bunnytrader2

11.1K posts

bunnytrader2 banner
bunnytrader2

bunnytrader2

@bunnytrader2

#update #ข่าว #การเงินส่วนบุคคล #สุขภาพ #ไม่ชักชวน +ชี้ชวนซื้อหุ้นและการลงทุนใด 7.Jan.2021 #รับงานรีวิวที่ #ไม่เกี่ยวกับเทรดและการลงทุน DM ได้ #updatenews

Katılım Ocak 2021
47 Takip Edilen9.1K Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
ท่อง ตื่นเช้ามาสิ่งที่ต้องทำ 1 สวดมนต์ นั่งสมาธิ 2 ออกกำลังกาย 3 เช็ค ข่าวหุ้นจาก set อย่างน้อยๆ ตารางนั่นแหละ 4 กินข้าว+ฟังข่าว 5 เดิน + เขียนๆ ที่จะทำ 6 เปิดข่าว ATO 7 เปิดหุ้น เตรียม สแตนบายยยย #มือใหม่ ต้องทำให้ได้อย่างมือเก่งๆ วินัยต้องมี ตอนนี้นอนค่ะ
ไทย
9
118
201
0
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
ข้อนี้ 1 งานแต่ละอย่างค่าจ้างสูง=ความสามารถในการทำกำไร
JRT@JRTDesk

รู้สึกคนบางพวกแม่งประสาทแดก.. industry ผม การที่จะรับแต่พวกระดับ senior, experienced hires เป็นเรื่องปกติมาก และเป็น standard practice มาตั้งแต่ก่อนยุค AI จะบูมซะอีก โครงสร้างและวัฒนธรรมการจ้างงาน firms ส่วนมากคือ lean, flat organization, high-stakes environment, performance-driven 100% ไม่มี buffer สำหรับคนที่ยังต้อง ramp up นานๆ พวก true junior (fresh grad หรือ low-experience) แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสอบผ่าน Technical Test, Financial Modeling Test (3-statement, DCF, LBO, valuation models), Coding Test (LeetCode/HackerRank style หรือ proprietary brainteasers), Case Study, หรือ Probability/Puzzle Rounds Acceptance rate ของ top firms บางปีต่ำกว่า 1% จากผู้สมัครหมื่นๆ คน Junior ที่หลุดรอดมาได้จริงๆ ส่วนใหญ่ต้องเป็น top talent จาก target schools ระดับ elite พวก Wharton, Harvard, MIT, Stanford, Princeton.. บวกกับฝึก interview หนักมาก ฝึก modeling/coding/brain teasers ทั้งวันทั้งคืนเป็นเดือนๆ อย่าง Renaissance Technologies ก็จ้างแต่คนที่มี advanced research experience หรือ PhD โดยตรง math, physics, CS.. เน้นพวกที่สามารถทำงานกับ complex proprietary models และ trading strategies ได้ทันที ไม่มี junior track แบบดั้งเดิม D.E. Shaw & Co. ก็เน้นจ้าง experienced hires สำหรับ role ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะใน research/trading.. มีบาง program สำหรับ fresh talent แต่โดยรวมโครงสร้าง lean และต้องการคนที่มี skill สูงมากระดับหัวกะทิ ซึ่งก็ไม่ควรจะถูกเรียกว่า junior แต่แรก Two Sigma ก็เอาแต่คนที่มีประสบการณ์จริง Jane Street แม้จะมี internship แต่ full-time hiring ต้องการคนที่ proven แล้ว หรือมี skill ระดับสูงมากตั้งแต่แรก Voleon Group ก็เอาแต่พวกมี research experience หรือ PhD-level ทางผมจริงๆ คือเน้นที่ทำแบบทดสอบผ่าน และผ่านการสัมภาษณ์ ซึ่งผลออกมาคือคนที่ผ่านมีแต่พวกระดับ PhD ซะส่วนมากและมีประสบการณ์สูง ผ่านงานจากพวก firms ยักษ์ใหญ่มาแล้วทั้งนั้น ไม่เคยมีเด็กจบใหม่หรือพวกประสบการณ์ 2-5 ปีผ่านการทดสอบสักคน และพวกที่บอกว่าใจดำ.. ไม่เห็นค่ามนุษย์.. ไม่ให้โอกาส.. คือ ปัญญาอ่อนชิบหาย.. ทำไมต้องจ้างคนที่ ไม่ qualify กับ job requirements? เพื่อทำการกุศลเหรอ? เพื่อเป็นครูสอนหนังสือเหรอ? การรับแต่ senior/experienced hires มันคือ fiduciary duty และ risk management ในระดับสูง ใครอยากได้โอกาส? ไป build your own track record ด้วยตัวเองครับ อย่ามานั่งรอ offer letter แล้วยังกล้ามาพูดเรื่องมนุษยธรรมแบบ hypocrite ยิ่งเห่ายิ่งแสดงให้เห็นว่ายังไม่เข้าใจ scale, complexity และ downside risk ของงานนี้เลยสักนิด ไปฝึก modeling test, coding, probability puzzles ให้ผ่านก่อน แล้วค่อยมาพูดนะ ไอ้พวกที่ชีวิตยังต้องรอคนอื่นปั้น

ไทย
0
2
2
870
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
@JRTDesk จริงมาก คือ ใครมันจะมาให้โอกาส ตัวเองเริ่มสร้างrecord เองมั้ย สมัยนี้ยังหาคำตอบได้เร็ว ยังมีเอไอ ยูทูปเบอร์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญใจดี อย่างหลายๆคน รวมถึงคุณโจ ที่ให้ความรู้จริงๆ ฟรี แบบไม่ต้องไปซื้อ ยังไม่รวม เวป สอนของมหาลัยแบบออนไลน์ฟรี มีเยอะนะ แค่ต้องลงมือทำไม่ใช่แบมือขอ
ไทย
0
0
0
852
JRT
JRT@JRTDesk·
รู้สึกคนบางพวกแม่งประสาทแดก.. industry ผม การที่จะรับแต่พวกระดับ senior, experienced hires เป็นเรื่องปกติมาก และเป็น standard practice มาตั้งแต่ก่อนยุค AI จะบูมซะอีก โครงสร้างและวัฒนธรรมการจ้างงาน firms ส่วนมากคือ lean, flat organization, high-stakes environment, performance-driven 100% ไม่มี buffer สำหรับคนที่ยังต้อง ramp up นานๆ พวก true junior (fresh grad หรือ low-experience) แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสอบผ่าน Technical Test, Financial Modeling Test (3-statement, DCF, LBO, valuation models), Coding Test (LeetCode/HackerRank style หรือ proprietary brainteasers), Case Study, หรือ Probability/Puzzle Rounds Acceptance rate ของ top firms บางปีต่ำกว่า 1% จากผู้สมัครหมื่นๆ คน Junior ที่หลุดรอดมาได้จริงๆ ส่วนใหญ่ต้องเป็น top talent จาก target schools ระดับ elite พวก Wharton, Harvard, MIT, Stanford, Princeton.. บวกกับฝึก interview หนักมาก ฝึก modeling/coding/brain teasers ทั้งวันทั้งคืนเป็นเดือนๆ อย่าง Renaissance Technologies ก็จ้างแต่คนที่มี advanced research experience หรือ PhD โดยตรง math, physics, CS.. เน้นพวกที่สามารถทำงานกับ complex proprietary models และ trading strategies ได้ทันที ไม่มี junior track แบบดั้งเดิม D.E. Shaw & Co. ก็เน้นจ้าง experienced hires สำหรับ role ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะใน research/trading.. มีบาง program สำหรับ fresh talent แต่โดยรวมโครงสร้าง lean และต้องการคนที่มี skill สูงมากระดับหัวกะทิ ซึ่งก็ไม่ควรจะถูกเรียกว่า junior แต่แรก Two Sigma ก็เอาแต่คนที่มีประสบการณ์จริง Jane Street แม้จะมี internship แต่ full-time hiring ต้องการคนที่ proven แล้ว หรือมี skill ระดับสูงมากตั้งแต่แรก Voleon Group ก็เอาแต่พวกมี research experience หรือ PhD-level ทางผมจริงๆ คือเน้นที่ทำแบบทดสอบผ่าน และผ่านการสัมภาษณ์ ซึ่งผลออกมาคือคนที่ผ่านมีแต่พวกระดับ PhD ซะส่วนมากและมีประสบการณ์สูง ผ่านงานจากพวก firms ยักษ์ใหญ่มาแล้วทั้งนั้น ไม่เคยมีเด็กจบใหม่หรือพวกประสบการณ์ 2-5 ปีผ่านการทดสอบสักคน และพวกที่บอกว่าใจดำ.. ไม่เห็นค่ามนุษย์.. ไม่ให้โอกาส.. คือ ปัญญาอ่อนชิบหาย.. ทำไมต้องจ้างคนที่ ไม่ qualify กับ job requirements? เพื่อทำการกุศลเหรอ? เพื่อเป็นครูสอนหนังสือเหรอ? การรับแต่ senior/experienced hires มันคือ fiduciary duty และ risk management ในระดับสูง ใครอยากได้โอกาส? ไป build your own track record ด้วยตัวเองครับ อย่ามานั่งรอ offer letter แล้วยังกล้ามาพูดเรื่องมนุษยธรรมแบบ hypocrite ยิ่งเห่ายิ่งแสดงให้เห็นว่ายังไม่เข้าใจ scale, complexity และ downside risk ของงานนี้เลยสักนิด ไปฝึก modeling test, coding, probability puzzles ให้ผ่านก่อน แล้วค่อยมาพูดนะ ไอ้พวกที่ชีวิตยังต้องรอคนอื่นปั้น
14
81
195
22.2K
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
สรุป 1 การปรับตัว ปรับพอร์ตตามสถานการณ์ คาดการณ์อนาคต 1.1 คนอื่นคิดยังไง 1.2 ตลาดมีผลอย่างไร 3 เราaction ยังไง กำไรหรือขาดทุน ข้อนี้ตอบแบบไหน ไม่มีสูตรตายตัว ต้องเทียบข้อมูลระดับ 200~300 เทรด ข้อมูลเก่า สามารถใช้ย้อนดู เทียบมิติขั้นต่ำ ในการตัดสินใจในแต่ละวิกฤต เสียหาย กำไร ?
bunnytrader2 tweet mediabunnytrader2 tweet mediabunnytrader2 tweet media
ไทย
0
0
1
147
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
@pongs23 ปล อีกคอมเม้น มาขยายความรู้เพิ่มพูนกัน ส่วนกราฟ ลง นี้คือ อ่านงบ หาเท่าที่พอจะรู้ มันก้อกำไรติดลบ รายได้เพิ่ม แต่ก็มีคนเถียงขาดใจ ไร้ความรู้ บางทีเถียงกันคนละสนาม คนถืออยู่อยากให้ขึ้น คนมีข้อมูล ลังเล ส่วนบันนี่เคยเจ็บ ก็ทำได้แค่แปะให้ระวัง
ไทย
1
0
1
134
Pong
Pong@pongs23·
@bunnytrader2 BTS ถ้าหลุดนี่ดูหนักเลย ขนาดผูกขาดสัมปทานเดินรถเส้นหลักๆ ราคาค่ารถไม่ลง แถมกทม. จ่ายหนี้คืนแล้ว… 😅
ไทย
1
0
0
210
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
#หุ้นพื้นฐาน ที่ทุกคนนึกถึง และนึกออก อาจจะถูกหลอก บันนี่ก็โดน #bts หลอก จากพื้นฐานที่ดีคนที่ต้องใช้ทุกวัน #รายได้ เพิ่มขึ้นสิ หลังจากโควิด แต่นั่นไม่ใช่กำไร ราคาหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงกำไร และการถูกถอดออกจาก #set50 คือการไม่รับประกัน ความสามารถในการทำกำไร
bunnytrader2 tweet mediabunnytrader2 tweet mediabunnytrader2 tweet mediabunnytrader2 tweet media
ไทย
4
14
31
3.1K
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
@Huahua_FFlower ขอบคุณคะ คือชาวบ้านปกติ ตอนแรกที่อ่านงบไม่เป็นคือ คนซื้อกัน ดอยยัยแถว 2หลักกัน แล้วก็มองทุกวันว่ารถไฟฟ้าคนขึ้นเยอะ รายได้ดี ควรกำไร แต่งบจริงๆมันตามหน้ากระดาษ คนทั่วไป ที่ไม่มีความรู้ เถียงสู้กันยับๆ บันนี่แพ้มาล่ะ ขนาดเรื่องสายสีเขียวเข้าreit นี่อยู่ตรงไหน บันนี่ต้องหาเล้ย
ไทย
0
0
1
131
Huahua
Huahua@Huahua_FFlower·
@bunnytrader2 BTS รายได้หลักไม่ได้มาจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว นะครับ สายสีเขียวขายเข้า reit ไป เหลือถืออยู่ 30% อายุใกล้หมดแล้ว ส่วนสายที่เหลือขาดทุน การซื้อโดยไม่อ่านงบอันตรายมากนะครับ
ไทย
1
1
2
195
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
เริ่ดมาก นากน่ารัก
ไทย
0
0
3
193
bunnytrader2 retweetledi
ทันโลกกับ Trader KP
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเศรษฐกิจวันนี้คือ "คนรุ่นใหม่ไม่อยากทำงาน" เพราะคนรุ่น Baby Boomer จำนวนมาก เก็บเงินมาตลอดชีวิต จนวันนี้มีสินทรัพย์มากมาย ทั้งเงินสดในธนาคาร หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ ทำให้คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ ไม่อยากทำงานหนัก เพราะอยู่เฉยๆ ก็มีเงินสนับสนุนจากครอบครัว นี่กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดเพราะ “เศรษฐกิจที่ดี ต้องการแรงงาน” อาจารย์ เจียง กล่าว
ไทย
11
544
492
267.5K
bunnytrader2 retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
(1/2) เห็นคุณเอ็มติดเหล้า @EmUdomsak shared มาแสดงความเห็นเพิ่มเข้าไป ผมเลยขอพูดมั่ง.. ในฐานะคนที่ trade มา 25 ปีและยังรอด จนบางทีก็เผลอคิดว่าหรือเราจะเป็น top 0.001% วะ 😆 ขอเสริมในบางมุมจาก post… มีจุดนึงที่ต้องแยกให้ชัดก่อน เพราะมันเปลี่ยนทุกอย่างหมด.. Expected return ของตลาดไม่ได้ติดลบสำหรับทุกคนครับ มันติดลบสำหรับคนที่ไม่มี edge สองประโยคนี้ดูเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกันคนละโลกหน้ามือกับหลังตีนครับ ถ้าเกมนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนแพ้จริง แล้ว Jane Street, Citadel, Renaissance Technologies ทำกำไรมาได้ยังไง consistent ทุกปี มาหลายสิบปี ไม่ใช่โชค ไม่ใช่ survivorship bias แต่เพราะมี systematic edge ที่วัดได้ ทดสอบได้ replicable Zero-sum game แปลว่าทุกบาทที่ใครขาดทุน มีคนรับไป แล้วใครรับ? ก็คนที่มี edge.. ทีนี้ทำไมถึงดูเหมือน 「มีแค่ 1%」? 90% ของร้านอาหารที่เปิดใหม่ปิดภายใน 3 ปี แต่ไม่มีใครพูดว่า 「ธุรกิจร้านอาหารถูกออกแบบให้แพ้」 เพราะ barrier to entry มันต่ำมาก.. ใครก็เปิดได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าเก่งจริง ตลาดทุนก็เหมือนกัน เปิด account ได้ 10 นาที ไม่ต้องผ่านอะไรเลย แล้วก็แพ้แบบที่บทความบอกครบทุกข้อ และมันยังมีเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เข้ามาซ้ำเติมอีก… อะไรก็ตามที่ง่ายเกินไป มันดึงคนผิดเข้ามาเสมอ.. เปิดบัญชีได้ใน 10 นาที โอนเงินเข้าออกได้ทันที กดซื้อกดขายได้จากมือถือในห้องน้ำ (แบบที่ผมกำลังเขียน post นี้ตอนนั่งอึอยู่ในส้วม..) ความง่ายแบบนี้มันส่ง signal ผิดๆ ให้สมอง.. ทำให้คน treat มันแบบไม่จริงจัง.. แต่คนที่รอดในตลาดระยะยาว ไม่มีใครสักคนที่ treat มันแบบนั้น.. พวกเค้า treat การเป็น trader เหมือนวิชาชีพ ไม่ต่างจากหมอ วิศวกร หรือนักบิน.. ที่ต้องทุ่มเทศึกษา ทำความเข้าใจ สร้าง process และผิดพลาดในตอนซ้อมก่อนที่จะไปยืนในสนามจริง หมอต้องผ่าน internship ก่อนจะแตะคนไข้จริง นักบินต้องบิน sim ก่อนจะขึ้นเครื่องจริง แต่ตลาดไม่มีใครบังคับมาตั้งกฎเกณฑ์ให้เราพร้อมก่อน.. โอนเงินเข้าไป กดซื้อ all-in ได้เลย 😆 คนส่วนใหญ่อยากได้ผลลัพธ์ของวิชาชีพ แต่ไม่ได้ลงทุนกับมันในฐานะวิชาชีพ.. ก็ไม่แปลกใจที่แพ้… และที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดคือเรื่อง edge คืออะไรกันแน่ คนที่เรียน course มาแล้วได้ RSI กับ MACD กลับบ้าน.. คิดว่าตัวเองมี edge แล้ว แต่จริงๆแค่ได้วิธีดูกราฟมา.. สองอย่างนี้ต่างกันคนละเรื่อง... Edge คือ systematic advantage ที่วัดผลได้จริง ทดสอบย้อนหลังได้ และยังใช้ได้แม้เงื่อนไขตลาดเปลี่ยน.. สถาบันที่กำไรได้จริงๆ edge ของเขามาพร้อมกันหลายชั้น ทั้ง information ที่เร็วกว่าและลึกกว่า retail จะแตะ.. execution cost ที่ต่ำกว่ามาก.. risk model ที่ออกแบบมาเพื่อรอดก่อนแล้วค่อยกำไร.. และสำคัญคือ process ที่ไร้ emotion จริงๆ ไม่มี course ไหนในโลกที่ให้สิ่งเหล่านี้กับเม่าได้.. แต่ก็ไม่ได้แปลว่าถ้าไม่ใช่สถาบันแล้วจะสู้ไม่ได้นะครับ.. เพราะ edge ของสถาบันพวกนี้คมที่สุดใน timeframe สั้นๆ HFT, latency arbitrage, order flow.. พวกนี้เป็นสนามที่รายย่อยส่วนใหญ่จะแพ้ตั้งแต่แรกเลย.. แต่คนที่ไม่ได้เล่นในระดับ millisecond ไม่ว่าจะ day-trade จาก chart 15m หรือ swing trade ระดับ d ถึง w ความได้เปรียบเรื่อง speed แทบไม่ relevant แล้ว.. สนามเปลี่ยน คู่แข่งเปลี่ยนไปแล้ว.. edge ที่ viable สำหรับคนธรรมดาในระดับนี้คือ macro thesis ที่คิดลึกกว่าคนส่วนใหญ่ในตลาด, risk discipline ที่แท้จริง, และ emotional control ที่คนส่วนใหญ่ไม่มี สิ่งเหล่านี้พัฒนาได้ครับ ไม่ต้องมี server ติด exchange ก็ชนะได้ และใน 1% ที่กำไรได้นั้น ยังซับซ้อนกว่าที่คิดอีก เพราะในนั้นยังมีคนที่อยู่ใน lucky period ที่ยังไม่จบ.. คนที่ทำกำไร consistent จริงๆ ระยะยาวจริงๆ อาจเหลือแค่ 0.1-0.3% ของ retail ทั้งหมด และที่งานวิจัย retail มักพลาดอยู่เสมอคือ คนที่เก่งจริงในนั้น หลายคนออกจาก dataset ไปก่อนจะมีข้อมูลมากพอ เพราะ migrate ไปเป็น prop trader, fund manager หรือเปิด fund เอง ทำให้ตัวเลขที่ดูแย่อยู่แล้ว ดูแย่กว่าความเป็นจริงอีก สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองกำลัง develop edge จริงๆ มี edge ไม่ใช่ finish line… เพราะ edge decay ได้ ตลาดไม่เคยหยุดปรับตัว strategy ที่ใช้ได้วันนี้ อีกไม่กี่ปีคนอื่นก็เห็น pattern เดียวกัน แล้วก็ arbitrage จน edge หายไปเอง.. edge ยังมี capacity limit บาง edge ทำกำไรดีกับเงิน 1 ล้าน แต่พอ scale เป็น 100 ล้าน ตัวเอง impact ราคาเอง edge ก็ตายเอง.. และที่สำคัญอีกอย่าง แม้ EV จะบวก drawdown ยังฆ่าเราได้อยู่ดี ถ้า sequence of losses มาก่อนที่ edge จะ prove itself เราหมดทุนก่อน เกมจบก่อน ทั้งๆที่ถ้าอยู่ต่อได้เราจะชนะ m.facebook.com/story.php?stor…
JRT tweet media
ไทย
4
281
478
79.6K
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
มันสอนกันไม่ได้หรอก เรื่อง ความรู้สึก หุ้นจะขึ้น หรือลง แล้ว มันจะโดนตัวที่คุณถือไหม #ดอย มานานแค่ไหน มองคนอื่น ลงดอยได้ แต่คุณยังลงไม่ได้ แต่… ตั้งแต่มีตัวนี้เป็นดอยคาบ้าน ผ่านมาได้เพราะ ตั้งใจทำงาน มาเพื่อเติมพอร์ต จาก2หลัก เหลือ 1หลัก แล้วยังมุ่งมั่นจะรอ #drawdown
bunnytrader2 tweet media
JRT@JRTDesk

อยากเตือนเรื่องที่หนังสือทุกเล่มสอนไม่ได้… สมองมนุษย์เราประมวลผล loss จำลอง กับ loss จริงๆ ต่างกันโดยสิ้นเชิง.. อ่านว่า drawdown 40% คือ 「โอกาส」ได้สบายๆ บน sofa ที่บ้าน.. แต่ตัวเราที่นั่งดู port ติดลบ 40% อยู่จริงๆ เป็นคนละคนกันในระดับสมอง neurologically.. คนอ่านหนังสือมาเยอะที่สุดในห้อง ก็มักจะอันตรายที่สุดด้วย.. เพราะความเข้าใจในหัว ทำให้มั่นใจเกินจริงใน size ก่อนที่จะเจอเจ็บจริงๆ จังๆ… แล้วก็ blow up ด้วย strategy ที่ถูกต้อง แค่ bet หนักเกินไป.. วิธีอ่านหนังสือที่ได้ผลจริงคืออ่านในโหมด 「prosecutor」ไม่ใช่ 「student」 อย่าถามแค่ว่า strategy นี้ทำงานยังไง… ถามว่ามันจะพังได้ยังไง และพังในสภาวะไหน? แล้วถามว่าคนเขียนมีเงินตัวเองอยู่ใน strategy นี้จริงๆ ไหม??… คนที่ผ่านการทดสอบจริงจะบอกได้เองว่าตัวเองเคยเจ็บที่ไหนตรงไหน.. คนที่ไม่ผ่านจะพูดแต่ว่ามันทำงานยังไง.. สุดท้ายอย่าสับสนระหว่าง 「เข้าใจความเสี่ยง」กับ 「ทนความเสี่ยงได้จริง」 อันหลัง… ไม่มีหนังสือเล่มไหนสอนได้ครับ facebook.com/10006449425798…

ไทย
0
4
23
3.1K
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
@cciues คือออออออ ขำอ่ะ มั่นหน้าขนาดนั้น ทำไมไม่แปะป้ายยยยยย คนโสดอย่างชั้นยังใส่เสื้อ คนไม่มีแฟนเลย 5555555
ไทย
0
1
0
7.5K
มายเนมอีส “สายันต์”
วันนี้ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่งในยิม หุ่นดี หน้าอกสวย ใส่ชุดสีมัสตาส และสะพาย hermes มาในยิม ผมอยากใช้เครื่องต่อ เลยเข้าไปทักว่า “ขอโทษนะครับ” เธอรีบหันมาตอบว่า “มีแฟนแล้วค่ะ” ผมเลยได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่า “หน้าอย่างผมคงจีบนางฟ้าไม่ได้หรอกครับ แต่ถ้าเคเบิ้ลไม่ใช้อย่านั่งแช่ได้ไหมครับ “ 😊
มายเนมอีส “สายันต์” tweet media
ไทย
31
1.5K
1.7K
607.8K
bunnytrader2 retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
อยากเตือนเรื่องที่หนังสือทุกเล่มสอนไม่ได้… สมองมนุษย์เราประมวลผล loss จำลอง กับ loss จริงๆ ต่างกันโดยสิ้นเชิง.. อ่านว่า drawdown 40% คือ 「โอกาส」ได้สบายๆ บน sofa ที่บ้าน.. แต่ตัวเราที่นั่งดู port ติดลบ 40% อยู่จริงๆ เป็นคนละคนกันในระดับสมอง neurologically.. คนอ่านหนังสือมาเยอะที่สุดในห้อง ก็มักจะอันตรายที่สุดด้วย.. เพราะความเข้าใจในหัว ทำให้มั่นใจเกินจริงใน size ก่อนที่จะเจอเจ็บจริงๆ จังๆ… แล้วก็ blow up ด้วย strategy ที่ถูกต้อง แค่ bet หนักเกินไป.. วิธีอ่านหนังสือที่ได้ผลจริงคืออ่านในโหมด 「prosecutor」ไม่ใช่ 「student」 อย่าถามแค่ว่า strategy นี้ทำงานยังไง… ถามว่ามันจะพังได้ยังไง และพังในสภาวะไหน? แล้วถามว่าคนเขียนมีเงินตัวเองอยู่ใน strategy นี้จริงๆ ไหม??… คนที่ผ่านการทดสอบจริงจะบอกได้เองว่าตัวเองเคยเจ็บที่ไหนตรงไหน.. คนที่ไม่ผ่านจะพูดแต่ว่ามันทำงานยังไง.. สุดท้ายอย่าสับสนระหว่าง 「เข้าใจความเสี่ยง」กับ 「ทนความเสี่ยงได้จริง」 อันหลัง… ไม่มีหนังสือเล่มไหนสอนได้ครับ facebook.com/10006449425798…
JRT tweet media
ไทย
1
315
564
152.9K
bunnytrader2 retweetledi
ฮ.นกฮูก(สีส้ม)
ชีวิตคู่มึงต้องแชร์กันได้แต่... ห้ามเสียตัวตนเด็ดขาด
ไทย
8
342
916
71.6K
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
ต้องวางเป้าหมายก่อน ว่าจะทำอะไร?
JRT@JRTDesk

「คุณคิดว่าจะสามารถเกษียณสุขได้ด้วยการสะสม $BTC เพียงอย่างเดียว ได้ไหม?」🤔 ขอพูดตรงๆ ก่อนนะครับ... ผมไม่ใช่ Bitcoiner ผมอยู่ใน traditional financial market มาตลอด เน้น equity เป็นหลัก มี BTC เป็นส่วนน้อยของ portfolio.. นี่คือสิ่งที่มองจากฝั่งผมจริงๆ... คำถามนี้มี framing error ซ่อนอยู่ครับ.. 「เกษียณสุข」ไม่ได้แปลว่า net worth สูง... มันแปลว่ามี withdrawal ที่ยั่งยืน ไม่ทำให้ portfolio พังก่อนตาย.. สองเรื่องนี้ต่างกันคนละโลก BTC ไม่มี native cashflow.. ไม่มีดอก.. ไม่มีปันผล.. กลยุทธ์สร้าง yield เช่น.. covered calls หรือ DeFi มีอยู่จริง แต่ทั้งสองให้ income ดีตอนตลาดขึ้น และหดตัวตอนตลาดลง นั่นถือเป็น procyclical income ซึ่งแก้ปัญหา retirement ไม่ได้.. ปัญหาจริงๆ คือ Sequence of Returns Risk.. ลองสมมติดู.. ถือ BTC $5M วันเกษียณ ใช้ 4% rule ถอนปีละ $200k ซึ่งเป็น baseline ที่ financial planner ทั่วโลกใช้กับ diversified port แต่ถ้าปีแรก BTC ร่วง 70% ซึ่งเกิดขึ้นจริงมาแล้วหลายครั้ง รวม drawdown 70-90%+ ในหลายรอบ... portfolio เหลือ $1.5M แต่ยังต้องถอน $200k อยู่.. safe withdrawal rate พุ่งเป็น 13% ทันที.. จากจุดนั้น math พังแล้วครับ.. ถึง BTC จะ recover 10x ก็ช่วยไม่ได้ เพราะ position ถูก liquidate ไปตอนถูกแล้ว.. ยิ่งไปกว่านั้น... 4% rule ถูกพัฒนามาจาก port ที่มี bonds เป็น buffer สำหรับ BTC-heavy port จึงควรใช้ safe withdrawal rate ที่ conservative กว่า คือ 3-3.5% (หรือน้อยกว่านั้นอีก) เท่านั้น.. $5M จริงๆ ควรถอนได้แค่ $150-$175k ต่อปี ไม่ใช่ $200k.. การ borrow against BTC แทนการขายก็ไม่ได้ช่วย... ตอนราคาร่วงหนัก LTV triggers margin call แล้ว liquidate อัตโนมัติตอนต่ำสุด.. ผลลัพธ์เหมือนเดิมแต่ควบคุมไม่ได้เลย.. port ที่ concentrate ใน single asset ยังมี single point of failure จาก regulatory change หรือ exchange risk อีกด้วย ซึ่งไม่มี institutional portfolio ระดับโลกยอมรับ.. นี่ไม่ใช่ bear case สำหรับ BTC นะครับ... ปัญหาอยู่ที่ structure ของ retirement ล้วนๆ.. ความผันผวนตอน accumulate คือ 「เพื่อน」... ซื้อเพิ่มได้ average down ได้.. แต่ความผันผวนตอน distribute คือ 「ศัตรู」... ต้องขายไม่ว่าราคาจะอยู่ตรงไหน.. . . แล้วถ้าถือ BTC เยอะอยู่จะทำยังไง?? ถ้าเป็นผม.. วิธีที่จะใช้คือ bucket approach แบ่ง portfolio เป็น 3 ชั้น... Bucket 1 (10-15%) .. cash + short bond, runway 2-3 ปี, ไม่แตะ BTC เลย.. ให้เวลา survive drawdown โดยไม่ถูกบังคับขาย Bucket 2 (40-50%) .. BTC + growth asset, horizon 5-10 ปี, รอ recover ได้เต็มที่.. ไม่มีแรงกดดันต้องขาย Bucket 3 (35-50%) .. cashflow asset เช่น dividend stock, rental, REITs หน้าที่หลักคือ generate yield มา refill Bucket 1 ทุกปี.. ทำให้วงจรนี้หมุนต่อได้โดยไม่ต้องแตะ BTC เลย.. logic คือ... อย่าให้ BTC กับค่าใช้จ่ายรายวันอยู่ใน bucket เดียวกัน.. ทางเลือกเพิ่มเติม... ค่อยๆ ทยอย convert BTC เป็น cashflow asset ในช่วง 3-5 ปีก่อนเกษียณ เพื่อลด concentration ก่อนเข้าสู่ช่วง distribute จริงๆ.. . . BTC คือ engine ที่「อาจ」พาไปถึงจุดเกษียณได้เร็วขึ้น... แต่ถ้าอยากให้ retirement ยั่งยืน structure ของ withdrawal สำคัญกว่า size ของ portfolio.. 「concentrate to build... diversify to survive...」

ไทย
0
2
1
432
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
@poppy_rjk เขายังมีเงินเดือนคะทุกคน ฮัลโหล 40นี่ยังมีงานทำคือ ยังมีคนจ้าง คือยังทำงานให้สังคม ยังจ่ายภาษี มีจ่ายประกันสังคม อย่างน้อยก็มีจ่ายโซนภาระก่อนแก่ ดีกว้าพวกที่ไม่เคยทำงานจ่ายภาษีเลย ล้มเหลวนี่ต้องพวกเบียดเบียนชาวบ้าน สร้างสงคราม จี้ปล้นฆ่าโน่น
ไทย
0
0
3
424
bunnytrader2
bunnytrader2@bunnytrader2·
มารีวิวกัน สงกรานต์หมดเงินไปเท่าไร?
ไทย
0
0
1
260
อะโระกาติ๊
เอาจริง คนคบกันไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดปะ ชั้นกับแฟนยังไม่ได้อยู่ด้วยกันเลย ชั้นอยู่ชาตินี้ แฟนชั้นอยู่ชาติหน้า
ไทย
59
22.5K
14.1K
859.4K