ก็แค่ ทาย

27.7K posts

ก็แค่ ทาย banner
ก็แค่ ทาย

ก็แค่ ทาย

@T12y

no god no king only beer

Katılım Nisan 2010
307 Takip Edilen84 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
ก็แค่ ทาย
วิทยากรบอกว่า เวลาคนมายืมเงินอย่าไปถามว่าเอาเงินไปทำอะไรเมื่อไรจะคืน เพราะเขาอาจมีคนสำคัญรอเขาอยู่ ในใจกูขึ้นมาเลย "เรื่องของมึงนี่เงินกู"
ไทย
0
24
0
0
ก็แค่ ทาย retweetledi
ʕ•̫͡•ʕ*̫͡*ʕ•͓͡•ʔ-̫͡-ʕ•ʔ*̫͡*ʔ-̫͡-ʔʕ•̫͡•ʕ*̫͡*ʕ•͓͡•
ที่เลือกมาทำสายงานนี้ เพราะสมัยเรียนเห็นรุ่นพี่ทำ ไม่กี่ปีจากขับรถญี่ปุ่น ก็ออกรถยุโรปป้ายแดงได้เลย ก็เลยตัดสินใจมาทำด้วย ตั้งใจทำมา 2 ปี เลื่อนตำแหน่ง 2 ครั้ง เป็นพนักงานดีเด่น 1 รอบ ถึงได้รู้ว่า พ่อแม้งรวยมาแต่แรกแล้ว
ไทย
3
459
515
54.6K
ก็แค่ ทาย retweetledi
เรียก เจต ♨️ FIRE
คำตอบที่จริงใจ: ทำงานไม่ถึงปี แต่จะออกเพราะโอกาสมาแล้ว ไปเถอะครับ ได้ offer = โดนดึงตัว การทำงานก็เหมือน business deal อย่างนึง สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์คือเรา เป็นผมจะ notice บริษัทเก่าก่อนออก 30 days ให้มีเวลาหาคนใหม่ เเละส่งต่องานครบถ้วนนะ หาทางลงที่ soft landing ทั้งสองฝ่าย
เรียก เจต ♨️ FIRE tweet media
ไทย
7
7.2K
3.5K
353.8K
ก็แค่ ทาย retweetledi
fluffyforger
fluffyforger@fluffyforger·
คำแนะนำน้องๆ first jobber - จบใหม่เงินเดือนสตาร์ทไม่สูง อาจจะต้องลองมองตัวเลือกแบบ Big 4 ซึ่งประกอบไปด้วย เจอรี่ วิก เคน แวนเนส - รีบลงหลักปักฐาน เพราะ 35 เป็นวัยที่ร้านเจลาโต้ไม่รับทำงานแล้ว - ถ้ายังว่างงานอยู่ ลองใช้ AI หาช่องโผล่ เก็บ Bug Bounty รายได้หลายแสนต่อเดือน
wrnoimak@wrnoimakmak

พี่ๆวัยทำงานอยากบอกไรกับเด็กที่จะจบใหม่หรือเด็ก20ต้นๆมั้ยคะ

ไทย
10
7.7K
4.6K
672.2K
ก็แค่ ทาย retweetledi
SundayBoy
SundayBoy@SundayBoyInvest·
Fun fact: ถ้าเราซื้อ SCB ด้วยเงิน 134.5 บาท เราจะได้หุ้น SCB 1 หุ้น แต่ถ้าเราซื้อหุ้น SCB ด้วยเงิน 1,345,000 บาท เราจะได้ SCB ถึง 10,000 หุ้นเลย ลองเอาเทคนิคนี้ไปใช้กันดูนะครับ
คือผมต้องทราบไหม 🐈‍⬛@pizad_sura

อวสาน scb

ไทย
6
495
463
209.3K
ก็แค่ ทาย retweetledi
khajochi
khajochi@khajochi·
:: AI ทำงานแทน 30 คน :: ได้คุยกับพี่เจ้าของบริษัทท่านหนึ่ง ทำธุรกิจผลิตและขายสินค้า มีพนักงาน ~100 คน เค้าเล่าให้ผมฟังว่า รู้สึกเศร้ามาก ที่รู้ว่า AI ทำงานแทนพนักงานที่ตัวเองมีอยู่ได้เกือบ 30 คน ผมฟังแล้วตกใจ บอกขนาดนั้นเลยเหรอ ตำแหน่งงานอะไรบ้าง ? เขานั่งนับนิ้วให้ฟังเลย - บัญชี - การตลาด - แอดมิน - ตอบแชทลูกค้า - คอนเทนต์ โซเชียล - งานวางแผนในแทบทุกแผนก - Level Junior ในทุกตำแหน่ง ผมถามไม่มีบัญชีแล้วพี่จะอยู่ยังไง ? เขาบอกอย่าเข้าใจผิด คือ AI มาช่วยทำงาน ทำให้ลดคนลงได้ ไม่ใช่ยุบทั้งแผนก เช่นบัญชี ลดจาก 5 เหลือ 3 คนได้ ว่าแล้วพี่แกก็เปิดหน้าจอ MacBook ที่มีทั้ง Claude AI และ ChatGPT อีกหลายโปรเจ็คข้างใน กดให้ดูว่าพวกงานวิเคราะห์ตัวเลข ตอนนี้ไม่ต้องใช้คนก็ได้ หรืออย่างถ่ายภาพสินค้ากับนายแบบนางแบบ ตอนนี้คือเอา AI เจนหมดเลย ขายดีด้วย (โชว์หน้าจอ Gemini + Nano Banana Pro + Kling) . แต่ความลำบากใจ คือพี่แกรู้ว่าการเอาคนออก 30 คน บริษัทจะมีตังค์ขึ้นมาทันทีเกือบ 10 ล้านบาท (เงินเดือน + สวัสดิการณ์) เงินที่ได้จากการลดคน ทำให้คนที่เหลือได้โบนัสเพิ่ม อัพเกรดคอมให้ทุกคนได้ ทำออฟฟิศใหม่ได้ ถึงขั้นพาไป Outing ญี่ปุ่นยังมีตังค์เหลือ แต่ก็ผูกพันธ์กับพนักงานทุกคนมาก ไม่อยากให้ Culture ที่สร้างมาต้องหายไป ตอนนี้ก็เลยใช้วิธีถ้ามีใครลาออกจะไม่รับเพิ่ม แต่ก็ไม่รู้ทำไมปีนี้ไม่มีใครยอมลาออกกันเลย (ฮา) . แล้วทำไมพี่ไม่เอาพนักงานไปอบรม AI กันล่ะ ? แกบอกทำแล้ว ก็เพราะเทรน AI นี่แหล่ะ เลยทำให้รู้ว่ามีคนที่เกินความจำเป็น งานเดียวกันจะให้ 3 คนมานั่ง Prompt เหมือนกัน ก็ไม่ใช่ สุดท้ายผมถามว่าแล้วพี่เอาไงต่อ แกบอกว่ารอดูช่วงกลางปี แต่แนวโน้มคือยังไงก็จะไม่กลับไปมีพนักงานหลักร้อยอีกแล้ว ฟังแล้วขนลุก แต่ความจริงโลกธุรกิจยุค AI เริ่มเข้ามาแล้วสินะ
ไทย
63
4.7K
3.3K
3.1M
ก็แค่ ทาย retweetledi
Mamimon
Mamimon@shitabthpp·
เตรียมเงินสำรองกันให้ดีๆ เตรียมเหี้ยห่า เตรียมห่าอะไร พล่ามอะไรไม่ได้ดูเลยว่าสภาพคนในประเทศตัวเองมีเงินใช้เดือนชนเดือน เงินสำรองเหี้ยอะไรคะ? เงินใช้อีก 2-3 วันข้างหน้ายังคิดอยู่เลยว่าจะหาจากไหน อยากรู้ว่าอีพวกชอบให้เตรียมเงินสำรอง เก็บเงิน คือมึงไม่มีลูกตามองสังคมในมุมกว้างเลย?
ไทย
33
49.6K
19.7K
887.1K
ก็แค่ ทาย retweetledi
พี่เสก🌹ศุภลักษณ์ บำรุงกิจ
นักข่าวชาวไต้หวันบอกว่า ตอนเขาทำข่าวการเมืองไทยทำไมรัฐบาลชอบแนะนำให้ประชาชนทำแบบนั้นแบบนี้ตลอด (เช่น น้ำมันแพงก็บอกให้ประหยัด, เศรษฐกิจไม่ดีก็บอกให้คนไปปลูกผักพอเพียงเลี้ยงไก่) แปลกมาก ประเทศอื่นไม่มีแบบนี้นะ มันเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหาให้ประชาชน เอ่ออ จริงแหะ
ไทย
73
72.9K
32.3K
967.7K
ก็แค่ ทาย retweetledi
ศรีจัง
ศรีจัง@Srijunglove69·
สมัยทำงานแรกๆ ก็ได้ 15,000 แต่ตอนนั้น bts ยังมีตั๋วเดือนตกเที่ยวละ 20 กว่าบาท ข้าวประมาณ 40-50 ตอนนี้ขึ้นบีทีเอสที วันละ 100-200 จะเป็นลม ข้าว 60-70 ไม่รวมน้ำ 15,000 จะอยู่ยังไงไหววะ แค่ค่าเดินทางก็ปาไปเดือนละ 5-6,000 แล้ว
Petæ Lynch@Petae_Lynch

เอาจริงๆ ยุคนี้ใครอยู่ได้ด้วยเงินเดือน 15,000 ไม่เป็นหนี้เป็นสิน คือเก่งมากแล้ว

ไทย
5
4.7K
1.4K
159K
ก็แค่ ทาย retweetledi
เซเลบหม่อมสามหยอย®
ถ้ามะนาวแพงให้กูปลูกมะนาว ถ้าน้ำมันแพงให้กูทำงานที่บ้าน ถ้าข้าวของแพงให้กูเลี้ยงไก่ปลูกผักแดกเอง กูไม่ต้องมีพวกมึงมาบริหารประเทศก็ได้ กูปกครองตนเองกันไปเลยมะ อีหน้าหี
ไทย
23
22.3K
12.3K
404.5K
ก็แค่ ทาย retweetledi
KornKT
KornKT@kornkt·
ล่าสุดยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อคืน แต่ไม่ผ่านครับ ทางนั้นบอกว่าที่แบนเนี่ยถูกต้องแล้ว 😅 แปลว่าคอนเทนต์แบบนี้ นับเป็นคุณภาพต่ำของแพลตฟอร์ม TikTok ใช่ไหมครับ? จะได้จดจำเอาไว้
KornKT@kornkt

'คอนเทนต์คุณภาพต่ำเป็นจำนวนมาก'

ไทย
79
7.5K
3.6K
630.6K
ก็แค่ ทาย retweetledi
ราตรี จะไม่ช้อปปิ้งแล้ว
จริง จากใจที่เคยไปทำงานที่ย่างกุ้ง ทีมไทยทุกคนยืนยันว่าคนพม่าน่ารักมาก เค้ารู้ด้วยว่าคนไทยมักจะไม่ชอบเค้า บางคนถึงขั้นเกลียดจากเรื่องที่เรียนมา แต่เค้าไม่ได้เกลียดเรา บางคนพอเราดีด้วยคือดีใจจนงงว่าดีใจทำไมอ่ะ เหมือนเค้าระแวงไปแล้วว่าถ้าเจอคนไทยจะโดนอะไรบ้าง
MIO@mmks1011

จริงนะ แล้วคนพม่าที่นี้ได้ทำงานด้วยโดยส่วนมากนิสัยดีทั้งนั้น เคยมีบางคนพูดถึงขั้นว่า ทำไมเราทำตัวดีกับเขาจัง ในหัวนี้คือตกใจเลยว่าก่อนหน้านี้คนไทยคนอื่นปฏิบัติกับเขายังไงนะ

ไทย
7
901
902
70.2K
ก็แค่ ทาย retweetledi
คุณหนูมิลค์เชค🥛🎀
เทรนออกกำลังกาย แล้วคนแห่กันไปทำ ก้ดีแล้วมึง ดีกว่าเทรนแดกโรตีดิบอิสัด
ไทย
6
63.5K
23K
2.7M
ก็แค่ ทาย retweetledi
。 Mame 。A Birb from Babylonia
。 Mame 。A Birb from Babylonia@LittleBirbMame·
คุณคนนี้เค้าบอกว่าพอ Pokemon Go ออกมา คนก็เริ่มออกไปข้างนอกมากขึ้น พอ Pokemon Sleep ออกมา คนก็เริ่มนอนหลับมากขึ้น โปเกม่อนกำลังแก้ปัญหาของมนุษยชาติ ดังนั้นถ้าจะแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำก็ต้อง….. /ผม ออกเซอร์ไนท์กับชาวเวอร์ไซส์ 1:1 สิครับ
まーもん@yama40114121

Pokemon GOがでたら人々が外に出るようになって Pokemon Sleepがでたら人々が眠るようになって、ポケモンは現代人の社会課題を解決してきてる つまり、少子化を解決するには....ハッ

ไทย
12
3.2K
1.9K
214K
ก็แค่ ทาย retweetledi
Matsutako(💙,🧡) ✨🔴_🔴✨
เมื่อฮิโรชิกลายเป็นสแตนดาร์ดที่คนญี่ปุ่นเอื้อมไม่ถึง ทวิตต้นทางไวรัลเพราะแทงใจดำคนรุ่นใหม่ "20 ปีก่อน ชีวิตแบบครอบครัวโนฮาร่า คือมาตรฐานปกติชนชั้นกลาง มีลูก 2-3 คน มีบ้าน มีรถ วันหยุดไปเที่ยว กินเนื้อย่างที่บ้านปกติ แต่เดี๋ยวนี้คนหนุ่มสาวทำแบบนี้แทบไม่ได้แล้ว อยากกลับไปยุคนั้น"
のん@nonoconeco441

20年くらい前の日本はみんなが中流階級で子供二、三人いて、一軒家を建て、車を持ち、週末は家族でプチ旅行したり、お家で焼き肉が普通だったのに 今の若い日本人はほとんどがそんな余裕がない。 この頃に戻したいよ

ไทย
6
4.3K
2.5K
230.7K
ก็แค่ ทาย retweetledi
Sopon Supamangmee
Sopon Supamangmee@sopons·
เคยสังเกตไหมว่าเวลาที่คุณทำงานได้ดีที่สุด เขียนได้ลื่น พูดได้คม ตัดสินใจได้เฉียบ มักเป็นตอนที่คุณ "ลืมตัวเอง" ไม่ได้คิดว่าคนอื่นจะมองยังไง ไม่ได้ห่วงว่าจะพลาด ไม่ได้วัดตัวเองกับใคร แค่ลงมือทำ . แต่พอถึงวินาทีสำคัญจริง ๆ เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว "ถ้าพูดผิดล่ะ" "คนอื่นเตรียมมาดีกว่าแน่" "หัวหน้าคงผิดหวัง" . เสียงนั้นดังชัดจนเราเชื่อว่ามันคือตัวเราที่มาเตือนด้วยความหวังดี แต่แปลกตรงที่พอมันดังขึ้น แทนที่จะทำได้ดีขึ้น กลับแย่ลง ร่างกายเกร็ง มืองึกงัก ทำผิดมากกว่าถูก . ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? . คำตอบที่ดีที่สุดไม่ได้มาจากนักจิตวิทยาหรือนักปรัชญา แต่มาจากโค้ชเทนนิสคนหนึ่ง . 😱 [ สองคนในหัวเดียวกัน ] . ในทศวรรษ 1970 W. Timothy Gallwey โค้ชเทนนิสชาวอเมริกัน สังเกตเห็นปรากฏการณ์แปลก ๆ ในสนามซ้อม . นักเทนนิสที่ตีลูกได้สวยงามตอนซ้อมคนเดียว กลับตีพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อมีคนดู ไม่ใช่เพราะฝีมือเปลี่ยนไป แต่เพราะมี "เสียง" หนึ่งเข้ามาแทรก . “งอข้อศอกให้มากกว่านี้" "ครั้งที่แล้วตีเฉียงไป" "ถ้าพลาดอีกจะน่าอายมาก" . Gallwey เริ่มสังเกตว่านักเทนนิสทุกคนพูดกับตัวเองตลอดเวลา บางทีก็ด่าตัวเอง บางทีก็สั่งตัวเอง บางทีก็ขอร้องตัวเอง . เขาจึงตั้งคำถามว่า ถ้าคน ๆ เดียวทั้งพูดและฟัง ทั้งสั่งและทำตาม แสดงว่าข้างในนั้นมี "คน" มากกว่าหนึ่ง . เขาเขียนสิ่งที่ค้นพบไว้ในหนังสือ *The Inner Game of Tennis* โดยแบ่งจิตใจออกเป็นสองส่วน . Self 1 (จิตรู้สำนึก) คือเสียงที่คอยสั่ง ตัดสิน วิจารณ์ กังวล มันคือ "ผู้จัดการ" ที่เชื่อว่าถ้าไม่ควบคุมทุกอย่าง ทุกอย่างจะพัง . Self 2 (จิตไร้สำนึก) คือร่างกายและจิตใต้สำนึกที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง มันรู้วิธีตีลูกอยู่แล้ว ถ้าไม่ถูกรบกวน . Gallwey สรุปว่า . “The key to better tennis — or better anything — lies in improving the relationship between the conscious teller, Self 1, and the unconscious, automatic doer, Self 2." . “กุญแจสำคัญของเทนนิสที่ดีขึ้น — หรือ "อะไรก็ตาม" ที่ดีขึ้น — อยู่ที่การปรับความสัมพันธ์ระหว่าง Self 1 ผู้สั่งการ กับ Self 2 ผู้ลงมือทำ” . สิ่งที่ Gallwey ค้นพบนั้นสามารถนำมาใช้ได้มากกว่าการตีเทนนิส . 🎾[ Self 1 ทำร้ายเราได้อย่างไร? ] . สิ่งที่น่ากลัวเกี่ยวกับ Self 1 คือมันไม่ได้แค่วิจารณ์สิ่งที่เราทำ มันค่อย ๆ กลายเป็นสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเป็น . Gallwey อธิบายกลไกนี้ไว้ว่า . “จิตเริ่มจากตัดสินเหตุการณ์ แล้วรวมเหตุการณ์เข้าด้วยกัน แล้วเอาตัวเองไปผูกกับเหตุการณ์เหล่านั้น สุดท้ายก็ตัดสินตัวเอง” . ลองนึกดูว่ามันเกิดขึ้นในชีวิตจริงยังไง . คุณนำเสนองานพลาดครั้งหนึ่ง Self 1 เริ่มจาก "พูดตรงนั้นไม่ดี" แล้วขยายเป็น "ทำไมนำเสนอได้แย่ทุกที" แล้วกลายเป็น "เราไม่เก่งเรื่องพูด" สุดท้ายกลายเป็น "เราไม่เก่งพอ" . จากเหตุการณ์เดียว กลายเป็นเหมารวมตัวตนว่าเราเป็นแบบนั้นไปเลย . นี่คือเหตุผลที่ Self 1 อันตราย มันไม่ได้แค่ทำให้ตีเทนนิสพลาด มันเปลี่ยน "สิ่งที่เราทำ" ให้กลายเป็น "สิ่งที่เราเป็น" แล้วเราก็ใช้ชีวิตตามบทที่มันเขียนให้โดยไม่รู้ตัว (หรือที่เราเรียกว่า self-fulfilling prophecy) . ตอนที่คุณนั่งเขียนงานแล้วลบทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะ "มันยังไม่ดีพอ" นั่นคือ Self 1 . ตอนที่คุณอยากถามคำถามในที่ประชุมแต่เก็บไว้เพราะ "เดี๋ยวคนอื่นคิดว่าไม่รู้เรื่อง" นั่นก็คือ Self 1 . ตอนที่คุณเลื่อนดูโซเชียลมีเดียแล้วรู้สึกว่าชีวิตตัวเองด้อยกว่าคนอื่น นั่นก็ยังคือ Self 1 . ทุกครั้งที่คุณลังเลจะเริ่มต้นทำอะไรสักอย่างเพราะกลัวว่าจะไม่สมบูรณ์แบบ เสียงที่ขวางอยู่ไม่ใช่เหตุผล แต่เป็นความกลัวของ Self 1 ที่ปลอมตัวมาเป็นเหตุผล . แล้วจะทำยังไงกับมัน? . Gallwey ไม่ได้สอนให้นักเทนนิสตะโกนใส่ Self 1 ว่า "หุบปาก" เพราะนั่นก็ยังเป็น Self 1 ที่กำลังพยายามควบคุม Self 1 อีกที . สิ่งที่เขาสอนคือให้ “เปลี่ยนจุดโฟกัส” . แทนที่จะฟังเสียงวิจารณ์ในหัว ให้สังเกตลูกบอล ดูรอยตะเข็บของมันขณะหมุน ดูมันกระดอนจากพื้น แค่นั้น . เขาทดสอบเรื่องนี้โดยให้ลองบอกให้นักเทนนิสที่โฟกัสดูรอยตะเข็บแทนที่จะฟังคำสั่งในหัว ปรากฎว่าเริ่มตีลูกได้ดีขึ้นทันที โดยไม่ต้องพยายามมากขึ้น เพราะ Self 2 รู้อยู่แล้วว่าต้องทำอะไร มันแค่ต้องการพื้นที่ทำงานโดยไม่ถูกรบกวนนั่นเอง . Gallwey เขียนไว้ว่า . “เมื่อจิตปลอดจากการตัดสิน มันจะนิ่ง และทำหน้าที่เหมือนกระจกเงา เมื่อนั้นเท่านั้นที่เราจะเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามที่มันเป็น” . ‘เขาไม่ได้บอกให้ "หยุดคิด" เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ เขาบอกให้ "หยุดตัดสิน" แล้วจิตจะนิ่งลงเอง เหมือนผิวน้ำที่ไม่มีอะไรกระทบ มันจะสะท้อนทุกอย่างได้อย่างชัดเจนโดยไม่บิดเบือน . ลองเอามาใช้นอกสนามเทนนิสดูครับ . สมมติคุณกำลังจะนำเสนองาน เสียง Self 1 เริ่มดังขึ้นมา . “เตรียมมาไม่พอ" "สไลด์หน้านี้อ่อน" อะไรก็ตามแต่ . แทนที่จะพยายามข่มเสียงนั้น ลองดึงความสนใจกลับมาที่สิ่งตรงหน้า สีหน้าของคนฟัง จังหวะลมหายใจของตัวเอง เนื้อหาที่กำลังจะพูด ไม่ต่างจากการดูรอยตะเข็บของลูกเทนนิส เมื่อโฟกัสเปลี่ยน เสียงก็เบาลง . หัวใจของ *The Inner Game of Tennis* ไม่ใช่เทคนิคตีลูก แต่คือการค้นพบว่า “เสียงในหัวไม่ใช่ตัวเรา” . มันเป็นแค่ Self 1 ผู้เช่าที่อาศัยอยู่ในหัว ไม่ใช่เจ้าของบ้าน . ส่วนตัวเราจริง ๆ คือ Self 2 ศักยภาพที่เงียบ ๆ แต่ทำงานได้อย่างน่าทึ่ง ถ้าไม่ถูกรบกวน . ช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเสียงที่พูดกับคนที่ได้ยิน นั่นคือพื้นที่แห่งอิสรภาพ . คุณไม่ต้อง "ชนะ" เสียงในหัว แค่หยุดเชื่อว่ามันเป็นตัวคุณ . ครั้งหน้าที่เสียงนั้นดังขึ้นมา ลองหยุดแป๊บหนึ่งแล้วถามตัวเองว่า “ใครกำลังพูด? และใครกำลังฟัง?” . ช่องว่างระหว่างสองคำถามนั้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นการปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริงของคุณเอง . - โสภณ ศุภมั่งมี
ไทย
1
1.5K
1.7K
375.8K
ก็แค่ ทาย retweetledi
Pichanon
Pichanon@pichanon3·
ตำนานการประกาศว่า ไม่ติด มธ จำได้ว่าในเฟซ นตว. โดนสลิ่มเข้ามาถ่มถุยล้อเลียนเพียบ สุดท้าย หักมุมว่า ที่ไม่ติดมธ เพราะเขาเลือกจุฬา สลิ่มหน้าแหกกันหมด 5555
🌻Miss Sunflower🐻@StarKai010597

ชูล่าไม่เคยสร้างเนติวิทย์ แต่เนติวิทย์เลือกชูล่าค่ะ เพราะตอนช่วงที่เข้ามหาลัย จำได้ว่าจริงๆเนติวิทย์จะไปมอท่อ ก็คือไม่มีใครแปลกใจ แต่นางยืนหยัดจะเข้าไปงัดชูล่า ช่วงนางอยู่ในชูล่า นางสู้เยอะมากค่ะ

ไทย
0
694
498
50.8K
ก็แค่ ทาย retweetledi