Trumpet🎺
5.3K posts

Trumpet🎺
@TrumpetSoloman
คนไทยมีกินมีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปพร้อมๆกันค่า
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย เข้าร่วม Ağustos 2018
397 กำลังติดตาม700 ผู้ติดตาม
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

สามปีก่อน โจประกาศความพร้อมลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ผ่านมาจนถึงวันนี้ โจอาสาลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
พวกเพื่อนๆ ในกลุ่มไลน์รุ่น มักจะเรียกชื่อโจเล่นๆ ว่า จสจ หรือ เจ้าสัวโจ เพราะว่า โจ เป็นลูกเขย คาร์มาร์ท บริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว โจ แทบไม่เคยมีมุมเจ้าสัวอะไรเลย บนพื้นฐานที่ว่า โจ มันก็เกิดในครอบครัวชนชั้นกลางทั่วไป ใช้ความพยายามสอบเข้าสวนกุหลาบและวิศวะจุฬา ได้ทุนเรียนจากญี่ปุ่นจนจบปริญญาเอก
ช่วงการระบาดของโควิด คุณพ่อโจเสียชีวิตจากโควิด เหมือนๆกัน กับประชาชนคนกรุงเทพและคนไทยคนอื่นๆ ที่เป็นผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบางไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทันท่วงที
ในด้านครอบครัว โจเป็น family man ในมาตรฐานเดียวกันกับพ่อแม่ชนชั้นกลางทั่วไป ถ้าไม่ได้ทำงานสภา โทรหา 10 ครั้ง โจน่าจะเลี้ยงลูก 8 ครั้ง ได้ยินเสียงลูกหรือสอนการบ้านลูกจนต้องรีบวางสายบ่อยๆ
ชีวิตชนชั้นกลางในกทม. อาจไม่ยากนัก ถ้าคุณมีเบาะรองรับไว้หลายๆ ชั้น
ผมว่าโจเข้าใจดี ว่าอ.ชัชชาติทำงานไว้ดีมาก
อุทิศเวลาเพื่อ กทม. มาตลอด 4 ปี แต่เมื่อต้องทำงานแบบระบบพรรค ซึ่งทำผลงานพื้นทึ่ได้ดีทั้งในระดับ สส. สก. งานผู้ว่าฯ คือ jigsaw สุดท้ายที่พรรค คาดหวังว่า จะช่วยเติมเต็มองคาพยพของการทำงานกทม. ให้ไปในทิศทางเดียวกัน
โจควรใช้ข้อดีของอ.ชัชชาติ และต่อยอดตามสิ่งที่เป็นตัวเอง โจเลี้ยงลูกเอง อาจจะตื่นเช้านอนเร็วแบบอ.ชัชชาติไม่ได้แน่ๆ คงไม่ถนัดไลฟ์สด แต่ผมคิดว่า พรรคปชน. ทำการบ้านมาเยอะเรื่องการแก้ไขโครงสร้างการบริหารกทม. และเรื่องปัญหาหลักๆ ที่ยังไม่ได้แก้ในยุคอ.ชัชชาติ ถ้าเสนอแนวคิดให้คนเข้าใจได้ และยืนยันที่จะทำงานรายละเอียดให้ได้เท่าอ.ชัชชาติ น่าจะมีคนเข้าใจเพิ่มมากขึ้น
จากเพื่อนสนิทที่พี่สนิท
#เลือกตั้งผู้ว่า

ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

ระบบวิปริต เจ้านายบ้าขี้ข้าขยัน แข่งกันเอาใจคนตัวใหญ่เพื่อหากินกับการเอาเปรียบคนตัวเล็ก
• • november • • อสส. io 4th 💫❄️🫧🌫️@bopomnovemb
คุณบังหล่าถูกบังคับให้ลบคลิปทั้งหมดและให้ตัดผมสกินเฮด หลังจากสลิ่มคลั่งตัวหนึ่งไปแจ้ง 112 แต่ไม่สามารถเอาผิดได้
ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

พวกเราจะไม่มีวันหยุดปฏิบัติหน้าที่การเป็น “ผู้แทนราษฎร”
.
ผมเริ่มเดินทางร่วมกับองคาพยพอนาคตใหม่ด้วยความฝัน มุ่งมั่นว่าการเมืองคือเรื่องของคนธรรมดาที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และการเมืองคือเรื่องของทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของประเทศก็ตาม ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมกับขบวนการอนาคตใหม่เพื่อสร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
.
ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา เราไม่เคยเดินอยู่บนเส้นทางที่ราบเรียบ พวกเราเผชิญขบวนการนิติสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการถูกฟ้องหมิ่นประมาท ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ และการถูกคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ แต่พวกเราเชื่อมั่นว่าการทำหน้าที่ของพวกเราทุกคน ทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์และภาษีของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น พร้อมทั้งต้องการให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลักนิติรัฐและนิติธรรมที่ประชาชนทุกคนล้วนเสมอภาคและถูกปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน
.
ผมยืนยันว่าการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของผู้แทนราษฎรอดีตพรรคก้าวไกลในวันนั้น อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่อันชอบด้วยรัฐธรรมนูญในฐานะผู้แทนราษฏรที่มาจากประชาชน ในการใช้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อถกเถียงและพูดคุยในประเด็นอ่อนไหวอย่างมีวุฒิภาวะเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้งตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา พวกเรามิได้มีความมุ่งหมายที่จะล้มล้างหรือเซาะกร่อนบ่อนทำลายตามที่ถูกกล่าวหาจากผู้มีอำนาจแต่อย่างใด
.
ผมอยากชวนให้ทุกคนพิจารณาด้วยใจเป็นธรรมว่า การใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน หรือถูกใช้อย่างไม่มีมาตรฐาน กับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติในฐานะผู้แทนของประชาชน สิ่งใดเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยของเรามากกว่ากัน
.
ในขณะที่คดีของพวกเราเดินหน้าอย่างรวดเร็ว หลากหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งค้างอยู่ในมือ ป.ป.ช. กลับไม่คืบหน้า จึงต้องถามว่าสรุปแล้วมาตรฐานในการพิจารณาคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อยู่ตรงไหนกันแน่
.
ผมเชื่อว่าสิ่งที่พวกเราถูกกระทำในวันนี้ สาเหตุที่แท้จริงไม่ใช่การเสนอร่างกฎหมาย หากแต่เป็นเพราะพวกเราคือตัวแทนของประชาชนที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงซึ่งย่อมทำให้คนบางกลุ่มที่ยึดครองประเทศไทยอยู่ ต้องสูญเสียอำนาจและผลประโยชน์ เมื่อพวกเขาถูกท้าทายจึงต้องต่อสู้กลับ โดยไม่สนใจวิธีการ ไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศ
.
ในวันพรุ่งนี้ไม่ว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งแบบใด ผมยืนยันว่าพวกเราผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คน ควรจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรต่อไป
.
ประการแรก การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เพราะการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปของพวกเราไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะ หรือการบริหารราชการแผ่นดิน อันก่อให้เกิดความเสียหายที่ยากเกินแก่จะเยียวยาได้ในภายหลังได้
.
ประการที่สอง การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คน เป็นการทำตามอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นส่วนสำคัญในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
.
ประการที่สาม การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกผู้แทนราษฎรของพวกเราทั้ง 10 คนที่อยู่ในกลุ่มคดี 44 สส. ไม่สามารถกระทำการในทำนองเดียวกันกับที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ กล่าวคือ พวกเราไม่สามารถเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีลักษณะคล้ายหรือทำนองเดียวกับคำร้องของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้อีก
ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

ฐปณีย์ยื่น กสม. ตรวจสอบปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อและประชาชน ชี้เชื่อมโยงเครือข่ายปั่นความเกลียดชังชายแดนใต้
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 3 มิติ และผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) วันนี้ (21 เมษายน) กรณีถูกคุกคามทางสื่อสังคมออนไลน์โดยเครือข่ายปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) จำนวนกว่าพันบัญชี ซึ่งมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับการสร้างความเกลียดชังในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ฐปณีย์ได้เข้าพบ วสันต์ ภัยหลีกลี้ และ ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยื่นเรื่องร้องเรียนดังกล่าว โดยระบุว่า ตนเองถูกคุกคามผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ภายหลังจากการลงพื้นที่ทำข่าวความคืบหน้าคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ
ก่อนหน้านี้ ฐปณีย์ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊ก 10 เพจที่มีพฤติการณ์ใส่ร้ายป้ายสีไว้ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 และได้ยื่นหนังสือต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 เพื่อขอให้ตรวจสอบการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่คุกคามสื่อมวลชน นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ภายหลังการแจ้งความและยื่นหนังสือร้องเรียน ฐปณีย์พบว่าการโจมตีและการใส่ร้ายยังคงเพิ่มขึ้นและขยายขอบเขตไปยังบัญชีผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1,000 บัญชี โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงและยุยงให้เกิดความเกลียดชัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพจเหล่านี้มีชื่อและพฤติการณ์สอดคล้องกับเครือข่ายบัญชีที่บริษัทเฟซบุ๊กเคยจัดทำรายงานและสั่งลบไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 จำนวน 77 บัญชี 18 กลุ่มข่าว และ 18 กลุ่มในอินสตาแกรม
รายงานในขณะนั้นระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ข้อมูลดังกล่าวยังสอดคล้องกับงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ เอกรินทร์ ต่วนศิริ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อันวาร์ กอมะ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ศึกษาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการสร้างความเกลียดชังระหว่างปี 2563 ถึง 2564 และพบบัญชีที่มีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกันกว่า 1,000 บัญชี
สำหรับเพจที่ถูกนำมาใช้โจมตีในกรณีนี้ เช่น ทันข่าวภาคใต้ เรื่องราวชายแดนใต้ ข่าวสามจังหวัดชายแดนใต้ ใต้พรมชายแดนใต้ ค้นข่าวชายแดนใต้ และเปิดโปงขบวนการ BRN พบว่า มีชื่อเพจและชุดข้อความตรงกับรายงานของเฟซบุ๊กในอดีต รวมทั้งมีเพจเคลื่อนไหวในลักษณะใส่ร้ายโจมตีอีกไม่ต่ำกว่า 30 เพจ บัญชีผู้ใช้งานที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นบัญชีนิรนามหรืออวตาร ส่งผลให้ข้อความที่เป็นข่าวปลอมกระจายไปยังผู้ใช้งานไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบัญชี
งานวิจัยของวิทยากรจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ระบุด้วยว่า ชุดคำที่เครือข่ายนี้นำมาใช้จัดอยู่ในกลุ่มถ้อยคำอันตรายที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง การแพร่กระจายข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับประชาชนและนักกิจกรรมออกไปนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เพียงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่ยังส่งผลต่อกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ที่กำลังเผชิญกับปัญหาในรูปแบบสงครามดิจิทัล
ฐปณีย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตนเองเคยตกเป็นเป้าหมายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารมาแล้วหลายครั้งเมื่อมีการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิทธิมนุษยชน เช่น การรายงานข่าวชาวโรฮีนจาในปี 2558 ข่าวการยื่นฟ้องคดีตากใบก่อนหมดอายุความในปี 2567 และข่าวการส่งกลับชาวอุยกูร์ในปี 2568
การร้องเรียนต่อ กสม. ในครั้งนี้จึงดำเนินการเพื่อขอให้ตรวจสอบระบบการคุกคามดังกล่าว เนื่องจากมีข้อความบางส่วนที่มุ่งหมายถึงความปลอดภัยในชีวิต และประเด็นนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะสื่อมวลชน แต่ครอบคลุมถึงการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนด้วย
ด้าน วสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. กล่าวภายหลังการรับเอกสารร้องเรียนว่า ตนเองเป็นตัวแทนรับเรื่องในวันนี้ และจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ ก่อนจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป
#TheStandardNews

ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

พิธา Congrats ฮังการี 🔥
เขาสู้กันมากว่า 16 ปีจนชนะคนไทยเองก็อย่าหมดหวัง 🤘🎸

MAKS 25 🇺🇦👀@Maks_NAFO_FELLA
Hungary… WOW 🤩🇭🇺
ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

[ ต้องเป็นนายกฯแบบไหน ที่ฟังผิดเอง เข้าใจผิดเอง แต่ยังกล้ามาต่อว่าคนอื่นว่าไม่ทำการบ้าน แถมยังคอยมีประธานสภามาช่วยปิดไมค์ฝ่ายค้าน-ตัดจบประชุมสภาให้? ]
.
วันนี้ ผมถูกพาดพิงโดยท่านนายกฯในหลายประเด็น - ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย จึงไม่ติดใจอะไร / แต่มี 1 ประเด็น เรื่องการแบ่ง “คลัสเตอร์” รองนายกฯ ที่ท่านนายกฯกล่าวหาผมว่า “ไม่ทำการบ้าน” ทั้งๆที่ ท่านนายกฯเองเป็นฝ่ายที่เข้าใจคลาดเคลื่อน
.
ท่านนายกฯ กล่าวหาว่าผมไม่ทำการบ้าน และจินตนาการไปเองว่า ผมกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยเอากระทรวงเกษตรไปดูแล แถมยังมาทำทีท่าถามผมเสมือนกับว่าผมไม่รู้หรอ ว่าท่านนายกฯ มอบหมาย กระทรวงเกษตรฯ ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รองนายกฯ ยศชนัน จากพรรคเพื่อไทย
.
คำตอบคือ “ผมรู้ครับ ผมก็อภิปรายเช่นนั้น และนั่นแหละคือประเด็นของผม”
.
ถ้าย้อนไปฟังคำอภิปรายของผม ก็จะเห็นชัดว่าผมรู้ว่าท่านนายกฯ มอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ อยู่ภายใต้รองนายกฯ ยศชนัน และการตัดสินใจเช่นนั่นเลยเป็นเหตุผลที่ผมตั้งคำถามว่าท่านนายกฯกำลังแบ่งคลัสเตอร์เพื่อ “แก้โจทย์การเมือง” หรือ “แก้โจทย์ประเทศ”
.
เพราะหากท่านนายกฯยึด “โจทย์ประเทศ” ผมเห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรอยู่ภายใต้รองนายกฯ ศุภจี ที่ดูแลคลัสเตอร์การผลิต การค้า และการบริการ
.
แต่ในเมื่อท่านนายกฯ ตัดสินใจย้ายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ไปอยู่ภายใต้ รองนายกฯ ยศชนัน ที่ดูแลคลัสเตอร์เรื่องสังคมและสวัสดิการ แทน ผมจึงตั้งคำถามว่าท่านตัดสินใจแบบนี้เพราะยึด “โจทย์การเมือง” เป็นหลักใช่หรือไม่ เพียงเพราะ รองนายกฯ ยศชนัน กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร (รมว. สุริยะ) มาจากพรรคเดียวกัน
.
ความจริงเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่ผมได้อภิปรายในคืนนี้) แต่การที่ท่านนายกฯ ไม่ตั้งใจฟัง เข้าใจผิดเอง และยังเอาความมั่นใจผิดๆมากล่าวหาว่าคนอื่นไม่ทำการบ้าน ก็น่าจะยิ่งสะท้อนถึงวุฒิภาวะของท่านนายกฯ และตอกย้ำว่าคนที่ไม่ทำการบ้านไม่ใช่ผม แต่คือตัวท่านนายกฯเอง
.
ความจริงแล้ว ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 47 ผมมีสิทธิยืนขึ้นและใช้สิทธิพาดพิงได้เลยทันทีที่โดนพาดพิง แต่ผมอยากให้เกียรติไม่ขัดจังหวะท่านนายกฯระหว่างพูด เลยตั้งใจว่าจะใช้สิทธิพาดพิงหลังนายกฯพูดจบ - เผอิญผมไม่คิดว่าเราจะเจอประธานสภาที่ต้องการปิดปากฝ่ายค้านไม่ให้ใช้สิทธิพาดพิงและปิดประชุมทันที ทั้งๆที่เป็นการกระทำที่ผิดข้อบังคับ
.
เรื่องนี้จึงตอกย้ำ ว่าเรากำลังทำงานในสภา ที่พร้อมปิดปากฝ่ายค้าน และยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่นายกฯ พูดว่าพร้อมรับฟัง สส. ทุกคนไม่เป็นความจริง
ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

หนังสือเล่มที่ 7 ของปี 2026
เทคโนศักดินา
Techno Feudalism
ย้อนไปสักปีก่อน ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับอาจารย์ปิยบุตร ซึ่งอาจารย์ได้แนะนำว่า "ถ้าอ่านทุนนิยมสอดแนมจบแล้ว คุณต้องลองอ่านงานเล่มนี้ของยานิสนะ" และอาจารย์ก็ได้เล่าเนื้อหาคร่าวๆ ของหนังสือเล่มนี้ให้ฟังก่อนที่ผมจะไปเที่ยวท่องหาเอา text ต้นฉบับของงานชิ้นนี้ในภาษาอังกฤษมาอ่านบ้างพักบ้าง แต่โดยสรุปก็คือยังอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษไม่จบ จนกระทั่งเมื่อถึงงานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุด ผมเห็นทางสำนักพิมพ์ Salt ได้นำเอางานชิ้นนี้มาแปลและตีพิมพ์ในภาษาไทย ก็แน่นอนว่าไม่อาจจะพลาดด้วยประการทั้งปวง
อันที่จริง งานชิ้นนี้ก็คล้ายกับงานอีกชิ้นหนึ่งคือ Casino Capitalism ของ Susan Strange ในความหมายที่เราพอจะคาดเดาเนื้อหาของมันได้ก่อนที่จะอ่านข้อเสนอภายใน - ข้อเสนอของซูซานในงานชิ้นนี้คือการวิพากษ์ระบบทุนนิยมการเงินที่เปลี่ยนทุนและตลาดการเงินระหว่างประเทศให้กลายเป็นคาสิโนสำหรับเล่นการพนันเก็งกำไรกันอย่างบ้าคลั่ง - แต่แน่นอนว่าสำหรับใครที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่ได้คุ้นชินกับข้อเขียนหรืองานความคิดเชิงวิพากษ์ระบบทุนนิยมก็อาจจะไม่ได้คาดเดาเนื้อหาได้ล่วงหน้า สำหรับเทคโนศักดินา ผมได้เปรียบส่วนหนึ่งเพราะได้อาจารย์ปิยบุตรช่วยเล่าสรุปไอเดียเบื้องต้นของหนังสือให้ก่อนได้อ่าน
หากจะสรุปเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้อย่างรวบรัดที่สุด มันคือการเสนอว่าเรากำลังก้าวออกจากระบบทุนนิยมแบบดั้งเดิมไปสู่ระบบเทคโนศักดินา - ความสัมพันธ์ทางการผลิต/ปัจจัยการผลิตแบบทุนนิยมดั้งเดิมกำลังลดความสำคัญลงและถูกแทนที่ด้วยความสัมพันธ์ทางการผลิต/ปัจจัยการผลิตรูปแบบใหม่
ปัจจัยการผลิตแบบทุนนิยมดั้งเดิมที่เน้นการผลิตสินค้ารูปธรรม ในโรงงาน มีการจ้างงานแรงงาน ผลิตสินค้าเพื่อขายและสะสมกำไร ถูกแทนที่ด้วยการผลิตสินค้าเชิงนามธรรม บนแพลตฟอร์มเสมือน สินค้าถูกผลิตและปรับแต่งโดยแรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และสินค้าที่ผลิตขึ้นคืออัตลักษณ์ของพวกเราเอง ส่วนโรงงานผลิตสินค้ารูปธรรมไม่ได้หายไป แต่แทนที่ด้วยการผลิตแบบกึ่งอัตโนมัติจนเกิดการจ้างงานน้อยมาก
แล้วเรากลายเป็นอะไรในระบบระเบียบใหม่ที่ว่านี้? ผมอยากจะชวนย้อนกลับไปพิจารณาต้นกำเนิดของระบบทุนนิยม, ทุนนิยมกำเนิดขึ้นเมื่อเกิดการล้อมรั้วที่ดิน ไล่บรรดาไพร่ติดที่ดินในระบบศักดินาออกจากที่ดิน เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นแรงงานอิสระซึ่งไร้ที่ทำกินและต้องขายกำลังแรงงานเพื่อแลกกับค่าจ้างสำหรับการดำรงชีพ ในทางเดียวกัน (แต่เป็นด้านกลับ) การกำเนิดของระบบเทคโนศักดินาก็เริ่มต้นจากการล้อมรั้วที่ดินเสมือน นั่นคือการล้อมรั้วอินเตอร์เน็ต ขับไล่พวกเราออกจากการใช้งานสิ่งเหล่านี้ บีบให้เราต้องเลือกเข้าสังกัดและอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์แบบศักดินาใหม่
หรือกล่าวให้ง่ายขึ้นก็คือ แต่เดิมเราเป็นลูกจ้างที่ต้องทำงานในโรงงานหรือในสำนักงาน เราใช้เครื่องจักรหรือคอมพิวเตอร์ของนายทุนอุตสาหกรรมเพื่อทำงานแลกกับค่าจ้าง แต่ในระบบเทคโนศักดินา ทุกอย่างกลับหัวกลับหางกัน เรามีคอมพิวเตอร์ขจองตัวเอง แต่เราก็ต้อง "เช่าที่ดินเสมือน" เพื่อทำการผลิตจากนายทุนเทคโน ที่ดินเสมือนที่ว่านี้คือ ซอฟแวร์ แอพลิเคชัน และระบบคลาวน์ต่างๆ ไม่ต่างจากไพร่ติดที่ดินในยุคศักดินาที่เช่าที่ดินโดยแบ่งส่วนแบ่งผลผลิตส่วนหนึ่งให้เจ้าที่ดินในฐานะค่าเช่า เราในฐานะไพร่คราวด์ก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้นายทุนเทคโนแลกกับการใช้ซอฟแวร์ต่างๆ ของพวกเขาเพื่อทำการผลิต
ยิ่งภายหลังวิกฤติการเงินและหลังวิกฤติโควิด 19 เรายิ่งเห็นการขยายตัวของบรรดานายทุนเทคโน ที่ยานิสเรียกว่า "นายทุนคลาวด์" มากขึ้น เมื่อทุนอุตสาหกรรมต่างๆ ปิดตัวลงหรือใช้การผลิตแบบอัตโนมัติมากขึ้น คนงานถูกเทกระจาดออกจากการจ้างงานและกลายเป็น "เจ้านายตัวเอง" ที่ลงท้ายคือไพร่ที่ต้องหาสังกัดใหม่ และสังกัดใหม่ของบรรดาไพร่คลาวด์ หรือกรรมาชีพคลาวด์ก็คือ "แพลตฟอร์ม" - อดีตกรรมาชีพโรงงานต้องผันตัวมาเป็นไรเดอร์ ในห่วงโซ่การขูดรีดใหม่ที่นายทุนคลาวด์ให้พวกเขาเช่า "แพลตฟอร์ม" เพื่อทำมาหากิน โดยต้องแบ่งส่วนหนึ่งของการผลิตมาจ่ายเป็นค่าเช่า (ส่วนแบ่งค่าวิ่งรถ) ในขณะที่อดีตกรรมาชีพคอปกขาวที่เคยทำงานประจำในบริษัทเอกชนอาจพบว่าตัวเองกลายเป็นไพร่คลาวด์อิสระ เป็นฟรีแลนซ์รับงานโดยได้ค่าจ้างเป็นรายชิ้นงาน แต่ก็ต้องจ่ายค่าเช่าให้นายทุนคลาวด์ผ่านการเช่าซอฟแวร์และคลาวด์เพื่อทำการผลิต
สิ่งสำคัญคือช่วงท้ายของหนังสือเล่มนี้ยานิสพยายามชี้ชวนให้่ฝ่ายซ้ายทั้งหลายออกจากเซฟโซนและเริ่มนำเสนอ "พิมพ์เขียว" เพื่อการก่อร่างสังคมใหม่ในระบยเปลี่ยนผ่านกันเสียที และยานิสก็ได้เริ่มนำเสนอพิมพ์เขียวของเขา หากแต่ข้อเสนออย่างละเอียดไม่ได้ปรากฏในงานชิ้นนี้ แต่จะไปปรากฎในข้อเขียนอีกชิ้นของเขาเรื่อง "Another Now: Dispatches from an alternative present" อย่างไรก็ตามข้อเสนอในหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยจุดประกายให้เรามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ
อีกประการที่สำคัญคือ ผมชอบภาคผนวกในหนังสือเล่มนี้มากที่ยานิสได้พยายามสรุปรวบยอดความคิดเชิงเศรษฐศาสตร์การเมืองแบบมาร์ฏซิสต์เพื่อเป็นรากฐานแก่ความเข้าใจของผู้อ่าน รวมถึงต่อยอดไปยังคำอธิบายเรื่องเทคโนศักดินาของเขาด้วย นี่จึงเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การอ่านอย่างยิ่งสำหรับทั้งบรรดาผู้นิยามตัวเองเป็นฝ่ายซ้ายและต่อบรรดาบุคคลทั่วไปที่ต้องต่อสู้เอาตัวรอดในระบบการผลิตแบบใหม่นี้
หนังสือเล่มนี้แปลไว้อย่างดีเยี่ยมโดย อ.อภิชาติ สถิตนิรามัย และ อ.นภนต์ ภุมมา แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Salt @SaltRead ครับ ช่วงนี้ยังมีงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติอยู่ แนะนำว่าท่านใดที่สนใจลองไปอุดหนุนทางสำนักพิมพ์ได้นะครับ
#กันกันอ่าน #อ่าน2026

ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว

เห็นหน้าจอของการถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภาของโทรทัศน์รัฐสภา แล้วก็รู้สึกว่า ถ้าปรับ UXUI ของจอการนำเสนอข้อมูล มันน่าจะทำให้มันมีประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน และคนที่อภิปรายรวมไปถึง สส. ในห้องประชุมด้วย...
.
เลยลองใช้ AI ช่วยปรับดู.. ผมทำออกดูเป็นตัวอย่างคร่าวๆ ตามภาพด้านล่าง (มีภาพที่ทำออกมาเป็นตัวอย่าง และภาพที่ใช้อยู่ปัจจุบัน)
.
Wireframe ที่ออกแบบให้ม่นี้จัดวางข้อมูลตาม Visual Hierarchy 3 ระดับ:
.
#ส่วนบน — เวลาและสถานะเร่งด่วน แสดงลำดับผู้อภิปราย (2/10), Progress Bar เวลารายบุคคล, และกล่องแจ้งเตือนสีแดงเมื่อประชุมล่าช้า เพื่อกดดันทางจิตวิทยาให้บริหารเวลาดีขึ้น
.
#ส่วนกลาง — เนื้อหาหลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน: ฝั่งซ้ายคือวิดีโอผู้พูดพร้อม Speaker Profile ที่ชัดเจน (ชื่อใหญ่, พรรครอง, บทบาท), แถบอ้างอิงมาตรากฎหมาย, AI Live Captions, และช่องล่ามภาษามือ ฝั่งขวาเป็น sidebar รวมข้อมูลบริบททั้งหมด ได้แก่ Session Progress, ผู้พูดถัดไป 3 คน, Quorum Monitor (312/500), สัดส่วนเวลาแต่ละพรรค, และ Dynamic QR Code
.
#ส่วนล่าง — Efficiency Dashboard แสดง Meeting Efficiency Meter, สรุปจำนวนผู้อภิปราย, เวลาที่ใช้/เหลือ, เวลาคาดว่าจะเสร็จ, และค่าเฉลี่ยเกินเวลาต่อคน
.
เดียวจะลองเอาไปเสนอผ่าน ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา เพื่อสนใจจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น ถ้าเค้าตกลง อยากจะพากลุ่มคน UXUI ประเทศไทย มาช่วยกันปรับ User Interface และ ส่วนบริการที่ประชาชนต้องใช้ของรัฐสภา ให้มันดีขึ้น เพื่อการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นของรัฐสภาไทย
.
ทำไมเห็นหลายๆ อย่างในรัฐสภา มันน่าปรับให้ดีขึ้นเต็มไปเลยแหะ..
.
.
ปล. ล่าสุดเสนอไปทาง ทีมสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา ล่ะ รอ feedbak


ไทย
Trumpet🎺 รีทวีตแล้ว








