได้เสมอ ไม่ว่าจะดูไกลตัว หรือยากเท่าไหร่ ก็ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ และเชื่อมั่นในกฎแรงดึงดูด บางครั้งสิ่งที่เราปรารถนาอาจมาถึงไม่เร็วเท่าใจเรา ก็อย่าเพิ่งถอดใจ หรือคิดลบ จำไว้ว่า สิ่งดี ๆ กำลังเดินทางมาหาเรา และการคิดบวกจะช่วยให้สิ่งดี ๆ หาเราจนเจอ
5. รู้สึกขอบคุณ : กฎง่าย ๆ ของกฎแรงดึงดูด คือ ยิ่งเราเห็นคุณค่าสิ่งที่ได้รับ ยิ่งเรารู้สึกขอบคุณสิ่งที่มี เราก็จะยิ่งได้รับ และมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่าเมินเฉย หรือชินชากับสิ่งดี ๆ ที่เราได้รับในทุกวัน แต่จงเฉลิมฉลองมันด้วยการมีความสุขกับชีวิต
จำไว้ว่า ในกฎแรงดึงดูด เราเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง เราเป็นผู้กำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตของเราเอง เราคือผู้ที่ควบคุมชีวิตของตัวเอง จงคิดดี พูดดี และทำในสิ่งที่ดีเสมอ ในระยะยาว จักรวาลจะส่งมอบสิ่งดี ๆ ที่เป็นของเราให้กับเรา
ไทย
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi
Tieger retweetledi



















