Nat Lertmongkol

5.1K posts

Nat Lertmongkol banner
Nat Lertmongkol

Nat Lertmongkol

@planner_nat

ชวนคุยเรื่องการเงินส่วนบุคคลได้ ปรึกษาเรื่องภาษีได้ ใครอยากถามเรื่องประกันก็ได้ เพิ่มเติมคือ ตอนนี้คุยเรื่องลดน้ำหนัก ดูแลสุขภาพได้ด้วย

Thailand Katılım Kasım 2009
257 Takip Edilen8.8K Takipçiler
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
เหมือน Youtube จะล่ม
ไทย
1
0
0
731
Nat Lertmongkol retweetledi
if you need me, i’d always be here.
if you need me, i’d always be here.@ifyouneedmeida1·
กว่าจะอ่านจบ ยาววมากพันกว่าประโยค สรุปสาระสำคัญจากบทความของ Ray Dalio เกี่ยวกับ Stage 6 (ระยะสงคราม) ให้เข้าใจง่ายใน 3 ประเด็นหลัก 1. วงจรโลกกำลังเปลี่ยน (Stage 5 ไป Stage 6) Dalio วิเคราะห์ว่าโลกในรอบ 500 ปีจะหมุนเวียน 6 ระยะ ซึ่งตอนนี้เราอยู่ ปลายระยะที่ 5 และกำลังก้าวเข้าสู่ ระยะที่ 6 (ระยะสงคราม) โดยมีสัญญาณเตือนคือ: * หนี้สินท่วมโลก: มีการพิมพ์เงินออกมามากเกินไปจนค่าเงินเสื่อม * ความขัดแย้งภายใน: ช่องว่างรวย-จนกว้างที่สุดในรอบร้อยปี เกิดการแบ่งฝั่งทางการเมืองรุนแรง * การท้าทายอำนาจ: มหาอำนาจใหม่ (จีน) ขึ้นมาท้าทายมหาอำนาจเดิม (สหรัฐฯ) จนกฎเกณฑ์เดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป 2. สงครามในนิยามใหม่ ระยะที่ 6 ไม่ได้หมายถึงแค่การยิงกันด้วยอาวุธ แต่รวมถึง: * สงครามเศรษฐกิจ: การคว่ำบาตร การตั้งกำแพงภาษี * สงครามเทคโนโลยี: การแย่งชิงความเป็นหนึ่งด้าน AI และชิป * สงครามการเมือง: การแทรกแซงและโฆษณาชวนเชื่อ 3. คำแนะนำการเอาตัวรอด (แบบนักลงทุนระดับโลก) เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตและเข้าสู่ระยะที่ 1 (ยุคสร้างระบบใหม่) อีกครั้ง Dalio และเหล่านักลงทุนแนะนำว่า: * ถือ "สินทรัพย์จริง" (Hard Assets): เน้นทองคำ เพราะเป็นสิ่งเดียวที่รักษามูลค่าได้เมื่อระบบการเงินสั่นคลอน * กระจายความเสี่ยงขั้นสุด: อย่าฝากชีวิตไว้กับสกุลเงินเดียวหรือประเทศเดียว (แนะนำหุ้นโลกและพันธบัตรระยะสั้น) * สร้างทางเลือก: พัฒนาทักษะใหม่ๆ มีแผนสำรองสำหรับที่อยู่อาศัย (ประเทศที่เป็นกลาง) และมีสติ (Mindfulness) เพื่อตัดสินใจอย่างมีเหตุผล สรุปสั้นๆ: โลกกำลังเข้าสู่ช่วงวุ่นวายและจัดระเบียบใหม่ หน้าที่ของคุณไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการ "กระจายความเสี่ยง" ทั้งในสมุดบัญชีและในการใช้ชีวิต สรุปแผนรับมือวิกฤต Stage 6 (สงคราม/ความขัดแย้งรุนแรง) ตามแนวทาง Ray Dalio ให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้ทันที ดังนี้ 🛡️ 1. ป้อมปราการการเงิน (เน้นรอด) * สำรองเงินสด: เก็บเงินสภาพคล่องสูงให้พอใช้ 12–24 เดือน (เผื่อตกงานหรือระบบธนาคารมีปัญหา) * เคลียร์หนี้: กำจัดหนี้ดอกเบี้ยแพงให้หมด ห้ามสร้างหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น * ทำประกัน: ตรวจสอบประกันสุขภาพและชีวิตให้พร้อมที่สุด 📈 2. พอร์ตลงทุนแบบ "ทุกสภาวะ" (All-Weather) เน้นกระจายความเสี่ยง ไม่ฝากชีวิตไว้กับสินทรัพย์เดียว: * ทองคำ/สินค้าโภคภัณฑ์ (10-20%): สำคัญที่สุด! เป็นสินทรัพย์ที่มูลค่าไม่หายไปในภาวะสงคราม * หุ้นโลก (30%): เน้นบริษัทใหญ่ระดับ Global ที่ไม่อิงกับเศรษฐกิจประเทศใดประเทศหนึ่ง * พันธบัตรระยะสั้น (20-30%): เน้นความปลอดภัยและถอนง่าย เลี่ยงพันธบัตรระยะยาวที่เสี่ยงเงินเฟ้อ * สินทรัพย์ทางเลือก (5-15%): Bitcoin (โอนย้ายง่าย) หรือที่ดินทำกิน (ผลิตอาหารได้) 🎒 3. การเตรียมตัวใช้ชีวิต (แผน B) * ทักษะติดตัว: ปฐมพยาบาล, ภาษา, หรือทักษะที่ใช้หาเงินได้ทุกที่ * ชุดฉุกเฉิน: เตรียม "กระเป๋าเอาตัวรอด" (ยา, อาหาร, เอกสารสำคัญ) ที่หยิบแล้วหนีได้ทันที * หาทางหนีทีไล่: เล็งประเทศหรือพื้นที่ปลอดภัย (ประเทศเป็นกลาง) หากสถานการณ์บานปลาย * คุมสติ: ฝึกจิตใจให้ให้นิ่ง เพื่อให้ตัดสินใจบนเหตุผล ไม่ใช่ความกลัว 💡 สรุป 3 หัวใจสำคัญ: * กระจายทุกอย่าง: ทั้งทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และแหล่งรายได้ * ถือของจริง (Hard Assets): ทองคำและของที่จับต้องได้ ป้องกันเงินเฟ้อพุ่ง * เน้นความคล่องตัว: เงินสดต้องมี แผนสำรองต้องพร้อม เดี๋ยวจะสรุป กลยุทธ์การเลือกทองคำและหุ้นโลกให้รอดและรุ่งในสถานการณ์นี้ ก็ลองอ่านผ่านตา แล้วใช้ปัญญาไตร่ตรองพิจารณารับมือดีๆ อีกที ใต้โพสต์นี้นะ
ไทย
1
590
815
46.9K
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
แนะนำมาก ๆ
Hyper Shark!@HyperSharkk

สรุป 15 ข้อคิดจากบทความนี้ของ Dan Koe (ยาวหน่อย แต่อร่อยแน่! 🤭) ผมเพิ่งนั่งอ่านบทความนี้ของ Dan Koe แบบจริงจังไปเกือบ ทั้งวัน คือทั้งวันจริงๆ ไม่ใช่เพราะมันยาวนะ แต่อ่านแล้วหยุดคิดบ่อยมาก อ่านจบประโยคหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวเลยแล้วแบบ… “เออ โดนว่ะ” บทความนี้อาจจะเป็นที่สุดของปี 2026 ของผมเลย (เปิดปีมาก็โดน Dan Koe เล่นล้าววว 🤣) บทความนี้ชื่อ How to fix your entire life in 1 day ฟังดูเหมือนขายฝันนะครับ แต่พออ่านจริงๆ มันไม่ใช่แนวฮึดๆ สู้ๆ มันคือบทความที่...ทำให้เราหยุดโกหกตัวเอง แล้วมองชีวิตตัวเองแบบตรงไปตรงมามากขึ้น อ่านจบแล้วผมรู้สึกเลยว่า มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนชีวิตผมในทันทีหรอก แต่มันเปลี่ยนวิธีที่เรามองชีวิตแน่นอน มาดู 15 ข้อคิดที่ผมได้จากบทความนี้กันครับ 1. ปัญหามันไม่ใช่เพราะคุณไม่พยายาม แต่มันคือคุณพยายาม ทั้งที่ยังเป็นคนแบบเดิมอยู่ ทำอะไรเดิมๆ และหวังจะได้ผลลัพท์ใหม่ๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้ 2. คนที่เขาสำเร็จ ไม่ได้ฝืนทำสิ่งที่ดี แต่เขาฝืนทำสิ่งที่แย่ไม่ได้ต่างหาก (อันนี้คมจัด) การตัดมักยากกว่าการเลือกเสมอ... 3. อยากได้ชีวิตแบบไหน คุณต้องเริ่มใช้ชีวิตแบบนั้น ตั้งแต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ 4. คนที่บอกว่า “อยากเปลี่ยนชีวิต” แต่การกระทำสวนทาง ลึกๆ คือยังไม่อยากไปตรงนั้นจริงๆ 5. ทุกพฤติกรรมของเรา มีเหตุผลเสมอ แม้แต่การขี้เกียจ หรือผัดวันประกันพรุ่ง (โอ้ววว โดนตบหน้าไปหลายทีละ) 6. หลายครั้งเราไม่ลงมือ ไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เพราะกลัวคนอื่นตัดสินเรา ตอนงานมันเสร็จจริงๆ เรามักจะสนใจคนอื่นมากจนลืมสนใจตัวเอง 7. บางคนไม่ได้กลัวความล้มเหลว แต่กลัวเสีย “ข้ออ้าง” มากกว่า 8. ตัวตนเราถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็ก แล้วเราจะปกป้องมันสุดชีวิต แม้มันจะทำให้ชีวิตเราไม่ดีขึ้นก็ตาม... 9. เวลามีใครมาท้าทายความเชื่อเรา สมองเราจะต่อต้านเหมือนโดนคุกคาม แล้วเราจะเถียงกลับทันที โดยไม่รู้ตัว (รับฟังอะไรที่ต่อต้านต่อความเชื่อเดิมๆ ของเราบ้าง เพื่อให้เราได้คิดมากขึ้น) 10. ถ้าจะเปลี่ยนชีวิตจริงๆ คุณต้องยอมเสียภาพลักษณ์ของตัวเองบางอย่างไป ซึ่ง… มันเจ็บนะ (อันนี้ Dan บอก ผมเปล่าน้าา 😅) 11. เป้าหมายไม่ใช่แค่ว่าอยากได้อะไร แต่มันคือเลนส์ที่คุณใช้มองโลกทั้งใบ 12. ความฉลาด ไม่ได้วัดจาก IQ แต่วัดจากว่า “คุณเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ไหม” บางคนมองข้ามความผิดพลาดเพียงเพราะไม่อยากเห็นมัน จนลืมไปว่านั้นแหละบทเรียนสำคัญของเราบางครั้งมาจากความผิดพลาด 13. เส้นทางที่คนส่วนใหญ่เดิน ส่วนมาก… ไม่เวิร์ก (ผมเห็นด้วย 100%) แต่เราก็ยังเดินตามกัน 14. จุดเปลี่ยนชีวิต มักมาเมื่อคุณเบื่อชีวิตเดิมจริงๆ ความอึดอัดไม่ใช่เรื่องแย่ มันคือสัญญาณ 15. ถ้าคุณจัดชีวิตให้เหมือนเกม มีด่าน มีภารกิจ มีความเสี่ยง ชีวิตจะโฟกัสได้มากขึ้น และสนุกขึ้นแบบแปลกๆ สรุปแบบสั้นมากจากผมเลยนะ บทความนี้ไม่ได้ทำให้คุณ “ขยันขึ้นทันที” หรือ “มีวินัยขึ้นในพรุ่งนี้เลย” แต่มันทำให้คุณโกหกตัวเองต่อได้ยากขึ้น และแค่นั้นแหละ ก็เปลี่ยนชีวิตได้เยอะแล้วครับ ใครที่ช่วงนี้รู้สึกว่า “ชีวิตมันน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ไม่รู้ติดอะไรอยู่” ลองอ่านบทความนี้ดูครับ ผมบอกเลย อ่านจบคำพูดของ Dan จะตามหลอนไปอีกหลายวันแน่ๆ 😂

ไทย
1
0
7
2.2K
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
ช่วงนี้ติดคนที่บ้านติด Muji มาก ตั้งแต่ได้ไปลองน้ำมันบำรุงผม (เรียกถูกมั้ย) ส่วนผม ได้ลองกระดาษเช็ดแว่น เฮ้ย ของดี --- มี item อะไรน่าลองอีกบ้างครับ วานป้ายยา
ไทย
1
0
2
827
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
ยังจะมีคนถามอีกมั้ยว่าทำไมไม่อยากเสียภาษี ?
ไทย
0
0
0
357
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
ใครเงินเดือนน้อยกว่า 75,000 ขออนุญาติ Unfriend นะครับ . . อุ๊ย ลืมไป อาจารย์มหาลัยได้ 34,500 บาทต่อเดือน 😂
ไทย
14
648
450
59.4K
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
หลังเกษียณอยากได้ทั้งบำนาญประกันสังคม แล้วก็ยังได้รักษากับสิทธิประกันสังคมด้วยต้องทำยังไง ? . . . . . . . . . . . อยากรู้ล่ะสิ . . . . . . . . . ทำไม่ได้ กฎเขียนมาแบบนั้น ...หยุด...ถ้าจะโวยวาย จะดราม่า เอาเวลาไปทำงานเถอะ . ได้อย่างมาก 6 เดือนแรก (รักษาต่อเนื่อง) ได้เท่านี้จริง ๆ
ไทย
0
2
0
1.2K
Nat Lertmongkol retweetledi
Eaaaw
Eaaaw@Eaaaw·
ที่ญี่ปุ่นจะมีสถานที่ให้ทุกคนเข้าไป สัมผัสประสบการณ์อุบัติภัยชนิดต่างๆ และวิธีการเตรียมตัวรับมือเสมือนจริง ได้ความรู้เยอะมาก อย่างเช่นหลายคนไม่รู้ว่าน้ำท่วมข้างนอกแค่ 20 เซนติเมตรเราก็เปิดประตูบ้านไม่ได้แล้ว แล้วมีหลายที่ด้วยนะ สามารถเข้าไปได้ฟรีเลย ประเทศพัฒนาแล้วอะเนาะ 👍🏻✨️
ไทย
16
11.1K
9.2K
540.9K
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
@matsutako_jp อ้าวแบบนี้ต้องรีบหาเวลาไป 555 ปิดเมื่อไรพอรู้ไหมครับ
ไทย
2
0
1
66
Matsutako(💙,🧡) ✨🔴_🔴✨
@planner_nat คุณนัทขอโทษตอบช้านะคะ เมื่อวานแฮงค์ไป 1 วันเต็มๆค่ะ 😹 เดี๋ยวมาทำรีวิวค่ะ ร้านปิดเดือนหน้าเพราะพื้นที่ซอยนั้นทั้งหมดโดนซื้อไปทำคอนโดค่ะ🥲
ไทย
1
0
1
114
Matsutako(💙,🧡) ✨🔴_🔴✨
โนมิโฮได(ดื่มไม่อั้น) ที่จริงใจ ใครอยากเมามาที่นี่ อิซากายะญี่ปุ่น 1 ชม 248 บ. ถูกสุดที่เคยเจอมาใครเจอถูกกว่านี้วานบอกพิกัด ถ้าเอา 2 และ 3 ชม ถูกไปอีก มีหัวจ่ายเบียร์ติดตั้งที่โต๊ะ ดริ๊งอื่นๆ ปรุงเองที่สเตชั่น ร้าน Lemon to manao สุขุมวิท 26 ไว้มารีวิวจริงจังอีกรอบหลังสร่างเมา☺️
ไทย
2
66
66
15.9K
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
สุดยอด
บูม JapanSalaryman|New!คอร์สบริหารเวลาสไตล์ญี่ปุ่น@JapanSalaryboom

โอทานิ โชเฮย์ กับกระดาษ 1 แผ่น ที่เปลี่ยนชีวิตเขา… จากเด็ก ม.4 ธรรมดา → สู่นักเบสบอลค่าตัวแพงที่สุดในโลก (Mandala Chart with Ohtani Shohei) วันนี้ผมอยากพูดถึงชายคนหนึ่ง ที่นอกจากจะเป็นยอดนักกีฬา ยังเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กญี่ปุ่น และคนทำงานได้ไม่น้อยกว่า CEO ระดับโลก . เขาชื่อว่า โอทานิ โชเฮย์ ปัจจุบันอายุแค่ 30 ปี แต่ผ่านทั้ง MLB (เมเจอลีกเบสบอลในอเมริกา) , WBC (เบสบอลเวิลด์คลาสสิค) และเซ็นสัญญากับ Dodgers ด้วยค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์โลก แต่รู้ไหมครับ…จุดเริ่มต้นของเขา ไม่ใช่แค่ฝึกหนัก แต่คือ “แผนกระดาษ 1 แผ่น” ที่เขียนตั้งแต่อายุ 16 ปี . ย้อนกลับไปวันที่ 6 ธันวาคม 2010 ตอนนั้นโอทานิ โชเฮย์ เป็นแค่นักเรียน ม.4 เขียน Mandala Chart ใส่กระดาษหนึ่งแผ่นด้วยลายมือตัวเอง ตรงกลางเขียนว่า “ได้รับการดราฟต์อันดับ 1 จาก 8 ทีม” *ความหมายคือ จะเป็นนักเบสบอลที่ถูกเลือกเป็นลำดับที่ 1 ในการดราฟต์ (Draft) จากทั้ง 8 ทีมในลีกเบสบอลอาชีพ (NPB) ของญี่ปุ่นพร้อมกัน”ซึ่งถือเป็นการตั้งเป้าสูงมาก แต่เป้าหมายนั้นทำให้เขาพัฒนาอย่างมีระบบ . จากนั้นเขาแบ่งกรอบรอบ ๆ เป้าหมายกลางออกเป็น 8 ช่อง แต่ละช่องคือลักษณะที่เขาต้องพัฒนาให้ได้ เช่น 1.การสร้างร่างกาย 体づくり 2.บุคลิกภาพ 人間性 3.ด้านจิตใจ メンタル 4.ควบคุมบอล コントロール 5.ความเร็วスピード 160km/h 6.ความเฉียบคมของลูกขว้าง キレ 7.ลูกโค้ง 変化球 8.โชค 運 ที่น่าทึ่งคือ… ทุกหัวข้อรองเหล่านั้น เขาแตกย่อยออกมาเป็น “รายการที่ต้องลงมือทำ” อีกอย่างละ 8 รายการ รวมเป็น 64 รายการ เช่น ในหมวด “โชค 運” เขาเขียนไว้ว่า -ทักทายให้ดี -เก็บขยะ -ทำความสะอาดห้อง -วางตัวกับกรรมการให้ดี -อ่านหนังสือ -เป็นคนที่คนอื่นอยากเชียร์ -คิดบวก -ใช้อุปกรณ์อย่างทะนุถนอม อ่านแล้วผมนิ่งไปเลยครับ… มันคือความตั้งใจในระดับที่ละเอียดที่สุด และเขาทำมันตั้งแต่ยังอยู่ชั้น ม.4 (เทพมากจริงๆ) ———- 🟡Mandala Chart คืออะไร? Mandala Chart ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษ แต่มันคือระบบคิดจากพุทธศาสนา ที่แสดงให้เห็นว่า ทุกเป้าหมายใหญ่เกิดจากความสัมพันธ์ ขององค์ประกอบเล็ก ๆ มันถูกดัดแปลงให้เป็นเครื่องมือวางแผนชีวิต โดยคุณ Matsumura Yasui 松村寧雄 ในปี 1987 ใช้ง่ายมากครับ แค่… 1.วางเป้าหมายหลักไว้ตรงกลาง (1 ช่อง) 2.ล้อมรอบด้วย 8 หัวข้อย่อย (รวมเป็น 9 ช่องตรงกลาง) 3.ขยายจากแต่ละช่องย่อยออกเป็นอีก 8 ช่อง (รวมเป็น 81 ช่อง) ผลที่ได้คือ “เป้าหมายใหญ่” จะถูกย่อยเป็น “เป้าหมายรอง 8 หัวข้อ” และแตกออกเป็น “เป้าหมายย่อย 64 ข้อ” ที่ชัดเจน ลงมือทำได้ และตรวจสอบได้ ⸻ 🟡แล้วทำไม Mandala Chart ถึงมีพลัง? เพราะมันทำให้เรา “เลิกฝันแบบลอย ๆ” แล้ว “เห็นภาพว่าต้องทำอะไรในแต่ละวัน” เพื่อไปถึงจุดนั้น เช่น ถ้าเป้าหมายของเราคือ “ยอดขายอันดับ 1 ในทีม” เราก็จะแตกออกเป็น 8 หัวข้อ เช่น การวางแผน, การฟังลูกค้า, การ follow up และลงมือเขียนว่าในแต่ละหมวด…ต้องทำอะไรบ้าง นี่ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่บริษัทญี่ปุ่นใช้กันจริง โดยเฉพาะในช่วงอบรมพนักงานใหม่ หรือเวลาตั้งเป้าหมายประจำปี . บริษัทเล็ก ๆ หลายบริษัท ตั้งใจให้พนักงานเขียน Mandala Chart ทุกปี เพื่อฝึกให้ทุกคน “คิดอย่างมีโครงสร้าง” และ “ลงมือทำอย่างมีทิศทาง” ——— 🟡 ใช้ได้ในชีวิตจริงแบบไหน? Mandala Chart ใช้ได้ทั้ง 1.แก้ปัญหาในองค์กร 2.ระดมไอเดียผลิตภัณฑ์ใหม่ 3.เขียน TODO list รายวัน 4.พัฒนาแนวคิดแบรนด์ 5.วางแผนการเงินส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ แค่คุณมี “ความฝัน”ก็เริ่มต้นได้แล้ว 🟡 สำหรับใครที่สนใจเริ่มเค้าแนะนำแบบนี้ 1.เป้าหมายต้องเหมาะสม ไม่เวอร์จนทำไม่ได้ 2.ต้องใส่ “กรอบเวลา” ให้ชัดเจน 3.พยายามกรอกให้ครบ 81 ช่อง — เพราะการคิดจะพาไอเดียใหม่มา 4.ที่สำคัญที่สุดคือ “ทำ” และ “ทบทวน” อย่างสม่ำเสมอ ⸻ โอทานิใช้แผ่นนี้ตอนอายุ 16 และมันกลายเป็นเส้นทางที่เขาเดินจนถึงนักเบสบอลมืออาชีพที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ปัจจุบันเขาเป็น Brand Ambassador ของ Hugo Boss, พรีเซนเตอร์หลักให้ Porsche Japan ในแคมเปญ “Porsche Driving Athlete” พรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์อีกหลายสิบแห่ง เช่น นาฬิกา Seiko, เครื่องสำอาง Kose (Cosme Decorte), เครื่องดื่ม Ito En, ธนาคาร Mitsubishi UFJ,Japan Airlines, New Balance ฯลฯ (นี่ึืคือตัวท็อปของญี่ปุ่นจริงๆ นะ) . หากคุณคิดว่าเป้าหมายใหญ่…น่าจะไปไม่ถึง ก็ให้เริ่มจากอะไรเล็ก ๆ การจะวิ่ง 10 กิโล คุณต้องเริ่มจาก “ลุกจากเก้าอี้” ให้ได้ก่อน . ถ้าอยากทำอะไรใหม่ๆ ลองหยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง แล้วเขียนเป้าหมายของคุณตรงกลาง แตกออกเป็น 8 หัวข้อ แตกย่อยแต่ละข้อออกอีก 8 สิ่งที่ต้องทำ คุณไม่ต้องเก่ง แค่ “ชัด” และ “ทำซ้ำ” แล้ววันหนึ่ง…เป้าหมายของคุณจะเดินมาหาเอง Boom JapanSalaryman

ไทย
0
0
1
1K
Nat Lertmongkol retweetledi
ลงทุนแมน
ลงทุนแมน@longtunman·
ส่วนแบ่งตลาด สถานีบริการน้ำมัน ในไทย 5 ปีผ่านมา เปลี่ยนไปแค่ไหน #infographic #ลงทุนแมน
ลงทุนแมน tweet media
ไทย
0
225
175
21.6K
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
รีวิวผ้าเช็ดตัว @matsutako_jp ก่อนหน้านี้ อยากได้ผ้าเช็ดตัวเกรดโรงแรม อยากเช็ดแล้วแห้งเลย ผ้านุ่ม หนัก หลังจากที่ลองใช้แล้ว ได้อย่างที่ต้องการจริง ๆ ถ้าอยากให้นุ่มกว่านี้ ซักเสร็จแล้ว แนะนำให้อบต่ำ ผ้าจะฟูขึ้นอีก ตอนนี้เปลี่ยนทั้งบ้านเลย 4 ผืน
Nat Lertmongkol tweet media
ไทย
1
0
2
1.1K
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
เริ่มเห็นอะไรแปลก ๆ มุมมองด้านเดียวนี่น่ากลัว ติดตามใคร อ่านแล้วต้องกรองตลอด ระวังจะไปเชื่อตามนั้น อย่าไปเข้าใจว่าถูกทั้งหมด เงินนี่ก็อันตราย มีเงินมา มุมมองเปลี่ยนได้ง่าย ไขว้เขวกันไป ช่วงนี้ไม่ได้โพสอะไรมาก นั่งส่องอย่างเดียวพอ ไม่ต้องไปโพสแย้งอะไร ดู ๆ ไปพอ
ไทย
0
0
1
354
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
แม่ค้าที่ตลาดบ่นเลย โดน Lock บัญชี แห่กันไปถอนเงิน เพราะเค้าต้องเอาเงินไปซื้อของมาทำ อยู่ ๆ โดน Lock ไม่ได้ไง คนคิดนโยบายน่าจะไม่ได้คิดเคสแบบนี้ แม่ค้ารับโอนจากทุกคน ไม่รู้หรอกว่าใครบัญชีม้า
ไทย
0
3
0
556
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
เลือกตั้งครั้งหน้า น่าสนุกมาก
ไทย
0
0
0
262
Nat Lertmongkol
Nat Lertmongkol@planner_nat·
อยู่บ้านนั่งทำงานฟังเพลงเพราะ ๆ เบา ๆก็ดีเหมือนกัน เงินเดือนน้อยกว่าไปทำงานครึ่งนึง แต่ก็พอสำหรับกินใช้เหลือเก็บ กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่ายเลย
ไทย
0
0
1
387