Champ Wuttipitayamongkol

153.8K posts

Champ Wuttipitayamongkol banner
Champ Wuttipitayamongkol

Champ Wuttipitayamongkol

@tpagon

Works in media, marketing, writing and journalism, The MATTER founder, ex-Netflix / Amazon

Bangkok, Thailand Katılım Mayıs 2007
790 Takip Edilen856.2K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
Champ Wuttipitayamongkol
สมมติถ้าไม่นับเรื่อง 'โอกาสในการประกอบอาชีพ' และคิดว่ายุคนี้หลายอย่างเข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เนตแล้ว (หนังสือ ภาพยนตร์ บริการหลายอย่าง) อยากรู้ว่าจังหวัดอะไรในเมืองไทยน่าอยู่ตลอดปีบ้างครับ 🙏
ไทย
205
2.5K
1.7K
1.3M
bongtao
bongtao@bongtao·
Do we really need a PhD microbiologist to explain that tracking street shit into your house is disgusting? Toddlers in Asia already get it.
English
1
30
27
6K
Champ Wuttipitayamongkol retweetledi
GunGun.JKP
GunGun.JKP@Jakkapon_PH·
หนังสือเล่มที่ 4 ของปี 2026 Supremacy ปัญญาประดิษฐ์ แชตจีพีที และการขับเคี่ยวที่จะเปลี่ยนแปลงโลกไปตลอดกาล หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานเขียนของพาร์มี โอลสัน คอลัมนิสต์ของ Bloomburg ที่จะพาเราไปพบประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของ AI หรือ "ปัญญาประดิษฐ์" นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสุดล้ำที่กำลังคุกคามความมั่นคงในชีวิตของใครหลายคน และทำให้ใครบางคนกลายเป็นมหาเศรษฐี เนื้อหาหนังสือไม่ได้เน้นการวิพากษ์วิจารณ์หรือสอดส่องจับผิดปัญญาประดิษฐ์ หากแต่พาร์มีพาเราไปสำรวจมันตั้งแต่ต้นกำเนิดผ่านการเขียนความเรียงที่เป็นเสมือนการเดินทางของนักประดิษฐ์ 2 คนจาก 2 ฟากฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่เป็นผู้ริเริ่มและให้กำเนิดปัญญาประดิษฐ์รุ่นแรก นั่นคือ แซม อัลต์แมน แห่ง Open AI ที่ริเริ่ม ChatGPT กับ เดมิส ฮาซาบิส แห่ง Deep mind ผู้พัฒนา Gemini ซึ่งทั้งสองล้วนมีผู้สนับสนุนยักษ์ใหญ่เบื้องหลัง อย่าง Microsoft และ Google ความเรียงภายในเล่าจุดเริ่มต้นด้วยเจตนาดีอันร้อนแรงของนักประดิษฐ์ทั้ง 2 ที่ปรารถนาจะเห็นโลกนี้ดีกว่าเดิม พวกเขาต้องการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ บนโลกใบนี้ ซึ่งเราจะเห็นได้ความพยายามหลากหลายวิถีทางของทั้งอัลต์แมน และฮาซาบิส แต่แนนอนว่าลงท้ายแล้วเมื่อเดินหน้าไปถึงจุดหนึ่ง ทั้งสองก็ต้องยอม "บิดพลิ้ว" หลักการและจุดยืนบางอย่าง ซึ่งนั่นนำไปสู่การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ทั้งสองค่าย นอกจากนี้เราจะได้เห็นร่องรอยของปัญหาและความเสี่ยงที่อาจจะตามมาของระบบปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย ความเชื่อที่ว่าการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างปัญญาประดิษฐืจะช่วยแบ่งเบาภาระงานของมนุษยชาตินั้น เอาเข้าจริงแล้วมีเส้นกั้นบางๆ อยู่ระหว่าง "การปลดปล่อยมนุษย์จากงานอันน่าเบื่อหน่าย" กับ "การแย่งชิงงานของมนุษย์แล้วปล่อยให้พวกเขาอดอยากท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์" ไม่เพียงเท่านั้น ตลอดการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลาย ชุดข้อมูลอันเป็นทรัพยากรที่ถูกใช้สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้หลายส่วนยังเป็นความลับ และอาจจะเต็มไปด้วยอคติ (ปัญญาประดิษฐ์แบบ ChatGPT หรือ Gemini รวมถึง AI ตัวอื่นๆ จะถูกฝึกด้วยชุดข้อมูลจำนวนมหาศาลที่กวาดต้อนมาเพื่อให้พวกมันเรียนรู้ที่จะเข้าใจภาษา และฝึกฝนการโต้ตอบ รวมถึงเรียนรู้ที่จะสร้างภาพหรือวิดิโอต่างๆ ขึ้นด้วย) ราว 3-4 ปีก่อนถ้าจำกันได้ ระบบปัญญาประดิษฐ์ุดแรกๆ ที่ใช้จำแนกใบหน้าคนนั้น จำแนกว่าคนผิวดำเป็น "กอลิลลา" ไม่ใช่มนุษย์ - นี่คือหนึ่งในตัวอย่างของอคติที่แฝงฝังอยู่ในระบบปัญญาประดิษฐ์ แนวโน้มอีกประการที่น่ากังวลก็คือ ปัญญาประดิษฐ์อาจกลายเป็นศาสนาใหม่ในสังคม คำตอบของ ChatGPT หรือ Gemini หรือ Grok อาจมีสถานะเป็นพระวจนะแห่งพระผู้เป็นเจ้าผู้รอบรู้ในโลกสมัยใหม่ เราอาจกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ "พระผู้เป็นเจ้าและตำราศาสนากล่าวไว้ว่า..." ไปสู่ "AI ของฉันบอกไว้ว่า..." คงเป็นเรื่องน่าสยองไม่น้อยหากเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คนเชื่อการวินิจฉัยโรคโดย AI ที่ไม่รู้ว่าสมบูรณ์ไหม มากกว่าการวินิจฉัยของแพทย์ (เรื่องน่าสนใจก็คือ ในหนังสือเล่มนี้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า AI บางตัวถูกโปรแกรมและฝึกฝนให้ตอบสนองผู้ใช้ด้วยความมั่นใจ แม้ว่ามันจะไม่รู้จริงในเรื่องที่ผู้ใช้งานถาม ก็ต้องปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วตอบด้วยรูปประโยคที่ดูน่าเชือ่ถือที่สุด ร้ายไปกว่านั้นคือบางครั้งพวกมันสร้างเนื้อหาปลอม รวมถึงอ้างอิงปลอมขึ้นมาเองเสียด้วย - ราวๆ ปีที่แล้วผมเห็นอาจารย์ท่านหนึ่งเขียนถึงเรื่องนี้ว่านักศึกษาในคลาสของอาจารย์ใช้ AI เขียนงานมาส่ง ปรากฏว่า AI ปลอมอ้างอิงขึ้นมาจริง โดยมันดึงเนื้อหาจากคลิปงานเสวนาของ อ.นิธิ มาเขียนเนื้อหา แต่กลับเขียนอ้างอิงแปลงงานเสวนาที่มันดึงข้อมูลมานั้น ไปเป็นอ้างอิงในรูปแบบหนังสือ) เป็นความโชคดีที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้หลังจากอ่าน "ทุนนิยมสอดแนม" จบไปแล้ว จึงปะติดปะต่อภาพได้เห็นอะไรในหลากหลายมิติมากขึ้น การเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ที่นอกจากจะสร้างความเสี่ยงในชีวิตหน้าที่การงานของใครหลายคน อีกทั้งยังกวาดต้อนข้อมูลส่วนบุคคลของเราไปใช้เป็นทรัพยากรเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างมหาศาลแล้ว ก็น่าสนใจว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีนี้ภายใต้ความสัมพันธ์แบบทุนนิยม มันจะช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น หรือจะยิ่งทำให้เราลำบากกว่าเดิม อีกประเด็นที่น่าตั้งคำถามก็คือ บรรดานักประดิษฐ์สายเทคทั้งหลาย หมายมั่นปั้นมือว่าจะสร้างระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ฉลาดทัดเทียมหรือฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์ แต่ภายใต้ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สร้างข่าวปลอม สร้างเนื้อหาปลอมทะลักเข้าระบบทุกวัน ก็่าสนใจว่าปัญญาประดิษฐ์จะฉลาดขึ้นจนแซงมนุษย์ หรือมนุษย์เราจะโง่ลงจนปัญญาประดิษฐ์ตามทันกันแน่ อย่างไรก็ดี ผมสนับสนุนระบบเทคโนโลยีพวกนี้นะครับ แม้ว่าจะใช้เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง และปฏิเสธจะใช้มันในหลายกรณีบ้าง (เช่น การอ่านหรือการเขียน 2 เรื่องนี้เป็นอะไรที่หัวเด็ดตีนขาดผมก็ไม่ยอมให้มันมาแย่งอ่านหนังสือแทนแล้วสรุปให้ หรือขึ้นโครงร่างงานเขียนแทนผมเองแน่ๆ) กลัวว่าทุกท่านอ่านแล้วจะเข้าใจว่าผมเป็นพวกต่อต้านเทคโนโลยี - ประเด็นเดียวของผมคือเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าเหล่านี้ควรรับใช้คนทั้งสังคม ไม่ใช่แค่มีไว้เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้คนส่วนน้อย, ซึ่งน่าเสียดายปัจจุบันหน้าที่ของปัญญาประดิษฐ์กลับตอบสนองเป้าหมายหลังมากกว่าเป้าหมายแรก. หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานแปลโดยคุณ แชมป์ ทีปกร วุฒิพิทยามงคล ด้วยสำนวนที่อ่านง่าย สนุก และลื่นไหลมากๆ ครับ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Salt @SaltRead เผื่อท่านใดจะไปซื้อหามาอ่านกัน - ขอขายพ่วงว่าโดยส่วนตัวอยากให้อ่านคู่กับเล่ม "ทุนนิยมสอดแนม" มากๆ ครับ #กันกันอ่าน #อ่าน2026
GunGun.JKP tweet media
ไทย
0
8
13
2K
Champ Wuttipitayamongkol
อันนี้เป็นบั๊กของสังคม corporate มีหลักชื่อ Peter Principle ที่บอกว่า คนเราจะได้โปรโมตไปจนถึงตำแหน่งที่เกินความสามารถ ทำให้สุดท้ายบ. จะเหลือแต่คนที่ไม่เก่งพอกับตำแหน่งงาน (คือคนเก่ง จะอยู่ที่เดิมไปเรื่อยๆ บ. ก็ไม่ค่อยจะให้อยู่)
Champ Wuttipitayamongkol tweet media
Ibid.@anarchiveowo

สมมติกุอายุเยอะขึ้นเรื่อยๆแต่อยากทำหน้างานอยากเป็นระดับปฏิบัติการอยู่ ไม่ได้อยากเป็นเมเนเจ้อหรือซีเนียร์ใดๆเงี้ย ก็คือไม่ได้ใช่ปะ55555 เพราะจะถูกเขี่ยทิ้งแล้วโดนเด็กรุ่นใหม่มาแทนที่เพื่อควบคุมปริมาณการจ่ายเงินเดือนขององค์กรใช่มะ คือไม่ใช่ทุกคนมันอยากทำงานบริหารปะวะ เห้อเหี้ยแม่ง

ไทย
1
1.2K
915
90.7K
Nungning™ ~ʕ•ᴥ•ʔ
มันจะมีช่วงนึงที่สตาร์บั๊คส์ไม่เคยเขียนชื่อเราถูก แล้วเป็นเหมือนกันแทบทุกสาขา จนถ่ายรูปเก็บไว้ได้เป็นอัลบั้ม แล้วอยู่ๆ ก็พร้อมใจกันกลับมาเขียนถูก เหมือนมีการ update patch ทั้งระบบ
Nungning™ ~ʕ•ᴥ•ʔ tweet media
ไทย
1
14
17
10.3K
W
W@sxicex·
ที่น่าสนใจ และชีวิตนี้คงไม่ได้ไปแน่ๆ คือ คองโก DRC ประเทศที่มีแร่ Coltan มากที่สุดในโลกแต่กลับเป็นประเทศที่เกือบจนที่สุดในโลก ถามพี่สิงห์ไปว่าเจอ Journalist หรือคนทำสารคดีคนอื่นในประเทศคองโกบ้างไหม คำตอบคือไม่มี เรื่องมันลับและเงียบมาก ปล. @tpagon เจอพี่แชมป์แต่คนเยอะมากๆ
W tweet mediaW tweet mediaW tweet media
ไทย
1
12
7
1K
W
W@sxicex·
พี่สิงห์ทำสารคดี #BadbadWorld แต่ไม่มีคนซื้อไป Streaming หรือฉายโรง เลยทำเองลง YouTube จนวันนี้มีได้ฉายโรงแล้ว รอบสื่อขายตั๋ว 999 บาทรายได้เข้าองค์กรช่วยผู้ลี้ภัยอย่าง @UNHCRThailand ได้เจอคนพี่แยม นักข่าวภาคสนามที่ชอบลงพื้นที่ @thapanee3miti ด้วย สงครามกลายเป็นเรื่องไม่ไกล
W tweet media
W@sxicex

#เถื่อนTravel ต่อนล่าสุดพาไปทำความเข้าใจ อัฟกานิสถาน จริงๆเรื่องนี้ที่ฝ่ายพ่ายแพ้ของสหรัฐฯ พันธมิตรนาโต และประชาชนชาวอัฟกานิสถาน ผู้ได้ผลประโยชน์ คือ ธุรกิจรับจ้างรบ เคบีอาร์ และแบล็ก วอเตอร์ ที่ได้รับค่าจ้างตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่สหรัฐฯ พยายาม "ช่วย" อัฟกานิสถาน

ไทย
2
745
420
47.8K
bongtao
bongtao@bongtao·
ใครมีพ่อแม่อายุเยอะ อยากใช้ทวิตนี้แชร์ประสบการณ์แม่ล้มครับ อาทิตย์ที่แล้ว แม่เราลื่นล้มระหว่างไปเที่ยวต่างจังหวัดกับพ่อ รีบตีรถกลับมาหาหมอที่กทม. ผลเอ็กซเรย์พบว่าสะบ้าแตก เพราะเข่ากระแทกพื้นเต็มๆ หมอแนะนำว่าควรผ่าตัดวันนั้นเลย ซึ่งการผ่าตัดก็เรียบร้อยดี เคสไม่ซับซ้อนมาก พอได้คุยกับหมอ หมอแนะนำว่าการทำกายภาพสำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรก ถ้าไม่มีใครอยู่บ้านเฝ้าแม่ตลอด หมอแนะนำว่าควรให้แม่อยู่โรงพยาบาลให้นานที่สุดก่อนกลับ เพื่อให้ทำกายภาพให้ครบและป้องกันการบาดเจ็บ ซึ่งเราก็รู้แหละว่าแม่ไม่ได้อยากอยู่ รพ.นาน มันน่าเบื่อ หลับไม่สนิท อาหารไม่ถูกปากใดๆ นี่เลยโทรไปปรึกษากันยาคลินิกกายภาพบำบัด เพราะมีสาขาใกล้บ้าน และเราเคยไปซ่อมคอบ่าไหล่อยู่แล้ว ทางคลินิกแนะนำว่า ช่วงแรกแม่เราควรกายภาพวันละ 2-3 ครั้ง การไปๆมาๆ คลินิกอาจจะไม่เหมาะ เพราะต้องขึ้นลงรถหลายรอบ แต่ทางกันยาคลินิกเพิ่งเปิด “โรงพยาบาลกายภาพบำบัด” เป็น รพ.เฉพาะทางสำหรับผู้ป่วยที่ต้องกายภาพบำบัดแบบต่อเนื่อง พักค้างคืนได้ น่าจะเหมาะกว่า
ไทย
31
4.5K
3.4K
1.2M
malimali
malimali@malimali·
ตั้งแต่อยู่กลุ่ม flowers in thailand แล้วก็อยากมีที่สักสิบไร่ เงินอีกร้อยล้าน ประเทศไทยมีต้นไม้ดอกไม้สวย ๆ น่าสนใจเยอะมากกกกกกก เมื่อก่อนนึกไม่ออกเลยว่าเมืองไทยมีดอกไม้อะไรบ้างนอกจากมะลิ
ไทย
6
1.1K
1K
53.6K
ifine
ifine@ifine·
@tpagon มาครั้งหน้าเดี๋ยวพาไปเจอ
ไทย
1
0
0
240
ifine
ifine@ifine·
@tpagon ตอนมาสงขลายังไม่ได้เจออ.สดใสใช่มั้ยนะ?
ไทย
1
0
0
812
จบก. • โจ้บองโก้
ไตรมาสแรกปีนี้ ขึ้นเวทีออนสเตจ สอนนักเรียนนักศึกษา ทำพอดแคสต์ เขียนหนังสือ เป็น บก.ปฏิทิน ทำคอร์สออนไลน์ เสวนาเวทีทอล์ก ทำ walking tour ทำเพลง เล่นดนตรี ถ่ายรายการทีวี ถ่าย vlog นำทัวร์ ถ่ายติ๊กต็อก พรีเซนต์งานลูกค้า ไลฟ์สด… ตอบไม่ถูกละ ทำอาชีพอะไร
ไทย
4
40
69
7.1K
bongtao
bongtao@bongtao·
การตัดสินใจเรื่องใหญ่ในชีวิตด้วยเหตุผลที่ว่า "ก่อนจะเกลียดกันไปมากกว่านี้" นี่แม่งเจ็บปวดมากนะ
ไทย
7
4.7K
3K
163.7K
Champ Wuttipitayamongkol retweetledi
Champ Wuttipitayamongkol
พี่จ๋า หนูไม่ไหวแล้วจ้ะ . #เย้เย้เย้ #ทีมขี้เกียจ
Champ Wuttipitayamongkol tweet media
ไทย
2
1.3K
340
0
bongtao
bongtao@bongtao·
งบล่าสุดของตี๋น้อย ตัวเลขไม่สวย กำไรหายไปเยอะ เพจการเงิน เพจลงทุนออกมาวิเคราะห์กันเยอะ ล่าสุดเพจตี๋น้อยไม่อธิบาย ไม่แก้ข่าว ไม่ทำ PR ใดๆ แต่เปิดแคมเปญให้ลูกค้าตี๋น้อยมาวิเคราะห์ในเพจตัวเองเลย อะไรใหม่ๆเนอะ แบบนี้สินะที่เรียกว่า "เล่นตัวเองเจ็บน้อยสุด"
bongtao tweet media
ไทย
19
4.4K
1.6K
568K
bongtao
bongtao@bongtao·
@tpagon บางคนนี่คุยแล้วลากไปจนถึง trauma วัยเด็กเลยนะ โคตรดาร์ก
ไทย
1
0
15
8.3K
bongtao
bongtao@bongtao·
จากประสบการณ์ส่วนตัว การคุยกับเพื่อนที่สนิทประมาณนึง ประโยคที่อาจเป็นประตูพาบทสนทนาลงหลุมลึกดำมืดได้แบบไม่น่าเชื่อ คือการถามว่า what keeps you up at night lately? ช่วงนี้นอนไม่หลับเพราะคิดเรื่องอะไร บางทีคำตอบมันดาร์กกว่าที่เราคาดไว้มาก บางคนที่ดูยิ้มแย้ม ดูไม่มีปัญหาอะไรในชีวิต แต่พอตอบคำถามนี้ มันมีทั้งความกลัว กังวล เครียด กดดัน ภาระแบกรับอะไรมากมายเต็มไปหมด เป็นประตูไปสู่ vulnerable side ที่ไม่ได้แชร์ให้ทุกคนได้เห็น
ไทย
2
1.5K
1.4K
144.2K