Singha🦁
73.7K posts

Singha🦁
@squeserasera
Introvert | Loser | Liberal | Good Listener | Coffee Lover | Traveler | Burnout Syndrome
Bangkok, Thailand Katılım Şubat 2011
940 Takip Edilen172 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet

Singha🦁 retweetledi

◉ CLEAN AIR: พรบ.อากาศสะอาดได้ไปต่อ! ครม.มีมติให้สภาหยิบอากาศสะอาดมาพิจารณาต่อภายใน 12 พ.ค. นี้ ลุ้นกันต่อว่าจะผ่านโหวตหรือไม่ และจับตาเนื้อหาหลักการในกฎหมาย ทั้ง #กองทุนอากาศสะอาด และ #การเก็บค่าธรรมเนียมเอกชน ที่เป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งเสี่ยงอาจถูกตัดออก
.
ซักที! หลังจากมีการเรียกร้องกันมาอย่างยาวนาน ล่าสุด เมื่อ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้พิจารณาการ “ร้องขอต่อรัฐสภา” เพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ ตามมาตรา 147 ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ 'ร่าง พ.ร.บ. บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. ….' โดยครม.ได้มีมติให้สภาฯ พิจารณาต่อไป โดยคำนึงเห็นว่าเป็นกฎหมายที่สำคัญต่อชีวิตประชาชน และวาระนี้ รัฐสภาจะพิจารณาต่อ ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นี้
.
แต่ถึงแม้จะผ่านการพิจารณากลับมาอีกครั้ง ก็ต้องมาลุ้นกันว่า กฎหมายนี้จะผ่านการโหวตของสมาชิกรัฐสภาหรือไม่ และความน่ากังวลที่ต้องจับตาอย่างหนักต่อไปคือ 'หลักการ' ในตัวกฎหมายที่จะต้องไม่หายไป เพราะหากใจความสำคัญในกฎหมายฉบับนี้ถูกตัดออก อาทิ หลักการ ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย หรือ การตั้งกองทุนอากาศสะอาด ที่เป็นประเด็นใหญ่ที่บางฝ่ายมีความกังวลก่อนหน้านี้ถูกตัดออก ก็เท่ากับว่าความตั้งใจในการเป็นกลไกแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอาจไม่เป็นผล
.
ซึ่งจากการเปิดเผยของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรายละเอียดเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ยังได้ระบุเพิ่มเติมว่า…
.
"อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่อง เช่น การเก็บค่าธรรมเนียม เพื่ออากาศสะอาดยังขาดความชัดเจน และอาจซ้ำซ้อนกับการเรียกเก็บเงินในลักษณะเดียวกันกับกองทุนอื่น กองทุนฯ ยังไม่ผ่านการพิจารณาจาก คณะกรรมการกลั่นกรองการจัดตั้งทุนหมุนเวียน ความรับผิดโทษทางอาญาสูงมากมือเทียบเคียงกับกฎหมายต่างประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าสนับสนุน พ.ร.บ. ดังกล่าวต่อไป เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศ"
.
จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองว่า พรบ.อากาศสะอาด จะได้ไปต่อในฐานะกลไกแก้ปัญหามลพิษฝุ่นที่ต้นตอได้จริง ๆ หรือไม่ เพราะทั้งประเด็นกองทุนอากาศสะอาด และ การเก็บค่าธรรมเนียม ล้วนเป็นประเด็นใหญ่ที่มีส่วนเชื่อมโยงต่อกลุ่มเอกชน ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
.
โดยในความกังวลเรื่อง #การเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงเกิน ก่อนหน้านี้เครือข่ายอากาศสะอาดเคยชี้แจงถึงเหตุผลแล้วว่า เป็นการตั้งเกณฑ์ที่สูงเพื่อโน้มน้าวให้ภาคเอกชนยอมที่จะปรับตัวเท่านั้น ไม่ได้ต้องการมุ่งเป้าไปที่การปรับจริง เมื่อค่าปรับแพงกว่าต้นทุนในการปรับตัวลดมลพิษ ก็เชื่อว่าจะทำให้ผู้ประกอบการทั้งหลายยอมปรับตัวเพื่อประโยชน์ในระยะยาวมากกว่าจะยอมเสียค่าปรับที่สูงลิ่ว
.
ทั้งนี้ การพิจารณาในสภาครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
.
อ้างอิง
theactive.thaipbs.or.th/news/law-right…
nextnewsth.com/th/public-poli…

ไทย
Singha🦁 retweetledi

5 พฤษภาคม 2509
จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกยิงเสียชีวิต
ย้อนกลับไปวันนี้ เมื่อ 6 ทศวรรษก่อน จิตร ภูมิศักดิ์ ถูกอดีตกำนันตำบลคำบ่อ อาสาสมัคร และทหาร ล้อมยิงเสียชีวิตในชายป่า ที่บ้านหนองกุง อําเภอวาริชภูมิ จังหวัดสกลนคร
จิตร ภูมิศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2473 ถือเป็น นักคิด-นักเขียน และปัญญาชนคนสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยเริ่มเป็นที่รู้จักจากการเป็นสาราณียกรหนังสือ ‘มหาวิทยาลัย’ ฉบับตุลาคม 2496 ฉบับวันปิยมหาราช ขณะกำลังศึกษาอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยจิตรเปลี่ยนรูปแบบหนังสือที่ปกติจะมีหน้าปกเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นรูปแบบอื่น รวมถึงยังเปลี่ยนเนื้อหาด้านในจากการสรรเสริญพระเกียรติให้เป็นการวิพากษ์สังคม รวมถึงวิพากษ์พุทธศาสนาด้วยปรัชญามาร์กซิสม์
การปฏิเสธที่จะตีพิมพ์และสรรเสริญพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 5 ทำให้จิตรถูกนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่โกรธแค้น นำโดย สีหเดช บุนนาค จับจิตร ‘โยนบก’ ลงจากเวทีสูง 5 ฟุต มายังเบื้องล่าง ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อหน้านิสิตกว่า 3,000 คน โดยผู้กระทำระบุว่า เป็นการลงโทษตามธรรมเนียม ขณะที่หนังสือฉบับดังกล่าวก็ถูกตำรวจสันติบาลอายัด นอกจากจิตรจะบาดเจ็บจากการโยนบกแล้ว จุฬาฯ ยังตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษจิตร ก่อนจะพบว่ามีความผิดจริง ให้พักการเรียน 1 ปี ในปี 2497 ซึ่งในระหว่างถูกพักการเรียน จิตรได้ไปสอนวิชาภาษาไทยที่โรงเรียนอินทร์ศึกษา แต่สอนได้ไม่นานก็ถูกไล่ออก เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีหัวก้าวหน้ามากเกินไป
หลังจากสำเร็จการศึกษา จิตรไปเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ และศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร แต่เมื่อ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจไม่นาน จิตรก็ถูกจับในข้อหา ‘กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ และสมคบกระทำความผิดต่อความมั่นคง’ แม้ในที่สุดศาลกลาโหมจะยกฟ้องหลังจอมพลสฤษดิ์เสียชีวิต แต่จิตรก็ต้องถูกคุมขังนานกว่า 6 ปี ตั้งแต่ปี 2501-2507
ระหว่างที่ถูกคุมขังในคุกลาดยาว จิตรได้เขียนเพลง ‘แสงดาวแห่งศรัทธา’ ซึ่งในเวลาต่อมา มีศิลปินอย่าง เพ็ญศรี พุ่มชูศรี และศิลปินวงคาราวาน ได้นำมาขับร้องและเป็นที่แพร่หลายจนถึงทุกวันนี้
หลังออกจากคุก จิตรเข้าร่วมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2508 โดยเริ่มต้นที่บ้านโนนสวรรค์ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่เริ่มแรกของ พคท. ภายใต้ชื่อ ‘สหายปรีชา’
แต่แล้ว จิตร ภูมิศักดิ์ กลับเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 36 ปี ขณะหลงทางเข้าไปยังบ้านหนองกุง หมู่บ้านที่ทางการควบคุมไว้แล้ว กระสุนปืนนัดแรกเข้าที่โคนขาขวา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ยิงซ้ำจนเสียชีวิต โดยปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวได้จัดตั้ง อนุสาวรีย์จิตร ภูมิศักดิ์ ใช้เป็นสถานที่จัดงานวันจิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปี
ชื่อของ จิตร ภูมิศักดิ์ ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในห้วงเวลาที่เขาเสียชีวิต ซึ่งเป็นเวลาที่ไทยอยู่ภายใต้ยุคเผด็จการเข้มข้น ทว่า หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ชื่อของเขากลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง ผ่านบทเพลงและบทกวีการเมือง รวมถึงหนังสือต้องห้ามอันโด่งดัง ซึ่งวิพากษ์ระบบจักรวรรดินิยมและศักดินา ที่เขียนขึ้นเมื่อปี 2500 อย่าง ‘โฉมหน้าศักดินาไทย’ ซึ่งกลายเป็นหนังสือต้องห้ามในเวลาต่อมา และทำให้นักวิชาการ-นักประวัติศาสตร์ตั้งคำถามใหม่ๆ เกี่ยวกับความเป็น ‘ชาติ’
นอกจาก ‘โฉมหน้าศักดินาไทย’ จิตรยังมีผลงานสำคัญด้านภาษา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เช่น ‘ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และขอม ละลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ’ รวมถึงข้อเขียนว่าด้วยศิลปะ วรรณกรรม และสังคมการเมือง ที่ส่งอิทธิพลต่อแวดวงปัญญาชนไทยในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน ทั้งชื่อและงานของเขายังคงแพร่หลายอยู่จนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับการต่อต้านเผด็จการอำนาจนิยม
วันที่ 28 ตุลาคม 2563 กรรมการนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกแถลงการณ์ ‘ขอโทษ’ กรณีโยนบกจิตร พร้อมกับแสดงความเสียใจต่อเขาและครอบครัว พร้อมกับย้ำว่า เป็นการลงโทษที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ทั้งบทกลอนและบทเพลงของจิตร ยังคงถูกใช้ในการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มราษฎร ตลอดช่วง 2563-2564 อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘แสงดาวแห่งศรัทธา’ หรือบทกวี ‘โคลงสรรเสริญกรุงเทพมหานครยุคไทยพัฒนา’ ซึ่งมีท่อนหนึ่งว่า
“ถึงยุคทมิฬมาร
จะครองเมืองด้วยควันปืน
ขื่อแปจะพังครืน
และกลิ่นเลือดจะคลุ้งคาว
แต่คนย่อมเป็นคน
ในสายธารอันเหยียดยาว
คงคู่กับเดือนดาว
ผงาดเด่นในดินแดน”
#TheMomentum #OnthisDay #TheMomentumOnThisDay #วันนี้ในอดีต #จิตรภูมิศักดิ์ #5พฤษภา

ไทย
Singha🦁 retweetledi
Singha🦁 retweetledi
Singha🦁 retweetledi
Singha🦁 retweetledi

ถ้า #แลนด์บริดจ์ เกิดขึ้นจริงจะมีข้อเสียอะไรบ้าง
- ทำลายป่าชายเลนและระบบนิเวศชายฝั่ง
- กระทบสัตว์ทะเลและความหลากหลายทางชีวภาพ
- เพิ่มมลพิษทางน้ำและอากาศ (น้ำมัน สารเคมี PM2.5)
- เสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรง เช่น น้ำมันรั่ว ฟื้นฟูยาก
แม้แลนด์บริดจ์จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ต้องแลกอาจเป็นความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งป่าชายเลน สัตว์ทะเล และคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากสูญเสียไปแล้ว อาจไม่สามารถฟื้นคืนได้เหมือนเดิม

ไทย
Singha🦁 retweetledi

◉ LIFESTYLE: ที่ญี่ปุ่นมี ‘วันแห่งความเขียวขจี’ (Greenery Day) 4 พฤษภาคม วันหยุดที่อยากให้คนออกไปใช้ชีวิตในธรรมชาติ เชื่อมโยงกับธรรมชาติให้มากที่สุด
.
4 พ.ค. ทุกปีในญี่ปุ่น ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเฉลิมฉลองให้กับ “ธรรมชาติ” ซึ่งวันแห่งความเขียวขจีนี้ ถูกปรับเปลี่ยนจากสัญลักษณ์แห่งการรำลึกถึงจักรพรรดิโชวะมาเป็นวันที่นำความรักและผูกพันต่อธรรมชาติของพระองค์ มาถ่ายทอดและให้สนับสนุนให้ประชาชนออกไปตอบแทนและใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติ
.
จุดเริ่มต้นวันเขียวขจีนี้ เริ่มต้นครั้งแรกในปี 1989 ซึ่งเป็นปีที่จักรพรรดิโชวะสิ้นพระชนม์ จึงได้มีการหยิบเอาวันคล้ายวันเกิดของจักรพรรดิโชวะมาเป็นวันสำคัญ ได้แก่ วันที่ 29 เม.ย. เพื่อเป็นเกียรติแก่ความทุ่มเทในการดูแลธรรมชาติของพระองค์ จนกระทั่งในปี 2007 วันที่ 29 เม.ย. ถูกเรียกเป็นวันโชวะ และวันแห่งความเขียวขจีย้ายมาเป็นวันที่ 4 พ.ค.
.
จักรพรรดิโชวะเรียกได้ว่าเป็นนักพฤกษศาสตร์ตัวยงที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาและเพาะปลูกพืช โดยเชื่อว่าธรรมชาติมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม และทรงสนับสนุนให้ประชาชนชาวญี่ปุ่น ‘เคารพและชื่นชมในธรรมชาติ’
.
[ จากวันรำลึก สู่ Golden week วันหยุดยาวที่ให้คนญี่ปุ่นออกไปพักผ่อน ]
ช่วงเวลานี้ยิ่งกลายเป็นวันหยุดพักผ่อนให้ชาวญี่ปุ่นได้ปิดสวิตช์ พักจากการเป็นคนรักงานสักแปป ได้หนีจากชีวิตที่เคร่งเครียด เพราะช่วงปลายเมษา-ต้นพฤษภา เป็นช่วงหยุดยาวที่เรียกว่า Golden Week ที่พีคที่สุดของปีจนนี่อาจเป็นญี่ปุ่นในเวอร์ชันที่มีชีวิตที่สุดของปี ซึ่งมีทั้งวันหยุด 29 เมษายน วันโชวะ , 3 พฤษภาคม วันรำลึกรัฐธรรมนูญ , 4 พฤษภาคม วันแห่งความเขียวขจี , 5 พฤษภาคม วันเด็ก ติดต่อกัน อีกทั้งยังเป็นช่วงที่อากาศดีและต้นไม้เขียวสวยที่สุดช่วงหนึ่งของปี แต่ใครที่ไปช่วงนี้ก็อาจจะออกเดินทางแต่เช้า วางแผนให้ดี เพราะเหล่าสถานที่เที่ยวธรรมชาติก็จะเต็มไปด้วยผู้คนแน่นเอี๊ยดทุกที่
.
เราจะได้เห็นผู้คนยิ่งออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินป่า ปิกนิก เดินเล่น หรือใช้เวลาในสวนสาธารณะ เหล่าสวนสาธารณะ มีการจัดกิจกรรมท่ามกลางธรรมชาติ เช่น เทศกาลวัฒนธรรมและอาหาร การแสดงดนตรี/ศิลปะ งานวัดและงานพื้นเมืองในสวนสาธารณะหรือศาลเจ้าในโตเกียว โดยไฮไลต์สำคัญคือ สถานที่ท่องเที่ยวด้านธรรมชาติหลายแห่งในโตเกียวจะเปิดให้เข้าฟรี เช่น สวนพฤกษศาสตร์ สวนป่า สวนสัตว์ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
.
โดยวันแห่งความเขียวขจีนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในวันหยุดสำคัญของญี่ปุ่นที่เปิดให้ผู้คนได้พักผ่อนจากชีวิตที่วุ่นวาย ชื่นชมความงามจากธรรมชาติที่อยู่ตรงหน้า

ไทย
Singha🦁 retweetledi

ประเด็น #แลนด์บริดจ์ มันทำลายใหญ่กว่านั้นไปอีกครับ
"หมู่เกาะสุรินทร์
กองหินริเชอริว
หินใบ เเละเกาะเต่า
บนเส้นทางที่ต้องเเลกกับเเลนด์บริดจ์"
“กองหินเเละหมู่เกาะที่ผมพูดทั้งหมดคือ เเนวภูเขาใต้น้ำที่มีระบบนิเวศปะการังที่สำคัญของโลก ริเชอริวร็อค คือจุดดำน้ำที่ติดหนึ่งในห้าของโลก เเละเกาะเต่าคือโรงเรียนของนักดำน้ำ ทั้งหมดจะได้รับผลกระทบอย่างเเน่นอนจากเส้นทางเดินเรือภายใต้โครงการเเลนด์บริดจ์ ซึ่งละเลยการศึกษาในส่วนนี้ไป มีพูดถึงพื้นที่ตั้งโครงการเพียง 5 กิโลเมตร ในรายงาน EHIA เเต่ผลกระทบตลอดเเนวเส้นทางเดินเรือไม่ได้ถูกศึกษาเเละพูดถึง”
พื้นที่เกาะเต่า เเละหมู่เกาะชุมพร ได้ชื่อว่าเป็นเเหล่งเกระจายพันธ์ุของฉลามเเละกระเบน ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ เช่นเดียวกันกับฝั่งอันดามัน ผมทำงานในพื้นที่มาพบว่า บริเวณเกาะสุรินทร์เขตน้ำตื้นๆ ในป่าชายเลนเจอฝูงฉลามหูดำว่ายน้ำเต็มไปหมด มันสะท้อนว่าพื้นที่เหล่านี้อุดมสมบูรณ์มาก คุณศิรชัย อรุณรักษ์ติชัย กล่าว
นอกจากนั้น เเนวปะการังในพื้นที่เกาะสุรินทร์ ริเชอริวร็อค เกาะสุรินทร์ เป็นทะเลน้ำลึก ธาตุอาหารตะกอนต่ำ เเละไกลจากการรบกวนของมนุษย์ ซึ่งหากมีเรือเดินสมุทรจำนวนมาก ขนาดใหญ่เข้ามาในพื้นที่เเนวปะการังที่อุดมบูรณ์เเละมีความเฉพาะก็อาจจะได้รับผลกระทบได้ ต้องเข้าใจว่า พื้นที่บริเวณนี้มีระบบนิเวศที่เฉพาะ ไกลจากกิจกรรมของมนุษย์การเข้าไปรบกวนอาจทำให้พังทั้งระบบเเละยากต่อการฟื้นฟูได้ สำหรับฝั่งอ่าวไทย อย่างที่คุณศิรชัยพูดว่าเป็นพื้นที่กระจายพันธุ์ของสัตว์ทะเลหายากหลายชนิด ยังเป็นเเหล่งวางไข่ของปลาทูไทยด้วย เเละหากเส้นทางเดินเรือผ่านเกาะเต่า หินใบ เเละกองหินชุมพร ซึ่งเป็นจุดดำน้ำของโลก มีมูลค่าจากการท่องเที่ยวเเละการสอนดำน้ำเป็นหมื่นล้านต่อปี หากเส้นทางเดินเรือผ่านเเนวนี้มันจะกระทบมากขนาดไหน ? อาจารย์ศักดิ์อนันต์ ตั้งคำถาม
โครงการเเลนด์บริดจ์ภายในตัวเองยังมีคำถามถึงความเหมาะสมเเละความคุ้มค่าในการลงทุนเพราะรายงานของหน่วยงานที่ขัดเเย้งกันอย่างชัดเจน ความบกพร่องในการศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมที่เจอความผิดปกติหลายประเด็น รวมถึงเส้นทางเดินเรือเเละที่ตั้งโครงการที่อาจไม่เหมาะสม คำถามเหล่านี้ยังถูกถามอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รัฐบาลปิดหูปิดตา เดินหน้าโครงการโดยไม่สนใจผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเเละข้อเท็จจริง
บนเส้นทางผลักดันโครงการเเลนด์บริดจ์
มูลค่า 1.1 ล้านล้าน มีอะไรที่เราต้องเเลก ต้องเสียไป
หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการนี้อย่างจริงจัง
เพียงเพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม “เเลนด์บริดจ์” เป็นเครื่องจักรตัวใหม่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย เเต่เราต้องเเลกการท่องเที่ยวมูลค่าหลายเเสนล้านต่อปีเเละโอกาสในการเป็นมรดกโลกไปตลอดกาล
=====
ผมไม่รู้ว่าใคร "มั่งคั่ง" แต่สิ่งที่แลกไปแล้ว จะพังไปตลอดกาล และไม่กลับมาครับ

。 Mame 。A Birb from Babylonia@LittleBirbMame
โครงการแลนด์บริดจ์เนี่ยก็เข้าใจว่า การลงทุนอะไรใหญ่ๆ มันกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้ารัฐไม่ลงทุนอะไรเลยก็ยากที่จะทำให้เศรษฐกิจโต รายได้เพิ่ม คำถามคือทำแล้วได้มาจะคุ้มจริงๆ ไหมกับสิ่งที่เสียไป ก็ต้องมาคุยกันแหละ แต่วันนี้ไถทวิตเจอคนบอกว่า ตรงนี้มันเป็นแหล่งเพาะปูม้านะ /ผม : ไอ่เหี้ย ไม่ได้
ไทย
Singha🦁 retweetledi
Singha🦁 retweetledi

คุณสามารถสร้างการมีส่วนร่วมผลักดันสังคมได้ครับ
ร่วมลงชื่อ "หยุด Landbridge"
stop-sec.com
รายละเอียด :
คนไทย แลกอะไรกับ “แลนด์บริดจ์”
โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน เชื่อม 2 ท่าเรือด้วยโครงข่ายทางหลวงพิเศษ (Motorway) และรถไฟรางคู่ เพื่อลดเวลา/ต้นทุนขนส่งจากช่องแคบมะละกา ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) โดยใช้งบประมาณเฟสแรกเกือบ 1 ล้านล้านบาท คาดการณ์ว่าเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งทางน้ำและการลงทุนของไทย
โครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง มีพื้นที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่งทับซ้อนและใกล้เคียงกับ แหล่งเพาะพันธุ์ปูม้า-สัตว์น้ำ แหล่งหญ้าทะเล และป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์
แลนด์บริดจ์ สร้างเสร็จ จะเกิดอะไรตามมา ?
- พื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งแต่อ่าวระนอง จนไปถึง หาดท้ายเหมือง พังงา แล้วก็หาดศรีน่าน เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ฉะนั้นเมื่อเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ สิ่งที่เขากำหนดไว้ในมรดกโลกทางธรรมชาติก็คือ ห้ามมีการก่อสร้างใดๆ โดยน้ำมือมนุษย์โดยเด็ดขาด ก็จะถูกยกเลิกเพิกถอนการเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
- การใช้ชีวิตในเรื่องการทำประมงของชุมชนน่าจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และคาดว่าไม่ได้เกิดแค่ในระยะ 5 กิโลเมตรตามที่โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่มีมากกว่านั้น เพราะประชาชนจะทำการประมงในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ และต้องโยกย้ายไปทำประมงที่อื่นเท่ากับการไปแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
- ‘น้ำมันรั่ว’ พื้นที่ชายเลน คือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด น้ำมันรั่วไหล บนหาดทรายยังเก็บได้ แต่ถ้าไปรั่วไหลบนพื้นที่ที่มีสารอินทรีย์เยอะ ๆ ชายเลนหรือปากแม่น้ำระนอง น้ำมันกับสารอินทรีย์จะจับตัวกัน แล้วหายไปเลย เรามองไม่เห็น เก็บไม่ได้ อยู่ในระบบนิเวศ
ถ้ารัฐสร้าง "แลนด์บริดจ์" ผลกระทบทางธรรมชาติ และทรัพยากรของประเทศจะตามมา พื้นที่กินวงกว้างครอบคลุมหลายจุดในจังหวัดระนอง และชุมพร
อุทยานและป่าสงวนแห่งชาติ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ :
1) ป่าพรุใหญ่ ป่าเลนคลองริ่ว อ.หลังสวน ชุมพร
2) ป่าพะโต๊ะ ป่าปังหวาน และป่าปากทรง อ.หลังสวน ชุมพร
3) ป่าเลนคลองม่วงกลวง บ้านบางเบน-บ้านอ่วเคย ต.ม่วงกลวง
4) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าควนแม่ยายหม่อน บ้านห้วยปลิง และบ้านช้างแหก ต.ราชกรูด ระนอง
5) ป่าคลองหินกอง และป่าม่วงกลวง บ้านคลองของ ต.ราชกรูด บ้านอ่าวเคย บ้านบางเบน ต.ม่วงกลวง ระนอง
6) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะระนอง และอุทยานแห่งชาติแหลมสน
7) แรมซาไซต์ อุทยานแห่งชาติ แหลมสน-ปากน้ำกระบุรี-ปากคลอง กะเปอร์ ต.ราชกรูด ต.ม่วงกลวง ระนอง
8 ) ป่าชายเลน พื้นที่เตรียมการมรดกโลก จ.ระนอง
พื้นที่ทะเลและชายฝั่ง ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ :
1) ถมทะเล ชุมพร-ระนอง รวม 12,783 ไร่
2) ขุดลอกร่องน้ำ รวมกว่า 270 ล้าน ลบ.ม.
3) แนวปะการังเกาะพิทักษ์ เกาะคราม ชุมพรและเกาะพยาม ระนอง
4) แหล่งหญ้าทะเล เกาะพยาม ระนอง
5) ป่าชายเลนตาม มติ ครม. 2543 ต.บางน้ำจืด ชุมพร และ ต.ราชกรูด ต.ม่วงกลวง ระนอง
สำหรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างโครงการ แบ่งเป็น
1)ท่าเรือน้ำลึกระนอง บริเวณแหลมอ่าวอ่าง
- อยู่ในพื้นที่ ต.ราชกรูด ต.เกาะพยาม อ.เมือง ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์
- มีชุมชนรอบพื้นที่ตั้งโครงการรัศมี 5 กม. 6 ชุมชน
- มีพื้นที่อนุรักษ์ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติฯ 2 แห่ง
- พื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง 2 แห่ง
- พื้นที่แรมซาร์ไซต์ พื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรีป่าสงวนแห่งชาติ แหล่งปะการัง แหล่งปะการังเทียม แหล่งหญ้าทะเล
2) ท่าเรือแหลมริ่ว ใกล้เกาะพิทักษ์
- เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัด
- บริเวณ แหลมริ่ว มีปะการัง เป็นแหล่งขยายพันธุ์ปลา
- พะโต๊ะ เป็นแหล่งต้นน้ำ กระทบต่อพื้นที่เกษตร แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และสัตว์ป่า
#ตุ๊ดส์review

ไทย
Singha🦁 retweetledi

belivin’ คือธุรกิจชุบชีวิตตึกเก่า รีโนเวต 6 เดือน คืนทุนใน 4 - 5 ปี โดยไม่ต้องถือครองที่ดิน ไม่ต้องซื้อโฆษณา และเติบโตจากความเข้าใจชีวิตจริงของแขก ชุมชน และทีมงาน
คอลัมน์ The Entrepreneur ชวนไปคุยกับ ดนัย พิสิฐานุสรณ์ และ วิธัญญา อนันตกรณีวัฒน์ 2 ผู้ก่อตั้งที่ทำให้ธุรกิจนี้ไม่ใช่แค่ธุรกิจโรงแรม แต่เป็นกรณีศึกษาของการทำธุรกิจที่เริ่มจาก Cash Flow การคุมต้นทุน และความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ จนสร้างประสบการณ์ที่คนอยากกลับมาซ้ำ และนักลงทุนกล้าฝากความหวังระยะยาวไว้ด้วย
แล้วทำไม belivin’ ถึงไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ไม่ต้องใช้เวลาคืนทุนหลายปี อ่านทั้งหมดที่ readthecloud.com/business/the-e…
พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com
#readthecloud #TheCloud #TheEntrepreneur #belivin #belivin99 #belivin98 #ที่พักเยาวราช #ที่พักเจริญกรุง #ธุรกิจโรงแรม #โรงแรม #เยาวราช #สาทร #เจริญกรุง

ไทย
Singha🦁 retweetledi

เทรดรีวิวที่พัก ปลีกวิเวก/ Think week🌳
ไม่เคยคิดว่าจะได้เขียนแนวนี้ 555 เหตุเกิดจากคุณฉลาม
reply ถามแล้วคนเซฟเยอะ เลยมาเขียนสรุปจริงจังสักโพส
เผื่อใครสนใจปลีกวิเวก think week + vacation ค่ะ
โจทย์การเลือกที่พักของเรา คือ
- สามารถอยู่ที่พักได้ทั้งวัน
- มีต้นไม้ มีระเบียง ให้นั่งอ่านหนังสือ
- ไม่จอแจ แต่ก็ปลอดภัยสำหรับผญ.ไปคนเดียว
คัดมา 3 ที่ ที่ตอบโจทย์จากที่เคยไปมา
1. PRY 1 เขาใหญ่
2. บ้านริมทะเล แสมสาร
3. Tamarind อ่างศิลา
(รูปนี้เป็นที่ PRY 1 นะคะ)

ไทย
Singha🦁 retweetledi

ชวนไปลองอยู่ยาว ๆ ที่ ‘ยะลา-เบตง’ เมืองใต้สุดแดนสยาม
คอลัมน์ ลองStay รวมมิตร 17 สิ่งที่ควรลอง ชวนคุณไปกิน ดื่ม เที่ยว ตั้งแต่กินอาหารเช้ามลายู สูดกลิ่นโรงหมูย่างร้อยปี ชิมซีอิ๊วโฮมเมด เพนต์บาติกสไตล์ยะลา ล่องแพหลงป่าที่ป่าฮาลา-บาลา และสารพัดกิจกรรมที่เรารับรองว่าคุณจะตกหลุมรักเมืองใต้สุดแดนสยามแห่งนี้!
อ่านทั้งหมดได้ที่ readthecloud.com/travel/long-st…
พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com
#readthecloud #TheCloud #ลองStay #ยะลา #เบตง

ไทย
Singha🦁 retweetledi
Singha🦁 retweetledi

มีบทกวีรอคุณอยู่ที่ปลายสาย กดโทรศัพท์ไปที่ 09 7531 0708 เพื่อสุ่มฟังบทกวีจากทุกที่ ‘นิทรรศการ Dial-A-Poem Thailand’ ชวน 35 ศิลปินหลากหลายแขนง ตั้งแต่นักเขียน กวี ศิลปินทัศนศิลป์ ผู้กำกับภาพยนตร์ ไปจนถึงแรปเปอร์และพระภิกษุ มาแต่งบทกวีให้คุณฟังผ่านสายโทรศัพท์ เปลี่ยนนิยามของกวีนิพนธ์ที่เข้าถึงยากให้ง่ายเพียงแค่ยกหูโทรศัพท์
โปรเจกต์ Dial-A-Poem เกิดขึ้นครั้งแรกในนิวยอร์กเมื่อปี 1968 จอห์น จอร์โน (John Giorno) กวีและนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน เปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็นเครื่องมือสื่อสารทางศิลปะ ชวนศิลปินหัวก้าวหน้าในช่วงเวลานั้นมาร่วมท้าทายขอบเขตของการทำงานศิลปะในช่วงเวลานั้น
ในปี 2026 ภัณฑารักษ์ ‘มาร์ค เจียรวนนท์’ พาโปรเจกต์เดียวกันนี้มาเล่าใหม่ในบริบทแบบไทย ที่ Bangkok Kunsthalle มาร์คเลือกทำงานกับศิลปินหลายวงการเพื่อมองหาเสียงในทุกรูปแบบ ภายใต้โจทย์เดียวกันนั่นคือความเป็นไทย เปิดพื้นที่ให้ทดลองและตั้งคำถามกับความหมายของบทกวี
‘นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์’ ค้นหาคำว่า ‘คำแนะนำชีวิตสำหรับคนไทย’ บน YouTube มาอ่านออกเสียง สะท้อนความสนใจและความหมกมุ่นของผู้คนในยุคดิจิทัล ทั้งขบขัน เศร้าหมอง และน่าอดสูไปพร้อม ๆ กัน
‘แพม วิรดา’ ศิลปินทัศนศิลป์ สร้างกวีดนตรีจากการนำภาพถ่ายฟองสบู่มาซ้อนทับกับโน้ตเพลงบนโปรแกรม เพื่อสร้างเสียงและท่วงทำนองที่ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า
‘พระประชัน กิตฺติธโร’ อ่านบทสวดให้เป็นกวี เพื่อสร้างเสียงที่สะท้อนความเชื่อและวัฒนธรรมในสังคมไทย
‘ชุติญา ฉายศักดาคุณากร’ ศิลปินเสียง บันทึกเสียงประกาศจากลำโพงรถขายไข่ในเยาวราช มาสร้างเป็นบทกวีเชิงพาณิชย์
‘มิลลิ ดนุภา’ แรปเปอร์ นักร้อง มาสร้างเสียงกวีในรูปแบบท่วงทำนองแรป
นอกจากโทรตรงจากโทรศัพท์ของตัวเองแล้ว ที่ Bangkok Kunsthalle ยังจัดวางโทรศัพท์ให้เราเดินเข้าไปโทรจากโทรศัพท์ในนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
#readthecloud #TheCloud #TheCloudRecommends #DialAPoem #DialAPoemThailand #BangkokKunsthalle

ไทย








