Trumpet🎺

5.3K posts

Trumpet🎺 banner
Trumpet🎺

Trumpet🎺

@TrumpetSoloman

คนไทยมีกินมีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปพร้อมๆกันค่า

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย เข้าร่วม Ağustos 2018
397 กำลังติดตาม700 ผู้ติดตาม
Trumpet🎺
Trumpet🎺@TrumpetSoloman·
ไม่เน้นจับจีนเทา เน้นจับผู้ลี้ภัยให้รัฐบาลจีน
ไทย
0
0
0
14
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
พี่อ่านข่าวมา พี่ก็มาแบ่งปัน
สามปีก่อน โจประกาศความพร้อมลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผ่านมาจนถึงวันนี้ โจอาสาลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พวกเพื่อนๆ ในกลุ่มไลน์รุ่น มักจะเรียกชื่อโจเล่นๆ ว่า จสจ หรือ เจ้าสัวโจ เพราะว่า โจ เป็นลูกเขย คาร์มาร์ท บริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว โจ แทบไม่เคยมีมุมเจ้าสัวอะไรเลย บนพื้นฐานที่ว่า โจ มันก็เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางทั่วไป ใช้ความพยายามสอบเข้าสวนกุหลาบและวิศวะจุฬา ได้ทุนเรียนจากญี่ปุ่นจนจบปริญญาเอก ช่วงการระบาดของโควิด คุณพ่อโจเสียชีวิตจากโควิด เหมือนๆกัน กับประชาชนคนกรุงเทพและคนไทยคนอื่นๆ ที่เป็นผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงที ในด้านครอบครัว โจเป็น family man ในมาตรฐานเดียวกันกับพ่อแม่ชนชั้นกลางทั่วไป ถ้าไม่ได้ทำงานสภา โทรหา 10 ครั้ง โจน่าจะเลี้ยงลูก 8 ครั้ง ได้ยินเสียงลูกหรือสอนการบ้านลูกจนต้องรีบวางสายบ่อยๆ ชีวิตชนชั้นกลางในกทม. อาจไม่ยากนัก ถ้าคุณมีเบาะรองรับไว้หลายๆ ชั้น ผมว่าโจเข้าใจดี ว่าอ.ชัชชาติทำงานไว้ดีมาก อุทิศเวลาเพื่อ กทม. มาตลอด 4 ปี แต่เมื่อต้องทำงานแบบระบบพรรค ซึ่งทำผลงานพื้นทึ่ได้ดีทั้งในระดับ สส. สก. งานผู้ว่าฯ คือ jigsaw สุดท้ายที่พรรค คาดหวังว่า จะช่วยเติมเต็มองคาพยพของการทำงานกทม. ให้ไปในทิศทางเดียวกัน โจควรใช้ข้อดีของอ.ชัชชาติ และต่อยอดตามสิ่งที่เป็นตัวเอง โจเลี้ยงลูกเอง อาจจะตื่นเช้านอนเร็วแบบอ.ชัชชาติไม่ได้แน่ๆ คงไม่ถนัดไลฟ์สด แต่ผมคิดว่า พรรคปชน. ทำการบ้านมาเยอะเรื่องการแก้ไขโครงสร้างการบริหารกทม. และเรื่องปัญหาหลักๆ ที่ยังไม่ได้แก้ในยุคอ.ชัชชาติ ถ้าเสนอแนวคิดให้คนเข้าใจได้ และยืนยันที่จะทำงานรายละเอียดให้ได้เท่าอ.ชัชชาติ น่าจะมีคนเข้าใจเพิ่มมากขึ้น จากเพื่อนสนิทที่พี่สนิท #เลือกตั้งผู้ว่า
พี่อ่านข่าวมา พี่ก็มาแบ่งปัน tweet media
ไทย
18
949
1.6K
88.3K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
บิ๊ก เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ
เผื่อลืม ไอ้เต้เคยบอกว่าธนาธรสมควรตาย เพราะเรื่องเกณฑ์ทหาร ผมละไม่อินเลย คือสีสันพอได้ แต่ได้คะแนนเยอะจนเป็นส.ส. (พรรคมันได้ 1 ที่ก่อรโดนเตะ) หรือการพามันไปออกรายการต่างๆ มากมาย อันนี้เกินไปหน่อย ที่หนักสุดคือ Ophtus พอมันไปเป็นพรีเซนเตอร์เฉย แบบ ไอ้เต้เนี่ยนะ
ไทย
14
1.3K
1.1K
122.9K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Rolenda
Rolenda@loreneeliz·
เวลาใครด่าสื่อปัญญาอ่อนก็อย่าไปโกรธเขา ดูเวลาตัวเองลงข่าวด้วยว่าให้เกียรติใครหรือเปล่า เขาจะแต่งตัวยังไง มันก็ใส่ที่ตัวเขาแต่เสือกไปหนักที่หัวคนอื่น
Rolenda tweet media
ไทย
30
1.5K
1.1K
88.7K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
สหัสวัต คุ้มคง
ก็นี่ไง ทำไมต้องแก้ มาตรา 112 . ใครก็ฟ้องได้ มันถึงฟ้องกันมั่วซั่ว
ไทย
114
31.3K
18.1K
623.2K
Trumpet🎺
Trumpet🎺@TrumpetSoloman·
ระบบวิปริต เจ้านายบ้าขี้ข้าขยัน แข่งกันเอาใจคนตัวใหญ่เพื่อหากินกับการเอาเปรียบคนตัวเล็ก
• • november • • อสส. io 4th 💫❄️🫧🌫️@bopomnovemb

คุณบังหล่าถูกบังคับให้ลบคลิปทั้งหมดและให้ตัดผมสกินเฮด หลังจากสลิ่มคลั่งตัวหนึ่งไปแจ้ง 112 แต่ไม่สามารถเอาผิดได้

ไทย
0
1
1
156
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
พวกเราจะไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น “ผู้แทนราษฎร” . ผมเริ่มเดินทางร่วมกับองคาพยพอนาคตใหม่ด้วยความฝัน มุ่งมั่นว่าการเมืองคือเรื่องของคนธรรมดาที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และการเมืองคือเรื่องของทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของประเทศก็ตาม ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับขบวนการอนาคตใหม่เพื่อสร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน . ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เราไม่เคยเดินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบ พวกเราเผชิญขบวนการนิติสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยุบพรรค ตัดสิทธิ์​ และการถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ แต่พวกเราเชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่ของพวกเราทุกคน ทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น พร้อมทั้งต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลักนิติรัฐและนิติธรรมที่ประชาชนทุกคนล้วนเสมอภาคและถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน . ผมยืนยันว่าการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของผู้แทนราษฎรอดีตพรรคก้าวไกลในวันนั้น อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่อันชอบด้วยรัฐธรรมนูญในฐานะผู้แทนราษฏรที่มาจากประชาชน ในการใช้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อถกเถียงและพูดคุยในประเด็นอ่อนไหวอย่างมีวุฒิภาวะเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา พวกเรามิได้มีความมุ่งหมายที่จะล้มล้างหรือเซาะกร่อนบ่อนทำลายตามที่ถูกกล่าวหาจากผู้มีอำนาจแต่อย่างใด . ผมอยากชวนให้ทุกคนพิจารณาด้วยใจเป็นธรรมว่า การใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน หรือถูกใช้อย่างไม่มีมาตรฐาน กับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะผู้แทนของประชาชน สิ่งใดเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยของเรามากกว่ากัน . ในขณะที่คดีของพวกเราเดินหน้าอย่างรวดเร็ว หลากหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งค้างอยู่ในมือ ป.ป.ช. กลับไม่คืบหน้า จึงต้องถามว่าสรุปแล้วมาตรฐานในการพิจารณาคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ตรงไหนกันแน่ . ผมเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราถูกกระทำในวันนี้ สาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่การเสนอร่างกฎหมาย หากแต่เป็นเพราะพวกเราคือตัวแทนของประชาชนที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงซึ่งย่อมทำให้คนบางกลุ่มที่ยึดครองประเทศไทยอยู่ ต้องสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ เมื่อพวกเขาถูกท้าทายจึงต้องต่อสู้กลับ โดยไม่สนใจวิธีการ ไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศ . ในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งแบบใด ผมยืนยันว่าพวกเราผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คน ควรจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรต่อไป . ประการแรก การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เพราะการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปของพวกเราไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือการบริหารราชการแผ่นดิน อันก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากเกินแก่จะเยียวยาได้ในภายหลังได้ . ประการที่สอง การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นส่วนสำคัญในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา . ประการที่สาม การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คนที่อยู่ในกลุ่มคดี 44 สส. ไม่สามารถกระทำการในทำนองเดียวกันกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ กล่าวคือ พวกเราไม่สามารถเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีลักษณะคล้ายหรือทำนองเดียวกับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้อีก
ไทย
146
5.3K
5.8K
300.8K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
THE STANDARD
THE STANDARD@thestandardth·
ฐปณีย์ยื่น กสม. ตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อและประชาชน ชี้เชื่อมโยงเครือข่ายปั่นความเกลียดชังชายแดนใต้ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วันนี้ (21 เมษายน) กรณีถูกคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์โดยเครือข่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) จำนวนกว่าพันบัญชี ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการสร้างความเกลียดชังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ฐปณีย์ได้เข้าพบ วสันต์ ภัยหลีกลี้ และ ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเองถูกคุกคามผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ภายหลังจากการลงพื้นที่ทำข่าวความคืบหน้าคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ ก่อนหน้านี้ ฐปณีย์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊ก 10 เพจที่มีพฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 และได้ยื่นหนังสือต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่คุกคามสื่อมวลชน นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังการแจ้งความและยื่นหนังสือร้องเรียน ฐปณีย์พบว่าการโจมตีและการใส่ร้ายยังคงเพิ่มขึ้นและขยายขอบเขตไปยังบัญชีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000 บัญชี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและยุยงให้เกิดความเกลียดชัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพจเหล่านี้มีชื่อและพฤติการณ์สอดคล้องกับเครือข่ายบัญชีที่บริษัทเฟซบุ๊กเคยจัดทำรายงานและสั่งลบไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 77 บัญชี 18 กลุ่มข่าว และ 18 กลุ่มในอินสตาแกรม รายงานในขณะนั้นระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ เอกรินทร์ ต่วนศิริ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อันวาร์ กอมะ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ศึกษาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างความเกลียดชังระหว่างปี 2563 ถึง 2564 และพบบัญชีที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกว่า 1,000 บัญชี สำหรับเพจที่ถูกนำมาใช้โจมตีในกรณีนี้ เช่น ทันข่าวภาคใต้ เรื่องราวชายแดนใต้ ข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้ ใต้พรมชายแดนใต้ ค้นข่าวชายแดนใต้ และเปิดโปงขบวนการ BRN พบว่า มีชื่อเพจและชุดข้อความตรงกับรายงานของเฟซบุ๊กในอดีต รวมทั้งมีเพจเคลื่อนไหวในลักษณะใส่ร้ายโจมตีอีกไม่ต่ำกว่า 30 เพจ บัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบัญชีนิรนามหรืออวตาร ส่งผลให้ข้อความที่เป็นข่าวปลอมกระจายไปยังผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบัญชี งานวิจัยของวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุด้วยว่า ชุดคำที่เครือข่ายนี้นำมาใช้จัดอยู่ในกลุ่มถ้อยคำอันตรายที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับประชาชนและนักกิจกรรมออกไปนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังส่งผลต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาในรูปแบบสงครามดิจิทัล ฐปณีย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนเองเคยตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารมาแล้วหลายครั้งเมื่อมีการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน เช่น การรายงานข่าวชาวโรฮีนจาในปี 2558 ข่าวการยื่นฟ้องคดีตากใบก่อนหมดอายุความในปี 2567 และข่าวการส่งกลับชาวอุยกูร์ในปี 2568 การร้องเรียนต่อ กสม. ในครั้งนี้จึงดำเนินการเพื่อขอให้ตรวจสอบระบบการคุกคามดังกล่าว เนื่องจากมีข้อความบางส่วนที่มุ่งหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต และประเด็นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะสื่อมวลชน แต่ครอบคลุมถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย ด้าน วสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. กล่าวภายหลังการรับเอกสารร้องเรียนว่า ตนเองเป็นตัวแทนรับเรื่องในวันนี้ และจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ ก่อนจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป #TheStandardNews
THE STANDARD tweet media
ไทย
30
660
539
66.8K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Padipat
Padipat@Padipat_Ong·
ใจคอคนดีคนเก่งแบบศุภจี เอกนิติ จะไม่สนใจเรื่องซื้อเสียง โกงเลือกตั้ง ฮั้วสว เขากระโดง ค้ามนุษย์ ฮั้วประมูล รัฐธรรมนูญทหาร ทหารเกณฑ์ตาย เบน สมิทธิ์ ทุนเทา และอื่นๆเลยหรอ สามารถทำงานร่วมงาน และจะพัฒนาประเทศได้จริงๆหรอ ผมเริ่มสงสัยพวกนี้มากขึ้นแล้ว ว่าอะไรทำให้ปิดหู ปิดตาได้นะ
ไทย
167
3.1K
3.5K
188.2K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Parit Wacharasindhu (Itim)
[ ต้องเป็นนายกฯแบบไหน ที่ฟังผิดเอง เข้าใจผิดเอง แต่ยังกล้ามาต่อว่าคนอื่นว่าไม่ทำการบ้าน แถมยังคอยมีประธานสภามาช่วยปิดไมค์ฝ่ายค้าน-ตัดจบประชุมสภาให้? ] . วันนี้ ผมถูกพาดพิงโดยท่านนายกฯในหลายประเด็น - ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่ติดใจอะไร / แต่มี 1 ประเด็น เรื่องการแบ่ง “คลัสเตอร์” รองนายกฯ ที่ท่านนายกฯกล่าวหาผมว่า “ไม่ทำการบ้าน” ทั้งๆที่ ท่านนายกฯเองเป็นฝ่ายที่เข้าใจคลาดเคลื่อน . ท่านนายกฯ กล่าวหาว่าผมไม่ทำการบ้าน และจินตนาการไปเองว่า ผมกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยเอากระทรวงเกษตรไปดูแล แถมยังมาทำทีท่าถามผมเสมือนกับว่าผมไม่รู้หรอ ว่าท่านนายกฯ มอบหมาย กระทรวงเกษตรฯ ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รองนายกฯ ยศชนัน จากพรรคเพื่อไทย . คำตอบคือ “ผมรู้ครับ ผมก็อภิปรายเช่นนั้น และนั่นแหละคือประเด็นของผม” . ถ้าย้อนไปฟังคำอภิปรายของผม ก็จะเห็นชัดว่าผมรู้ว่าท่านนายกฯ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ อยู่ภายใต้รองนายกฯ ยศชนัน และการตัดสินใจเช่นนั่นเลยเป็นเหตุผลที่ผมตั้งคำถามว่าท่านนายกฯกำลังแบ่งคลัสเตอร์เพื่อ “แก้โจทย์การเมือง” หรือ “แก้โจทย์ประเทศ” . เพราะหากท่านนายกฯยึด “โจทย์ประเทศ” ผมเห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรอยู่ภายใต้รองนายกฯ ศุภจี ที่ดูแลคลัสเตอร์การผลิต การค้า และการบริการ . แต่ในเมื่อท่านนายกฯ ตัดสินใจย้ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ไปอยู่ภายใต้ รองนายกฯ ยศชนัน ที่ดูแลคลัสเตอร์เรื่องสังคมและสวัสดิการ แทน ผมจึงตั้งคำถามว่าท่านตัดสินใจแบบนี้เพราะยึด “โจทย์การเมือง” เป็นหลักใช่หรือไม่ เพียงเพราะ รองนายกฯ ยศชนัน กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร (รมว. สุริยะ) มาจากพรรคเดียวกัน . ความจริงเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่ผมได้อภิปรายในคืนนี้) แต่การที่ท่านนายกฯ ไม่ตั้งใจฟัง เข้าใจผิดเอง และยังเอาความมั่นใจผิดๆมากล่าวหาว่าคนอื่นไม่ทำการบ้าน ก็น่าจะยิ่งสะท้อนถึงวุฒิภาวะของท่านนายกฯ และตอกย้ำว่าคนที่ไม่ทำการบ้านไม่ใช่ผม แต่คือตัวท่านนายกฯเอง . ความจริงแล้ว ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 47 ผมมีสิทธิยืนขึ้นและใช้สิทธิพาดพิงได้เลยทันทีที่โดนพาดพิง แต่ผมอยากให้เกียรติไม่ขัดจังหวะท่านนายกฯระหว่างพูด เลยตั้งใจว่าจะใช้สิทธิพาดพิงหลังนายกฯพูดจบ - เผอิญผมไม่คิดว่าเราจะเจอประธานสภาที่ต้องการปิดปากฝ่ายค้านไม่ให้ใช้สิทธิพาดพิงและปิดประชุมทันที ทั้งๆที่เป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับ . เรื่องนี้จึงตอกย้ำ ว่าเรากำลังทำงานในสภา ที่พร้อมปิดปากฝ่ายค้าน และยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่นายกฯ พูดว่าพร้อมรับฟัง สส. ทุกคนไม่เป็นความจริง
ไทย
83
6.3K
4.8K
176.9K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
i.amPPLE4cute
i.amPPLE4cute@pchanybbaekh·
คดีศักดิ์สยาม ความผิดถึงขนาดพ้นตำแหน่ง ป.ป.ช.บอกไม่จงใจ จึงยกคำร้อง แต่44สส.เข้าชื่อแก้ไขกฎหมายมาตราหนึ่งส่งศาลฎีกา ก็นั่นแหล่ะค่ะะะ 😮‍💨
ไทย
15
2K
1.9K
101.7K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
GunGun.JKP
GunGun.JKP@Jakkapon_PH·
หนังสือเล่มที่ 7 ของปี 2026 เทคโนศักดินา Techno Feudalism ย้อนไปสักปีก่อน ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับอาจารย์ปิยบุตร ซึ่งอาจารย์ได้แนะนำว่า "ถ้าอ่านทุนนิยมสอดแนมจบแล้ว คุณต้องลองอ่านงานเล่มนี้ของยานิสนะ" และอาจารย์ก็ได้เล่าเนื้อหาคร่าวๆ ของหนังสือเล่มนี้ให้ฟังก่อนที่ผมจะไปเที่ยวท่องหาเอา text ต้นฉบับของงานชิ้นนี้ในภาษาอังกฤษมาอ่านบ้างพักบ้าง แต่โดยสรุปก็คือยังอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษไม่จบ จนกระทั่งเมื่อถึงงานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุด ผมเห็นทางสำนักพิมพ์ Salt ได้นำเอางานชิ้นนี้มาแปลและตีพิมพ์ในภาษาไทย ก็แน่นอนว่าไม่อาจจะพลาดด้วยประการทั้งปวง อันที่จริง งานชิ้นนี้ก็คล้ายกับงานอีกชิ้นหนึ่งคือ Casino Capitalism ของ Susan Strange ในความหมายที่เราพอจะคาดเดาเนื้อหาของมันได้ก่อนที่จะอ่านข้อเสนอภายใน - ข้อเสนอของซูซานในงานชิ้นนี้คือการวิพากษ์ระบบทุนนิยมการเงินที่เปลี่ยนทุนและตลาดการเงินระหว่างประเทศให้กลายเป็นคาสิโนสำหรับเล่นการพนันเก็งกำไรกันอย่างบ้าคลั่ง - แต่แน่นอนว่าสำหรับใครที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่ได้คุ้นชินกับข้อเขียนหรืองานความคิดเชิงวิพากษ์ระบบทุนนิยมก็อาจจะไม่ได้คาดเดาเนื้อหาได้ล่วงหน้า สำหรับเทคโนศักดินา ผมได้เปรียบส่วนหนึ่งเพราะได้อาจารย์ปิยบุตรช่วยเล่าสรุปไอเดียเบื้องต้นของหนังสือให้ก่อนได้อ่าน หากจะสรุปเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้อย่างรวบรัดที่สุด มันคือการเสนอว่าเรากำลังก้าวออกจากระบบทุนนิยมแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเทคโนศักดินา - ความสัมพันธ์ทางการผลิต/ปัจจัยการผลิตแบบทุนนิยมดั้งเดิมกำลังลดความสำคัญลงและถูกแทนที่ด้วยความสัมพันธ์ทางการผลิต/ปัจจัยการผลิตรูปแบบใหม่ ปัจจัยการผลิตแบบทุนนิยมดั้งเดิมที่เน้นการผลิตสินค้ารูปธรรม ในโรงงาน มีการจ้างงานแรงงาน ผลิตสินค้าเพื่อขายและสะสมกำไร ถูกแทนที่ด้วยการผลิตสินค้าเชิงนามธรรม บนแพลตฟอร์มเสมือน สินค้าถูกผลิตและปรับแต่งโดยแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และสินค้าที่ผลิตขึ้นคืออัตลักษณ์ของพวกเราเอง ส่วนโรงงานผลิตสินค้ารูปธรรมไม่ได้หายไป แต่แทนที่ด้วยการผลิตแบบกึ่งอัตโนมัติจนเกิดการจ้างงานน้อยมาก แล้วเรากลายเป็นอะไรในระบบระเบียบใหม่ที่ว่านี้? ผมอยากจะชวนย้อนกลับไปพิจารณาต้นกำเนิดของระบบทุนนิยม, ทุนนิยมกำเนิดขึ้นเมื่อเกิดการล้อมรั้วที่ดิน ไล่บรรดาไพร่ติดที่ดินในระบบศักดินาออกจากที่ดิน เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นแรงงานอิสระซึ่งไร้ที่ทำกินและต้องขายกำลังแรงงานเพื่อแลกกับค่าจ้างสำหรับการดำรงชีพ ในทางเดียวกัน (แต่เป็นด้านกลับ) การกำเนิดของระบบเทคโนศักดินาก็เริ่มต้นจากการล้อมรั้วที่ดินเสมือน นั่นคือการล้อมรั้วอินเตอร์เน็ต ขับไล่พวกเราออกจากการใช้งานสิ่งเหล่านี้ บีบให้เราต้องเลือกเข้าสังกัดและอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์แบบศักดินาใหม่ หรือกล่าวให้ง่ายขึ้นก็คือ แต่เดิมเราเป็นลูกจ้างที่ต้องทำงานในโรงงานหรือในสำนักงาน เราใช้เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ของนายทุนอุตสาหกรรมเพื่อทำงานแลกกับค่าจ้าง แต่ในระบบเทคโนศักดินา ทุกอย่างกลับหัวกลับหางกัน เรามีคอมพิวเตอร์ขจองตัวเอง แต่เราก็ต้อง "เช่าที่ดินเสมือน" เพื่อทำการผลิตจากนายทุนเทคโน ที่ดินเสมือนที่ว่านี้คือ ซอฟแวร์ แอพลิเคชัน และระบบคลาวน์ต่างๆ ไม่ต่างจากไพร่ติดที่ดินในยุคศักดินาที่เช่าที่ดินโดยแบ่งส่วนแบ่งผลผลิตส่วนหนึ่งให้เจ้าที่ดินในฐานะค่าเช่า เราในฐานะไพร่คราวด์ก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้นายทุนเทคโนแลกกับการใช้ซอฟแวร์ต่างๆ ของพวกเขาเพื่อทำการผลิต ยิ่งภายหลังวิกฤติการเงินและหลังวิกฤติโควิด 19 เรายิ่งเห็นการขยายตัวของบรรดานายทุนเทคโน ที่ยานิสเรียกว่า "นายทุนคลาวด์" มากขึ้น เมื่อทุนอุตสาหกรรมต่างๆ ปิดตัวลงหรือใช้การผลิตแบบอัตโนมัติมากขึ้น คนงานถูกเทกระจาดออกจากการจ้างงานและกลายเป็น "เจ้านายตัวเอง" ที่ลงท้ายคือไพร่ที่ต้องหาสังกัดใหม่ และสังกัดใหม่ของบรรดาไพร่คลาวด์ หรือกรรมาชีพคลาวด์ก็คือ "แพลตฟอร์ม" - อดีตกรรมาชีพโรงงานต้องผันตัวมาเป็นไรเดอร์ ในห่วงโซ่การขูดรีดใหม่ที่นายทุนคลาวด์ให้พวกเขาเช่า "แพลตฟอร์ม" เพื่อทำมาหากิน โดยต้องแบ่งส่วนหนึ่งของการผลิตมาจ่ายเป็นค่าเช่า (ส่วนแบ่งค่าวิ่งรถ) ในขณะที่อดีตกรรมาชีพคอปกขาวที่เคยทำงานประจำในบริษัทเอกชนอาจพบว่าตัวเองกลายเป็นไพร่คลาวด์อิสระ เป็นฟรีแลนซ์รับงานโดยได้ค่าจ้างเป็นรายชิ้นงาน แต่ก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้นายทุนคลาวด์ผ่านการเช่าซอฟแวร์และคลาวด์เพื่อทำการผลิต สิ่งสำคัญคือช่วงท้ายของหนังสือเล่มนี้ยานิสพยายามชี้ชวนให้่ฝ่ายซ้ายทั้งหลายออกจากเซฟโซนและเริ่มนำเสนอ "พิมพ์เขียว" เพื่อการก่อร่างสังคมใหม่ในระบยเปลี่ยนผ่านกันเสียที และยานิสก็ได้เริ่มนำเสนอพิมพ์เขียวของเขา หากแต่ข้อเสนออย่างละเอียดไม่ได้ปรากฏในงานชิ้นนี้ แต่จะไปปรากฎในข้อเขียนอีกชิ้นของเขาเรื่อง "Another Now: Dispatches from an alternative present" อย่างไรก็ตามข้อเสนอในหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยจุดประกายให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ อีกประการที่สำคัญคือ ผมชอบภาคผนวกในหนังสือเล่มนี้มากที่ยานิสได้พยายามสรุปรวบยอดความคิดเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองแบบมาร์ฏซิสต์เพื่อเป็นรากฐานแก่ความเข้าใจของผู้อ่าน รวมถึงต่อยอดไปยังคำอธิบายเรื่องเทคโนศักดินาของเขาด้วย นี่จึงเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การอ่านอย่างยิ่งสำหรับทั้งบรรดาผู้นิยามตัวเองเป็นฝ่ายซ้ายและต่อบรรดาบุคคลทั่วไปที่ต้องต่อสู้เอาตัวรอดในระบบการผลิตแบบใหม่นี้ หนังสือเล่มนี้แปลไว้อย่างดีเยี่ยมโดย อ.อภิชาติ สถิตนิรามัย และ อ.นภนต์ ภุมมา แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Salt @SaltRead ครับ ช่วงนี้ยังมีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติอยู่ แนะนำว่าท่านใดที่สนใจลองไปอุดหนุนทางสำนักพิมพ์ได้นะครับ #กันกันอ่าน #อ่าน2026
GunGun.JKP tweet media
ไทย
2
26
28
2.4K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Ton Veerayooth
Ton Veerayooth@Ton_Veerayooth·
ขอรีโพสต์อีกครั้ง ในวันที่พบน้ำมันหายกลางทะเล 57 ล้านลิตรครับ
Ton Veerayooth@Ton_Veerayooth

ไทยไม่มีลักลอบขนน้ำมันทางเรือ? ในรายการคุยนอกจอวันนี้ ผมได้สอบถามคุณพิพัฒน์  รัชกิจประการ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. ว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ตลาดน้ำมันไทยปั่นป่วนเกิดจากการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนทางเรือหรือไม่ แต่คุณพิพัฒน์ยืนยันว่า “ไม่มีการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนทางเรือ”  เพราะได้ขอความร่วมมือโรงกลั่นน้ำมันและมั่นใจระบบการกำกับดูแลของรัฐ  คำชี้แจงดังกล่าวขัดกับข้อเท็จจริงที่เราเห็นจากข่าวอยู่เป็นระยะ แม้แต่ในช่วงวิกฤตน้ำมันขาดที่ผ่านมา อันที่จริง นี่เป็นหนึ่งในปัญหาคอร์รัปชันที่คาราคาซังมายาวนาน อย่างที่คนในหลายพื้นที่ทราบดี  แต่แทนที่รัฐบาลจะถือโอกาสนี้ลุยแก้ปัญหาจริงจัง กลับยอมรับความผิดปกติให้ดำรงอยู่ต่อไป แนวทางเช่นนี้ย่อมไม่สามารถลดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

ไทย
55
15.6K
6.7K
366.3K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
ณัฐวุฒิ บัวประทุม
อยู่มา 7 ปี เห็นต่างมาก็มาก เห็นไม่ตรงกันมาก็เยอะ แต่ไม่เคยเจอคนแบบนี้ที่คอยขัดจังหวะการทำหน้าที่ของเพื่อน สส. และพวกเขาย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเขาทำแบบนี้เพราะอะไร…
Earth Pakornwut 🧡 \7🔻@Earth_MFP

ในฐานะที่ผมเป็นวิป การเดินเข้าไปคุยกับพรรคอื่น ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องที่ปกติมากๆที่ผมก็ทำอยู่ตลอด แทบจะทุกวันที่มีการประชุมสภา  และในหลายๆครั้ง ที่มีการประท้วงกันไปมา หรือพูดอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง  ทุกครั้ง ผมก็ใช้วิธีเดินไปถาม และบอกแบบตรงไปตรงมา และถามว่าทำไมถึงต้องมาประท้วงกันประเด็นหยุมหยิมแบบนี้ หรือทำไมถึงไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยกันในวิป เพราะผมคิดว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องใช้เวลาสภามาตอบโต้กัน การเดินไปคุยกันส่วนตัว พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และทำความเข้าใจกัน หลายครั้งก็จบด้วยการขอโทษขอโพยกัน หลังมีการปะทะคารมกัน ด้วยซ้ำ นี่ก็เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เกิดขึ้นในสภาเช่นกัน  ประเด็นในวันนี้ ที่ผมเดินไปคุยด้วย คือต้องการทำความเข้าใจว่า ในเหตุการณ์ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง ที่ทางพรรคดังกล่าว พยายามจะตั้งใจขัดจังหวะ  พรรคประชาชน โดยเฉพาะ  และไม่เคยประท้วงในลักษณะเดียวกันกับ สส พรรคอื่นๆเลย . ผมจึงพยายาม ที่จะเข้าไปบอกว่า การตั้งใจประท้วงขัดจังหวะ เฉพาะพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะทำให้การประชุมไม่เป็นไปอย่างราบรื่น และ ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสมาชิก จะเป็นบรรยากาศที่ไม่ดี  และผม บอกว่า ถ้าหากคุณตั้งใจทำแบบนี้ แล้วทางพรรคประชาชน ทำแบบนี้กับทางพวกคุณทุกครั้งที่คุณอภิปรายบ้าง คุณก็คงไม่พอใจเช่นกัน .. ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการใช้ chat GPT หรือประเด็นเนื้อหาการอภิปรายใดๆเลยทั้งสิ้น . การเดินไปหาทาง สส.กลุ่มดังกล่าว ผมเว้นระยะห่าง อย่างน้อย 1แถว เพื่อพูดคุย ..  สิ่งที่เกิดขึ้นจากนั้น คือ ทาง สส.ทั้ง3คน ลุกขึ้นยืน เดินออกมาจากที่นั่ง  และพยายามส่งเสียงโวยวาย  จึงทำให้มีเพื่อนๆ สส.ท่านอื่น เดินเข้ามาห้ามปรามทั้งทางผม และ ทาง 3คนนั้น ทั้งที่จริงๆยังไม่มีเหตุการณ์ที่จะใกล้เคียงการปะทะใดๆกันเลย  .. ซึ่งภาพที่ปรากฎออกมา อาจทำให้หลายๆคนเข้าใจไปอีกแบบ .. ซึ่งผมต้องย้ำว่า การเดินไปคุยกับพรรคใดๆ ถึงที่นั่งของพรรคนั้นๆ เป็นเรื่องปกติมากๆ ในสภา . และสิ่งที่ผมคิดว่าทำให้ผมเสียหาย คือการกล่าวหาว่าผมพูดว่า “ระวังตัวไว้ให้ดี” และกล่าวหาอีกด้วยว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมพูดคำนี้  ซึ่งการกล่าวหานี้ เป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง   –  สำหรับผม เหตุการณ์นี้ไม่มีสาระอะไร เพราะเป็นสิ่งที่คนเป็นวิป ทำกันเป็นปกติ แต่มีคนพยายามจะ "เล่นใหญ่" เท่านั้นเอง  . และจากนี้ จะได้รับทราบว่า ทางพรรคดังกล่าวไม่ยินดีที่จะมีการพูดคุยเจรจาใดๆกัน ทางวิปจะได้ยึดถือแนวทางนี้ในการทำงาน แต่เราก็ยังยินดี ที่จะเดินไปสอบถาม เจรจา หรือ พูดคุยทำความเข้าใจกับพรรคอื่นๆ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เช่นเดิม  .

ไทย
11
765
774
57.7K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Pawoot.com
Pawoot.com@pawoot·
เห็นหน้าจอของการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภาของโทรทัศน์รัฐสภา แล้วก็รู้สึกว่า ถ้าปรับ UXUI ของจอการนำเสนอข้อมูล มันน่าจะทำให้มันมีประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน และคนที่อภิปรายรวมไปถึง สส. ในห้องประชุมด้วย... . เลยลองใช้ AI ช่วยปรับดู.. ผมทำออกดูเป็นตัวอย่างคร่าวๆ ตามภาพด้านล่าง (มีภาพที่ทำออกมาเป็นตัวอย่าง และภาพที่ใช้อยู่ปัจจุบัน) . Wireframe ที่ออกแบบให้ม่นี้จัดวางข้อมูลตาม Visual Hierarchy 3 ระดับ: . #ส่วนบน — เวลาและสถานะเร่งด่วน แสดงลำดับผู้อภิปราย (2/10), Progress Bar เวลารายบุคคล, และกล่องแจ้งเตือนสีแดงเมื่อประชุมล่าช้า เพื่อกดดันทางจิตวิทยาให้บริหารเวลาดีขึ้น . #ส่วนกลาง — เนื้อหาหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน: ฝั่งซ้ายคือวิดีโอผู้พูดพร้อม Speaker Profile ที่ชัดเจน (ชื่อใหญ่, พรรครอง, บทบาท), แถบอ้างอิงมาตรากฎหมาย, AI Live Captions, และช่องล่ามภาษามือ ฝั่งขวาเป็น sidebar รวมข้อมูลบริบททั้งหมด ได้แก่ Session Progress, ผู้พูดถัดไป 3 คน, Quorum Monitor (312/500), สัดส่วนเวลาแต่ละพรรค, และ Dynamic QR Code . #ส่วนล่าง — Efficiency Dashboard แสดง Meeting Efficiency Meter, สรุปจำนวนผู้อภิปราย, เวลาที่ใช้/เหลือ, เวลาคาดว่าจะเสร็จ, และค่าเฉลี่ยเกินเวลาต่อคน . เดียวจะลองเอาไปเสนอผ่าน ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา เพื่อสนใจจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น ถ้าเค้าตกลง อยากจะพากลุ่มคน UXUI ประเทศไทย มาช่วยกันปรับ User Interface และ ส่วนบริการที่ประชาชนต้องใช้ของรัฐสภา ให้มันดีขึ้น เพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของรัฐสภาไทย . ทำไมเห็นหลายๆ อย่างในรัฐสภา มันน่าปรับให้ดีขึ้นเต็มไปเลยแหะ.. . . ปล. ล่าสุดเสนอไปทาง ทีมสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ล่ะ รอ feedbak
Pawoot.com tweet mediaPawoot.com tweet media
ไทย
12
417
608
157.9K
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
เฉียนเฉี่ยน
อ้าว ไหนวันไปรายการเฮียยุทธ์ ท้าให้ตรวจสอบว่าไม่มีชื่อ ไม่เกี่ยวข้อง
ไทย
25
8.4K
5.2K
272.8K