Terra Theme

3.3K posts

Terra Theme banner
Terra Theme

Terra Theme

@TerraTheme

เดินไป ใจต้องนิ่ง มีแผนสอง สาม สี่...

Katılım Eylül 2020
2.8K Takip Edilen212 Takipçiler
Terra Theme retweetledi
KuKKui
KuKKui@gKukkui·
พ้มทำสำเร็จแล้วฮับ!!!!!! โคตรสะใจเลยฮับ ผมแฮคเป๋าเอาเงินคืนจากแฮคเกอร์ที่แฮคผมไปได้แล้วด้วย บอทจาก Gemini Cli ฮับ - ตอนยิงบอทนี่โคตรลุ้นเลย มาาาเลยยยยไอแฮคเกอร์หัวจวยยย เมิงเจอตู แอร์ดรอปมาก็ไม่กลัวแล้วเว้ยย 20 เป๋าตูต้องได้คืน คุ้มค่าแล้วกับ 2 เดือนที่ไปทำ Bug Bounty มาเพื่อการนี้แหละ ปล. รักนะ $GOOGL
KuKKui tweet mediaKuKKui tweet mediaKuKKui tweet media
ไทย
116
285
453
119.8K
Terra Theme retweetledi
TP SQUAD
TP SQUAD@tpsquad_th·
FYI : ซื้อหุ้น Tokenized On-chain - ไม่ต้อง KYC - ไม่ต้อง Declare - กรณีเสียชีวิต แค่เขียน SeedPhrase เก็บไว้ในเซฟ แล้วระบุในพินัยกรรม ลูกหลานเปิดมาใช้ต่อได้เลย - ได้ปันผลระบบหักให้อัตโนมัติและ Rebate ส่วนที่เราต้องได้มาเป็นตัวหุ้นให้เลย - ขายทำกำไรตราบที่ยังไม่โอนกลับเป็นเงินบาท ไม่ต้อง Declare อะไรทั้งสิ้น - เงิน Stable ที่ได้มามีบัตรคริปโตหลายเจ้าไว้รองรับการใช้จ่าย เห็นบางท่านเอาไปจ่ายค่าประกันเป็นล้าน แถมได้ Cashback ปล. ไม่ใช่คำแนะนำ เป็น Public information ที่หาได้ทั่วไปในอินเตอร์เน็ตเฉยๆ 😏 ปล2. จริงๆ IBKR โอนเงินจากคริปโตเข้าไปได้ แต่เหมือนจะโอนออกไป external wallet ไม่ได้เพราะติดข้อกฎหมาย
Psind707@psind707

หุ้น ตปท. น่ากังวลสุดคือถ้าเสียชีวิตกะทันหัน ผู้รับมรดกจะโดนหักภาษีมรดกสูงมาก ละก็บลำบากกว่าจะเอาเงินกลับมาได้ ถ้ากรณี บัญชีเปิดตรงแบบ IBKR นะ ถ้า บช. offshore เปิดผ่านโบรกไทย เห็นว่ายุ่งยากน้อยกว่า

ไทย
2
15
42
6.2K
Terra Theme retweetledi
ไม่มี Moon หมาไม่ซื้อ
ช่วงนี้ถ้าใครเห็นราคา $HYPE พุ่งแรง แล้วสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น?  จริง ๆ มันไม่ได้มีแค่แรง FOMO หรือคนไล่ซื้อมั่ว ๆ แต่มีหลาย narrative ใหญ่กำลังดันพร้อมกันเลย . อย่างแรกคือกระแส ETF ที่ทำให้ตลาดเริ่มหันมามอง @HyperliquidX แบบจริงจังขึ้น หลายคนเริ่มมองว่า $HYPE อาจไม่ใช่แค่เหรียญ DEX ธรรมดาแล้ว แต่มันกำลังถูกมองเป็น infrastructure ของตลาด Perp on-chain ที่โตไวมาก พอมีข่าวฝั่ง ETF และเริ่มมีสถาบันจับตา sentiment ตลาดก็เปลี่ยนทันที จากเหรียญสาย degen ที่คนเทรดกันมัน ๆ กลายเป็นเหรียญที่หลายคนเริ่มมองระยะยาวมากขึ้น . แต่ถ้าถามว่าข่าวไหนที่ตลาด bullish กันหนักจริง ๆ อาจไม่ใช่ ETF ด้วยซ้ำ เพราะมีอีกข่าวที่กระทบ tokenomics แบบตรง ๆ . Hyperliquid จับมือกับ @circle และ @coinbase เปลี่ยนมาใช้ native $USDC เป็นหลักของ ecosystem แทนการพึ่ง bridged $USDC หรือ $USDH แบบเดิม . ตอนแรกหลายคนก็อาจคิดว่า อ้าว ก็แค่เปลี่ยน stablecoin ปะ? แต่ของจริงมันอยู่ตรงนี้ ก่อนหน้านี้รายได้จาก yield ของ stablecoin ส่วนใหญ่จะไหลไปฝั่ง issuer เป็นหลัก
แต่พอ Hyperliquid ใช้ native $USDC เต็มรูปแบบ และ Coinbase เข้ามาช่วยจัดการ flow ของ reserve yield รายได้จาก $USDC treasury yield ส่วนใหญ่ถูกดึงกลับเข้า Hyperliquid . พูดง่าย ๆ คือ คนถือ $USDC / เทรดบน Hyper เยอะขึ้น
→ $USDC ในระบบโตขึ้น (ตอนนี้ระดับหลายพันล้านดอลลาร์)
→ เงิน reserve ไปอยู่ใน US Treasury
→ เกิด yield หรือดอกเบี้ย
→ รายได้ส่วนใหญ่ไหลกลับเข้า auxiliary fund ของ Hyperliquid
→ เอาไปซื้อคืน $HYPE จากตลาด + burn token . นี่แหละจุดที่ตลาดเริ่มตื่นเต้นกันหนัก เพราะจริง ๆ Hyperliquid มี buyback mechanism อยู่ก่อนแล้ว
ก่อนหน้านี้ซื้อคืนจาก protocol revenue ราววันละ ~$1.5M แต่หลังดีลนี้ หลายฝั่งประเมินว่า
$USDC yield อาจเพิ่มรายได้ราว $140M–$160M ต่อปี
ตีง่าย ๆ คือเพิ่มแรงซื้อคืนประมาณ $400K ต่อวัน หรือมากขึ้นราว 26% . สรุปให้เห็นภาพง่าย ๆ คนใช้ Hyperliquid มากขึ้น
→ $USDC มากขึ้น
→ Yield มากขึ้น
→ Buyback มากขึ้น
→ Burn มากขึ้น
→ Supply $HYPE ค่อย ๆ ลดลง มันเลยกลายเป็น narrative ที่ตลาดคริปโตชอบมาก
real revenue → buyback → deflation . อีกมุมที่คนมองว่าเป็น win ใหญ่คือ Hyperliquid ไม่ต้องพึ่ง stablecoin ของตัวเองอย่าง $USDH หนักเหมือนเดิม ได้ทั้ง liquidity เพิ่มขึ้น, compliance ดีขึ้น และ institutional trust มากขึ้น . เลยไม่แปลกที่ตอนข่าวออก ราคา $HYPE เด้งแรง เพราะตลาดไม่ได้มองว่านี่เป็นแค่ partnership กับ Circle แต่กำลังมองว่า Hyperliquid เริ่มเปลี่ยน stablecoin liquidity ให้กลายเป็น Revenue Engine ที่ช่วย burn $HYPE แบบตรง ๆ 🔥 . และนี่แหละเหตุผลที่ช่วงนี้ Hyperliquid กลายเป็นหนึ่งในเหรียญที่คนพูดถึงหนักมาก เพราะมันเริ่มถูกมองว่าไม่ใช่แค่ DEX อีกต่อไป แต่มันกำลังพยายามเป็น financial layer ใหญ่ของตลาด on-chain จริง ๆ
ไม่มี Moon หมาไม่ซื้อ tweet media
ไทย
2
7
14
779
Terra Theme retweetledi
Luxthira ลักซ์ธีรา
เราอยากมาแนะนำโครงการดี ๆ ของ ม.เกษตรค่ะ ทุกคนสามารถเรียน ‘ภาษามือเบื้องต้น’ ได้ฟรีทางออนไลน์ หลังเรียนจบสามารถสื่อสารกับผู้บกพร่องทางการได้ยิน ได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะ เผื่อใครสนใจอยากเข้าใจโลกของผู้บกพร่องทางการได้ยินมากขึ้น สามารถเข้าไปเรียนได้ตามลิงก์นี้เลยนะคะ kumooc.ku.th/courses/211/in…
Luxthira ลักซ์ธีรา tweet media
ไทย
9
11.4K
16.8K
579.6K
Terra Theme retweetledi
cudo
cudo@rektcudo·
ตอบคำถามที่คนถามผมเยอะ ฟาร์มอะไรไหมตอนนี้? สองตัวครับ Pokemon Card กับ Perps ทั้งสองตัวบนเชน Solana ครับ โพสต์นี้ไม่ได้สปอนเซอร์นะครับ ทำจริง หวังจริง ถ้าใครอ่านแล้วอยากลอง ฝากใช้เรฟลิ้งค์ผมหน่อยนะครับได้ส่วนลดด้วยเด้ออ เข้าเรื่อง ผมจะไล่ข้อมูลแต่ละตัวถึงเหตุผลและวิธีการที่ฟาร์มนะครับ 💥ตัวแรกคือ Phygitals ตัวผมเองถือเหรียญ CARDS ด้วยเพราะ Bullish TCG บน Blockchain จริงๆ แต่ด้วยความที่ไม่ชอบ UX/UI ของ CollectorCrypt เท่าไหร่ เลยได้ลองเจ้าอื่นๆแล้วชื่นชอบ Phygitals มากที่สุดแล้วฮะ ระบบดีและล่าสุดตัวเลขของการใช้แอพก็ทะลุชนะ CARDS แล้วด้วย ผมไม่รู้เลยว่าในอนาคตจะได้ Airdrop ไหม ถ้าได้แค่โอกาสในการลงทุนผมก็ดีใจมากๆแล้ว เพราะมองเห็นศักยภาพของ Phygitals มากกว่าเจ้าอื่นๆ วิธีการฟาร์มของผมไม่มีอะไรมาก เปิดการ์ดไปเรื่อยๆ กับสะสมการ์ดครับ phygitals.com/invite/cudo ไปลองกันได้้ฮะ เปิดาอาทิตย์ละซองไม่เสียหาย มันเปิดแล้วขายคืนได้เลยนะครับ บางทีก็กำไรบางทีก็ขาดทุน เงินไม่ได้หายทั้งหมดฮะ 💥ตัวที่สองคือ Phoenix ผมเป็นแฟน Hyperliquid ยังถือกระเป๋าใหญ่อยู่ แต่ก็เข้าใจว่า Solana จำเป็นที่จะต้องผลักดันทุกวิถีทางในการเอาชนะ Perps War ให้ได้ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา Toly เค้าขาย Phoenix ยั้บๆแบบเอาตัวเข้าแลกจริงๆ ผมได้ลองเทรดดูแล้วประสบการณ์ก็ไม่แย่เลย ผมว่ามีลุ้นที่เค้าจะ Airdrop เพื่อแข่งกับ Hyperliquid จริงๆจังๆ หนำซ้ำ Jito ที่ประกาศจะเปิดตัวเว็บเทรดในนาม JTX ก็จะใช้ Phoenix ในการจัดการการเทรด Perps บน JTX ด้วย วิธีการฟาร์มของเจ้านี้ผมบ้านๆเลยครับ เทรดมันจริงๆไปกับตลาด ไม่มีบทไม่มีบอทอะไรทั้งนั้น จะสมัครได้ต้องถูกชวนเท่านั้น phoenix.trade/?code=LWMFJFFC สมัครทิ้งไว้ไม่เสียหาย เทรดสัก 20x สองสามไม้ ใครจะไปรู้อาจจะได้เยอะก็ได้ ประมาณนี้ครับ 2 แพลตฟอร์มที่ผมลงทุนใช้เวลาจริงจังกับมันอยู่ ใครฟาร์มอะไรที่น่าสนใจแชร์กันได้นะครับ ขอบคุณทุกคนล่วงหน้าที่ใช้เรฟลิ้งค์นะคร้าบบบ ขอให้สมปรารถนาทุกท่านครับ
cudo tweet media
ไทย
3
11
19
1.9K
Terra Theme retweetledi
Aralez 🐕
Aralez 🐕@0xAralez·
🚨 $BTC IS FORMING A WYCKOFF ACCUMULATION PATTERN... What indicates this? Market is currently completing "Automatic Rally phase" after setting a local high around $82.5k Based on historical data, this stage is usually followed by downside movement - but setup is not that simple... Here’s detailed plan: 1. Gradual drop toward $60k 2. Formation of a Secondary Test 3. Bounce back toward $75k+ 4. Re-sweep and final bottom formation 5. Slow recovery with a Last Point of Support 6. Break of resistance and move toward $90k+ Main focus is a potential ~$50k bottom, followed by gradual upside with BTC accumulation Completing all stages will take time, but by the end of this year we could potentially be at stage 6 - around $90k+ Don’t rush into accumulation - turn on notifs, I’ll update
English
26
92
370
144.1K
Terra Theme retweetledi
Stockmoney Lizards
Stockmoney Lizards@StockmoneyL·
Bitcoin Phase: [██████░░░░] B of E The part nobody has patience for.
Stockmoney Lizards tweet media
English
37
94
422
28.1K
Terra Theme retweetledi
CryptoBenz
CryptoBenz@Crypto_Benz·
📌 เคลม $SNAP Airdrop 🪂 แอร์ดรอปสำหรับผู้เล่น farcaster ยุคบุกเบิก ที่เคยเป็นกระแสใช้ชื่อโทเคนเป็น farcaster ทำผู้ใช้สับสนก่อนหน้านี้ เคลมได้ที่ farcaster.xyz/cassie/0x71e40… ✨ วิธีเคลม ✨ 1. เข้าลิงค์ด้านบน ผ่าน farcaster กด Launch Hypria จะเปิดหน้าแอพขึ้นมา แสดงจำนวน $SNAP ที่ได้ 2. เคลมที่แท็บ MINT เลือกวอลเลทที่ต้องการเคลม ค่าเคลมไม่มีเสียแค่ค่าแก๊ส โทเคนจะติด vest 6 เดือน เคลมรอบแรกได้วันนี้ ได้กันเท่าไหร่บ้างครับ ของผมพอได้ค่าข้าวมื้อนึง 😆 #SNAP #Airdrop
CryptoBenz tweet media
ไทย
7
33
75
4.2K
Terra Theme
Terra Theme@TerraTheme·
@t0xblock เสียใจด้วยนะครับ
ไทย
1
0
1
33
τØxblock :~/
τØxblock :~/@t0xblock·
ช่วงเวลาที่ผ่านมาคือบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิต วันนี้แฟนได้พักผ่อนอย่างสงบแล้วครับ ภารกิจดูแลหัวใจของกันและกันในชาตินี้สิ้นสุดลงแล้วนะครับเอ🕊️ การจากลาเป็นเรื่องธรรมดาของโลก แต่การทำใจให้ยอมรับคือสิ่งที่ยากที่สุด บุญกุศลใดๆ ที่ผมได้ทำมา การแชร์แบ่งปันข้อมูลต่างๆ ขอยกให้เธอทั้งหมด ขอให้ดวงวิญญาณของเธอไปสู่สุคตินะคนดี พักผ่อนนะ ไม่ต้องห่วงทางนี้แล้ว แม้ความพลัดพราก จะเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ความรักที่เรามีให้กันจะคงอยู่ตลอดไป ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตนะ รักและคิดถึงสุดหัวใจ จนกว่าจะพบกันใหม่ในที่ที่สวยงามกว่าเดิม ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะเอ วันนี้ส่งเธอเดินทางไกลเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม้กายจะจากไป แต่ความรักจะยังอยู่ในใจเสมอ 🤍 — พึ่งพิธีกรรมทางพุทธศาสนาต่าง ๆ ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยได้ active หรือกาวให้กับเพื่อน ๆ นะครับ แต่ยังอยู่ในคริปโตอย่างแน่นอนครับ (ภาพนี้ปรับด้วย AI)
τØxblock :~/ tweet media
ไทย
158
8
186
14K
Terra Theme
Terra Theme@TerraTheme·
@Coincuddles ขุดอีกหน่อย ตูจะแจกแล้ว อย่าเพิ่งเลิก😅
ไทย
0
0
0
82
Coincuddle
Coincuddle@Coincuddles·
🚨 ภาพนี้ Base กำลังสื่ออะไร? 👇 🚨 เมื่อวานนี้ใน Official account ของ Base ได้ post ภาพ คน 2 คนกำลังขุด หาเพชรสีฟ้า พอจะตีความได้ว่า ….. ✅ โอกาส (Airdrop) อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด ✅ คนส่วนใหญ่พลาด เพราะ “หยุดก่อนถึง” ✅ ความสม่ำเสมอ สำคัญกว่าความเก่ง ✅ Rank สูง ≠ ได้จริง ถ้าไม่ผ่าน criteria ✅ อยู่ต่อ ทำต่อ = เพิ่มโอกาสชนะ ❗️อย่าเป็นคนที่ “เกือบจะได้” เพื่อนๆ ตีความ ว่าอย่างไร ลอง comment กันมาได้เลย $BASE
Coincuddle tweet media
ไทย
2
0
28
2.6K
Terra Theme retweetledi
bro.base.eth
bro.base.eth@basebro_·
the biggest airdrops will be on @base 🟦
bro.base.eth tweet media
English
59
21
346
7.5K
Terra Theme retweetledi
Coincuddle
Coincuddle@Coincuddles·
🚨Base Airdrop ใกล้เข้ามาเเล้ว!! 🚨 ✅ bro.base เป็นเหมือน OG base ที่มักจะรู้ข่าวสารก่อนล่วงหน้า ✅ มีอยู่ช่วงนึง ที่เขาเเนะนำว่าน่าซื้อเหรียญมีม บนbase ก่อนที่ทางทีมงาน base จะประกาศว่า base จะมีเหรียญของตัวเอง ทั้งๆที่ทีมงานปฏิเสธการมีเหรียญมาตลอด ✅ ดังนั้นการ post เเบบนี้ เเสดงว่าใกล้มากๆเเล้ว #base
Coincuddle tweet media
ไทย
4
12
58
5.4K
Terra Theme retweetledi
Sun 🌊 ⚔️
Sun 🌊 ⚔️@CryptowithSun·
ผมเทรดมา 10 ปี สิ่งที่เจ็บที่สุดไม่ใช่การขาดทุน แต่คือการขาดทุนซ้ำๆ แบบไม่รู้ว่าพลาดตรงไหน เพราะไม่เคย review trade ตัวเองจริงๆ ผมเลยสร้าง Trading Journal ขึ้นมา + ทำ prompt pack ไว้ให้ Claude AI ช่วยวิเคราะห์ trade ข้อผิดพลาด นี่คือ 5 prompts ที่ผมใช้ก่อนการเทรดทุกครั้ง ↓
Sun 🌊 ⚔️ tweet media
ไทย
3
448
788
44.9K
Terra Theme retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
ถ้าให้เตือน.. จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมากับตัว และจากที่เห็นตัวอย่างของคนอื่นๆ ในชีวิต.. สิ่งที่จะเตือนคงไม่ใช่พวกเรื่องจิตวิทยา ไม่ใช่เรื่อง FOMO ไม่ใช่เรื่อง cut loss ที่หลายๆ คนคงได้เรียนรู้กันมาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว.. แต่อยากเตือนเรื่องที่นักลงทุนบางทีไม่รู้ตัวเองว่าไม่รู้... . . 📖 กำไรจากโชค vs กำไรจากฝีมือ บางทีคนเราแยกมันกันไม่ออก.. ปี 2003, 2009, 2013, 2019, 2020, 2021, 2023, 2024 เป็นปีที่ทุกคนได้กำไรมาง่ายๆ แล้วทุกคนก็คิดว่าตัวเองเก่ง ซึ่งความจริงคือในตลาด bull แบบนั้นให้ลิงมาหลับตาเลือกหุ้นมั่วๆ ก็ยังกำไรได้ วิธี check ตัวเองแบบที่ sophisticated investors ใช้คือดู risk-adjusted return ไม่ใช่ absolute return ทำได้ 30% แต่ตลาดขึ้น 40% และ drawdown 50% ระหว่างทาง… ถือว่าแพ้ลิง กำไรที่ทำซ้ำไม่ได้ในสภาพตลาดต่างกัน คือโชค.. ไม่ใช่ทักษะ.. ทักษะคือสิ่งที่ยังทำงานได้ในตอนที่ตลาดที่ไม่เป็นใจ เช่น... คนที่ short ตลาดได้กำไรตอน 2008 ทั้งๆ ที่ทุกคนรอบข้างบอกว่าบ้า นั่นคือทักษะ.. คนที่ hedge ตอน COVID แล้วยัง positive return ช่วงนั้น นั่นคือทักษะ.. คนที่ทำ 15% ต่อปีสม่ำเสมอ 10 ปีติด ทั้งปีที่ตลาดขึ้นและปีที่ตลาดลง.. นั่นคือทักษะ เทียบกับคนที่ทำ 80% ในปี 2020 แล้วติดลบ 60% ในปี 2022... average ออกมาอาจยังบวกอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ทักษะ นั่นคือ beta ที่ leverage สูงกลายมาเป็น alpha ปลอมๆ . . 📖 Transaction Cost กิน portfolio แบบที่ไม่รู้ตัว... ทุกคนรู้ค่า commission แต่ commission คือส่วนที่เล็กที่สุดของต้นทุนจริงๆ บางคนอาจจะคิดว่ 「เฮ้ย! ผมไม่ใช่ trader นะ..ไม่ได้ trade บ่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม..」 ลองนึกดูว่าปีที่ผ่านมา rebalance กี่ครั้ง ขายตัวที่ไม่ชอบแล้วซื้อตัวใหม่กี่ครั้ง เห็นข่าว แล้วขยับ position กี่ครั้ง? คนที่คิดว่าตัวเองเป็น investor ไม่ใช่ trader บางที trade บ่อยกว่าที่คิด.. แค่ไม่ได้นับเพราะแต่ละครั้งมี「เหตุผล」ที่ดูดี ซึ่ง transaction cost ไม่ได้เกี่ยวกับความถี่ในการ trade... มันเกี่ยวกับทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวเงินใน portfolio สิ่งที่ใหญ่กว่า commission และบางทีคนมองไม่เห็นคือ implementation shortfall.. ราคาบนจอคือราคาก่อนที่เราจะกด execute... พอกด order จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ... ถ้า order เล็ก ได้ราคาใกล้เคียงจอ แต่ถ้า order ใหญ่... ตลาดขยับหนีระหว่างที่ order กำลัง fill ราคาที่ได้จริงคือค่าเฉลี่ยของทุก partial fill ที่แย่ลงเรื่อยๆ ตามขนาด order และยังมีต้นทุนที่ไม่มีใครนับคือ bid-ask spread หุ้นที่ spread 0.5% ดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้า trade เข้าออก 20 ครั้งต่อปี ลองคูณดูครับ กี่ % ก่อนที่จะนับ commission.. นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งคำนวณ all-in cost per trade จริงๆ commission + spread + slippage + opportunity cost ของเงินที่จมระหว่าง settle บางคนพอนับครบแล้วพบว่าจ่ายค่า cost of activity ปีละ 3-5% โดยไม่รู้ตัวมาหลายปี.. แนะนำว่าก่อนจะ trade ถามตัวเองว่า edge ของ trade นี้มากกว่า all-in (ไม่ใช่ all-in แบบนั้นนะ) cost ไหม ถ้าตอบไม่ได้... นั่นคือคำตอบแล้ว และถ้าคิดว่า limit order แก้ปัญหานี้ได้... มันแก้ได้แค่ครึ่งเดียว.. limit order แก้เรื่อง slippage ตอนเข้า แต่ยังมีเรื่อง adverse selection ที่ผมเคยพูดถึงอยู่ limit order ที่ fill มี performance แย่กว่า limit order ที่ไม่ fill โดยเฉลี่ย.. และ limit order ไม่ได้แก้เรื่อง spread ตอนออก ไม่ได้แก้เรื่อง bid-ask ตอน rebalance ไม่ได้แก้เรื่องต้นทุนรวมทั้งปี การได้ราคาเข้าที่ต้องการเป๊ะๆ ไม่ได้แปลว่า trade นั้นถูก มันแค่แปลว่าจ่ายน้อยลงในขั้นตอนเดียวของกระบวนการที่มีต้นทุนหลายชั้น . . 📖 กำไรที่หายไปมากที่สุดในชีวิตนักลงทุนไม่ได้หายเพราะตลาด... แต่มักจะหายเพราะสมองสั่งให้ทำอะไรบางอย่าง DALBAR ศึกษาพฤติกรรมนักลงทุนในอเมริกาย้อนหลัง 20 ปี (ตัวเลขในบางช่วงเวลา จาก report ตอนราวๆ 2015~2016) พบว่า S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10.35% ต่อปี แต่นักลงทุนในกองทุนหุ้นกลุ่มเดียวกันได้เฉลี่ยแค่ 4.25% ต่อปี ไม่ใช่เพราะเลือก fund ผิด... แต่เพราะซื้อหลังจากตลาดขึ้นแล้ว และขายหลังจากตลาดลงแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. ทุกรอบ . . ช่องว่าง 6% ต่อปีเรียกว่า behavior gap และมันเกิดจาก mechanism เดียวกันหมดทุกคน... เหมือนที่มีคนเคยวิจัยพบว่าการเตะประตูลูกโทษ..พบว่าผู้รักษาประตูที่เก่งๆ ระดับโลกมักจะพุ่งไปซ้ายหรือขวา 94% ทั้งที่ข้อมูลชัดเจนว่าการยืนอยู่กลางประตูให้ผลดีกว่าทางสถิติ เหตุผลคือ..การยืนเฉยๆ แล้วโดนยิง รู้สึกแย่กว่า.. การที่พุ่งไปผิดทิศทางแล้วโดนยิง ทั้งที่ผลเหมือนกัน... แต่ action ทำให้รู้สึกว่า「กูทำหน้าที่แล้ว」 สมองนักลงทุนมักทำแบบเดียวกันทุกครั้งที่ตลาดผันผวน ความรู้สึกไม่สบายใจทำให้ครั่นเนื้อครั่นตัวสั่งสมองว่า「ต้องทำอะไรสักอย่าง」เพื่อลดความรู้สึกนั้น ผลคือขายตอนพัง ซื้อตอนฟื้นแล้ว และเสีย 6% ต่อปี ทุกปี ไม่รู้ตัว การไม่ทำอะไรคือการตัดสินใจที่ยาก.. เพราะมันสู้กับธรรมชาติของมนุษย์โดยตรง ⚠️แต่นั่นไม่ได้แปลว่าห้ามทำอะไรทั้งนั้น… นักลงทุนที่ดีทำน้อยกว่า แต่ทำตาม rule ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า.. ไม่ใช่ตาม feeling ที่เกิดขึ้นตอนนั้น hedging ที่ดีถูก setup ก่อนที่ตลาดจะพัง rebalancing ที่ดีถูก trigger โดย threshold ไม่ใช่โดยความกลัว.. ถ้าตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพราะ「ตอนนี้รู้สึกว่าควรทำ」... นั่นแหละคือ 6% ที่หายไปทุกปี . . . และที่อยากจะเตือนอีกอย่าง.. คือเตือนสำหรับ AUM ในแต่ละ bracket.. 📖 ต่ำกว่า 500,000 บาท ศัตรูไม่ใช่ตลาด... ศัตรูคือ opportunity cost ของเวลา portfolio 300,000 บาท research ทำการบ้าน due diligence อย่างหนัก 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (จริงๆ น้อยมากสำหรับผม แต่กับคนส่วนใหญ่ ผมว่าเยอะ..) ทำได้ดีมากคือ 25% ต่อปี กำไร 75,000 บาท ค่าแรงชั่วโมงละ 96 บาท ต่ำกว่า minimum wage บางประเทศ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เดียวกัน ถ้าเอาไปพัฒนาทักษะอาชีพ เรียนภาษา สร้าง side income... โอกาสที่ income จะขึ้น 100,000-300,000 ต่อปีมีสูงกว่ามาก.. ใครที่อยู่ bracket นี้.. portfolio management ไม่ใช่เรื่องสำคัญสุดที่ต้องทำในชีวิต แต่คนชอบทำผิดพลาดเดียวกันแทบทุกคน... เพราะการดู portfolio ทำให้รู้สึก productive กว่าการพัฒนาตัวเอง ทั้งที่ผลตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง แนะนำว่า.. ลงทุนใน index แล้วไปเพิ่ม income ก่อน แล้วค่อยกลับมาเรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างจริงจัง ตอนที่มันจะ matter จริงๆ . . 📖 500,000 ถึง 5,000,000 บาท ผมคิดว่าปัญหาคือเรายังไม่รู้หรอกว่าตัวเองมี edge จริงหรือเปล่า.. และเราจะไม่มีทางรู้... จนกว่าจะผ่านไปอย่างน้อย 5~7 ปีในสภาพตลาดหลายรูปแบบ ใน statistics ถ้าเรามี edge จริง 55% ต่อ trade ซึ่งถือว่าดีมากแล้ว.. เราต้องการ trade อย่างน้อย 200~300 ครั้งในสภาพตลาดที่หลากหลาย เพื่อให้ค่าสถิติมีนัยสำคัญพอที่จะแยก skill ออกจาก luck ได้ คนที่ทำได้ดีใน 1~2 ปี แล้วคิดว่าตัวเองมี edge... กำลังสับสน noise กับ signal สถาบันส่วนใหญ่ต้องการ track record 3~5 ปีก่อนที่จะเชื่อ manager คนไหน แต่นักลงทุนรายย่อยมักใช้เวลาแค่ 6 เดือน ก่อนจะ size up และยังมีปัญหาอีกชั้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่... research มากขึ้น ทำให้ความมั่นใจเพิ่ม แต่ accuracy ไม่ได้เพิ่มตาม Philip Tetlock ศึกษา expert predictions มากกกว่า 20 ปี พบว่า ยิ่ง expert มีข้อมูลมากขึ้น.. ยิ่งมั่นใจมากขึ้น.. แต่ความแม่นยำแทบไม่เปลี่ยนเลย นักลงทุนรายย่อยก็เหมือนกัน... ยิ่ง research หนัก ยิ่ง overconfident ยิ่ง size ใหญ่ขึ้น และยิ่งเจ็บหนักขึ้นตอนที่ผิด ลองดู portfolio ตัวเองตอนนี้... trade ที่ size ใหญ่ที่สุดคือ trade ที่ research มากที่สุดใช่ไหม? แล้วมันเป็น trade ที่ดีที่สุดด้วยไหม? ถ้าคำตอบคือไม่เสมอ นั่นคือตัวพิสูจน์ว่า confidence กำลัง override judgment ทางออกที่ใช้ได้จริงคือ rule-based position sizing ที่ไม่ขึ้นกับว่าวันนั้น「มั่นใจ」แค่ไหน เพราะวันที่มั่นใจที่สุดสามารถเป็นวันที่การตัดสินใจแย่ที่สุด . . 📖 5,000,000 ถึง 30,000,000 บาท Sequence of Returns (เคยพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว..) คือระเบิดเวลาที่เราอาจจะไม่รู้ตัว.. portfolio 20 ล้าน ถอนปีละ 1 ล้านเพื่อใช้ชีวิต average return 7% ต่อปี คนที่โชคร้าย ปีแรกตลาดพัง 40%... เหลือ 12 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 11 ล้าน ปี 2 ฟื้น 67%... กลายเป็น 18.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 17.4 ล้าน คนที่โชคดี.. ปีแรกได้ 67%... portfolio โตไปเป็น 33.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 32.4 ล้าน ปีสองพัง 40%... เหลือ 19.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 18.4 ล้าน return เดียวกันทุกปี แค่ลำดับต่างกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันเกือบ 1 ล้านในแค่ 2 ปี... ในระยะ 20 ปี ความต่างนี้กำหนดว่า portfolio จะอยู่รอดหรือหมดก่อนตาย.. แนะนำ ให้มี cash buffer 2~3 ปีแยกออกมาต่างหาก.. ไม่ใช่เพราะกลัวตลาด แต่เพราะกลัว timing ที่ดวงซวย.. . . 📖 30,000,000 ถึง 100,000,000 บาท พอถึงจุดนี้ คนรอบข้างเริ่มได้ประโยชน์จากเงินของเรามากกว่าที่เราคิด.. fee ที่จ่ายอยู่ไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว...และไม่ได้มาในรูปแบบที่เห็นได้ชัดเจนเสมอไป... กองทุนที่ผู้จัดการเลือกหุ้นให้.. management fee 1-2% ต่อปี ก่อนที่จะได้กำไรบาทแรก กองทุนที่ไปลงทุนใน fund อื่นอีกที.. fee ซ้อน fee โดยที่เอกสารไม่ได้บอกตรงๆ ว่ารวมกันแล้วเท่าไหร่ structured product ที่ธนาคารหรือสถาบันเสนอ.. margin ซ่อนอยู่ใน pricing ตั้งแต่วันแรก ตอนที่ธนาคาร structure มันขึ้นมา insurance-linked investment.. fee ซ่อนในรูป mortality charge, admin charge และ surrender period ที่ทำให้ออกไม่ได้หลายปี ที่ปรึกษาการลงทุนทั่วไป.. retainer รายปีบวก commission จากสิ่งที่แนะนำให้ซื้อ ซึ่ง incentive มันไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับเราเสมอไป และที่ซับซ้อนที่สุดคือ private bank... นอกจาก advisory fee รายปีแล้ว ยังมี retrocession fee.. เวลา private banker แนะนำ fund A แทน fund B... บางครั้งไม่ใช่เพราะ fund A ดีกว่า แต่เพราะ fund A จ่าย retrocession ให้ bank สูงกว่า retrocession คือเงินที่ fund house จ่ายกลับให้ bank ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อ fund นั้น หักจาก management fee ของ fund โดยอัตโนมัติ ลูกค้าไม่เห็นตัวเลขนี้ในเอกสารไหนเลย.. บวกกับ spread จาก FX ที่ทำผ่าน bank บวกกับ margin จาก structured note ที่ bank ออกเอง ⚠️ Switzerland บังคับให้ disclose retrocession ต่อลูกค้าตั้งแต่ปี 2012?? (ถ้าผมจำปีไม่ผิด แต่ประมาณแถวๆ นั้นแหละ) แต่หลายประเทศใน Asia ยังไม่บังคับ... พอรวมทุกทางแล้วคำนวณจริงๆ... AUM 50 ล้าน จ่าย fee รวมทุกรูปแบบ 2% ต่อปี คือ 1,000,000 บาทต่อปี ใน 20 ปีคือ 20 ล้านบาทที่ออกจาก portfolio บวก compounding ของเงิน 20 ล้านนั้นที่หายไปด้วย.. Morningstar ศึกษาพบว่า expense ratio คือ single best predictor ของ future performance ในทุก category ทุก time horizon ไม่ใช่ manager เก่งแค่ไหน ไม่ใช่ strategy ดีแค่ไหน เพราะ fee คือ return ที่แน่นอน... alpha คือ return ที่ไม่แน่นอน คำถามที่ต้องถามก่อนลงทุนใน product ไหนก็ตาม.. 「ใครได้เงินจาก product นี้บ้าง และได้เท่าไหร่ ก่อนที่เราจะได้อะไร」 ถ้าตอบไม่ได้ชัดๆ... อย่าเพิ่งลงนาม และสำหรับ private banker โดยเฉพาะ.. ถามตรงๆ เลยว่า.. 「ธนาคารได้ retrocession หรือ referral fee จาก product ที่แนะนำให้ฉันซื้อไหม? และเท่าไหร่?」 ถ้าตอบไม่ได้ หรือตอบแบบ deflect เลี่ยงๆ... นั่นคือคำตอบแล้ว และ deal ที่คนเสนอมาให้ที่ bracket นี้... กฎที่ใช้เสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น ถ้า deal ต้องการคำตอบเร็ว ตอบว่า「ไม่」เสมอ.. deal ที่ดีจริงๆ ไม่มีวันหมด deadline มันรอเราได้ครับ... จุดนี้ถูกต้องเลย... ต้องเปลี่ยน angle ทั้งหมด ถ้ามี access อยู่แล้ว ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่อง tool แต่คือเรื่องที่ลึกกว่า เขียนใหม่แบบนี้... . . 📖 100,000,000 ถึง 1,000,000,000 บาท ถือหุ้น mid-cap ไทย market cap 3,000 ล้าน และถือ position 300 ล้าน คือ 10% ของ market cap ตอนที่อยากขาย เราไม่ได้ขายกับตลาด.. เราขายให้ตลาด.. นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ แม้จะใช้ Big Lot หรือ algorithm execution แล้วก็ตาม... ปัญหา 1.. Information Leakage ทุกครั้งที่โทรหา broker เพื่อจัด Big Lot trade... มีคนบน desk นั้นรู้ว่าเรากำลังจะขาย และ desk นั้นอาจมี position เองด้วย หรือมีลูกค้าอื่นที่อยากรู้ข้อมูลนี้.. ทางฝั่งผมที่อยู่อเมริกาเรียกว่า「getting shopped」ข้อมูลว่ามีคนต้องการขาย block ใหญ่รั่วออกไปตลาดก่อนที่ deal จะเสร็จ.. ราคาขยับลงก่อน เราขายได้ในราคาที่แย่กว่าที่ควร ซึ่งไม่แน่ใจว่าที่ไทยมีคำเรียกมั๊ย? solution คือ เลือก broker ที่มีกำแพงจริงๆ ระหว่าง execution desk กับ proprietary trading และไม่บอกรายละเอียดทั้งหมดให้ broker รู้ล่วงหน้ามากเกินจำเป็น.. ปัญหาที่ 2.. Adverse Selection ใน Big Lot Big Lot แก้เรื่อง market impact ได้... แต่สร้างปัญหาใหม่ counterparty ที่ยอมรับซื้อ block ใหญ่จากเรา... เค้าต้องการอะไรจาก trade นี้? ถ้า position นี้ดีจริง เค้ายินดีซื้อในราคาตลาด.. แต่ถ้าเค้าเป็น sophisticated buyer เค้ารู้ว่าเรากระตือรือร้นอยากขาย.. และจะ negotiate ต่อรองราคาให้ต่ำกว่าตลาดเสมอ.. พูดง่ายๆ คือ.. คนที่เต็มใจเป็น counterparty ใน Big Lot มักรู้บางอย่างที่เราไม่รู้ หรือเห็น value ต่างจากเรา ใน options pricing มีคำสำหรับเรื่องนี้เรียกว่า adverse selection premium และมันแพงกว่า slippage ปกติมาก ปัญหาที่ 3.. Liquidity Illusion หุ้นที่ trade วันละ 50 ล้านบาทดูมีสภาพคล่องดี แต่ถ้าถือ position 300 ล้าน... true liquidity ของเราคือกี่วันกว่าจะออกได้โดยไม่กระทบราคา? คำตอบคือนานกว่าที่คิดมาก.. โดยเฉพาะถ้าตลาดกำลังพัง.. เพราะในวันที่อยากขายที่สุด volume มักหดลงพร้อมกัน.. position ที่ดูเหมือน liquid บน spreadsheet กลายเป็น illiquid ตอนที่ต้องการ exit จริงๆ ยิ่งถือมาก ทางออกยิ่งยาก แต่ตอนเข้าซื้อ ตลาดยินดีขายให้ทุกบาท ความสะดวกในการเข้า... ซ่อน pain (in the ass) ของการออกไว้เสมอ และ tool ที่มีอยู่แก้ได้แค่บางส่วน... ส่วนที่แก้ไม่ได้คือการที่ position ใหญ่เกินไปตั้งแต่แรก . . 📖 1,000,000,000 ถึง 10,000,000,000 บาท 94% ของ family wealth จะหายไปในรุ่นลูกรุ่นหลาน.. ไม่ได้หายเพราะ investment Family wealth ข้ามรุ่น 70% จะหายไปใน generation 2 และ 90% หายไปใน generation 3 (จากที่เคยมีการ research โดย Williams Group ที่อ้างถึงกันบ่อย.. แต่ก็ไม่ได้ publish peer-reviewed research) ซึ่งพอดูว่าหายเพราะอะไร... มีแค่ 3% ที่เป็น financial planning ผิดพลาด และ 3% เป็น investment ผิดพลาด ที่เหลืออีก 94% มาจากการสื่อสารที่ล้มเหลวในครอบครัว ทายาทที่ไม่ได้รับการเตรียมความพร้อม และ lack of trust และ shared mission.. ภาษาไทยมีคำว่า「ไม่เกินสามชั่วคน」 ภาษาอังกฤษมีคำว่า「shirtsleeves to shirtsleeves in three generations」 ภาษาจีนมีคำว่า「富不过三代」 ทุกวัฒนธรรมมีสุภาษิตเรื่องนี้... เพราะมันเกิดขึ้นซ้ำๆ มาตลอดประวัติศาสตร์ กับทุกๆ วัฒนธรรมสังคม.. แล้ว solution จริงๆ คืออะไร? คนส่วนใหญ่ได้ยินคำตอบสามอย่างคือ ธรรมนูญครอบครัว.. trust.. family office.. ทั้งสามอย่างมีประโยชน์... แต่ทั้งสามอย่างเป็น structural solution สำหรับปัญหาที่แท้จริงซึ่งเป็น human problem คือ… structure ช่วยได้ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด สิ่งที่ได้ผลจริงมีห้าอย่าง.. (ที่ผมนึกออกคร่าวๆ ตอนนี้นะ). - หนึ่ง.. ให้ทายาทจัดการเงินจริงๆ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง (ผู้นำตระกูล) ยังอยู่.. วิธีที่ล้มเหลวที่สุดคือการให้ลูกหลานรับเงินก้อนใหญ่โดยไม่เคยจัดการอะไรจริงๆ จังๆ มาก่อน วิธีที่ได้ผลคือแบ่งเงินส่วนหนึ่งออกมาตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ทายาทบริหารจริงๆ เจ็บจริงๆ ผิดพลาดจริงๆ ในขณะที่ผู้ก่อตั้งยังอยู่และยังแก้ไขได้ เพราะ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นตอน portfolio 10 ล้านสอนได้มากกว่าคำแนะนำทุกอย่างรวมกัน และดีกว่าปล่อยให้ทายาทเรียนรู้ด้วย portfolio 1,000 ล้านหลังจากที่ไม่มีใครแก้ไขได้แล้ว - สอง.. พูดเรื่องเงินในครอบครัวให้เร็ว.. ดีกว่ารอพูดตอนที่รู้สึกสบายใจ ครอบครัวใน Asia ส่วนใหญ่เก็บเรื่องความมั่งคั่งเป็นความลับจากลูกหลาน.. เจตนาดี.. กลัวลูกเสีย.. กลัวลูกไม่ตั้งใจเรียน.. กลัวลูกรู้สึกว่าไม่ต้องพยายาม.. แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงคือลูกหลานได้รับเงินโดยไม่มี context ไม่รู้ว่าเงินมาจากไหน.. ไม่รู้ว่ามันใช้เวลากี่ปี ไม่รู้ว่ามีภาระอะไรติดมาด้วย และไม่มีเวลาเตรียมตัวรับมัน.. การพูดถึงความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงที่มา มูลค่าโดยประมาณ structure และ expectation คือสิ่งที่ทำให้ทายาทกลายเป็น steward ไม่ใช่แค่ผู้รับมรดก.. - สาม.. แยกให้ออกระหว่าง ownership, management และ benefit ปัญหาใหญ่ที่สุดของ family business คือการที่สามอย่างนี้ปนกันผสมกันมั่วไปหมด.. ทุกคนที่เป็นเจ้าของรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์จัดการ.. ทุกคนที่จัดการรู้สึกว่าตัวเองควรได้รับผลประโยชน์มากกว่า.. ทุกคนที่ได้รับผลประโยชน์รู้สึกว่าตัวเองควรมีสิทธิ์ออกเสียงในการจัดการ.. สามอย่างนี้ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น และต้องทำตั้งแต่ผู้ก่อตั้งยังอยู่ เพราะหลังจากไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครที่ทุกคนเคารพพอที่จะ enforce ได้ - สี่.. Trust ที่ดีไม่ใช่แค่ภาษีและมรดก... มันคือ governance tool คนส่วนใหญ่ set up trust เพื่อประหยัดภาษีหรือเพื่อส่งต่อมรดก แต่ trust ที่ทำหน้าที่ได้จริงในระยะยาวคือ trust ที่มี clear mandate ว่าจะบริหาร wealth เพื่ออะไร เพื่อรักษา lifestyle ของทายาท? เพื่อสนับสนุน education เท่านั้น? เพื่อการกุศล philanthropic purpose? เพื่อรักษา business ให้อยู่ในครอบครัว? trust โดยไม่มี mandate ที่ชัดเจนคือแค่ภาชนะที่ใส่ความขัดแย้งไว้ข้างใน.. และปล่อยให้ลูกหลานแม่งถกเถียงทะเลาะกันในรุ่นต่อไป - ห้า.. Family Office และความเชื่อที่ว่า「เราทำเองได้」 family office ที่ run ได้ดีต้องการงบดำเนินการปีละ 30~50 ล้านบาทขึ้นไป (ผมประเมินคร่าวๆ สำหรับขั้นต่ำ สุดๆ นะครับ..) เพราะต้องการ CIO, legal, tax, accounting, reporting และ compliance จริงๆ ไม่ใช่แค่คนช่วย admin ถ้า AUM ต่ำกว่า 500-700 ล้าน cost อาจกิน return ไปมากกว่าที่ประหยัดได้ ทางเลือกที่ดีกว่าคือ multi-family office ที่ share ต้นทุนกับครอบครัวอื่น.. แต่ปัญหาที่พบบ่อยกว่าคือ... คนที่ลงทุนเก่ง มักคิดว่าตัวเองไม่ต้องการ structure อะไรเลย logic ฟังดูสมเหตุสมผล ..「กูสร้างความมั่งคั่งนี้ขึ้นมาเองได้ แสดงว่ากูรู้เรื่องการลงทุนดีกว่าคนที่จะมา manage ให้」(ผมเองก็มี logic นี้) และ logic นั้น... ถูกบางส่วน แต่มีสิ่งที่ logic นั้นมองข้ามไปสามเรื่อง เรื่องแรก… ทักษะในการสร้างความมั่งคั่ง ≠ ทักษะในการรักษามัน การสร้างความมั่งคั่งต้องการ concentrated bet, high conviction, risk tolerance สูง… การรักษาความมั่งคั่งต้องการ diversification, governance, downside protection… สองอย่างนี้ไม่ใช่แค่ต่างกัน... มันขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ คนที่รวยจากการ concentrate ใน position เดียวหรือไม่ก่ตัว.. มักเจ็บสุดตอนที่ต้อง diversify ออก.. เพราะสมองมันบอกว่านี่คือสิ่งที่ทำให้รวย ทำไมต้องขาย.. แต่ position ที่สร้างความมั่งคั่งได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น position ที่รักษาความมั่งคั่งได้.. เรื่องสอง… ไม่มีใคร check bias ของเราเลย.. ทุก fund manager ระดับโลกมีคนที่บอกว่า「คิดผิดแล้ว」ได้ investment committee, board, LP ที่ถามคำถามยากๆ.. คนที่ run เองมักไม่มีสิ่งนี้.. และยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ คนรอบข้างยิ่ง push back น้อยลงเท่านั้น.. นั่นไม่ใช่สัญญาณว่าเราถูกเสมอ มันคือสัญญาณว่าคนรอบข้างเลิกพยายามบอกเราแล้ว (ผมเองก็เจอปัญหานี้) solution จริงๆ คือสร้าง investment committee ที่มีคนนอกครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งคน ที่ได้รับอนุญาตให้ไม่เห็นด้วยกับเรา และไม่กลัวที่จะทำ.. เรื่องสาม… Key Person Risk.. ถ้าเราคือคนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ portfolio... รู้ว่าเงินอยู่ที่ไหน structure เป็นยังไง relationship กับใครบ้าง.. แล้ววันนึงเราไม่อยู่หรือไม่สามารถสื่อสารได้กะทันหัน.. ครอบครัวจะรู้ได้ยังไงว่าต้องทำอะไร? นี่คือ single point of failure ที่โหดกว่าการลงทุนผิดพลาด.. solution คือมี documented investment policy statement ที่ละเอียดพอที่คนอื่นจะ run ต่อได้ และ update ทุกปี ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วลืม.. แต่ไม่ว่าเนาจะเลือก structure ไหน... สิ่งที่สำคัญกว่า structure เสมอคือ คนที่นั่งอยู่ในนั้น มี incentive ตรงกับคุณไหม รวมถึงตัวเราเองด้วย... เพราะบางทีคนที่ incentive ไม่ตรงกับ long-term wealth preservation มากที่สุด คือคนที่สร้างมันขึ้นมา และยังอยากเล่นเกม offensive ต่อไป . . 📖 10,000,000,000 บาทขึ้นไป ที่ bracket นี้มีปัญหาที่ไม่เหมือน bracket ไหน... คือไม่มีใคร push back เรา.. ไม่ใช่เพราะทุกคนเห็นด้วยจริงๆ แต่เพราะทุกคนที่เข้าถึงเราได้มักกลัวว่าจะมีบางอย่างที่จะเสียถ้าเราไม่พอใจ ที่ปรึกษาเห็นด้วยเพราะ retainer.. ลูกน้องเห็นด้วยเพราะ bonus.. ครอบครัวเห็นด้วยเพราะมรดกที่รอรับ.. ผลคือข่าวร้ายมาถึงเราช้าลงเรื่อยๆ good news วิ่งมาหาเราเร็วขึ้นเรื่อยๆ และเราตัดสินใจจากข้อมูลที่ถูก filter มาหลายชั้นแล้ว โดยที่รู้สึกว่ากำลัง well-informed อยู่ นี่คือ echo chamber ที่สร้างขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และมันอันตรายกว่า market crash และยังมีอีกเรื่อง... ความแตกต่างระหว่าง 10,000 ล้านกับ 13,000 ล้าน เปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ อีกเท่าไหร่? แต่ความแตกต่างระหว่าง 10,000 ล้านกับ 3,000 ล้าน เปลี่ยนได้มาก ไม่ใช่แค่ตัวเลข asymmetry นี้หมายความว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ maximize return อีกต่อไป มันคือ minimize catastrophic downside แต่คนส่วนใหญ่ยัง play offensive เพราะนั่นคือสิ่งที่พาพวกเขามาถึงตรงนี้ สมองมันจำไม่ได้ว่าเกมเปลี่ยนแล้ว.. นั่นคือ sunk cost fallacy version ที่รวยที่สุด . . 📚คำเตือนพวกนี้.. ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ.. งานวิจัย.. data.. จากการทำพลาดเองด้วยตัวเองในบาง bracket ที่พูดถึง.. และจากประสบการณ์ของคนบางคนที่รู้จัก.. ไม่มีใครเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากการอ่านอย่างเดียว บางทีมันต้องเจ็บก่อน.. เจอก่อนถึงจะรู้.. แต่ให้ดีสุด พยายามเรียนรู้ให้ได้จากประสบการณ์ของคนอื่น ดีกว่าเจอเองเจ็บเอง.. เงิน 500,000 พังเพราะ stock picking ผิด เงิน 5,000,000 พังเพราะ sizing ผิด เงิน 50,000,000 พังเพราะ sequence ผิด เงิน 500,000,000 พังเพราะ structure ผิด เงิน 5,000,000,000 พังเพราะ governance ผิด เงิน 50,000,000,000 พังเพราะ... ลืมว่าตัวเองกำลังเล่นคนละเกมแล้ว แต่สิ่งที่เหมือนกันทุก bracket.. ความผิดพลาดที่แพงในชีวิตนักลงทุนทุกคน คือไม่เคยรู้สึกว่ากำลังทำความผิดพลาดตอนที่กำลังทำมัน.. มันรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดด้วยข้อมูลที่มีอยู่ตอนนั้น.. ด้วยความมั่นใจที่สุด นั่นแหละคือ「สิ่งที่ไม่รู้ว่าไม่รู้」😅 P.S. คำเตือนสุดท้ายคือ..『อย่าติดหี…』 facebook.com/funxmanager/po…
JRT tweet media
ไทย
27
2K
3K
620.5K
Terra Theme retweetledi
Hyper Shark!
Hyper Shark!@HyperSharkk·
ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่านครับ ใครที่กำลังคิด หรือออกจากตลาดไปแล้วช่วงนี้ ผมเสียดายแทนจริงๆ ครับ เข้าใจว่าตลาดมันหนัก (แต่มีหนักกว่านี้นะ) มันผันผวน และผมก็เชื่อว่าคนที่ออกๆ กันไป ก็เป็นคนที่เข้ามาเพราะ FOMO รอบที่แล้ว (กระแส Ai) แล้วมาเจอตลาดทุบหลังรอบนี้ เลยรับไม่ไหว (ในหัวคิดแต่จะเอากำไร) คือเราต้องให้ตลาดมันพักบ้างนะครับ มันขึ้นมานาน ให้มันได้พักหน่อย และช่วงนี้คนก็แบกความหวังกันเยอะ พดมีเรื่องสงครามเข้ามา มันก็ซึมกันหมดแบบนี้ แต่ในวิกฤตมีโอกาสเสมอ ช่วงเวลาแบบนี้แหละ เป็นช่วงเวลาที่หายากที่สุด ทำไม? ก็ช่วงที่มันขึ้นมา มันขึ้นมาตั้งแต่ 2019 นะครับ มี correction บ้าง แต่เป็นขาขึ้นมาตลอด แล้วทำไมผมถึงบอกว่ามันเป็นช่วงที่ดีที่สุด ก็เพราะหุ้นราคาดีๆ มันไม่ได้จะลงมาให้ซื้อกันแบบนี้บ่อยๆ นะครับ ช่วงนี้แหละ คือช่วงที่คนที่เขาได้ผลตอบแทนฉ่ำๆ แรงๆ เขาเก็บของกัน เพราะตอนที่ bull market มาจริงๆ ไม่มีได้ซื้ออะไรหรอก นั่งดูพอร์ตพุ่งตาปี๊บๆ ไม่มีอะไรให้ทำจริงๆ สำหรับใครที่ท้อ พอร์ตติดลบ อย่าพึ่งท้อครับ ใจเย็นๆ ทนถือให้ได้นานที่สุด ของผมเองจากที่เคยพอร์ตรวมบวก 200% หุ้นแบกพอร์ตบวกตัวละ 1000% มา 2-3 ตัว ตอนนี้พอร์ตรวมก็เหลือแค่ 100% นิดๆ ลงมาครึ่งนึงนะครับ แต่ผมไม่กังวลเลย ซื้อสะสมเรื่อยๆ เพราะผมซื้อบริษัท ผมไม่ได้ซื้อราคาหุ้น และที่สำคัญผมใข้เงินเย็นในการลงทุน แล้วเจอกันตอนสงครามจบ มาดูกันพอร์ตผมจะกลับมาเท่าไหร่ และพอร์ตทุกคนที่ทนถือ ผมเชื่อว่ามันกลับมาแน่ๆ แล้วเจอกันครับ อย่าพึ่งล้มหายตายจากกันล่ะ ✌🏻💪🏻
ไทย
2
260
450
32.1K
Terra Theme retweetledi
เจมส์ อะบรูซี่
ทำไม่ผมถึงฟาร์ม legend.trade - มีโอกาสแอร์ดรอปมากกว่า - โคตร Early user หลัก 100 Alpha stage - Polymarket แอบดัน - ตลาดไม่มีไรทำแล้วตอนนี้ต้องมีเรื่องเล่าใหม่มาดัน - ช่วงที่คนท้อเราก็ต้องเข้าไปหาโอกาส app.legend.trade/r/EARLY
Polymarket@Polymarket

Polymarket is officially launching competitive trading markets. We're excited to be named @LegendTrade's Exclusive Prediction Market Partner.

ไทย
10
84
212
31.4K
Terra Theme retweetledi
Nemo
Nemo@nopzty·
พอมีดวงกับเขาบ้าง 😅 @renaissxyz
Nemo tweet media
ไทย
12
6
55
18.5K