ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง

41.5K posts

ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง banner
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง

ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง

@seven__0__two

Katılım Mayıs 2014
407 Takip Edilen122 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง
หนึ่งในคาถาสกัดประกัน เวลาตัวแทนประกันมาจูงใจด้วยเงินคืนมากมาย 200% มั่ง 300% มั่ง ให้ถามกลับสั้นๆ ว่า "IRR กี่ % คะ" ส่วนใหญ่จอดหรือไม่ก็อ้อมแอ้มตอบ เพราะจริงๆ มักจะได้แค่เปอร์เซนต์กว่าๆ อย่างเก่งคือ 2% (IRR คือไร? อธิบายแบบง่ายสุดๆ คืออัตราผลตอบแทนเฉลี่ยรายปี)
big baby@bigbabydontcryy

เห็นเรื่องประกันผ่าน timeline มา ขอเล่าหน่อยเหอะ ตอนนี้คือหมดศรัทธากับพวกประกันมาก คือนี่เคยเห็นทวิตว่าถ้าเราไปสอบตัวแทน จะได้ส่วนลด 30% เวลาซื้อประกัน มันคือค่าคอมแหละ บวกกับคนรู้จักชวน นี่อยากซื้อประกันให้ตัวเอง ไม่ได้ขายใคร เลยไปอ่านหนังสือ สอบดู สรุปคือ

ไทย
2
134
67
14.6K
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง
ทรงนี้ส่วนใหญ่โดนพ่อแม่คาดโทษตั้งแต่ยังไม่ได้ำอะไรผิดอะ แบบ... ถ้าไปทำเรื่องห่าเหวผิด กม ขึ้นมา พ่อแม่จัดการเองแบบไม่ต้องรอ ตร 😂 เอ้อ แต่ความสัมพันธ์ในบ้านเค้าก็แตกต่างจากครอบครัวคนทั่วไปนะ เช่น สมัยวัยรุ่น พอได้ยินเราปฏิเสธพ่อแม่ เค้าจะตกใจกันมาก ว่าลูกปฏิเสธพ่อแม่ได้เหรอ 😅
PU3N9 🐝@babygrac3

เอาเท่าที่รู้จัก พวกลูกตำรวจยศใหญ่ๆ หรือลูกนักการเมืองท็อปๆ ไม่เคยเห็นใครกร่างหรือชอบบอกว่า เดี๋ยวพ่อเคลียร์ให้ เห็นหงิมทุกคน โคตรจะกลัวพ่อ พอเจอคนที่กร่างเลยตีว่า พ่อยังใหญ่ไม่พอ ถึงกล้ากร่างขนาดนี้

ไทย
0
0
0
9
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
PU3N9 🐝
PU3N9 🐝@babygrac3·
เอาเท่าที่รู้จัก พวกลูกตำรวจยศใหญ่ๆ หรือลูกนักการเมืองท็อปๆ ไม่เคยเห็นใครกร่างหรือชอบบอกว่า เดี๋ยวพ่อเคลียร์ให้ เห็นหงิมทุกคน โคตรจะกลัวพ่อ พอเจอคนที่กร่างเลยตีว่า พ่อยังใหญ่ไม่พอ ถึงกล้ากร่างขนาดนี้
ไทย
16
3.4K
3.3K
1M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง
@kittykireiii แต่งค่ะ จะแต่งเร็วกว่านี้ด้วย และจะอารยะขัดขืนที่บ้านทั้ง 2 ฝั่ง จะยืนยันจัดงานแต่งแบบที่ตัวเองอยากได้ด้วย (ปัจจุบันแต่งมา 10+ ปี ไม่มีลูก เที่ยวฉ่ำค่ะ)
ไทย
0
0
0
40
Kitty.co🍋
Kitty.co🍋@kittykireiii·
ถามคนที่แต่งงานแล้ว ถ้าย้อนเวลาได้จะยังแต่งงานไหมคะ
ไทย
109
488
809
316.4K
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง
พี่ที่เรารู้จัก มีแฟนตอนอายุ 30 กว่าๆ แต่พ่อแม่ไม่ยอมรับ ไม่ยอมให้แต่ง เลยคบกันไปเรื่อยๆ ไม่แต่งแต่ก็ไม่เลิก ปัจจุบันอายุ 50+ กันแล้ว เค้าก็ยังคบกันอยู่ แต่ก็แทบหมดโอกาสสร้างครอบครัวกันไปแล้ว และ... พ่อแม่ก็ยังไม่ยอมรับอยู่ 🥲
Skyboyz@Skyboyz15

ชาวเน็ต บอก ดูคลิปนี้แล้วจะเข้าใจ “นายณภัทร” คือลูกที่ดีมากแล้วครับ 🥺 Cr. Truthttruth #นายณภัทร #หมูพิมพ์ผกา

ไทย
0
0
0
125
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
` 마 크 잭 슨 .
` 마 크 잭 슨 .@jsmtjyygyjbbjb·
สองตระกูลคนรวยที่คนไทยชอบ ตระกูลอัมราภรณ์ ตระกูลรังษีสิงห์พิพัฒน์
` 마 크 잭 슨 . tweet media` 마 크 잭 슨 . tweet media
ไทย
40
14K
14.1K
3M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
kafaak ®️ (นายกาฝาก) 
เมื่อวานตอนบ่าย มีเรื่องดีๆ มาให้ผมได้อ่าน คือ เพื่อนร่วมงานคนนึงของผม เป็นชาวอเมริกัน เขามีลูกชาย เมื่อซัก 6 ปีก่อน ตอนกำลังคุยกับเขา เขาอยากจะซื้อ Raspberry Pi ให้ลูกชายเอาไว้หัดพวก Coding และอื่นใด แต่ไม่รู้จะหาซื้อในไทยยังไงดี ไอ้ผมซึ่งก็ซื้อของมาลองมั่วซั่วไปหมด ก็ดันมี Raspberry Pi ตัวนึงพอดี และสุดท้ายผมก็พบว่าจะไม่ได้เอาดีทาง Coding และพวก Maker ใดๆ (แต่ตอนนั้นพยายามหามาลอง เพราะอยากรู้ว่าตัวเองจะไปทางนั้นจริงๆ ไหม) ก็เลยเสนอตัวว่า เดี๋ยวเอามาให้ ไม่ได้ขายนะ แต่จะให้ลูกเขาไปเลย แบบ ผู้ใหญ่สนับสนุนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ อะไรแนวๆ นี้ อดีตเพื่อนร่วมงานท่านนี้ มาอัปเดตให้อ่านว่า ตอนนี้ลูกเขาจบด้านวิศวกรรมกราฟิกและออกแบบเกม (เหยดดดดดด) และตอนนี้ทำงานอยู่กับ Bytedance ในส่วนของ VR Programming (เหยดดดดดดด × 2) อ่านข้อความแล้ว อบอุ่นหัวใจชิบ ไม่คิดว่า Raspberry Pi ตัวน้อยๆ ที่ผมเคยให้เขาไป มันจะเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางและการเติบโตของเด็กคนนึงได้ แน่นอน ผมก็ขอบคุณที่เขาอุตส่าห์มาอัปเดตให้อ่านกัน ป.ล. บอล เป็นชื่อเล่นจริงๆ ของผม ... กาฝาก มันแค่นามปากกา บ้าเหรอ พ่อแม่ที่ไหนจะตั้งชื่อเล่นลูกตัวเองเป็นกาฝาก 🤣
kafaak ®️ (นายกาฝาก)  tweet media
ไทย
6
96
247
18.8K
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
W
W@sxicex·
อันนี้น่าสนใจ ถ้าเท้ามีขน อาจจะเป็นสัญญาณว่าอัตรการเผาผลาญดี ระบบหัวใจและหลอดเลือดอาจจะดี เพราะเลือดไหลเวียนไปทั่ว เพราะรูขุมขนของเส้นผมคือโครงสร้างเล็กๆที่ไวต่อ Blood Flow อยู่ในผิวหนังที่เป็นแหล่งกำเนิดเส้นผมและควบคุมการเจริญของเส้นผมทำให้บอกสัญญาณอะไรได้เยอะเหมือนกัน
Ninja Wisdom | Self Improvement@Ninja__Wisdom

Hair on your toes: a small clue about your metabolic and cardiovascular health. It may seem like an insignificant detail, but clinically it reveals crucial information about how your body is functioning on the inside. If you don't have hair on your feet, this is what your body is trying to tell you: 🧵

ไทย
34
22.3K
15.7K
2.1M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง
@Loverunnn วิ่งลู่ทรมานค่ะ 😂 30 นาทีนี่รู้สึกเหมือนซักสองชั่วโมง วิ่งถนนหรือวิ่งสวนนี่ชิลมาก ชั่วโมงนึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไทย
1
0
0
271
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
bongtao
bongtao@bongtao·
อ่านเคส AI เพิ่ม productivity มาเยอะแล้ว วันก่อนได้ฟังเรื่องคนใช้ AI ช่วยเลี้ยงลูก คือเพื่อนคนนึงมีลูก แล้วอ่านนิทานให้ลูกฟังทุกวัน แล้วสังเกตว่าลูกชอบนิทานอยู่ 2 เรื่อง ซึ่งทั้ง 2 เรื่องไม่มีออกเล่มใหม่มานานมาแล้ว พ่อก็อ่านวนซ้ำไปจนหนังสือช้ำแล้ว พ่อเลยเอานิทานทั้ง 2 เรื่องมาเทรนใน Claude+NotebookLM แล้วสร้างนิทานเรื่องใหม่ให้ตัวละครจาก 2 เรื่องนี้มาเจอกัน (เพื่อนบอกว่าลูกกรี๊ดมาก) แล้วสร้างออกมาเป็นสิบตอน แต่ละตอนทำ format เป็นสตอรี่บอร์ด เอามาใส่ PowerPoint แล้วขึ้นจอ ให้พ่อเล่าเป็นฉากๆไป แล้วพรอมท์ให้จบตอนแล้วมี quiz เล็กๆ ฟีลแบบจับคู่คำศัพท์ให้เล่นด้วย ได้ทั้งเรียน ได้ทั้งเลี้ยงลูก แล้วลูกชอบมาก นี่ฟังแล้วแบบ โหวววว
ไทย
16
2.1K
2.1K
1.4M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
แม็กกี้ 吴锦程🍣🥢
อย่าเชื่อ AI มาก ไม่เชื่อให้ลองถาม AI เรื่องที่มึงเชี่ยวชาญอยู่แล้ว จะรู้ว่า AI แม่งมั่ว 55
ไทย
44
11.5K
6.6K
610.4K
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
BlackWhiskey
BlackWhiskey@BlackWhiskey3·
เรื่องนิน่าสน คุณปู่นักเขียนอยู่มาถึงยุคที่แนววายขายดิบขายดี ทีนี้เจ้าตัวมีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ เลยต้องปรับไปเขียน BL เพื่อหาเงินมาได้ไวที่สุด โดยมีหลายชายวัยมัธยมคอยช่วยแนะ แต่ปู่หลานจากคนละยุค นิสัยก็คนละขั้ว จะร่วมมือกันสำเร็จมั้ยนี่สิ
ไทย
84
23.1K
21.4K
3.5M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
Zaladin #หาทำGang
Zaladin #หาทำGang@Zaladin5x·
ยกตัวอย่างคนที่พูดคำว่า "ให้ทาย" แล้วรู้สึกน่ากลัว ผม : ผมจ่ายภาษีครบใช่ไหมครับ สรรพากร : ให้ทาย
ไทย
52
33.2K
22.1K
2.4M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
bongtao
bongtao@bongtao·
เมื่อเช้าเรียก grab ไปกินติมซำร้าน Fu Er Dai ร้านดังของปีนัง คนขับ grab เป็นคุณน้าผู้หญิงดูดีฟีลเหมือนมาขับรถเอาสังคม ระหว่างรอรับลูกไรงี้ นางเห็นเป็นคนไทยก็ชวนคุยสุดว่าเคยไปร้านนี้มาก่อนมั้ย นี่บอกว่าไม่เคย แต่เพื่อนในทริปเพิ่งมาปีนังครั้งแรก ก็เลยพาไปร้านดังหน่อย นางก็น่ารัก บอกว่าร้านดังนะ แต่คนปีนังเขาไม่กินร้านนี้ ถ้ามีเวลาเหลือลองไปร้านชื่อ Lhong Tou นะ ขับออกไปอีก 5 นาที แต่มันจะไกลจากพวกแหล่งท่องเที่ยวหน่อย นี่ก็เชื่อคุณน้าทันที บอกว่ากดจบงานแล้วพาเราไปร้านนั้นเลยได้มั้ย เดี๋ยวเราจ่ายเพิ่มตามระยะทางให้ แล้วชีน่ารักมาก บอกว่าไม่คิดเงินเพิ่ม แล้วอาหารอร่อยมาก ใกล้เคียงกับฮ่องกงในราคาถูกกว่าครึ่งนึง นี่เลยกดทิปให้ไปหนักๆ กราบคุณน้า
bongtao tweet mediabongtao tweet mediabongtao tweet mediabongtao tweet media
ไทย
9
785
1.2K
68.4K
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
m
m@yowot_·
"AI will replace u" okay be an eldest daughter in an asian family
English
137
30.2K
81.2K
1.8M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
Ferrary_writer (อ่านว่าเฟอรารี่งับ)
เมื่อกี้เดินออกไปเปิดไฟหน้าบ้าน เลยชำเลืองเห็นบ้านข้าง ๆ กำลังนั่งกินส้มตำไก่ย่างกัน ท่าทางมีความสุข เปิดเพลงคลอ ๆ มีเสียงหัวเราะมาเป็นระยะ ที่งงคือทำไมหมาเรามันไปนั่งร่วมวงอยู่ตรงนั้น
ไทย
71
43.1K
26.7K
2.5M
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง
วิธีนี้เวิร์คจริง เราตัดเงินเดือนประมาณ 60-65% เข้าบัญชีเงินเก็บและกองทุนก่อนเลย อีก 20% เป็นค่าใช้จ่าย fixed (ให้ที่บ้าน จ่ายค่าจ้าง ฯลฯ) เหลือใช้เองจริงๆ ประมาณ 20% หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งก็ใช้พอ ของฟุ่มเฟือยเดียวที่จะยอมจ่ายคือการเที่ยว อันนี้เป็นความสุขที่ยืนระยะได้ดีสุดละ
JRT@JRTDesk

จริงๆ หนีได้นะครับ จากประสบการณ์ตรงที่รอดจาก lifestyle inflation มาได้.. ในความคิดผม เรื่องนี้มันป้องกันได้ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันทำงานยังไง เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาทางวินัย… กับดักแรกสุดที่ต้องป้องกันคือ fixed cost creep.. ไอ้พวกตัวปัญหาทั้งหลายไม่ใช่กาแฟแก้วละ 300 หรือพวกมื้ออาหารแพงๆ… พวกนี้คือ variable cost เราตัดได้ทุกเมื่อ… ตัวอันตรายจริงๆ คือ.. ค่าเช่าบ้าน/condo ที่ดีขึ้น.. ผ่อนรถใหม่.. ค่าโรงเรียนลูก.. การตัดสินใจพวกนี้ทำครั้งเดียวแต่เราโดนผูกมัดหลายปี… และถอยออกมายากมาก เคยอ่านงานวิจัยอันไหนจำไม่ได้ละ มีบอกอยู่ว่าคนเราจะรู้สึกเจ็บปวดกับการลดมาตรฐานลงมามากกว่าความสุขที่ได้ตอนเรายกระดับขึ้นประมาณสองเท่า… เป็นปกติธรรมชาติที่สมองเราคิดแบบนี้.. กับดักที่ 2 คือ Diderot Effect.. ไม่แน่ใจว่าคนไทยคุ้นกับคำนี้หรือเปล่า เหมือนไม่เคยเห็นคำนี้ผ่านสื่อไทย.. ซึ่ง Denis Diderot นักปรัชญาคนฝรั่งเศสได้รับเสื้อคลุมหรูหราเป็นของขวัญ… แล้วก็รู้สึกว่าของรอบข้างไม่ match.. เลยเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ พรม ทีละชิ้น.. จนเงินหมด… ก็เหมือนกับย้าย condoใหม่แล้วรู้สึกว่า furniture เดิมไม่เข้ากัน.. ซื้อรถใหม่แล้วรู้สึกว่าเสื้อผ้าควร upgrade ด้วย… lifestyle inflation ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ trigger กันต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว… กับดักที่ 3 คือความสุขจากการยกระดับชีวิตหายไปภายในไม่กี่เดือน… condo ใหม่ที่ตอนแรกเราชอบมากในเดือนแรก.. กลายเป็นแค่ที่นอนปกติในเดือนที่ 3… แต่ค่าเช่าไม่หายไปไหน เราจ่ายราคาถาวรสำหรับความสุขที่เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว และพอชินแล้วก็ต้องการ upgrade ต่อไปอีกเพราะ baseline ถูก reset ไปแล้ว… วน loop ไม่จบ… และกับดักอีกอันที่อันตราย.. ใน corporate finance เราคุ้นเคยกับคำว่า operating leverage… ยิ่ง fixed cost สูงเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมาก.. เพราะพอ revenue ลด fixed cost ไม่ลดตาม.. ผลลัพธ์คือชิบหาย… ชีวิตปกติก็เหมือนกัน… lifestyle inflation คือการยก fixed cost ของชีวิตตัวเองขึ้นเรื่อยๆ… คนเรายิ่งมาตรฐานชีวิตสูงขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทนรับแรงกระแทกทางการเงินได้น้อยลงเท่านั้น…​​​​​​​​​​​​​​​​ ตกงาน.. ป่วย.. เศรษฐกิจพัง… คนที่มี breakeven สูงจะเจ็บหนักกว่าเสมอ แม้รายได้เดิมจะสูงกว่า… ดังนั้นความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดกันแค่ที่รายได้แต่วัดที่ส่วนต่างระหว่างจุดคุ้มทุนกับรายได้จริง… คนรายได้ 100k แต่ breakeven 95k รวยน้อยกว่าคนรายได้ 40k ที่ breakeven 15k มาก… เพราะ 25k ทบต้นได้ง่าย ในขณะที่ 5k แทบทำอะไรไม่ได้… วิธีแก้ต้องเริ่มที่ระบบ… Pay yourself first แบบโหดๆ ตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติ 60-80% ของส่วนที่รายได้เพิ่ม.. เข้า portfolio ลงทุน/บัญชีออม.. ก่อนเงินจะถึงบัญชีหลัก.. เงินที่ไม่เคยผ่านมือเรา ต้านทานกิเลสได้ดีที่สุด และก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ทุกครั้ง เปลี่ยนคำถามจากจ่ายไหวมั้ย?? เป็น… นี่มันจะยก breakeven ของชีวิตเราขึ้นมาถาวรเท่าไหร่?? คำถามแบบนี้มันบังคับให้เราเห็นต้นทุนที่แท้จริงทุกๆ เดือนต่อๆ ไป จำไว้ว่า.. รายได้บอกว่าเราหาได้เท่าไหร่… ส่วนต่างระหว่าง breakeven กับรายได้บอกว่าเราร่ำรวยแค่ไหน…

ไทย
0
0
0
164
ᄅ0ㄥ oʍ┴-O-uǝʌǝS โคมยี่เป็ง retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
จริงๆ หนีได้นะครับ จากประสบการณ์ตรงที่รอดจาก lifestyle inflation มาได้.. ในความคิดผม เรื่องนี้มันป้องกันได้ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่ามันทำงานยังไง เพราะมันไม่ใช่แค่ปัญหาทางวินัย… กับดักแรกสุดที่ต้องป้องกันคือ fixed cost creep.. ไอ้พวกตัวปัญหาทั้งหลายไม่ใช่กาแฟแก้วละ 300 หรือพวกมื้ออาหารแพงๆ… พวกนี้คือ variable cost เราตัดได้ทุกเมื่อ… ตัวอันตรายจริงๆ คือ.. ค่าเช่าบ้าน/condo ที่ดีขึ้น.. ผ่อนรถใหม่.. ค่าโรงเรียนลูก.. การตัดสินใจพวกนี้ทำครั้งเดียวแต่เราโดนผูกมัดหลายปี… และถอยออกมายากมาก เคยอ่านงานวิจัยอันไหนจำไม่ได้ละ มีบอกอยู่ว่าคนเราจะรู้สึกเจ็บปวดกับการลดมาตรฐานลงมามากกว่าความสุขที่ได้ตอนเรายกระดับขึ้นประมาณสองเท่า… เป็นปกติธรรมชาติที่สมองเราคิดแบบนี้.. กับดักที่ 2 คือ Diderot Effect.. ไม่แน่ใจว่าคนไทยคุ้นกับคำนี้หรือเปล่า เหมือนไม่เคยเห็นคำนี้ผ่านสื่อไทย.. ซึ่ง Denis Diderot นักปรัชญาคนฝรั่งเศสได้รับเสื้อคลุมหรูหราเป็นของขวัญ… แล้วก็รู้สึกว่าของรอบข้างไม่ match.. เลยเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ พรม ทีละชิ้น.. จนเงินหมด… ก็เหมือนกับย้าย condoใหม่แล้วรู้สึกว่า furniture เดิมไม่เข้ากัน.. ซื้อรถใหม่แล้วรู้สึกว่าเสื้อผ้าควร upgrade ด้วย… lifestyle inflation ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งใหญ่ครั้งเดียว แต่เกิดจากเรื่องเล็กๆ ที่ trigger กันต่อเนื่องโดยไม่รู้ตัว… กับดักที่ 3 คือความสุขจากการยกระดับชีวิตหายไปภายในไม่กี่เดือน… condo ใหม่ที่ตอนแรกเราชอบมากในเดือนแรก.. กลายเป็นแค่ที่นอนปกติในเดือนที่ 3… แต่ค่าเช่าไม่หายไปไหน เราจ่ายราคาถาวรสำหรับความสุขที่เป็นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว และพอชินแล้วก็ต้องการ upgrade ต่อไปอีกเพราะ baseline ถูก reset ไปแล้ว… วน loop ไม่จบ… และกับดักอีกอันที่อันตราย.. ใน corporate finance เราคุ้นเคยกับคำว่า operating leverage… ยิ่ง fixed cost สูงเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงมาก.. เพราะพอ revenue ลด fixed cost ไม่ลดตาม.. ผลลัพธ์คือชิบหาย… ชีวิตปกติก็เหมือนกัน… lifestyle inflation คือการยก fixed cost ของชีวิตตัวเองขึ้นเรื่อยๆ… คนเรายิ่งมาตรฐานชีวิตสูงขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งทนรับแรงกระแทกทางการเงินได้น้อยลงเท่านั้น…​​​​​​​​​​​​​​​​ ตกงาน.. ป่วย.. เศรษฐกิจพัง… คนที่มี breakeven สูงจะเจ็บหนักกว่าเสมอ แม้รายได้เดิมจะสูงกว่า… ดังนั้นความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้วัดกันแค่ที่รายได้แต่วัดที่ส่วนต่างระหว่างจุดคุ้มทุนกับรายได้จริง… คนรายได้ 100k แต่ breakeven 95k รวยน้อยกว่าคนรายได้ 40k ที่ breakeven 15k มาก… เพราะ 25k ทบต้นได้ง่าย ในขณะที่ 5k แทบทำอะไรไม่ได้… วิธีแก้ต้องเริ่มที่ระบบ… Pay yourself first แบบโหดๆ ตั้งระบบโอนเงินอัตโนมัติ 60-80% ของส่วนที่รายได้เพิ่ม.. เข้า portfolio ลงทุน/บัญชีออม.. ก่อนเงินจะถึงบัญชีหลัก.. เงินที่ไม่เคยผ่านมือเรา ต้านทานกิเลสได้ดีที่สุด และก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ทุกครั้ง เปลี่ยนคำถามจากจ่ายไหวมั้ย?? เป็น… นี่มันจะยก breakeven ของชีวิตเราขึ้นมาถาวรเท่าไหร่?? คำถามแบบนี้มันบังคับให้เราเห็นต้นทุนที่แท้จริงทุกๆ เดือนต่อๆ ไป จำไว้ว่า.. รายได้บอกว่าเราหาได้เท่าไหร่… ส่วนต่างระหว่าง breakeven กับรายได้บอกว่าเราร่ำรวยแค่ไหน…
Jr@junior47563

เชื่อเถอะว่าต่อให้ 100k ก็เดือนชนเดือน lifestyle inflation ทุกคนหนีไม่ได้ 5555555

ไทย
15
2.3K
1.9K
399.5K