aun4289.eth

1K posts

aun4289.eth banner
aun4289.eth

aun4289.eth

@Aun_crypto

Katılım Kasım 2021
1.2K Takip Edilen297 Takipçiler
aun4289.eth retweetledi
พีพี - PP Smart wealth
พีพี - PP Smart wealth@PP_smartwealth·
ทำไม DCA ถึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคนอยากมีเงินล้านตั้งแต่วัยรุ่น? เพราะเราไม่ต้องเก่ง ไม่ต้องรอจังหวะ แต่ชนะคนส่วนใหญ่ได้ DCA คืออะไร คือการลงทุน เท่าๆกันทุกเดือน โดยไม่สนว่าตลาดขึ้นหรือลง เช่น ลงทุน 3,000 บาท/เดือน ทุกเดือน แล้วมันดียังไง? 1. ไม่ต้องเดาทางตลาด ความจริงคือ 90% ของการลงทุนจับจังหวะผิด DCA = ตัดอารมณ์ออกไปเลย ไม่ต้องลุ้น ไม่ต้องเครียด 2. ซื้อถูก-แพงเฉลี่ยเองอัตโนมัติ • ตอนตลาดลง - ได้ของถูก • ตอนตลาดขึ้น - ของที่มีมูลค่าเพิ่ม ไม่ตกรถ สุดท้าย = ต้นทุนเฉลี่ยดีขึ้น 3. เหมาะกับคนมีเงินเดือน คุณไม่ได้มีเงินก้อนใหญ่ แต่คุณมีเงินเข้าเรื่อย ๆ DCA = เอาระบบรายได้มาสร้างความมั่งคั่ง 4. วินัย > ความเก่ง คนรวยจากการลงทุน ไม่ได้ชนะเพราะเก่งที่สุด แต่ชนะเพราะทำต่อเนื่องได้นานที่สุด 📈 ตัวอย่าง ลงทุนเดือนละ 5,000 ผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อปี • 10 ปี ≈ 900,000+ • 20 ปี ≈ 3,000,000+ • 30 ปี ≈ 7,000,000+ ⚠️ แต่ DCA ไม่ใช่เวทมนตร์ ถ้าคุณ • ลง ๆ หยุด ๆ • ตื่นตระหนกตอนตลาดลง • เปลี่ยนกองไปมา ผลลัพธ์จะหายทันที วิธีใช้ DCA ให้ได้ผลจริง 1. ตั้ง auto ไปเลย เงินเข้า = หักลงทุนทันทีไม่ต้องคิด 2. เลือกสินทรัพย์ที่เติบโตระยะยาว และเหมาะกับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ • กองทุนหุ้น • ETF โลก • ธีมเติบโต (Tech, AI) 3. อย่าหยุดลงทุนตอนตลาดแย่ ช่วงที่คนส่วนใหญ่กลัว คือช่วงที่เราได้ของถูกที่สุด ✔️ 4. เพิ่มเงินเมื่อรายได้เพิ่ม เงินเดือนขึ้น = เพิ่ม DCA เพื่อเพิ่มทางลัดสู่เงินล้าน DCA ไม่ทำให้คุณรวยเร็ว แต่ทำให้คุณรวยแน่นอนกว่าถ้าทำต่อเนื่อง ในสินทรัพย์ที่พื้นฐานดีและเติบโต
ไทย
4
1.3K
1.8K
380.6K
aun4289.eth retweetledi
haruya.eth.ink | 🦇
haruya.eth.ink | 🦇@HolAyau·
ถ้าอยากให้ Claude เก่งจนคล้ายที่ปรึกษาทางการเงิน อย่าพลาดโพสต์นี้ ติดตั้ง skill ง่ายนิดเดียว ไม่ยากครับ
InnovestX@invxsecurities

🚀 แจกฟรี! Skill ลับบน Claude สำหรับสายการเงิน ยกระดับการลงทุน เสมือนมีนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินระดับโลกมาช่วยสรุปงบให้แบบส่วนตัว! ============================== ยุคนี้ลงทุนทั้งทีต้องมี AI เป็นผู้ช่วย! 💡 สำหรับนักลงทุนท่านไหนที่ต้องคอยติดตามอ่านงบการเงิน หรืออยากได้บทวิเคราะห์ผลประกอบการแบบเจาะลึก แต่ไม่อยากเสียเวลามานั่งสรุปข้อมูลเอง วันนี้ InnovestX ขอแนะนำเครื่องมือเด็ดที่จะช่วยประหยัดเวลาให้คุณแบบสุดๆ ครับ ขอแนะนำฟีเจอร์ "Earnings Analysis Skill" ปลั๊กอินส่วนเสริมที่จะเปลี่ยน Claude ธรรมดาให้กลายเป็นผู้ช่วยนักวิเคราะห์ทางการเงินระดับโปร 💼 ความเจ๋งคือ AI ตัวนี้จะไปรวบรวมข้อมูลงบการเงินล่าสุดที่เพิ่งประกาศออกมา นำมาวิเคราะห์ และสรุปจัดรูปแบบออกมาเป็นรายงานในไฟล์ Microsoft Word ให้เราพร้อมใช้งานทันที! ที่สำคัญคือ ใช้งานได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนแถมเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ยังสามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลาผ่านทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนมือถือเลย ============================== 💻 วิธีติดตั้ง Earnings Analysis Skill ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย (1) เข้าไปที่ลิงก์ github.com/anthropics/fin… เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ (2) กดดาวน์โหลดไฟล์แบบ Zip ลงมาที่คอมพิวเตอร์ แล้วทำการ แตกไฟล์ (Extract) ให้เรียบร้อย (3) เข้าไปตามพาทโฟลเดอร์นี้: equity-research > skills > earnings-analysis (4) เลือกโฟลเดอร์ที่ชื่อ "references" และไฟล์ "SKILL.md" แล้วจับ 2 อย่างนี้มาสร้างเป็นไฟล์ Zip ไฟล์ใหม่ (5) ตั้งชื่อไฟล์ Zip นี้ตามต้องการ (ชื่อนี้จะแสดงเป็นชื่อ Skill ใน Claude ครับ) (6) เปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้าไปที่ claude.ai/customize/skil… (อย่าลืมล็อกอินบัญชี Claude ให้เรียบร้อย) (7) กดที่เครื่องหมาย “+” เพื่ออัปโหลดไฟล์ Zip ที่เราเพิ่งสร้างเมื่อสักครู่ 😎 เสร็จเรียบร้อย! กลับไปที่หน้า Chat เพื่อทดลองเรียกใช้งาน Skill นี้ได้เลยครับ ============================== 💬 ตัวอย่างคำสั่ง (Prompt) สำหรับเรียกใช้งาน เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ลองพิมพ์คำสั่งง่ายๆ ตามนี้เพื่อวิเคราะห์หุ้นตัวที่สนใจได้เลยครับ - "Create an earnings update for [ใส่ชื่อบริษัท] Q3 2024" - "Analyze [ใส่ชื่อบริษัท]'s quarterly results" - "Post-earnings report for [ใส่ชื่อบริษัท]" - "Q1/Q2/Q3/Q4 update for [ใส่ชื่อบริษัท]" เพียงเท่านี้ Claude ก็จะจัดทำรายงานฉบับโปรมาให้เราวิเคราะห์ต่อยอดได้ทันที 📊 ============================== ⚠️ ข้อควรระวังในการใช้งาน: (1) ตรวจสอบข้อมูลเสมอ: แม้ AI จะเก่งและช่วยย่นระยะเวลาได้มาก แต่ในการลงทุน "ความแม่นยำของข้อมูล" คือสิ่งสำคัญที่สุด นักลงทุนควรตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลข และใช้ดุลยพินิจของตนเองประกอบการตัดสินใจลงทุนเสมอครับ (2) ภาษาของรายงาน: เนื่องจากชุดคำสั่งและต้นฉบับ Skill ถูกออกแบบมาเป็นภาษาอังกฤษ ผลลัพธ์ในไฟล์ Word จึงจะเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะได้คำศัพท์เฉพาะทางทางการเงินที่เป็นมาตรฐานสากลครับ นักลงทุนท่านไหนที่ลองติดตั้งและนำไปใช้วิเคราะห์ผลประกอบการหุ้นตัวไหนแล้วได้ผลลัพธ์น่าสนใจ มาคอมเมนต์แชร์กันได้เลยนะครับ! หรือถ้าติดปัญหาการติดตั้งตรงไหน พิมพ์ถามไว้ใต้โพสต์นี้ได้เลย อ้างอิง: 1. Anthropics: github.com/anthropics/fin… 2. ขอขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์ Kanis Saengchote: facebook.com/ksaengchote/po… #INVXAI #InnovestX #ClaudeAI #Investment #AIช่วยลงทุน

ไทย
2
1.2K
1.8K
187.7K
aun4289.eth retweetledi
p3ddr0 FIRE🔥
p3ddr0 FIRE🔥@p3ddr0x1·
สาระ "ลงมือทำ" DCA + Rebalance หลังจากที่เราได้เรียนรู้วิธี หลักการไปแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องไปต่อคือ "ลงมือทำ" เพราะการลงมือทำ จะทำให้เราเห็น เหตุผลต่าง ๆ ในเชิงการ backtest นั้นเราจะทราบค่าคราว ๆ หรือ เจอจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจไม่เจอ หรือ อาจจะมี "บัค" "ระหว่างทาง" เพื่อ พัฒนา หรือเกิดปิ้งไอเดีย อาจจะเป็นทางด้าน mindset ที่ไม่มีใครสามารถ บอกเราได้อย่างแน่นอน ก็เลย เกิดเจ้าสิ่งนี้ตามมาที่ชาว ๆ เทรดเด๋อ ชอบ ๆ กัน Trading journal นี้คือตัวอย่างที่ผมได้ทำการ จดบันทึกการเทรดของสินค้าตัวหนึ่งด้วย วิธีการ Rebalance แบบง่าย ๆ มันอาจจะดูเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเราเข้าใจมัน มันจะมีมูลค่ามหาศาล ในตอนที่เราเลือกเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ ในช่วงเวลา ๆ ต่าง ๆ กันไป แต่ไม่ได้หมายความว่ามันคือเครื่องมือที่วิเศษอะไร อาจจะไม่ทำให้ได้กำไรหรืออาจทำให้ขาดทุนก็ยังได้ #rebalance #invest #ลงทุน #DCA #googlesheets
p3ddr0 FIRE🔥 tweet media
p3ddr0 FIRE🔥@p3ddr0x1

สาระ "มัง" DCA vs DCA+Rebalance มันดีอย่างไร เรื่อง DCA ทุก ๆ คนน่าจะเข้าใจอยู่แล้วว่า เราสามารถ ทำได้แบบ ทุก ๆ วัน ทุก ๆ สัปดาห์ ทุก ๆ เดือน หรือ ทุก ๆ ที่อยาก DCA DCA ช่วยเรื่อง วินัย ทำให้คุณได้ซื้อของถูกในช่วงตลาดขาลง Rebalance ช่วยเรื่อง กำไร มันจะบังคับให้คุณ "ขายทำกำไร" ในส่วนที่แพงเกินไป และนำเงินนั้นไป "ซื้อของที่ราคาถูกกว่า" (Buy Low, Sell High) โดยไม่ต้องอาศัยอารมณ์ ตามสัดส่วนการลงทุนของแต่ละคนที่กำหนดไว้

ไทย
5
543
863
54.2K
aun4289.eth retweetledi
Fun Manager
Fun Manager@funxmanager·
10 บทเรียนจากปี 2025 vs 10 เรื่องที่จะไปต่อในปี 2026 Youtube : Mission To The Moon ======= 10 บทเรียนจากปี 2025 1. อนุญาตให้ตัวเองวางเรื่องต่างๆ ลง ให้จินตนาการว่าตลอดปีที่ผ่านมา เราแบก "เป้ใบใหญ่" ที่เต็มไปด้วยก้อนหินแห่งความหนักอึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดที่แก้ไขไม่ได้ ความเสียใจ หรือคำวิจารณ์จากคนที่ไม่รู้จักเรา ในช่วงสิ้นปีนี้ สิ่งที่ควรทำคือการปลดเป้ใบนั้นลง วางก้อนหินเหล่านั้นไว้ที่ปีเก่า ให้ความผิดพลาดเป็นเพียง "แผลเป็น" ที่เตือนใจว่าเราผ่านมันมาได้และแข็งแกร่งขึ้น อย่าแบกข้ามปีไปขโมยความสุขในปัจจุบัน และจงให้อภัยตัวเอง เพราะการให้อภัยตนเองไม่ใช่การเข้าข้างตัว แต่คือความเมตตาเพื่อให้ใจเรามีแรงเดินต่อ 2. เขียนขอบคุณความธรรมดาของชีวิต เรามักหลงไปกับภาพชีวิตหรูหราในโซเชียลมีเดียจนมองว่าชีวิตตัวเองจืดชืด แต่ความจริงคือ ความสุขที่ยั่งยืนมักซ่อนอยู่ในเรื่องธรรมดา เช่น การที่ร่างกายไม่เจ็บป่วยถือเป็นลาภอันประเสริฐ การที่พ่อแม่ยังอยู่ให้เราได้พูดคุย หรือการได้ช่วยเหลือคนรอบตัว เรามักมองหาความสุขจากสิ่งที่ "หายไป" จนลืมความสุขจากสิ่งที่ "มีอยู่" การกลับมาขอบคุณสิ่งธรรมดาเหล่านี้คือรากฐานที่ค้ำจุนชีวิตเราไว้ 3. โอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบ โลกสอนเราว่าความสมบูรณ์แบบไม่มีจริง ยิ่งไล่ตามยิ่งว่างเปล่า ชีวิตไม่ใช่การ "วิ่ง 100 เมตร" ที่ต้องเร่งเข้าเส้นชัยเพื่อรับเหรียญทอง แต่คือการ "วิ่งมาราธอน" ระยะไกลที่ต้องบริหารแรงใจ หากปีที่ผ่านมาทำปณิธานปีใหม่ไม่สำเร็จ ร้องไห้บ่อย หรือก้าวหน้าช้ากว่าเพื่อน ก็ไม่เป็นไร การที่เราล้มลุกคลุกคลานแต่ยัง "รอดมาได้" จนถึงวันนี้ ถือเป็นหลักฐานความเก่งและความเป็นมนุษย์ที่น่าภาคภูมิใจแล้ว 4. ทวงคืนความเงียบให้กับเรา (Solitude) ความเงียบในที่นี้ไม่ใช่แค่ไม่มีเสียง แต่คือช่วงเวลาที่ปราศจากการเสพข้อมูลข่าวสารและดราม่าชาวบ้านที่มากเกินไป (Overdose) จนเราไม่ได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง เรามักกลัวความเงียบเพราะมันทำให้ต้องเผชิญหน้ากับความจริงในใจ แต่ความเงียบนั้นทรงพลังและมักเป็นจุดกำเนิดของไอเดียดีๆ ปีหน้าควรจัดเวลา "อยู่กับตัวเองจริงๆ" ลดดิจิทัลลง และอนุญาตให้ตัวเองนั่งเบื่อหรือสมองว่างเปล่าบ้างเพื่อตั้งหลัก 5. คัดกรองคนที่จะอยู่ในวงโคจรของเรา ยิ่งอายุมากขึ้น เราจะวัดความสัมพันธ์ที่ "คุณภาพ" ไม่ใช่ปริมาณ ปีที่ผ่านมาอาจทำให้เห็นธาตุแท้ของคน ทั้งคนที่เข้ามาเพื่อผลประโยชน์และคนที่จับมือเราแน่นในวันที่เราแย่ จงกล้าตัดความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship) และรักษาความสัมพันธ์แบบลึกซึ้ง (Deep connection) กับคนกลุ่มเล็กๆ ที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กัน คือกัลยาณมิตรที่กล้าเตือนเมื่อเราผิดและช่วยพยุงเมื่อเราล้ม 6. เปลี่ยนคำพูดที่มีต่อตัวเอง เราเป็นคนที่พูดกับตัวเองมากที่สุด แต่กลับใจร้ายกับตัวเองที่สุด เวลาเพื่อนพลาดเราปลอบใจ แต่เวลาตัวเองพลาดเรากลับด่าทอด้วยคำรุนแรง บทเรียนนี้สอนให้เปลี่ยนบทสนทนาภายใน (Inner dialogue) จากการจับผิดเป็นการให้กำลังใจ ปฏิบัติต่อตัวเองให้เหมือนเพื่อนรัก ในวันที่เหนื่อยก็อนุญาตให้ตัวเองพักโดยไม่ต้องรู้สึกผิด เพื่อให้จิตใจเติบโตอย่างเข้มแข็ง ไม่ใช่เติบโตด้วยความกลัว 7. นิยามความสำเร็จใหม่ที่เป็นของเราจริงๆ ความสำเร็จเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลมาก แต่เรามักหลงไปกับแพทเทิร์นที่สังคมหรือโลกทุนนิยมกำหนด เช่น ต้องมีอิสรภาพทางการเงินตั้งแต่อายุน้อย ให้ลองถามตัวเองลึกๆ ว่าสิ่งที่เราทุ่มเทตามหาคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ หรือไม่ การใช้ชีวิตตามที่คนอื่นบอกคือการทรยศตัวเอง เราต้องกล้าออกแบบชีวิตในแบบของตัวเอง แม้จะไม่เหมือนใครเลยก็ตาม 8. มองความเจ็บปวดเป็นครู ช่วงเวลาที่คนเราเติบโตที่สุดมักผ่านความยากลำบากและความสูญเสีย ซึ่งเปรียบเสมือน "ทรัพย์สินทางปัญญา" ที่ล้ำค่า ให้มองหา "ข้อความ" ที่ซ่อนอยู่ในความเจ็บปวดนั้น เช่น ความผิดหวังอาจบอกให้ลดความคาดหวังในตัวคนอื่น ความล้มเหลวอาจบอกให้เปลี่ยนวิธีการ หากเราเรียนรู้จากมัน "สิ่งที่ฆ่าเราไม่ได้ จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น" (What doesn't kill you makes you stronger) 9. อยู่กับปัจจุบันขณะให้ได้มากที่สุด ความทุกข์ส่วนใหญ่เกิดจาก 2 ทาง คือกังวลอนาคตที่ยังมาไม่ถึง หรืออาลัยอดีตที่จบไปแล้ว ของขวัญที่ดีที่สุดคือการดึงจิตกลับมาอยู่ "ที่นี่และเดี๋ยวนี้" ใช้เวลากับคนตรงหน้าจริงๆ สัมผัสรสชาติอาหาร ฟังสิ่งที่คู่สนทนาพูดจริงๆ เพราะชีวิตมีแค่ตอนปัจจุบันเท่านั้น อดีตคือความทรงจำ และอนาคตคือจินตนาการ 10. มีความหวังอย่างสมเหตุสมผล แม้โลกปีหน้าจะดูวุ่นวาย แต่ประวัติศาสตร์สอนว่ามนุษย์ปรับตัวเก่งเสมอ เราต้องมีความหวัง แต่ไม่ใช่ความหวังลมๆ แล้งๆ ที่นั่งรอโชคชะตา แต่ต้องเป็น "Rational Optimism" คือมองโลกตามจริง ยอมรับปัญหา แต่เชื่อมั่นว่าทุกปัญหามีทางออก และเชื่อในศักยภาพของตัวเองที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหานั้น ============== 10 เรื่องที่จะได้ไปต่อในปี 2026 1. ทักษะการบูรณาการและการใช้ AI แบบวาทยกร การใช้ AI จะเปลี่ยนจากการตื่นเต้นกับเครื่องมือใหม่ๆ ไปสู่การใช้งานจริงในลักษณะ "วาทยกร" (Conductor) คือเราไม่จำเป็นต้องเล่นเครื่องดนตรีทุกชิ้นเก่ง แต่ต้องรู้ว่าจะประสานเครื่องมือต่างๆ อย่างไรให้เกิดเพลงที่ไพเราะ ทักษะสำคัญคือการเชื่อมโยงจุดต่างๆ (Integrated skill) เพื่อสร้างผลงานที่เป็นตัวตนของเราจริงๆ โดยความตื่นตระหนกจะลดลง แต่เน้นการใช้งานที่เกิดผลลัพธ์จริงมากขึ้น 2. การเรียนรู้สิ่งใหม่แบบเปิดใจกว้าง โลกปีหน้าจะซับซ้อนขึ้น เช่น สภาพอากาศสุดขั้ว หรือตลาดการค้าที่แข่งขันสูง จนกำไรบางเฉียบ วิธีการเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป การทำตัวเป็น "น้ำครึ่งแก้ว" อาจไม่พอ ต้องทำตัวเป็น "น้ำ 1/4 แก้ว" เพื่อเปิดพื้นที่รับสิ่งใหม่ๆ ที่ถาโถมเข้ามา การเปิดใจเรียนรู้เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนจะมีความจำเป็นอย่างยิ่ง 3. สถาปนิกแห่งสมาธิ ในยุคเศรษฐกิจแย่งชิงความสนใจ พื้นที่สมองเราถูกแย่งชิงตลอดเวลา คนที่ "โฟกัส" ได้จะได้เปรียบที่สุด เราจึงต้องออกแบบสมาธิเหมือนการออกแบบบ้าน เช่น การทำ Digital Decluttering หรือตั้งกฎเหล็ก "1 ชั่วโมงก่อนนอนและ 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอนจะไม่จับมือถือ" เพื่อกู้คืนความสามารถในการจดจ่อและการทำ Deep Work กลับมา 4. ความเห็นอกเห็นใจแบบถึงแก่น เมื่อ AI มีบทบาทสูง "ความเป็นมนุษย์" จะกลายเป็นสินค้าราคาแพง ทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง หรือการ "อ่านระหว่างบรรทัด" เพื่อเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ได้พูดออกมาจะสำคัญมาก ผู้นำต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจ และมีความเข้าใจเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู 5. การบริหารพลังงาน เปลี่ยนจากแค่บริหารเวลา มาเป็นบริหาร "พลังงาน" ต้องสังเกตนาฬิกาชีวิตตัวเองว่าช่วงไหนสมองแล่นที่สุดเพื่อทำงานสำคัญ และช่วงไหนควรพัก การพักผ่อนต้องพักจริงๆ เช่น เดินในสวน หรือนั่งสมาธิ ไม่ใช่การไถมือถือ รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่าง "สมองซีกซ้าย" (ตรรกะ/วางแผน) และ "สมองซีกขวา" (ความคิดสร้างสรรค์/ปัจจุบันขณะ) เพื่อให้พลังงานฟื้นตัว 6. สร้างชุมชนขนาดเล็ก เน้น "ชนเผ่า" ของเราเอง ไม่จำเป็นต้องมีคนติดตามเป็นล้าน แต่เน้นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนกลุ่มเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์กับลูกค้า หรือเรากับเพื่อนฝูง การมีกลุ่มคนที่เหนียวแน่นจะสร้างโอกาสและความช่วยเหลือได้มากกว่าปริมาณตัวเลขที่ฉาบฉวย 7. สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ปี 2026 การเงินจะผันผวนสูงมาก เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการมีเงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Fund) และ "ไม่ลงทุนตามกระแส" (FOMO) หรือลงทุนในสิ่งที่ตนไม่เข้าใจ สิ่งสำคัญคือ "ลงทุนในความรู้" ก่อนลงทุนเงิน และระวังกับดัก "Status Game" (การแข่งกันรวย/มีของ) ซึ่งเป็นเกมที่ไม่มีวันชนะและทำให้เราแพ้ภัยตัวเอง 8. สะสมสินทรัพย์ที่มองไม่เห็น นอกจากเงินทอง สิ่งที่ต้องสะสมคือ "ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ" ในโลกที่มี Fake News และ Deepfake เต็มไปหมด ความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่ AI ปลอมไม่ได้ การรักษาคำพูด ความซื่อสัตย์ และการควบคุมอารมณ์โกรธไม่ให้ทำลายชื่อเสียง คือความได้เปรียบในการแข่งขันที่ทรงพลังที่สุด 9. ความสุขจากการพลาดบ้าง ตรงข้ามกับ FOMO คือเราต้องมีความสุขกับการ "ตกขบวน" บ้าง อนุญาตให้ตัวเองไม่ต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่ต้องดูซีรีส์ทุกเรื่องที่คนพูดถึง ทักษะการ "เลือกที่จะไม่รู้" (Selectively Ignorant) จะช่วยให้เรามีพื้นที่สมองเหลือไปโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกับชีวิตเราจริงๆ 10. นิยามคำว่า "พอ" เราต้องนิยามความสำเร็จใหม่ที่เป็น "รูปธรรมและเป็นของเราเอง" ไม่ใช่กราฟที่พุ่งขึ้นตลอดเวลา ความสำเร็จอาจเรียบง่ายแค่ "การไม่ป่วยเลยตลอดทั้งปี" "การได้กินข้าวเย็นกับครอบครัวบ่อยๆ" หรือ "การตื่นมาวันจันทร์แล้วไม่รู้สึกเกลียดงาน" การนิยามคำว่าพอจะช่วยให้เราหยุดวิ่งตามสังคมจนเหนื่อยและมีความสุขกับปัจจุบันได้มากขึ้น เป็น 2 คลิปต่อเนื่องที่ดีมากๆ ขอบคุณ Mission to the moon มากครับ #FunManager
Fun Manager tweet media
ไทย
2
120
152
8.1K
aun4289.eth retweetledi
p3ddr0 FIRE🔥
p3ddr0 FIRE🔥@p3ddr0x1·
สาระ "มัง" เมื่อผมได้อ่านโพสนี้แล้วนั้น ผมก็คิดได้ว่า มันคงจะดีกว่าไหม ถ้า "เราสามารถจัดพอตแบบ rebalance ตาม ratio ที่เราต้องการ ได้ " มังคงจะดีนะ ผมเลยจำลองจากหน้าเว็บ มาสู่ google sheet อีกแล้ว เพื่อให้ง่ายกับการ จัดสรรพอตต่าง ๆ โดยที่ 1⃣ คือจำนวนเงินที่เราลงทุน 2⃣ คือสัดส่วนของการที่เราจะ rebalance ในหุ้นแต่ละตัว 3⃣ คือ ลำดับ 4⃣ คือ รายละเอียด ชื่อหุ้น ย่อ และเต็ม ตรง 4 ที่บอกว่าเป็น Symbol Name อันนี้ควรกรอกให้ถูกนะ ครับ เพราะมันจะใช้ในการทำ สูตร ให้ ออโต้ แล้วดึงราคาด้วย googlefinance เพื่อความสะดวก ปล. ลิ้ง copy googlesheets อยู่ในคอมเม้นนะครับ #googlesheets #rebalance #ลงทุน
p3ddr0 FIRE🔥 tweet media
nanobro - ชอบลองของ 🎈@nanobro_rit

แนะนำ ai tools ฟรีจาก google อีกตัว อันนี้ดีมากๆ ✅ Google finance beta ช่วยให้เราดูพอร์ท และตามข่าวหุ้นในพอร์ตของเราได้ง่ายมากๆนะ กด 1 เพื่อ สร้าง port และ track port ของเรา กด 2 เวลามีการปรับซื้อขาย asset ต่างๆ google.com/finance/beta

ไทย
10
553
869
61.7K
aun4289.eth retweetledi
nanobro - ชอบลองของ 🎈
แนะนำ ai tools ฟรีจาก google อีกตัว อันนี้ดีมากๆ ✅ Google finance beta ช่วยให้เราดูพอร์ท และตามข่าวหุ้นในพอร์ตของเราได้ง่ายมากๆนะ กด 1 เพื่อ สร้าง port และ track port ของเรา กด 2 เวลามีการปรับซื้อขาย asset ต่างๆ google.com/finance/beta
nanobro - ชอบลองของ 🎈 tweet media
nanobro - ชอบลองของ 🎈@nanobro_rit

.@google ทำดีงามมากๆ ตอนนี้เปิดให้ใช้ผูกสูตรใช้ prompt @GeminiApp ได้เลย นี่มันทำให้ใช้ ai ได้รัว automation แบบถี่ยิบ สะดวกขึ้นมากๆ imagination is the only limit

ไทย
8
1.3K
1.8K
206.6K
aun4289.eth retweetledi
finnomena
finnomena@finnomena·
หลายคนยังเข้าใจผิด การคำนวณภาษี ไม่ใช่เอารายได้ x ฐานภาษี (%) ตรง ๆ รายได้ 1 ล้าน ฐาน 20% ≠ เสียภาษี 2 แสน เพราะสูตรคิดต้องเทียบขั้นบันได 5-35% สะสมตามช่วงเงินได้ วิธีคำนวณภาษีด้วยมือ 1.) รายได้ทั้งปี (1,000,000) - ค่าใช้จ่าย (100,000) - ค่าลดหย่อนพื้นฐาน (60,000) - ประกันสังคม (9,000) = เงินได้สุทธิ 831,000 บาท 2.) เอาเงินได้สุทธิ 831,000 บาท ไปเทียบอัตราภาษีแบบขั้นบันได ◼ 1 - 150,000 บาท ได้รับการยกเว้น ◼ 150,001 - 300,000 บาท อัตราภาษี 5% ภาษีสะสม 7,500 บาท ◼ 300,001 - 500,000 บาท อัตราภาษี 10% ภาษีสะสม 27,500 บาท ◼ 500,001 - 750,000 บาท อัตราภาษี 15% ภาษีสะสม 65,000 บาท ◼ 750,001 - 1,000,000 บาท อัตราภาษี 20% ภาษีสะสม 115,000 บาท ◼ 1,000,001 - 2,000,000 บาท อัตราภาษี 25% ภาษีสะสม 365,000 บาท ◼ 2,000,001 - 5,000,000 บาท อัตราภาษี 30% ภาษีสะสม 1,265,000 บาท ◼ 5,000,001 บาทขึ้นไป อัตราภาษี 35% หมายความว่าส่วนที่น้อยกว่า 750,001 ก็จ่ายภาษีตามขั้นที่ผ่านมา คือก้อนแรก 65,000 บาท แล้วเอาไปบวกกับก้อนเงินได้ที่เกินฐานข้างล่างตั้งแต่ 750,000 ถึง 831,000 ตกที่อัตราภาษี 25% เท่ากับ 81,000 x 20% = 16,200 คิดเบ็ดเสร็จออกมาแล้ว ต้องจ่ายภาษี (65,000 + 16,200) = 81,200 บาท .... หลายคนจึงต้องมองหาตัวช่วยเพื่อบรรเทาภาษีที่หนักอึ้งแบบนี้ หนึ่งในนั้นก็คือการนำเงินไปลงทุนผ่านกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF, Thai ESG และ PVD ของแต่ละบริษัท จริงอยู่ว่าเงินที่ซื้อกองทุนไม่ได้ถูกนำไปหักจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายแบบตรง ๆ แต่จะนำถูกไปหักลบเงินได้สุทธิให้ลดลงมา เพื่อให้ฐานภาษีต่ำลง และจ่ายภาษีในอัตราที่น้อยลง เช่น คนที่เงินได้สุทธิ 1,200,000 บาท ฐานภาษี 25% ก็อาจจะใช้วิธีซื้อกองทุนสัก 500,000 บาท เพื่อให้ฐานภาษีลงไปเหลือ 10% เป็นต้น ... 📌 ซับซ้อนทีเดียวใช่ไหมครับ Finnomena มีวิธีที่ง่ายกว่านั้น ไม่ต้องคิดเองให้งง ด้วยเครื่องมือคำนวณภาษีและวางแผนลดหย่อนภาษี แค่กรอกรายได้ > ระบุค่าลดหย่อน > กดคำนวณภาษี ก็จะรู้เลยว่าภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มคือกี่บาท พร้อมกับมีอตัวช่วยวางแผนกองทุน RMF, Thai ESG เพื่อประหยัดภาษี เปรียบเทียบผลต่างทางภาษีก่อนและหลังการลงทุน คำนวณภาษีง่าย ๆ ที่ ▶ finno.me/tax-cal-x
finnomena tweet media
ไทย
3
1.1K
1.3K
106.3K
aun4289.eth retweetledi
FU11🔴
FU11🔴@FuiiThanawat·
วันนี้ ได้มีโอกาสไปงาน Money Freedom มา ได้เรียนรู้เยอะมากๆ เลยอยากมาแบ่งปันในหัวข้อที่ได้ฟังจากพี่หนุ่มให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะครับ by 11🔴@moneycoach4thai - Money Freedom is Possible (For Everyone) - พี่หนุ่มเชื่อจากประสบการณ์จริง ว่าชีวิตการเงินสามารถดีขึ้นได้ ตั้งหลักได้
FU11🔴 tweet media
ไทย
4
282
369
22K
aun4289.eth retweetledi
FIRE อีก 12 ปีเกษียณ
ผ่านมาแล้ว 7 เดือน จากแผน 2025 เป้าหมายลงทุน 350,000 บาท / ปี ลงทุนไปแล้ว 276,500 บาท เหลือ 73,500 บาท 🥹 ✅ สีเขียว > ลงทุนหมดแล้ว 💛 สีเหลือง > ยังขาดอยู่ รอจังหวะเติม สู้ต่อไป ***ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน***
FIRE อีก 12 ปีเกษียณ tweet media
FIRE อีก 12 ปีเกษียณ@retire2038

บันทึกแผนการลงทุนปีนี้ 350,000 บาท เช่นเดิม (ถ้าหาได้มากกว่านี้ก็จะดีใจ) ปีนี้อยากเน้นหุ้นปันผล ชอบ ☺️ ส่วนหุ้นเติบโตก็ไปกันต่อ หาเงินวนไป การลงทุนไม่ซับซ้อน เลือกหุ้นที่ดี มีโอกาส ไปเรื่อยๆ เน้นซื้อ ออม ไม่ขาย ยาวๆ *ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ไทย
10
1.2K
1.9K
287.5K
aun4289.eth retweetledi
R here
R here@UvgtdERt4PWmcjF·
เมื่อมีพ่อเป็นคนโค้ชว่ายน้ำ
ไทย
27
9.1K
13.9K
1.5M
aun4289.eth retweetledi
ทุนต่อนอก & บอกต่อคอร์ส by Dek-D 🎓
⚡📦 你好~ ใครยังอินกับซีรีส์ #สงครามส่งด่วน และอยากอัปสกิลพูด #ภาษาจีน 🇨🇳ได้ไฟแล่บแบบ ‘สันติ’ และ ‘เสี่ยวหยู’ 🙋🏻‍♀️📺 รีบตามมาดู 8 คอร์สภาษาจีน #เรียนฟรี ที่ One More Course ได้รวมลิสต์มาให้ทุกคนอัปสกิลกันแบบฉ่ำๆ! . 💬 รับรองว่าได้ฝึกทั้งฟังและพูดแบบเน้นๆ เริ่มตั้งแต่พื้นฐาน ไต่ระดับถึงขั้นแอดวานซ์สื่อสารทางธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าคุยหรือต่อรองอะไรก็ได้เปรียบ! // 🤝🏻 ใครกำลังทำกิจการหรือธุรกิจตีตลาดจีนอยู่ รีบตามไปเช็กรายละเอียดกันเลย~ . ✅ คอร์สเรียนออนไลน์แบบ self-study เข้าเรียนเวลาไหนก็ได้ ✅ ส่งตรงจากมหาวิทยาลัยไทย จีน และไต้หวัน ✅ หลายคอร์สมี #ใบเซอร์ ให้ด้วยนะ . 🔎 รวมพิกัดคอร์ส & ขั้นตอนการลงทะเบียน 👉dek-d.com/activity/66856/ #คอร์สดีบอกต่อ
ทุนต่อนอก & บอกต่อคอร์ส by Dek-D 🎓 tweet media
ไทย
1
1.2K
1.9K
120.7K
aun4289.eth retweetledi
kafaak ®️ (นายกาฝาก) 
อย่าซื้ออนาคต เป็นคำเตือนที่ได้ยินโค้ชหนึ่งพูดบ่อยๆ เอาไว้เตือนคนที่คิดว่าจะก่อหนี้ผ่อนชำระ ด้วยความคิดว่า "ตอนนี้อาจจะตึงๆ แต่เดี๋ยวเงินเดือนขึ้นแล้วก็สบายแล้ว" Mindset นี้น่ากลัวนะ เพราะมันเป็นการเอาอนาคตมาเสี่ยง แล้วที่ทำให้คนคิดแบบนี้กันก็เพราะ • เรามักมองโลกในแง่ดี ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายหรือเรื่องฉุกเฉินขึ้น เช่น เศรษฐกิจไม่ดี เงินเดือนไม่ขึ้น หรือเลวร้ายสุดจะตกงาน • เราอ้างอิงจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต อาจจะทำงานมาหลายปี เงินเดือนก็ขึ้นมาตลอด เราก็คิดว่าอนาคตเงินเดือนก็จะขึ้นอีก และก็จะขึ้นเท่าๆ กับที่เคยขึ้นมาในอดีตเช่นกัน • และที่น่ากลัวที่สุดคือ บ่อยครั้งเรามักจะรอดมาได้แบบงงๆ เพราะมันไม่มีสถานการณ์เวลาเกิดขึ้น แล้วเราก็จะยิ่งมองโลกในแง่ดีเข้าไปอีก เพราะเคยผ่านมาได้โดยไม่มีปัญหามาโดยตลอด กล้าพูด เพราะผ่านจุดนั้นมาแล้ว รอดมาได้สิบกว่าปีอะ ทำมาหลายรอบมาก แต่บอกเลยว่าถ้ามาทำแบบนี้ในเศรษฐกิจตอนนี้ โอกาสชิบหายสูงมาก
kafaak ®️ (นายกาฝาก)  tweet media
ไทย
16
1.5K
1.2K
88.5K
aun4289.eth retweetledi
Mek Metapon
Mek Metapon@MetaponA·
ทำไม META ยอมจ่ายเงินกว่า 5 แสนล้านบาท เพื่อชิงตัว Alexandr Wang มาทำงานด้วย Alexandr Wang ผู้ที่อายุยังไม่ถึง 30 ปีคือใคร มีแนวคิดอย่างไร ผมลองไปหาพอดแคสต์ที่เขาให้สัมภาษณ์ไว้มาฟังดู พอจะสรุปได้ดังนี้ครับ ประวัติของ Alexandr Wang Wang เกิดที่เมือง Los Alamos รัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการแห่งชาติ (National Lab) ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระเบิดปรมาณู พ่อแม่ของเขาเป็นนักฟิสิกส์ทั้งคู่ ตรงนี้ทำให้เขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมาก และเขาเองก็เป็น "นักกีฬาคณิตศาสตร์" ระดับประเทศตั้งแต่สมัยมัธยมต้นและปลาย เข้าเรียนที่ MIT แต่ตัดสินใจลาออกในปี 2016 หลังเห็น AI "AlphaGo" ชนะแชมป์โลกโกะ ซึ่งมันจุดประกายให้เขาเชื่อว่า AI กำลังจะเกิดขึ้นจริง เขาเลยก่อตั้ง Scale AI ขึ้นมาตอนอายุ 19 ปี! Scale AI ทำอะไร Scale AI คือบริษัทที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรม AI โดยมุ่งเน้นการสร้าง "ข้อมูล" ที่จำเป็นในการเทรนและปรับปรุงอัลกอริทึม AI ให้ฉลาดขึ้น Wang บอกว่า Scale AI เหมือนเป็น "Uber สำหรับ AI" โดยหลักๆ คือการเชื่อมโยงความต้องการข้อมูลของระบบ AI เข้ากับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “Outlier” ซึ่งคนที่มาใส่ข้อมูลต่างๆลงไปใน Outlier จะได้รับค่าตอบแทนด้วย จากการช่วยปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องมากขึ้นและอัพเดทมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถแก้ไขคำตอบของ AI ในประเด็นทางการแพทย์ได้ถ้าคุณเห็นว่า AI ให้ข้อมูลที่มั่วหรือไม่ถูกต้อง เพื่อให้ AI ฉลาดขึ้น แพลตฟอร์มมีระบบตรวจสอบเพื่อป้องกันข้อมูลที่เป็นสแปมหรือข้อมูลขยะ จุดนี้ Wang เชื่อว่าจะทำให้เกิดงานใหม่ขึ้นมาอีกมาก ในปีที่ผ่านมา ผู้มีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์ม Outlier ได้รับค่าตอบแทนรวมกันประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ สร้างงานใน 9,000 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกา มุมมองเรื่อง AI ในอนาคต Wang คิดว่า AI จะสร้างงานจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างข้อมูลใหม่ๆ และงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ AI, การตรวจสอบ AI, และการสร้างสรรค์ด้วย AI เขาเชื่อว่าในอนาคตทุกคนจะได้รับการ "เลื่อนตำแหน่ง" เป็นผู้จัดการที่คอยดูแล AI agents ที่ทำงานที่เคยทำด้วยตนเอง เขาเป็นคนที่มีแนวคิดว่าอเมริกาจำเป็นต้องชนะในสงคราม AI กับจีน เพราะ AI ของแต่ละฝั่งแฝงวัฒนธรรมและค่านิยมลงไปด้วย เช่น AI ของจีนมีการเซ็นเซอร์ข้อมูลบางอย่างด้วย เขาคิดว่า AI ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศและต้องการทำให้ AI มีศักยภาพในการเป็นเทคโนโลยีทางการทหาร เช่น สงครามไซเบอร์, การโจมตีระบบสื่อสาร ในอนาคต Wang คิดว่า AI จะนำไปสู่การอัพโหลดจิตสำนึกลงไปในคอมพิวเตอร์คล้ายๆกับ Neuralink เขายังมีแนวคิดว่า AI จะสามารถสร้างโลกจำลองเสมือนจริงมากๆ เพราะทุกวันนี้ AI ก็สามารถสร้างวิดีโอที่สมจริงจนแทบแยกไม่ออกมากขึ้น หลังจากได้รู้จัก Alexandr Wang กับ Scale AI มากขึ้น ก็เป็นไปได้ว่า Mark Zuckerberg อยากได้คลังข้อมูลมหาศาลที่อัพเดทและตรวจสอบแล้ว กับแพลตฟอร์มในการเทรน AI ที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับคนทั่วไปได้ในอนาคต (เข้ากับแนวคิด Open Source) และตัว Wang เองก็ดูจะมีแนวคิดที่ไปในทางเดียวกันกับ Mark ดีลนี้เป็นดีลที่ใหญ่สำหรับ META ซึ่งจะรุ่งหรือจะร่วง รอดูกันต่อไปครับ แอดเติ้ล เมฆ: ทำไมช่วงนี้แอดเติ้ลขยันเขียนจังครับ! ขอไลค์เป็นกำลังใจให้แอดเติ้ลหน่อย 555
Mek Metapon tweet media
ไทย
0
812
781
60.1K
aun4289.eth retweetledi
FIRE อีก 12 ปีเกษียณ
14. Ultra Processed People การกิน ตามหลักการวิวัฒนาการคือการเอาชนะอีกฝ่ายและดูดพลังงานมาเพื่อใช้ต่อ เช่น เรากินเนื้อ = เราได้พลังงานจากวัว เหมือนเกมส์ แต่หนังสือเล่มนี้กำลังจะเล่าว่ายุคนี้ การกินไม่ใช่เพื่อการสะสมพลังงานอีกต่อไป UPF ; Ultra Processed Food อาหารแปรรูปที่ไม่ใช่เพื่อขับเคลื่อนพลังงาน แต่คือเงินตรา เรากินอะไรอยู่ไม่รู้ แต่แทบทั้งโลก วัฒนธรรมอาหารของเราคือ UPF ไม่ใช่แค่ processed food อย่างเดียวแม้กระทั่งอาหารออร์แกนิคสุขภาพก็ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นแบบนี้ทั้งนั้น 🥹 เงื่อนไขสำคัญเรื่องแรกที่สร้าง UPF ขึ้นมาก็คือ mass production องค์กรอยากลดการขนส่ง ตัวอย่างเช่นถ้าอยากลดการขนส่งของไอติมก็ต้องทำให้ไอติมละลายได้ช้าลง และผลิตออกจากแหล่งเดียวและขนส่งไปทั่วประเทศได้ เอาจริงสิ่งนี้เป็นอะไรที่ทุนนิยมมาก ต่อมา ถ้าเรายังอยากกินแบบเดิมแต่ยังอยากจ่ายราคาเท่าเดิมเราไม่สามารถตัดค่าแรงคนงาน ค่าอื่นๆ ออก สิ่งที่ตัดได้และไม่มีใครบ่นคือ ต้นทุนของวัตถุดิบ วัตถุดิบ ทุกวันนี้ในอาหารที่เรากินแทบจะไม่ใช่มาจาก pure food แต่ถูกสังเคราะห์ ผสม ทดลอง เพื่อให้ได้สิ่งที่ใกล้กับ ‘อาหาร’ ที่เราคุ้นเคย สตาร์ช (Starch) หรือ แป้ง คือคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่พบมากในพืช มีหน้าที่หลักคือการเก็บพลังงาน โดยพืชจะสร้างสตาร์ชขึ้นมาจากกลูโคสที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง แล้วสะสมไว้ในส่วนต่าง ๆ เช่น เมล็ด ราก หัว และลำต้น ตัวอย่างของพืชที่มีสตาร์ชสูง เช่น ข้าว มันฝรั่ง ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นต้น ทำไมสตาร์ชแปรรูปถึงมีใน UPF เยอะ? ราคาถูก ช่วยปรับเนื้อสัมผัสของอาหารให้กรอบ เหนียว หรือข้น ช่วยยืดอายุอาหาร ใช้เป็นสารเติมแต่ง (เช่น thickeners, stabilizers) ระบบ NOVA (NOVA Food Classification System) คือระบบจำแนกอาหารตาม ระดับการแปรรูป ไม่ใช่แค่สารอาหาร (เช่น โปรตีน ไขมัน หรือคาร์โบไฮเดรต) แต่ดูว่า อาหารผ่านกระบวนการแปรรูปมามากน้อยแค่ไหน ซึ่งช่วยให้เข้าใจผลกระทบต่อสุขภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คำว่า NOVA ในระบบจำแนกอาหาร ไม่ใช่คำย่อ (acronym) แต่เป็น ชื่อเฉพาะ (proper name) ที่ตั้งขึ้นโดยนักวิจัยจาก University of São Paulo ประเทศบราซิล นำโดย Carlos A. Monteiro ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบนี้ในช่วงปี 2009–2010 Nova = New ในภาษาลาติน NOVA 1: อาหารธรรมชาติ หรือแปรรูปน้อย → เช่น ผักสด ข้าวกล้อง เนื้อสด NOVA 2: ส่วนผสมจากธรรมชาติ ใช้ปรุงอาหาร → เช่น น้ำมันพืช น้ำตาล เกลือ NOVA 3: อาหารแปรรูป รวม NOVA 1 + 2 → เช่น ผักดอง ขนมปัง ชีส NOVA 4: อาหารแปรรูปขั้นสูง (UPF) → เช่น ขนมซอง น้ำอัดลม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป UPF นอกจากไม่ดีต่อสุขภาพแล้ว ยังทำให้เราเสพติด เรามักโหยหามาม่า kfc เพราะเราคิดว่าเราติดโซเดียม แต่จริงๆ เราติด UPF ที่อยู่ในนั้น UPF แทบจะเป็นาารเสพติดเพราะส่งผลต่อสมอง ในความอยากอาหารนั้นๆ ซ้ำๆ เพราะร่างกายจดจำว่าอาหารเหล่าหลั่งสารความสุขออกมา ซึ่งร้ายแรง อาหาร แนวนี้จะนุ่ม ใช้เวลาเคี้ยวแป๊บเดียว ซึ่งเชื่อมโยงกับฟันคุดด้านหลังเพราะว่าวิวัฒนาการเราไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เคี้ยวอาหารที่ใช้เหงือกน้อยขนาดนี้ มนุษย์เรา ถูกออกแบบมาไม่ให้กินน้ำตาลเยอะเช่นเราจะไม่กล้ากินน้ำตาลทั้งช้อนกับน้ำผึ้งทั้งช้อน แต่ โคคา-โคล่าใช้วิธีว่าใส่น้ำตาลลงไปแต่ว่าตัดลดด้วยความขมของกาแฟแล้วความเปรี้ยวของกรดทำให้เราสามารถเสพน้ำตาลได้เยอะขึ้น
FIRE อีก 12 ปีเกษียณ tweet media
ไทย
0
309
312
32.7K
aun4289.eth retweetledi
kafaak ®️ (นายกาฝาก) 
การรวบหนี้รวมหนี้ เป็นหนึ่งในวิธีการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อวางแผนปิดหนี้ บทความนี้โอเคเกือบหมดยกเว้น • คำว่า "เช็ก" ที่แปลว่าตรวจสอบ สะกดด้วย ก.ไก่ นะครับ "เช็ค" ที่สะกดด้วย ค.ควาย มันหมายถึง เช็คเงินสด อะไรแบบนี้ • การรวบหนี้รวมหนี้ที่จะได้ประโยชน์จริงๆ คือต้องทำให้อัตราดอกเบี้ยมันลดลงไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง (หรือใกล้เคียง) จากอัตราดอกเบี้ยของหนี้เดิม มีระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้น และสามารถปิดโปะหนี้ได้จะดีมาก เช่น แต่เดิมอาจจะมีหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด (ดอกเบี้ย 16%-25% ต่อปี) แล้วรอบนี้รวมหนี้ ให้เหลือดอกเบี้ย 12% ต่อปี ผ่อน 60 เดือน อะไรแบบนี้ แต่ในบทความนี้มีการประชาสัมพันธ์การรวบหนี้ด้วยสินเชื่อจำนำรถยนต์-จักรยานยนต์ อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ซึ่งไม่ค่อยน่าจะได้ช่วยในเรื่องของการผ่อนชำระหนี้เท่าไหร่ ก็อยากจะอธิบายให้เข้าใจเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนแก้หนี้นะครับ
Thitichai@popclub_CEO

ทำไม? ต้องรวมหนี้หลายก้อนให้เหลือก้อนเดียว cconnect.in.th/article-why-yo…

ไทย
1
62
77
16.9K
aun4289.eth retweetledi
APE X CRYPTO
APE X CRYPTO@ApeXCrypto22·
🔥ทำยังไงถึงสอบ CFA ให้ผ่าน และติด Top 10% ของคนทั้งหมด? หลายคนถามผมมาเยอะว่าเตรียมตัวสอบยังไง? 💎 ผมจะมาแชร์ Ultimate Guide ให้ฟัง (ใช้ได้กับ CFA ทุก Level) 🔹 Top 5 Tips 🔹 Timeline การเตรียมตัว 🔹 สิ่งที่ควรทำอย่างน้อยถ้าอยากสอบผ่าน: 🔹 Tools ที่ผมใช้ 1/
APE X CRYPTO tweet media
ไทย
8
88
129
12.4K