มิซาเอะ

646 posts

มิซาเอะ banner
มิซาเอะ

มิซาเอะ

@Studywithstar

Katılım Mart 2017
294 Takip Edilen19 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
มิซาเอะ
มิซาเอะ@Studywithstar·
ตามหาเสื้อ 2 ตัวนี้ ค่ะ นางฟ้าฮึบ ปราสาท Size 56 ใครมีdmได้เลย ค่ะ #hometomyheart
มิซาเอะ tweet media
ไทย
1
0
2
2K
มิซาเอะ retweetledi
🐔White chicken🐔on pink background
ไม่มีใครที่ "ทำงานที่ไหนก็ได้" และ "ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง" อย่าด่วนตัดสินคุณค่าทั้งหมดของตัวเองจากผลการประเมินในที่ทำงานปัจจุบัน และอย่าเพิ่งถอดใจกับตัวเองไปเสียก่อนนะครับ
🐔White chicken🐔on pink background tweet media🐔White chicken🐔on pink background tweet media🐔White chicken🐔on pink background tweet media
ไทย
3
519
451
15.6K
มิซาเอะ retweetledi
Haruya | 🦇
Haruya | 🦇@HolAyau·
อีกคนนึง เพิ่งจะอายุ 25 แต่พอร์ตเกือบแตะ 2 ล้านบาทไปแล้ว สุดยอดครับ - เรียนจบวิศวะ ทำงานได้เงินเดือน 30,000 ไม่มีงานเสริม - แต่สามารถแบ่งมาลงทุนได้เดือนละ 10,000 บาท (~33% จากเงินเดือน) - มีเงินเก็บอยู่แล้วบ้าง เลยเอามาต่อยอด - ​และโชคดีตรงค่าใช้จ่ายยังถือว่าน้อย มีแค่ค่าเดินทางเดือนละ 5-6 พัน + ทำกับข้าวไปกินเองที่ทำงาน - ​สไตล์การลงทุนชัดเจน เน้นอ่านเทคโนโลยีและ Narrative ของบริษัทเป็นหลัก หาข้อมูลเชิงลึกด้วยการฟัง Earning call เองโดยไม่พึ่งกูรู - ​แบ่งเงินซื้อหุ้น 75% อีก 25% ไปซื้อ Call Options ควบคู่ไปกับการ DCA เข้า ETF เป็นแกนหลัก ​- คอยล็อคกำไรทุกครึ่งปีหรือ 1 ปี และจะดึงกำไรไปเข้าพอร์ตระยะยาว รวมถึงถือเงินสดไว้เสมอเผื่อรอช้อน - ​Mindset แข็งแกร่ง ยอมรับความผิดพลาด โดนตลาดเอาคืนจนกำไรออปชั่นหายไปหลักแสน แต่ก็มูฟออน ตั้งหลักใหม่ NFA, DYOR ด้วยนะครับ ผมไม่ได้มาแชร์ให้ทุกคนทำตามเป๊ะๆ แต่ให้ดูเอาไว้เพื่อเป็นกำลังใจในการเริ่มต้นครับ ✌️
Haruya | 🦇 tweet mediaHaruya | 🦇 tweet media
Haruya | 🦇@HolAyau

ล่าสุดเห็นน้องอายุ 14-15 เริ่มลงทุนในหุ้น จนพอร์ตแตะหลักแสนไปแล้ว เลยอยากบอกทุกคนในตอนนี้ว่า การเริ่มต้นไม่มีคำว่าสาย มีแต่ว่าคำว่า เมื่อไหร่ ก็เท่านั้น เพราะสิ่งที่สำคัญ นั่นคือ เวลา ยิ่งมีเวลามาก เราก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้นตาม เพราะหากเราเริ่มเร็ว เริ่มไว ให้เงินได้ทำงานไปตามเวลา ผ่านไป 10, 20 หรือ 30 ปี จากเงินหลักพันที่ดูน้อยในวันนี้ ซักวันมันจะเติบโตเป็นหลักแสนหลักล้านได้ด้วยความกล้า ความมีวินัย และความอดทน และผมขอทิ้งท้ายโพสต์นี้ไว้ด้วยคำถาม "ถ้าย้อนเวลากลับไปตอนอายุ 15 ได้ คุณอยากบอกอะไรกับตัวเองเรื่องการเงิน?" เป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนนะครับ เราจะเอาชนะเงินเฟ้อไปด้วยกันครับ

ไทย
23
4.2K
5.4K
480K
มิซาเอะ retweetledi
NᵔoᵔKkY(=^ᴥ^=)
NᵔoᵔKkY(=^ᴥ^=)@nokkyhuhu·
พูดเรื่องเรียนภาษาจีน ถ้ามีคนถามว่าเริ่มเรียนยังไงดี!? จะแนะนำเวปพี่จิ๋วเลย คือเข้าไปเรียนได้เลย แบบเริ่มจาก 0 สอนตั้งแต่ทำสมาธิก่อนเรียนอ่ะแม่😆สอนดี แล้วฟรี!!!!ด้วยน้า >> jiewfudao.com/%E0%B8%84%E0%B…
NᵔoᵔKkY(=^ᴥ^=) tweet media
ไทย
5
2.3K
3.7K
157.7K
มิซาเอะ retweetledi
The Figen
The Figen@TheFigen_·
Sometimes you just have to get rid of what's in the way ...
English
350
2.2K
39.8K
4.5M
มิซาเอะ retweetledi
ออฟฟิศ 0.4
ออฟฟิศ 0.4@Office04TH·
ออฟฟิศ 0.4 ไปอ่านเจอบทความที่ชื่อว่า ‘5 career-changing mindsets to help you win at work’ พบว่ามีความน่าสนใจที่ชวนให้เรามองว่างานที่ทำอยู่ คือ ทรัพย์สินในชีวิตที่กำลังสะสมสร้างมูลค่าให้เราโตขึ้นและเก่งขึ้น แต่การจะทำให้สิ่งเหล่านี้เป็นทรัพย์สินได้ เราจำเป็นต้องมี 5 Mindset นี้อยู่ด้วย จะตรงใจใครบ้างลองไปสำรวจด้วยกัน 1. คิดแบบ Company of One - ให้คิดว่าตัวเราคือ CEO ของตัวเอง ทักษะที่มีคือ "สินค้า" และแบรนด์ส่วนตัวคือ "แผนกการตลาด" ที่อยากให้หัวหน้าหรือคนอื่นทำงานด้วย - เปลี่ยนคำถามจาก "บริษัทจะให้อะไรฉัน" เป็น "วันนี้ฉันมอบ Value อะไรไปแล้วบ้าง" และ "มันเสริม Portfolio ฉันได้ยังไง" - ไม่ต้องรอบริษัทโปรโมทหรือส่งไปเรียน เราอยากทำอะไร เรียนรู้อะไรลุยเลย ให้เหนือ Average คนในองค์กรไปเลย อย่าไปรอเสียเวลา 2. คิดแบบ Permanent Beta ทดลองไปเรื่อยๆ - ระวังความคิดที่อันตรายที่สุดคือ ฉันเก่งพอแล้ว - ความรู้มีวันหมดอายุนะ ดังนั้นควรมีโหมด อัปเกรดตัวเองด้วย - เศรษฐกิจแบบนี้ยังไม่ต้องลาออกมาเรียนต่อ แค่ Micro-learning เช่น ฟังพอดแคสต์เทรนด์ใหม่, ลงคอร์สสั้นๆ ก็พอ - ความสามารถในการปรับตัวและเติบโต คือมูลค่าของชีวิต 3. คิดแบบ Philosophy for Career คือ มีจุดยืน - อย่าลืมคำถามว่าคุณค่าของงานที่ทำคืออะไร ไม่เช่นนั้นเราอาจตามหาเงินเดือนก้อนต่อไป แล้วก็ Burnout 4. คิดแบบ Investor - สกิลของเรา คือ "พอร์ตโฟลิโอ" อย่ามีแค่สกิลเดียว เพราะความเสี่ยงจาก AI กำลังมา - การเรียนรู้คือ "ดอกเบี้ยทบต้น" ที่ต้อง reinvest อย่างสม่ำเสมอ - ระหว่างทางลองสร้างทางเลือกเผื่อไว้บ้าง อาจสบายใจกว่าการมี 10 ใบเซอร์ฯ แต่ไม่มีแผนสำรองอะไรไว้เลย 5. คิดแบบ Owner - หยุดแก้ตัวและโทษคนอื่น เช่น ถ้าหัวหน้าไม่ให้โอกาส ก็ลองหาโอกาสเองดูจากต้นทุนที่มี - เมื่อเรามองงานที่เราทำแบบสายตาเจ้าของ เราจะปกป้อง ลงทุน และดูแลมัน ถ้ามองว่าเส้นทางอาชีพมีความเสี่ยง เราจะหาทางปรับตัว และหาตำแหน่งหรือจุดที่คนอื่นทำแทนเราได้ยาก เพราะงานคือทรัพย์สินและลิขสิทธิ์ของเราที่คนอื่นทำได้ไม่ง่าย เออ..บางบรรทัดอาจแล้วก็ฮึกเฮิม บางบรรทัดอ่านแล้วก็คิดว่าเหนื่อยหน่อย แต่ก็คุ้มที่จะลงทุนกับการปรับวิธีคิดตามนี้ อาจไม่ต้องเริ่มพร้อมกันทั้งหมด แต่ถ้าไม่เริ่มเลย ความลำบากน่าจะกำลังกวักมือเรียกเราอยู่.. #ออฟฟิศศูนย์จุดสี่
ออฟฟิศ 0.4 tweet media
ไทย
0
103
149
7.6K
มิซาเอะ retweetledi
🍒`𝙡𝙊:𝙊𝘾𝙏`:(⚡)-สาววายไฮบริดᕙ⁠(͡⁠°⁠‿⁠ ͡⁠°⁠)⁠ᕗ
@yoxrgravity ขับรถให้ได้ว่ายน้ำให้เป็น ตรวจสุขภาพภายทุกปี ฉีดHPV/HBV เริ่ม35+คัดกรองมะเต้านมสักครั้ง มีบัญชีแยกเป็นของตัวเองเกิดเหตุฉุกเฉินมีเงิน+มีรถ ทุกอย่างจะเบาลง แกจะออกจากจุดนั้นได้ไวโดยไม่ต้องเดินให้เหนื่อย 'ผัวไม่ใช่ทุกอย่าง ครั้งหนึ่งเคยเป็นไม่ได้แปลว่าจะเป็นตลอดไป' รักตัวเองมากๆ
ไทย
0
2K
2.7K
129.8K
มิซาเอะ retweetledi
Vorachat
Vorachat@vorachatMD·
- ฝึกนิสัยการนอนให้นอนและตื่นเวลาเดิมๆ - ควบคุมน้ำหนักให้คงที่ - ออกกำลังกายสม่ำเสมอไม่ต้องหนักมาก - ทาครีมกันแดดทุกวัน - ตรวจรักษาฟันเสมอ - ดูแลเส้นผม หาสาเหตุ+รักษาเมื่อผมเริ่มบาง - วัคซีน HPV และตรวจภายในทุกปี สุขภาพดี ส่องกระจกแล้วรู้สึกสวย อะไรดีๆก็จะตามมาค่ะ 🫶
mars.@yoxrgravity

อยากฟังของชาว x ด้วย 🫠 โดยเฉพาะคนอายุ 30-40+ มีอะไรที่ผ่านมาแล้ว อยากบอกไหมคะ

ไทย
2
7.8K
6.9K
269.8K
มิซาเอะ retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนเก่งในชีวิตการทำงานจริงๆ นะครับ น้องๆ เด็กรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบเข้าสู่สังคมการทำงานอย่าหลงตัวติดกับดัก Prestige Trap ระบบการศึกษาออกแบบมาเพื่อวัด academic performance ในสภาพแวดล้อมที่ controlled มากๆ... - จำและสอบผ่าน.. - ทำตามเกณฑ์การให้คะแนนที่กำหนด - compete แบบ individual ส่งงานตรงเวลา deadline ชัดเจน.. - ตอบถูก.. - etc., เวลาทำงานจริงๆ.. - แก้ปัญหาที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัว.. - สร้าง framework ขึ้นมาเอง.. - บริหารจัดการความไม่แน่นอนโดยไม่มีกรอบเวลาชัดเจน - collaborate และ navigate politics ภายในองค์กร.. - ถามคำถามที่ถูก.. . . ที่เคยเจอมาหลายๆ กรณีด้วยตัวเอง (ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ได้ยินคนอื่นๆ จากบริษัทอื่นๆ เล่าให้ฟังเช่นกัน).. ้เด็ก 4.0 ที่เข้าสู่สังคมการทำงาน (not all) บางทียังคงติดกับดัก optimization trap อยู่.. คือเล่นเกมที่เก่งในระบบที่มีกติกาตายตัว.. รู้ว่าอาจารย์ชอบอะไร.. exam pattern เป็นยังไง.. ต้องเขียน essay แบบไหนถึงได้ A.. แต่ในองค์กร... ถึงจะมี KPI อยู่ แต่ก็ไม่มีสูตรสำเร็จให้ทำตามแบบชัดเจน.. KPI บอกแค่ว่าต้องไปถึงไหน แต่ไม่มีใครมานั่งบอกว่าต้องเดินยังไง.. ต้อง prioritize อะไรก่อน หรือต้องทำอะไรกันแน่ถึงจะผ่าน งานจริงคือการหาทางไปให้ถึง goal ที่บางทียังมองไม่เห็นชัดด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นทักษะคนละชุดกับการเดินตามแผนที่ที่มีอยู่แล้ว ต่อให้ได้ B+ แต่ถ้าชอบ experiment, ลองผิดลองถูก, รู้จักล้มเลิกสิ่งที่ไม่ work... มักจะ navigate การทำงานในองค์กรได้ดี . . และงานจริงมี human complexity สูงมาก.. เช่นการ negotiate กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เห็นด้วยกับเรา.. การ managing up ดูแลความสัมพันธ์กับ boss.. การ read the room ในห้องประชุม.. การรับ feedback โดยไม่ defensive.. การแจ้งข่าวร้ายให้ลูกค้าโดยไม่เสียความสัมพันธ์.. EQ พวกนี้ไม่มีในหลักสูตร และ GPA ก็ไม่มีความสัมพันธ์กับ EQ เลย.. ด็กที่ขึ้น dean's list ตลอด 4 ปีอาจไม่เคยเจอ conflict จริงๆ ในชีวิตเลยก็ได้ เพราะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือ . . ยังมีเรื่อง Risk Tolerance กับการรับมือกับความล้มเหลวอีก.. เด็กเกียรตินิยมบางทีกลัวความล้มเหลวสุดๆ เพราะทั้งชีวิตถูก define ด้วย academic success.. พอเจองานแล้วต้อง take risks.. propose ideas ที่อาจโดน reject.. หรือล้มเหลวต่อหน้าสาธารณะ... จนเกร็งไปหมดเหมือนเป็นอัมพาตไปเลย ในขณะที่คนที่เคยล้มเหลวในมหาลัย หรือมี non-linear path จะ chill กับความไม่แน่นอนกว่า.. เพราะเคยแพ้แล้วลุกขึ้นมาได้ . . ความต่างอีกอย่างคือมหาลัยวัด comprehension เป็นหลัก.. แต่ทำงานต้องการ execution ซึ่งต่างกันมาก รู้ว่า project management framework คืออะไร ≠ ส่ง project ตรงเวลาจริงๆ ได้ เข้าใจ financial model ≠ เอา model นั้นไป pitch นักลงทุนแล้วปิด deal ได้ อ่าน case study เรื่อง leadership ≠ เป็น leader จริงๆ ที่คนอยากตาม Gap ระหว่าง knowing กับ doing คือจุดที่เด็กเกียรตินิยมหลายคนสะดุดอยู่... . . ไหนจะเรื่องเวลาอีก.. มหาลัยให้เวลาเป็น semester ในการเรียนเรื่องนึง แต่งานจริงบางทีให้เวลา 3 วันในการเข้าใจ industry ใหม่ทั้งหมดและ present ให้ C-suite ฟัง.. ความสามารถในการเรียนรู้เร็วภายใต้แรงกดดัน.. ในสถานการณ์ที่วุ่นวายไม่มีระเบียบ.. โดยไม่มีอาจารย์มาชี้นำ เป็นทักษะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และบางทีเด็กที่ต้องทำงาน part-time ตลอด 4 ปีเพื่อหาเงินเรียนเองจนไม่ได้ 4.0 (not all.. เพราะบางคนก็ทำงานไปด้วยและยังได้ 4.0 ก็มี) มีทักษะพวกนี้มากกว่าเด็กที่อ่านหนังสือทั้งวัน... . . และเรื่อง Prestige Trap ที่ผมเกริ่นในตอนแรก.. หลายคนที่ได้จบจากทั้งมหาลัยระดับ Top U และยังได้เกียรตินิยม บางทีมี identity ที่ผูกพันกับชื่อเสียงมหาลัยมากเกินไป.. - จนรู้สึก entitled รู้สึกว่าตัวเองสมควรได้ดีโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลย - ไม่อยากที่จะทำงานให้คนที่「ด้อยกว่า」ทางการศึกษา - อาจ dismiss ความรู้ที่มาจากประสบการณ์ของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ - บางคนคิดเยอะไป และ over-engineer ทุกอย่างเพราะถูก trained ให้คิดแบบ academic คนที่ไม่มี pedigree มักจะขวนขวายกว่า.. ปรับตัวยืดหยุ่นในองค์กรกว่า.. และ savvy ด้านการเมืองในองค์กรกว่า . . ⚠️แต่เกียรตินิยมจากมหาลัยดังๆ ก็มีคุณค่าเช่นกันครับ.. - Baseline discipline อย่างน้อยก็มี signal ทำให้เรารู้ว่าคนนี้ทุ่มเทในตอนเรียน.. - Ceiling ของความสามารถทางวิชาการ มีประโยชน์ใน technical roles - Network มหาลัยดังให้ alumni network ที่มีมูลค่าจริงๆ อยู่.. - ช่วยผ่าน HR screening ในบริษัทใหญ่ แต่มันก็คือ entry ticket ขั้นแรก.. ไม่ใช่ guarantee ความสำเร็จ... สรุป.. เกียรตินิยมบอกว่าคนๆ นึง เล่นเกมระบบการศึกษาได้เก่ง.. งานจริงต้องการคนที่เล่นเกมที่ไม่มีกติกาชัดเจน, เปลี่ยนได้ตลอด, และมี human stakes สูง ได้เก่ง.. สองเกมนี้มี overlap บ้าง แต่ไม่ได้ overlap กันมาก.. เพราะฉะนั้นภูมิใจกับเกียรตินิยมได้ครับ แต่ก็อย่าลืมถามตัวเองด้วยว่าเล่นเกมที่สองเป็นหรือยัง? มันไม่เหมือนกับตอนเรียนครับ อย่าสำคัญผิดไป จากที่ผ่านมา.. คนที่ทำงานได้จริงในมุมมองผมไม่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วย GPA.. แต่พิสูจน์ด้วยสิ่งที่ทำตอนที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปตายตัวให้เลือก เคยมี quant ที่ืทำ model แล้ว overfit อย่างหนักช่วง out-of-sample.. drawdown ออกมาเกิน threshold ที่คุยกันไว้.. แทนที่จะรอให้ผมเห็นตัวเลขเอง เค้าก็โทรมาก่อนเลยเพื่ออธิบาย signal ที่พัง.. walk through ให้ดูว่า regime เปลี่ยนตรงไหน.. และมาพร้อม fallback position ที่ปรับ parameter ใหม่แล้ว.. ไม่รอให้ถูกถาม ไม่โยนให้ market conditions.. ซึ่ง GPA ของเค้าผมไม่เคยรู้เลย.. และก็ไม่ได้สำคัญ.. เพราะสิ่งที่ทำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเคยได้ 4.0 หรือเปล่า.. แต่ขึ้นอยู่กับว่าเค้าปฎิบัติตัวในการทำงานยังไง และที่พูดมาทั้งหมดนี้ ไม่ได้แปลว่าเด็กเกียรตินิยมทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้นะครับ.. หลายคนทำได้ดีมาก.. แต่ถ้าทำได้ มันก็ไม่ได้มาจากเกียรตินิยม.. มันมาจากสิ่งที่สะสมมาจากนอกห้องเรียน.. จากการเคยล้มเหลว เคยรับผิดชอบอะไรบางอย่างที่ไม่มีในตำรา เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำอะไร.. ระบบการศึกษาไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสอนสิ่งเหล่านี้.. GPA ก็ไม่ได้วัดมัน
ฮ.นกฮูก(สีส้ม)@skongki2000

ผมจะหาเงินให้ได้29,000บ.

ไทย
38
3.8K
3.7K
907.1K
มิซาเอะ retweetledi
พลอย
พลอย@ployiseau·
อ.เชน รองนายกฯที่เนิร์ดที่สุด จดสรุปแบบมีไดอะแกรม จัดระบบความคิดมากก🤓
พลอย tweet mediaพลอย tweet media
ไทย
26
5.4K
5.3K
1.3M
มิซาเอะ retweetledi
⊹ ˖ มะม่าว🪄
⊹ ˖ มะม่าว🪄@coconutrooot·
ทีมที่ทำเมื่อ18ปีที่แล้วเขาจะคิดปะว่าปี69จะยังมีคนตื่นเต้นกับสิ่งนี้อยู่ คือชั้นเองㅠㅠ ตอนเด็กๆเห็นในสปอตทีวีคิดว่าเค้ากั้นเป็นบ่อน้ำ แต่มาดูชัดๆเขาปล่อยน้ำลงพื้นเวทีเลยอะ มีใบไม้ร่วงด้วย ถ้าได้ดูสดๆตอนนั้นต้องโคตรเมจิคโมเม้นแน่ๆㅠㅠ
ไทย
50
22K
20.3K
4.2M
มิซาเอะ retweetledi
ราตรี จะไม่ช้อปปิ้งแล้ว
ช่วงนี้เห็นทวิตเรื่องหางานบ่อยๆ เรื่องนี้ดูแล้วให้แรงบันดาลใจ, กำลังใจและความฮึกเหิมได้ดีเลย ชอบพาร์ตที่ตัวละครเพื่อนร่วมงานที่ดูไม่เป็นมิตร แต่จริงๆ คือทุกคนมีภาระมีปัญหาหนักพอถึงเวลาก็มีน้ำใจต่อกัน ใจสู้เป็นไฟว้เตอร์กันหมด
🥑🥑ChubbyShiro🥑🥑@ChubbyShiro

#รีวิวNetflix #Upstream หนังจีนสร้างแรงบันดาลใจ หนุ่มวัย40+เสาหลักของบ้าน ทำงานบริษัทใหญ่โตโดนไล่ออก ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ มรสุมรุมเร้า เลยมาเป็นไรเดอร์ ลองผิดลองถูก หลงทาง รถล้ม โดนลูกค้ารีวิวด่า สู้จนทำยอดได้ระดับแชมป์ หนังดูแล้วฮึกเหิม เปิดโลกอาชีพไรเดอร์ #JJKseries

ไทย
1
260
300
42.4K
มิซาเอะ retweetledi
👩‍🌾0xAirdropFarmer
👩‍🌾0xAirdropFarmer@0xairdropfarmer·
วิธี Prompt Claude ให้ได้ Output ระดับ Elite (จากคู่มือเป็นทางการของ Anthropic) Anthropicเพิ่งปล่อย masterclass ด้าน prompt engineering นี่คือ internal framework ที่ใช้สร้าง AI responses คุณภาพสูง ถ้าคุณใช้ Claude เป็นประจำ ต้องเพิ่มเข้า toolkit ของคุณเลย บุ้คมากไว้อ่านครับ ถ้าคุณใช้ prompt ดีๆ อาจไม่ต้องปวดหัว ไม่ต้องซื้อ max plan แบบผมเลยก็ได้ ถถ🧵⬇️
👩‍🌾0xAirdropFarmer tweet media
4
1.2K
1.6K
235K
มิซาเอะ
มิซาเอะ@Studywithstar·
มีใครรับสอน ทำกระแสเงินสด บัญชีไหมคะ #รับทําการบ้านมหาลัย
ไทย
0
0
0
101
มิซาเอะ retweetledi
ไอติม is happy 👻
ไอติม is happy 👻@ItimWantsToRest·
วันนี้ไปเรียนกับนักแก้ไขการพูด (Speech therapist) มา อยากมาเล่า นัก speech ทั้งปท. มีแค่ 400 คน เรียกว่าขาดแคลนหนัก 🫠 ดูแลหมดเลยตั้งแต่เด็กพูดไม่ชัด จนถึงผู้ใหญ่ เช่น จัดฟันแล้วพูดไม่ชัด ติดอ่าง พูดอักษรไม่ชัดบางตัว แบบพูด ช. เป็น ง. ก็แก้ได้นะ ลองไปปรึกษาดูค่ะ ✨
ไอติม is happy 👻 tweet media
ไทย
13
3.3K
3.4K
297.6K
มิซาเอะ retweetledi
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛
ใช้ #TOEIC study plan ควบคู่ไปกับสูตรนี้เลยค่ะ เห็นผล 1000% ขอแค่ให้ลงมือทำ ข้อสุดท้ายสำคัญมาก 1️⃣ Put in the reps ฝึกฝน ทำซ้ำ 2️⃣ Stress test การท้าทายทักษะของตัวเองอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดความก้าวหน้า ค่อยๆเพิ่มความยากและแรงกดดันขึ้นทีละนิด 3️⃣ Examine each performance ทบทวนตัวเองทุกครั้ง ทบทวนว่าตัวเองทำอะไรได้ดีแล้ว และมีอะไรต้องฝึกฝนเพิ่มเติม 4️⃣ Turn insights into ACTION สมองจะเรียนรู้ได้ก็ต่อเมื่อได้ลงมือทำและฝึกฝนซ้ำๆ หากพบว่ามีเรื่องที่ต้องฝึกฝนเพิ่มเติม เราก็กลับไปใช้สูตรนี้เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกวนซ้ำไปค่ะ
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ tweet media𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ tweet media𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ tweet media
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛@readandpaws

อันนี้เป็น 6-week #TOEIC Study Plan ที่เราเคยใช้สำหรับการเตรียมตัวสอบแพลน 1½ เดือน หรือ 6 สัปดาห์นะคะ เป็น rough plan ซึ่งสามารถปรับได้ตามความยืดหยุ่นในแต่ละสัปดาห์ของแต่ละคนค่ะ *ปรับตามความยืดหยุ่น หมายความว่า อย่างน้อยต้อง follow ตาม goal หลักของแต่ละสัปดาห์ให้ได้ แต่หัวข้อที่จะทบทวนในแต่ละวันของสัปดาห์นั้น อาจจะมีการสลับตารางเวลาได้ตามความเหมาะสม **จริงๆหากมีเวลามากกว่านี้ หรือยังไม่ได้แพลนที่จะสอบในเร็วๆ ก็อยากให้สะสมพวกคำศัพท์ ฝึกการฟังไว้ได้เลยนะคะ เพราะมันจะช่วยได้เยอะมากตอนที่เราต้องเตรียมตัวสอบแบบ Intensive Practice เน้นทำแบบฝึกหัดให้เยอะ WEEK 1: Building a Strong Foundation ● เพื่อทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบของ TOEIC & ทบทวนทักษะพื้นฐาน ● เวลาเรียนต่อวัน: 2 ชม. (แบ่งเป็น section โดยในวันนั้นต้องได้เวลาทบทวนทั้งหมด 2 ชม.) ● DAY 1-2: ศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ TOEIC ทั้ง 7 พาร์ท: Listening & Reading Comprehension ● DAY 3-7: เน้นทบทวนคำศัพท์ - ทบทวนคำศัพท์ที่พบบ่อยใน TOEIC จำนวน 30-40 คำต่อวัน - ใช้ Flashcards หรือแอปพลิเคชันอย่าง Quizlet หรือ Anki เพื่อทบทวนคำศัพท์ - ฝึกอ่านบทความต่างๆ (เช่น บทความเกี่ยวกับธุรกิจ, การเดินทาง, หรือหัวข้อสังคม, etc. เพื่อขยายคำศัพท์ในบริบทต่าง ๆ WEEK 2: Grammar & Listening Basics ● เน้นทบทวนทักษะพื้นฐาน Grammar & Listening Basics ● DAY 8-14: - ทบทวนพื้นฐาน Grammar: ทบทวนแกรมม่า 1 เรื่อง/วัน (tenses, modals, passive voice, conditionals, etc.) - Listening: ฝึกฟังบทสนทนาสั้น ๆ (หาฟังออนไลน์; YouTube, podcasts) แล้วฝึกเขียนสรุป - เริ่มทำแบบทดสอบการฟังสั้น ๆ (5-10 นาที)

ไทย
1
762
1.2K
85.6K
มิซาเอะ retweetledi
ชิน สกินเนิร์ด | สกินแคร์เนิร์ด
ได้โปรด ถ้าจะส่งอีเมลไปสมัครงาน ให้รู้เถอะว่าอีเมลที่เขียนคือด่านแรกที่ผู้จ้างจะพิจารณาให้ได้หรือไม่ได้งาน ไม่ต้องเขียนยาว ไม่ต้องใช้ภาษายาก เอาสุภาพ กระชับ ครบถ้วน แต่ไม่เอาแบบในรูปนี้ นี่ให้ตกเลย ถามว่าอีเมลมันคัดกรองอะไรผู้สมัครได้บ้าง ลิสต์ที่คิดได้มา 5 อย่าง 1) ความใส่ใจในรายละเอียด อีเมลที่เขียนดี แสดงว่าผู้สมัครสามารถดูแลเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เช่น ชื่อบริษัท ชื่อตำแหน่ง ภาษา การจัดรูปแบบ เป็นสัญญาณว่าจะทำงานละเอียดได้ 2) ทักษะการสื่อสาร ในหลายตำแหน่ง ทักษะนี้สำคัญมาก ไม่ว่าคนทำงานฝ่ายวิจัย นักการตลาด ครีเอทีฟ หรือแม้แต่ฝ่ายเทคนิค อีเมลที่กระชับ ชัดเจน เป็นระบบ ทำให้ HR รู้ทันทีว่าคุณสื่อสารเป็น 3) ความเป็น Professional น้ำเสียงที่เหมาะสม ไม่ทางการเกินไป ไม่กันเองเกินไป บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพ และเข้าใจวัฒนธรรมการทำงาน 4) เจตนาในการสมัครงาน อีเมลที่ตั้งใจเขียนชัดเจนว่าอยากทำงานที่นี่เพราะอะไร ทำให้ HR เห็นความจริงใจ ไม่ได้ส่งสุ่มแบบหว่าน 5) โครงสร้างความคิด Logical Thinking การเรียงลำดับเนื้อหาอย่างมี logic บ่งบอกว่าผู้สมัครจัดการข้อมูลเป็น ทำงานเป็นระบบได้
ชิน สกินเนิร์ด | สกินแคร์เนิร์ด tweet media
ไทย
7
5.1K
7.4K
6.8M
มิซาเอะ retweetledi
˚୨୧ Buttercuff
˚୨୧ Buttercuff@Buttercuffxy·
📢สำหรับคนที่ซื้อเซตใหม่ ( Warm my heart) ทางร้านเเถมเซต Holly jolly ให้ทุกคนเลยน้า💌 เเถมถึงวันที่ 25 พย นะคับ 🎁
˚୨୧ Buttercuff tweet media˚୨୧ Buttercuff tweet media
ไทย
3
129
765
37.7K
มิซาเอะ retweetledi
OAT PHONGSAKORN
OAT PHONGSAKORN@diaryidekchai·
กลยุทธ์ 90/10 ของ Warren Buffett ที่ง่ายแต่เฉียบ 💼 – 90% ลงทุนในหุ้น 10% ถือพันธบัตร ดูเหมือนเรียบง่าย – แต่ผลทดสอบจริงจาก Prof. Javier Estrada ชี้ว่า “มันเวิร์กจริง” – ใช้ได้ดีในพอร์ตเกษียณระยะ 30 ปี ที่ถอนปีละ 4% ต่อ…
ไทย
1
663
919
46.9K