PLEB | ContributionDAO 🥚@theplebth
ผมตั้งใจเขียนโพสนี้มากๆ ด้วยความที่ผมกำลังสร้าง Project ที่มีไอเดียในการแก้ปัญหานี้.
.
ผมสัมผัสได้ว่า Financial Nihilism กำลังก่อตัวขึ้นในระดับที่น่ากลัวมากๆ ทั้งในไทย และทั่วโลก และมันกำลังจะนำสังคมไปสู่ Hyper Gambling Society โดยเฉพาะ Gen Z และ Gen Alpha
.
นิยามสั้นๆ ของ
1. Financial Nihilism ในบริบทนี้ = ความรู้สึก "ช่างมันเถอะ ทำยังไงก็ไม่รวย" ซึ่งไม่ว่าจะทำงานหนัก , ประหยัด, หาความรู้หรือเดินตามเส้นทางอย่างปลอดภัย สุดท้ายก็ยัง ตามไม่ทันเกมความมั่งคั่งสักที ต่อให้ทำทุกอย่างถูกต้อง ก็ยังไม่มีทางรวยแบบรุ่นก่อน
.
2. Hyper Gambling ในบริบทนี้ = โลกที่แทบทุกอย่างในชีวิตกลายเป็นการพนันเพื่อหาอนาคตที่ดีกว่า
.
_________________________________
.
สัญญาณที่เห็นทุกวัน
1. Ai จะครองโลก
2. คนจะตกงาน / การเลิกจ้าง
3. สงคราม
4. การโกง / การคอรัปชั่น
5. ความรู้ทางการเงิน [ เยอะมาก โครตเยอะ ซึ่ง ยุคนี้เยอะโครตๆ เสมือนทุกคนจะกลายเป็นกูรูกันไปหมดแล้ว ]
6. การปิดกิจการ
และอื่นๆ อีกมากมาย
.
ผมมองว่าสิ่งที่บีบบังคับให้สังคมเราตอนนี้ มุ่งไปสู่ Financial Nihilism มีอยู่ด้วยกัน 4 มิติ
#มิติที่ 1. การบีบอัดของเศรษฐกิจที่รุนแรงมาก
.
ระบบเศรษฐกิจกำลังบีบตัวแบบนี้
คนรวย = รวยขึ้นเร็วมาก
คนจน = ตามไม่ทันมากขึ้นเรื่อยๆ
ภาพชัดเจนคือ
> ใครที่ถือสินทรัพย์อยู่แล้วจะยิ่งรวยขึ้นเร็ว
> แต่คนที่มีแค่แรงงานจะยิ่งตามไม่ทัน
.
ตัวอย่างที่เห็นชัด
> ข้าวของแพงมากขึ้น สวนทางกับรายได้
> ราคาบ้านโตเร็วกว่ารายได้หลายเท่าตัว
> สินทรัพย์ทางการเงินโตเร็วกว่าค่าแรงมากๆ
> หนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนของหลายประเทศอยู่ในระดับสูง
> ทุกประเทศต่างก็พิมพ์เงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ
.
การเก็บเงินแบบเดิมแทบไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อและราคาสินทรัพย์ได้
.
ทำให้ผมรู้สึกว่า เศรษฐกิจยุคนี้มันไม่เหมือนเดิมที่แบบว่า “ทุกคนโตไปพร้อมกัน” แต่มันเริ่มกลายเป็น "โตเพื่อกินรวบคนเดียว" และระบบเศรษฐกิจแบบปัจจุบันเริ่มสร้างความรู้สึกว่าเกมนี้ถูกออกแบบมาให้บางคนชนะตั้งแต่แรก.
.
และนั่นคือจุดที่สังคมเริ่มไหลเข้าสู่ Hyper Gambling
.
เพราะถ้าเส้นทางปกติไม่สามารถพาไปถึงอนาคตที่ต้องการ
ได้ ดังนั้น
"การเสี่ยงครั้งใหญ่ อาจดูเป็นทางเลือกที่ “สมเหตุสมผล” มากกว่า"
.
#มิติที่ 2.ความเหลื่อมล้ำทางสังคม
*ทุกคนรู้อยู่แล้วแหละ ผมเลยขอข้ามข้อมูลตรงนี้
#มิติที่ 3.ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าอัตราการปรับตัวของสังคมมนุษย์
* อีกแรงกดดันหนึ่งของยุคนี้ คือ ความเร็วของความรู้ที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถของสังคมในการปรับตัว.
.
ในอดีต การเปลี่ยนแปลงของความรู้มักเกิดเป็นช่วงเวลา เช่น
> เทคโนโลยีใหม่ ยกตัวอย่าง เช่น Internet
> โมเดลธุรกิจใหม่ ยกตัวอย่าง เช่น การกิน Buffet
> แนวคิดใหม่ๆ ยกตัวอย่าง เช่น Startup Model
.
โดยปกติแล้ว การปรับตัวมักใช้เวลาหลายสิบปีในการแพร่กระจาย
ทำให้สังคมมีเวลาปรับตัว ส่งผลให้ระบบการศึกษาเปลี่ยนตามและทักษะในตลาดแรงงานค่อย ๆ ปรับ ทำให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้จากคนรุ่นก่อนได้
.
แต่ในโลกปัจจุบัน วงจรนี้กำลังถูกทำลายไปแล้วครับ
> ความรู้ใหม่เกิดขึ้นเร็วมาก และกระจายทั่วโลกแทบจะทันที
.
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
.
1.ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน เริ่มใช้กับโลกของคนรุ่นหลังได้น้อยลงเรื่อย ๆ ในเชิงสังคมวิทยา นี่คือภาวะที่เรียกว่า breakdown of generational knowledge transfer
หรือก็คือ
"ความรู้ที่เคยถูกถ่ายทอจากรุ่นสู่รุ่นเริ่มไม่สามารถใช้อธิบายโลกปัจจุบันได้"
.
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เช่น
> อาชีพที่มั่นคงในอดีต อาจไม่มั่นคงอีกต่อไป
> ทักษะที่เคยใช้ได้ทั้งชีวิต วันนี้อาจล้าสมัยในไม่กี่ปี
> เส้นทางชีวิตแบบเดิม เช่น เรียน , ทำงาน , เกษียณ เริ่มไม่แน่นอน.
.
ภาพที่ชัดเจนคือ "ปรากฏการณ์ ใบปริญา ไร้ความหมาย"
.
เมื่อสังคมไม่สามารถให้ “แผนที่ชีวิต” ที่ชัดเจนได้เหมือนเดิม คนรุ่นใหม่จึงต้องใช้ชีวิตในโลกที่
> ไม่มีคู่มือที่เชื่อถือได้
.
สังคมจึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย เช่น
> เส้นทางชีวิตแบบไหนควรเลือก
> ทักษะอะไรจะยังมีค่าในอนาคต
.
นี่คือหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่ทำให้
> ความไม่แน่นอน
> ความเสี่ยง
> และการทดลอง
กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมยุคใหม่ และมันคืออีกหนึ่งแรงที่ผลักสังคมเข้าใกล้
.
#มิติที่ 4 เงินคือพระเจ้า.
" เงินเริ่มกลายเป็นตัวชี้วัดคุณค่าของชีวิตแทบทุกมิติ " ใครๆก็อยากรวย รวมถึงผมด้วยเช่นกัน เพราะรวยแล้วชีวิตดี, สุขภาพดี.
คำถามคือ แล้วเราจะรวยได้ยังไงในยุคนี้ ?
.
ทุกคนรู้อยู่แล้วอะ อย่างที่บอกเลย ถ้าความรู้มีอยู่เต็มไปหมด แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ยังไม่รวย ?
.
นั่นสินะ เป็นคำถามที่ยากจะหาคำตอบจริงๆ เพราะบริบทของบุคคลนั้นไม่เหมือนกัน.
.
___________
.
ทำไมการพนัน / การเสี่ยงโชค ถึงไม่เคยหายไป และมันก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
.
คำถามคือ ทุกคนรู้ว่าการพนันมีโอกาสเสียมากกว่าได้ แต่ทำไมมันถึงยังมีคนใช้งานเยอะมาก. ป้าข้างบนผมทำงานได้วันละ 500 บาท แต่เก็บเงินไว้ซื้อ ล็อตเตอรี่วันละ 80 บาทได้ทุกวัน
.
ผมถามเขาว่า ป้าไม่เก็บเงิน 80 บาททุกวัน ได้เดือนละ 2,400 บาท นำไปลงทุน ไม่ดีกว่าเหรอ ?
.
ป้าคนนั้นบอกผมว่า "เอาเวลาไปหาความรู้พวกนั้น มาทำงานใช้แรง แล้วซื้อลอตเตอรี่ดีกว่า อย่างน้อยมันมีโอกาสได้ 8 ล้านบาท ป้าเห็นคนถูกหวยทุกวันเลย ป้าอยากเป็นคนนั้น ป้าอยากเปลี่ยนชีวิต"
.
ผมได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่า อืม ก็เป็นไอเดียที่น่าสนใจนะ ผมเลยลองคำนวนดู
> สมมติว่าเก็บเงินได้ปีละ 28,800 บาท ต่อให้ลงทุนและได้ผลตอบแทน 8% ต่อปี มันก็ยังห่างไกลจากคำว่า
“เปลี่ยนชีวิต”
แต่ลอตเตอรี่ต่างออกไป แม้โอกาสจะต่ำมาก
แต่ payoff ของมันคือ "การเปลี่ยนชีวิตทันที"
.
ผมคิดว่าในมุมของคนที่รายได้จำกัด การเลือก “โอกาสเล็ก ๆ ที่จะได้ 8 ล้าน” อาจดูสมเหตุสมผลกว่าการสะสมเงินทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งอาจต้องใช้เวลา 20–30 ปี.
.
ผมมีมุมมองหนึ่ง คือ เส้นทางการสร้างความมั่งคั่งแบบปกติ
ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่น่าสนใจสำหรับคนจำนวนมาก เมื่อระบบ ณ ปัจจุบัน มีลักษณะแบบ Financial Nihilism.
.
ส่งผลให้
> ผู้คนจึงหันไปหา ลอตเตอรี่ , การพนัน , การเก็งกำไร
หรือสินทรัพย์เสี่ยงสูง
.
เพราะมันเป็น เครื่องมือไม่กี่อย่างที่เปิดโอกาสให้ชีวิตเปลี่ยนแบบก้าวกระโดด และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้
.
> การพนันไม่เคยหายไปจากสังคม และในโลกที่ความมั่งคั่งกระจุกตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมแบบนี้ อาจไม่ได้ลดลง
แต่มันอาจจะ เพิ่มขึ้นนำไปสู่ Hyper Gambling Society
.
________
แล้ว Crypto อยู่ตรงไหนของเรื่องนี้?
.
หลายคนเคยบอกว่า crypto ไม่ใช่ gambling แต่ถ้าพูดกันตรงๆในมุมของผม [ย้ำว่าของผมคนเดียว]
.
Ecosystem บางส่วนของ crypto ตอนนี้มันก็กลายเป็น hyper gambling ไปแล้วครับ
.
> เหรียญมีมต่างๆ ลง 100 บาท ได้ 1,000,000 บาท
> การใช้เครื่องมือทางการเงินชั้นสูง อย่าง Leveraging ในการซื้อ Asset ทุกชนิด เช่น มีเงิน 10,000 บาท อยากซื้อหุ้น Google 50,000 บาท [ Leveraging ช่วยให้คุณทำสิ่งนี้ได้ โดยแลกกับความเสี่ยงที่เงินต้นคุณจะเหลือ 0 ]
> Prediction Market โครตฮิตในโลกตอนนี้
> การเข้าถึงของ Capital และ Tooling ได้อย่างอิสระ ไร้รอยต่อ เร่งให้คนสามารถใช้งานพวกนี้ได้
> มีของเล่นใหม่ๆ ที่กระตุ้นโดปามีนของมนุษย์ออกมาได้ตลอด
.
_________
.
เพื่อนๆ คิดว่ายังไงบ้าง ?