nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn
3.7K posts

nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi

ประหยัดเวลาขายคริปโตแลกเงินบาท ลองใช้คริปโตให้คุ้มกว่าเดิม วันนี้จะมารีวิวบัตร EtherFi Cash Card อีกหนึ่งช้อยส์ของคนที่อยากใช้คริปโต
1/ ปกติเวลาเราจะเอาคริปโตมาใช้จ่ายในชีวิตจริง มันมีขั้นตอนเดิมซ้ำ ๆ อยู่เสมอ คือเปิด Exchange → รอราคาดี → ขาย → รอโอนเข้าบัญชี → แล้วค่อยจ่าย และทุกครั้งที่ทำแบบนั้น มีต้นทุนซ่อนอยู่เงียบ ๆ ทั้งค่าธรรมเนียมโอน ค่าธรรมเนียมถอน และถ้าขายแล้วราคาขึ้นต่อ ก็เสียดายทีหลังเอง การใช้บัตรแบบนี้เลยลดขั้นตอนและความเสี่ยงที่บอกไปได้
2/ ว่าแต่ EtherFi Cash Card คืออะไร? EtherFi เดิมเป็น Protocol สำหรับ Staking (การล็อก ETH เพื่อรับดอกเบี้ยจากเครือข่าย Ethereum) ที่มีเงินในระบบกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นหนึ่งใน DeFi Protocol ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ พวกเขาต่อยอดออกมาเป็น EtherFi Cash Card บัตร VISA ที่ให้คุณรูดซื้อของด้วย ETH หรือ USDC ที่มีอยู่ได้โดยตรง โดยไม่ต้องขายออกมาก่อนเลย
3/ ความปังคือเรามีคนใช้งานจริงมา 6 เดือนแล้วมาเล่าให้ฟังว่าเป็นยังไง อันดับแรก ไม่ต้องรอบัตรแข็ง ใช้ได้เลยวันที่สมัคร สมัคร KYC เสร็จ ขอบัตร Virtual แล้วผูกกับ Apple Pay หรือ Google Pay แตะจ่ายได้ทันทีกว่า 100 ล้านจุดทั่วโลก ถ้าอยากได้บัตรโลหะตัวจริงวางมัดจำ 40 ดอลลาร์ รอ 15 วันทำการ (เงินมัดจำคืนให้ทีหลัง)
4/ ส่วนวิธีจ่ายมี 2 แบบ เลือกตามระดับที่สะดวก
แบบที่ 1 — Direct Pay (แนะนำสำหรับคนที่อยากใช้งานง่ายๆ) ระบบตัด USDC (Stablecoin ที่ผูกราคาไว้กับดอลลาร์ 1:1) จาก Wallet ตรง ๆ ทันทีที่รูด ง่ายเหมือน Debit Card ธรรมดา ไม่มีความเสี่ยงเพิ่มเติม เหมาะกับทุกคนที่แค่อยากใช้ Crypto ซื้อของในชีวิตประจำวัน
แบบที่ 2 — Borrow Mode (สำหรับคนที่คุ้นกับ DeFi) ฝาก ETH เป็นหลักประกัน ระบบยืม USDC มาจ่ายแทน ขณะที่ ETH ยังอยู่ใน Vault และยังได้ดอกเบี้ยต่อเนื่อง ข้อดีสำคัญคือเป็นการ "กู้" ไม่ใช่ "ขาย" จึงไม่มี Taxable Event หรือก็คือไม่มีเหตุการณ์ที่ต้องคำนวณภาษีกำไรจากการขาย Crypto แต่ถ้าราคา ETH ร่วงหนักจนหลักประกันไม่พอ อาจโดน Liquidation คือระบบบังคับขายสินทรัพย์ค้ำประกันอัตโนมัติ
5/ ต้นทุนจริงเมื่อเทียบกับ Cash Out แบบเดิม
วิธี Cash Out แบบเดิม: Spread Exchange ไทย ~0.5-1% ค่าธรรมเนียมถอน ~0.25% รอโอนเงินเข้าบัญชี ได้เงินบาทมาแล้วค่อยจ่าย
วิธี EtherFi Cash Card: FX Fee (ค่าแปลงสกุลเงิน) ~1% Cashback คืน 3% ทันที Net จริง = ได้กำไรคืน +2% ทุกครั้งที่รูด
ยกตัวอย่าง ทีมเราได้ลองคำนวณจากของจริง โดยไปรูดที่ Makro ประมาณ 1,399 บาท ได้ Cashback คืน $2.20 ประหยัดได้ราว 55 บาทเมื่อเทียบกับขายผ่าน Exchange แล้วโอนเงินบาทมาจ่าย
6/ ข้อนี้คือไม้ตาย กับโปรโมชัน Cashback พิเศษที่ออกมาเรื่อย ๆ นอกจาก Base Cashback 3% ยังมีแคมเปญพิเศษที่เคยให้สูงถึง 20% ในช่วงที่กำหนด และแคมเปญช่วงปลายปีที่ให้ 10% แต่โปรพวกนี้มา-หมดเร็ว ต้องติดตาม Discord หรือ Social ของ EtherFi กันเอาเอง
7/ ข้อพิจารณาก่อนตัดสินใจใช้เป็นบัตรหลัก
แม้บัตรนี้ใช้ได้ดีกับ Lazada, Makro, ร้านค้าที่รับ Visa ทั่วไป, แตะจ่ายผ่านมือถือ แต่ยังติดขัดกับ Shopee, Steam และบางแพลตฟอร์มออนไลน์
ถอน ATM ได้ แต่ค่าธรรมเนียมสูงกว่ารูดซื้อของปกติ (ATM ~2% vs รูดซื้อของ ~1% FX) ถ้าอยากได้เงินบาทจริง ๆ ขายคริปโตผ่าน Exchange ยังคุ้มกว่า
Customer Support ยังสู้บัตรธนาคารไม่ได้ กรณี Refund มักถูกส่งไปคุยกับร้านค้าเอง ไม่มีการ Chargeback ให้เหมือนบัตรเครดิตทั่วไป
อันนี้ก็เป็นรีวิวในช่วง 6 เดือนที่ลองใช้มา ไหนมีใครเคยใช้บัตรนี้มาก่อนบ้าง คอมเมนต์มาเล่าให้ฟังหน่อย
#EtherFiCash #EtherFi #Crypto #BitcoinAddictThailand

ไทย
nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi

เรื่องราวของความขัดแย้ง ที่อาจนำมาสู่ #สงครามโลกครั้งที่3
#สหรัฐ #อิหร่าน #อิสราเอล
ทำให้เราสังเกตเห็นความจริงข้อหนึ่ง
ผู้นำประเทศทั้งหลาย มักเต็มไปด้วย "ชายแก่ บ้าอำนาจ ที่ไม่ยอมวางมือ"
พวกเขาไม่รู้จักปล่อยวาง
และยึดติดอยู่กับยุคสมัยของตัวเอง
หาประโยชน์เข้าตัวเอง
ไม่ได้คิดถึงลูกหลาน หรือคนรุ่นหลังจริงๆ
ว่าพวกเขาต้องการอะไร
ยังคงใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัว
เกาะอยู่ในอำนาจไว้
และเสวยสุขท่ามกลางความลำบากของประชาชน
=======
Update ข่าวเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2026 : สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ลูกสาว ลูกเขย หลาน และลูกสะใภ้ของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารแล้วทั้งหมด จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล
เรามาย้อนดูต้นตอของความวุ่นวายทั้งหมดจากสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน...
"สหรัฐฯ-อิสราเอล" ใช้กำลังทางการทหารกับ "อิหร่าน"
(น่าจะรุนแรงกว่าเคสสหรัฐฯยึดเวเนซุเอลา)
ทำไม Trump ต้องเลือกช่วงเวลานี้ โจมตีทำลายอิหร่าน? :
ในปลาย 2025
- อิหร่านเกิดวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำขั้นสุด และเงินเฟ้อพุ่งสูง
- เกิดความโกรธแค้นของประชาชน และประท้วงใหญ่ลุกลามทั่วประเทศ
- เป้าหมายของประชาชน คือ การต่อต้านการทุจริตและการกดขี่ของรัฐบาล
มกราคม 2026
- รัฐบาลอิหร่านตัดสินใจใช้กำลังทหารและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (IRGC) เข้าปราบปรามประชาชนอย่างเด็ดขาด นำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่
- ระหว่าง 8-10 มกราคม 2026 มีประชาชนเสียชีวิตจากการปราบปรามประเมินว่าสูงถึง 7,000 คน
- การเผยแพร่ภาพการสังหารหมู่ประชาชน ทำให้รัฐบาลอิหร่านค่อยๆสูญเสียความชอบธรรมในสายตาชาวโลก
"สหรัฐฯ ใช้ข้ออ้างจากเหตุความไม่สงบในอิหร่าน เพิ่มแรงกดดันและเคลื่อนกำลังพลเข้ามาในตะวันออกกลาง อ้างว่าเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนและสนับสนุนการต่อสู้ของชาวอิหร่าน ทำให้ชาวอิหร่านส่วนใหญ่โน้มน้าวไปในทางเห็นด้วย"
จังหวะนี้ คือช่วงเวลายุทธศาสตร์ ที่ทั้ง สหรัฐฯ + อิสราเอล ประเมินว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังอ่อนแอที่สุดจากความแตกแยกภายในประเทศของตัวเอง
=====
สหรัฐฯ มีเป้าหมายอะไร? และกลยุทธ์ที่ใช้กับอิหร่าน? :
- การโจมตีทางทหารจากภายนอกเข้าไปทำลายโครงสร้างของกองทัพและ IRGC จะผลักดันให้ประชาชนที่โกรธแค้นสามารถโค่นล้มระบอบการปกครองอิสลาม (Islamic leadership) ตั้งแต่ปี 1979 ได้ทำสำเร็จ ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ Trump จะได้รับการ support จากประชาชนในอิหร่าน
- เป้าหมายแท้จริงของสหรัฐฯ คือ "การเปลี่ยนระบอบ (Regime Change)" แบบถาวร เพื่อไม่ให้เป็นภัยคุกคามในตะวันออกกลาง และต่อชาติพันธมิตร ซึ่งก็คือ ประเทศอิสราเอล
- การโจมตีของทั้งสหรัฐ + อิสราเอล ใช้สรรพกำลังมหาศาล พุ่งเป้าที่การทำลายศูนย์กลางอำนาจของอิหร่านโดยตรง ด้วยการโจมตีใกล้ทำเนียบผู้นำสูงสุดอิหร่าน "อายะตุลลอฮ์ อะลี คอเมเนอี"
- สหรัฐฯ ใช้ชื่อว่า Operation Epic Fury
- อิสราเอล ใช้ชื่อว่า Roaring Lion
ทั้งสองประเทศ บุกอิหร่าน พร้อมๆกัน เป็นการนัดกันมา คุยกันมาแล้ว ไม่ใช่ความบังเอิญแต่อย่างใด
- กลยุทธ์ที่ใช้กับชาวอิหร่าน คือ ทรัมป์ (USA) และ เนทันยาฮู (Isarael) พยายามออกแถลงการณ์ เพื่อส่งสารกระตุ้นให้ "ประชาชนชาวอิหร่านลุกฮือขึ้นยึดอำนาจรัฐบาลตัวเอง" ในจังหวะที่กองทัพอิหร่านกำลังโดนโจมตีอย่างหนัก เป็นการหว่านล้อมทางจิตวิทยาให้ประชาชนเลือกฝั่งผู้รุกราน ไม่ใช่ยืนข้างผู้นำตัวเอง >>> ร้ายไหมล่ะ?
- สรุป : 2 ผู้นำ หวังผล 2 ส่วนคือ
1. ทำลายศักยภาพทางทหารของอิหร่านให้หมดอำนาจไป
2. ใช้แรงต้านจากประชาชน ที่มีประท้วงภายในประเทศ ไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจในอิหร่านแบบถอนรากถอนโคน >> เปลี่ยนผู้นำ / เปลี่ยนระบอบการปกครอง หรือยึดอำนาจมาเป็นของตน
==========
ผู้นำไม่ได้คุยกันจริงๆ พวกเขารอจังหวะใช้ "สงคราม"
- สหรัฐฯ และ อิหร่าน เคยเจรจากัน เพื่อให้อิหร่านยอมประนีประนอมเรื่องนิวเคลียร์ แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตร แต่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ ไม่ไว้ใจผู้นำอิหร่าน เนื่องจากขีปนาวุธพิสัยไกล เป็นเป้าหมายหลักของอิหร่านที่ต้องการพัฒนาต่อ แต่สหรัฐฯ พยายามเจรจาเพิ่มเติมเรื่องขีปนาวุธ ซึ่งเป็นสิ่งที่อิหร่านไม่ต้องการคุย
- ต่อมา อิสราเอลก็เปิดฉากถล่มอิหร่าน ในระหว่างการเจรจาของสหรัฐฯ-อิหร่าน การเจรจาไม่เป็นผลแล้ว และสหรัฐฯ เข้าร่วมสงครามข้างอิสราเอล และระดมฝูงบินรบและกองเรือรบจำนวนมหาศาลเข้ามาในตะวันออกกลาง การเจรจาสร้างขึ้นเพื่อถ่วงเวลาให้กองทัพบุกเท่านั้น
==========
ผลประโยชน์ที่คาดหวังว่าจะได้รับ คือ "ทรัพยากรของอิหร่าน" ใช่หรือไม่? :
- ตอนสหรัฐบุกเวเนซุเอลา เป็นเพราะ "กำลังการผลิตน้ำมัน" แม้สหรัฐฯ จะจับกุมอดีตประธานาธิบดีมาดูโร เพื่อหวังทรัพยากรน้ำมัน แต่น้ำมันดิบของเวเน ก็ผลิตได้เพียง 800,000 บาร์เรลต่อวันเท่านั้น
- แต่อิหร่าน คือ "จุดยุทธศาสตร์ของทรัพยากรน้ำมัน" ที่สหรัฐต้องการ เพราะอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เป็นจุดที่มีน้ำมันดิบไหลผ่านถึง 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน (คิดเป็น 31% ของการขนส่งน้ำมันทางทะเลทั่วโลก)
สิ่งที่ต้องดูต่อไปคือ สหรัฐวางเป้าหมายเรื่อง "ทรัยากรน้ำมัน" ไว้ด้วย ใช่หรือไม่? ไม่ใช่แค่เรื่องของขีปนาวุธหรือนิวเคลียร์ และมากไปกว่าการเปลี่ยนระบอบการปกครอง แต่มองหาผลประโยชน์จากการเข้ายึดอำนาจในอิหร่านด้วย
That's true... "ชายแก่ บ้าอำนาจ" พวกนี้ควรวางมือได้แล้ว โลกวุ่นวายเพราะพวกเขามากเหลือเกิน
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
facebook.com/photo?fbid=149…
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
facebook.com/tootsyreview/
x.com/tootsyreview
@tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/
@tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview
@tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review
lemon8-app.com/tootsyreview

ไทย
nnnnnnnnnnnn retweetledi

$BTC ร่วงลงมา64,000 $ETH หลุดลงมา $1,800
เกิดอะไรขึ้น #เหมียวสรุป 👇
ปัจจัยกดดันหลัก
🔹Trump เตรียมขึ้นภาษีนำเข้า 15% → ตลาดกังวลเศรษฐกิจโลก
🔹$BTC ลงมาแล้ว -47% จากจุดสูงสุด $125K
🔹นักลงทุนระยะสั้นยังขายขาดทุน ~ $480M/วัน (แม้จะลดจาก $1.2B)
🔹Whale Ratio พุ่ง 0.64 สูงสุดตั้งแต่ปี 2015 → รายใหญ่ครองแรงขาย
🔹USDT ไหลเข้า Exchange เหลือแค่ $27M จาก $616M → กระสุนซื้อหาย
🔹ทองคำ +2% แต่ BTC ลง → Narrative “Digital Gold” เริ่มสั่น
ภาพรวมตอนนี้ = ตลาดกำลัง “สร้างฐานหลังแรงเท”
Panic เริ่มซา แต่ Demand ยังไม่กลับ
คำถามสำคัญคือ $65K จะรับอยู่ไหม หรือมีสิทธิ์เห็น $50K ก่อนจบรอบนี้? คิดว่าไงกันมาแชร์กันได้ครับ

ไทย
nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi

เตือนคนที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องเช็กให้ดี
เพจ ฮอกไกโดตะวันออก-East Hokkaido เล่าประสบการณ์ว่า
เพื่อนเคยโดนคดี เมาแล้วขับ แต่ เพิกเฉย ไม่ไปศาล ไม่เคลียร์ จนเกิดมีหมายจับค้างในระบบ
วันเดินทางไปญี่ปุ่น (ฮอกไกโด):
▪️เช็คอิน โหลดกระเป๋า ถึงด่าน ตม.ไทย ขาออก
▪️ตม.สแกนพบมีหมายจับค้างอยู่ เลยบล็อก → ออกนอกประเทศไม่ได้ (ปัญหาจากไทย ไม่ใช่ญี่ปุ่น)
ความเสียหาย
▪️ขึ้นเครื่องไม่ได้ เสียตั๋วไป-กลับ (ช่วงตรุษจีน แพงมาก)
▪️เสียค่าโรงแรม 7 คืน
▪️ต้องกลับไป ศาลขอเพิกถอนหมายจับ ก่อน ถึงจะออกได้ครั้งหน้า
บทเรียนหลัก: ถ้ามีคดีเมาแล้วขับค้าง (โดยเฉพาะเพิกเฉย ไม่ไปรายงานตัว/ไม่เคลียร์) → ตม.ไทยจะไม่ให้ออกประเทศเลย แม้จะเช็คอินแล้วก็ตาม
ต้องเคลียร์คดีที่มีหมายจับให้จบก่อนก่อนซื้อตั๋ว/จองทริปต่างประเทศ
ไม่งั้นเสียเงินฟรีแบบนี้!


Lat Yao, Thailand 🇹🇭 ไทย
nnnnnnnnnnnn retweetledi

@TarotYouuuu กว่าจะได้ดูรูป .... แต่ละรูปเลื่อนโครตนานกดโครตยาก
ไทย
nnnnnnnnnnnn retweetledi

กล้าหาญมาก... 😱😱😱😱😱😱😱
หลายคนถามว่า “อยากซื้อบ้าน 3 ล้าน ต้องมีรายได้เท่าไหร่ถึงจะไหว?”
คำตอบคือ ไม่ได้ดูแค่เงินเดือนอย่างเดียว แต่ต้องดูทั้งภาพรวมชีวิตเรา
1️⃣ ผ่อนต่อเดือนประมาณเท่าไหร่?
บ้านราคา 3,000,000 บาท ถ้ากู้เต็ม 30 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3–4% ค่างวดจะอยู่ประมาณ 13,000–16,000 บาท/เดือน (แล้วแต่ดอกเบี้ยและระยะเวลากู้)
2️⃣ ธนาคารดูอะไรบ้าง?
หลักง่ายๆ คือ ภาระหนี้รวมต่อเดือนไม่ควรเกิน 40–50% ของรายได้ แปลว่าถ้าคุณต้องผ่อนบ้าน 15,000 บาท รายได้ควรอยู่ที่อย่างน้อย 30,000 – 40,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และนี่คือกรณี “ไม่มีหนี้อื่น” นะ ถ้ามีผ่อนรถ บัตรเครดิต ผ่อนของต่างๆ รายได้ที่เหมาะสมต้องสูงกว่านี้อีก
3️⃣ รายได้พอผ่อนได้ ≠ พร้อมซื้อบ้าน
อันนี้สำคัญมาก หลายคนกู้ผ่าน แต่ชีวิตตึงทุกเดือน
คุณควรมี
- เงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน
- เงินค่าตกแต่งบ้าน
- เงินวันโอน (ค่าธรรมเนียม, ประกัน)
ซื้อบ้าน 3 ล้าน ควรมีเงินเก็บอย่างต่ำ 300,000–500,000 บาท แบบไม่กระทบชีวิต
4️⃣ อย่าลืมค่าใช้จ่ายแฝง หลังซื้อบ้านแล้ว คุณจะเจอ... ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง ภาษีที่ดิน ค่าน้ำไฟที่เพิ่มขึ้น ค่าเน็ต ค่าตัดหญ้า
บ้านไม่ใช่แค่ค่างวด มันคือภาระระยะยาว 20–30 ปี
5️⃣ สรุปแบบเข้าใจง่าย
ถ้าจะซื้อบ้าน 3 ล้านอย่างสบายๆ
✔ รายได้ควรอยู่ที่ 40,000 บาทขึ้นไป
✔ ไม่มีหนี้หนักๆ
✔ มีเงินสำรองฉุกเฉิน
✔ ยังมีเงินใช้ชีวิต ไม่ตึงทุกเดือน
เพราะบ้านคือความฝัน แต่ถ้าบริหารไม่ดี มันจะกลายเป็นความเครียด ซื้อเมื่อพร้อม ไม่ใช่ซื้อเพราะอยากมีเร็ว
บ้านที่ดี ไม่ใช่บ้านที่แพงที่สุด
แต่คือบ้านที่ทำให้เรานอนหลับสบายที่สุด 🏡✨
ขอให้ทุกคนได้มีบ้านสมใจนะ
#Eaaawinvestment

ไทย
nnnnnnnnnnnn retweetledi

🇹🇭 เเนวใบเขียวงวดนี้ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เห็นมีบุญมากครับ 🇹🇭
กดใจ + กดรีทวิต คอมเม้น สาธุ 99
🧧 จะมีบุญใหญ่ ถูกหวย เฮงๆปังๆ
🔔 พิกัดซื้อหวยบาทละ 1,100 : โชคมา.net/auth/registrat…
#หวยงวดนี้ #หวยรัฐบาล #หวยรัฐบาลไทย #หวยไทย

ไทย
nnnnnnnnnnnn retweetledi
nnnnnnnnnnnn retweetledi






























