D.M.

76.5K posts

D.M. banner
D.M.

D.M.

@dmnbchs

progress is never free

Pessimism of the Intellect Katılım Nisan 2009
217 Takip Edilen5.3K Takipçiler
D.M.
D.M.@dmnbchs·
มีโต๊ะยืนละ ขาดลู่เดิน /เป้าหมายต่อไป ว่าแต่พี่แบ่งประสาทยังไงคะะะ นี่เวลาพิมพ์คือพิมพ์ ส่วนอื่นนิ่งขาไม่ขยับจนมันชามันบวม ให้เดินไปด้วยกลัวจะพิมพ์ไม่ออกอ่ะ
Than@thanr

ล่าสุดคือโต๊ะยืนพร้อมลู่เดิน

ไทย
0
0
0
9
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@Oxygen_totz 555 ขำตลาดสี่มุมเมืองกับตลาดไทมากค่ะ ประเด็นคือสคป.เวลาเร็วกว่าเราหนึ่งชม.ด้วยนะ แปลว่าเขาเคาะราคาใหม่กันตอนห้าทุ่มเหรอ งงไปหมด
ไทย
0
0
1
171
D.M. retweetledi
Ⓞⓧⓨⓖⓔⓝ_ⓣⓞⓣⓩ ™
@dmnbchs เขาบอกว่าต้องรอตลาดน้ำมันในสิงคโปร์กลับก่อนถึงสัปปะกาดได้ตอน 22:00 น แล้วที่ผ่านมามึงประกาศตอน 5 โมงเย็น 6 โมงเย็นได้อันนี้มึงอ้างอิงอะไรตลาดสี่มุมเมืองหรือตลาดไท
ไทย
1
5
4
241
D.M.
D.M.@dmnbchs·
แล้วทำไมต้องสี่ทุ่มอ่ะ? คือเมื่อก่อนก็ประกาศเย็นๆ ได้ ทำไมต้องสี่ทุ่ม??? ใครเพิ่งตื่นตอนนั้นเหรอ???
เรื่องเล่าเช้านี้@MorningNewsTV3

รอลุ้นได้เลย! “พิพัฒน์” รับ ราคาน้ำมัน มีโอกาสจะเกิดเรื่องราวเซอร์ไพรส์ในเวลา 4 ทุ่ม ทุกวัน ตราบใดที่สงครามยังไม่ยุติ . นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ, รมว.คมนาคม และ ผอ.ศบก. เผยในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ยอมรับว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสจะเกิดเซอร์ไพรส์ ในเวลา 22.00 ของทุกวัน ตราบใดที่สงครามยังไม่ยุติ เพราะสถานการณ์ขณะนี้คือวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันต้องลอยต่อตามสภาวะสถานการณ์โลก ถ้าสงครามยังเป็นอย่างนี้ ราคาต้องลอยตัวเรื่อยๆ แน่นอน ต้องสังเกตราคาน้ำมันจากสิงคโปร์และมาเลเซียในแต่ละวันเป็นหลัก . เมื่อถามว่า ราคาดีเซลจะถึง 50 บาท เป็นไปได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “ถ้าเหตุการณ์ยังไม่จบ เชื่อว่าถึง” #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง #กรรมกรข่าวคุยนอกจอ

ไทย
2
502
71
18.2K
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@aavvoollnpu จริงมากค่ะ ปัญหาใหญ่ๆ เลยของสาย agency (ที่จะได้เงินเยอะกว่า) คืองานขั้นสูงๆ ติด NDA กันหมด ห้ามบอก ห้ามไกด์ ห้ามเอามาเป็นตย.ต่างๆ น้ำท่วมปากอั่กๆ ซึ่งเรื่องค่าแรงเขาก็จะอ้างว่าค่าแรงมันเท่ากันไม่ได้ เพราะฝีมือทุกคนไม่เท่ากันอีก ยิ่งช่วงนี้คนทะลักเข้า บวกกับเไ เขาก็ยิ่งกดคนใหม่ๆ
ไทย
0
0
0
12
sometimes avocado 🇵🇸
ในส่วนวงการแปล เราว่าปัญหาคือมันคือไม่มีค่าแรงมาตราฐาน ไม่มีการรวมกลุ่ม ไม่มีสหภาพหรือหน่วยงานอะไรที่ปกป้องนักแปลด้วยมั้ยคะ คนได้งานค่าแรงดีก็โชคดีไป คนโดนกดบางทีก็ไม่มีทางเลือก
ไทย
1
0
1
111
D.M.
D.M.@dmnbchs·
tl:dr เราควรผลักการเรียนภาษาให้เป็นศาสตร์ที่ "ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินค่อยเรียน" เหมือนสายอื่นๆ ที่ตอนนี้หางานตรงสายในไทยยาก (ศิลปะ/ปวศ./โบราณฯ/pure science ฯลฯ) เหรอ? เอาจริง? หรือควรพยายามผลักดันให้งานที่ต้องใช้ specialist มีฐานการผลิตและมีทุนในไทยที่จะซัพพอร์ทคนที่เรียนมากันแน่
ไทย
1
303
273
10.6K
D.M. retweetledi
D.M. retweetledi
JuneFangirling
JuneFangirling@Junefolklorist·
กุขำ บอกสยามไม่เคยรบกับใครนอกจากพม่า เลยต้องเล่าเรื่องสงครามพม่ากันต่อ เอ่อ สยามน่ะ มันรบกะล้านนารบกับทางอิสาน รบกับทางใต้ กดขี่เขาออกบ่อยๆ สร้างอาณานิคมภายใน ตายเป็นเบือ ถ้าชอบเรื่องสงครามมากลองพล็อตแนวนี้บ้างก็ได้นะ
ไทย
0
58
52
1.6K
D.M. retweetledi
World of Statistics
World of Statistics@stats_feed·
🇹🇭 With South Korea’s birth rate rising by 10% annually while Thailand’s declines by 10% per year, Thailand will have the world’s lowest fertility rate in 2026, potentially one of the lowest in human history.
English
79
504
1.5K
135.3K
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@the9thbluebook เราไม่ได้พูดในบริบทการวิเคราะห์บทแปลในห้องเรียนซึ่งผู้เรียนต้องผ่านการสอบวัดระดับภาษามา แต่เป็นบริบทการวัด matrix ในการทำงานจริงในตลาดงานด้านภาษาโดยตรง(agency ตปท. 10+ yrs) เทียบจากนักแปลที่เรียนสายตรงมากับนักแปลที่ fluent แต่ไม่ได้เรียนมาค่ะ ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนค่ะ
ไทย
0
0
1
159
หนังสือปกน้ำเงินเล่มที่เก้า 📘
ไม่แน่ใจว่าที่พูดว่ายกตัวอย่าง law firm ก็เข้าใจแล้วนี่หมายถึงอะไรนะครับ แต่เรื่องความต่างผมอธิบายไปแล้ว ส่วนประเด็นอื่น ๆ ขอตอบดังนี้ - วิเคราะห์บทแปล สมัยผมเรียน ป.โท การแปลที่อักษร ได้เจอคนจบคณะอื่นมาเรียนค่อนข้างเยอะ หลายคนสามารถนำทฤษฎีที่เรียนมาวิเคราะห์บทแปลได้ละเอียดแม่นยำไม่แพ้คนจบเอกภาษา บทแปลที่ได้ก็มีคุณภาพเหมือนกัน คนจบเอกภาษาอาจจะเหนือกว่าในหลายด้าน แต่ performance โดยรวมไม่ได้ต่างกันอย่างที่หลายคนอาจกำลังคิดอยู่ครับ - ภาษาอังกฤษของทนายใน law firm ผมไม่ได้พูดถึงแค่ภาษากฎหมาย แต่พูดถึงทักษะภาษาโดยรวม หลายคนเก่งถึงเก่งมาก เก่งกว่าคนจบเอกอิ้งก็เจอมาเยอะแล้ว ซึ่งมันก็น่าตั้งคำถามต่อไปว่าคนที่เรียนเพียวอิ้งจะมีจุดขายอะไร ถ้ายังต้องดิ้นรนตลาดแรงงานปัจจุบัน - ประเด็นอยู่ที่สาขาที่เรียนหรือปัญหาคอขวดในตลาดแรงงาน คิดว่าทั้งสองอย่างครับ ทั้งสองคณะคนตกงานเยอะพอกัน แต่มนุษ/อักษรตกงานเยอะกว่านิดหน่อย ส่วนปัญหาคอขวดนี่ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก แต่คิดว่าน่าจะกระทบเกือบทุกคณะที่ผลิตบัณฑิตล้นตลาดมาก ๆ แต่ทีนี้ (ไม่แน่ใจว่านอกประเด็นรึเปล่า) อยากให้ลองดูว่าบรรดาหัวกะทิของนิติกับอักษร กลุ่มไหนหน้าที่การงานกับรายได้ดีกว่ากัน ส่วนตัวขอเดาว่านิติ - เอกอิ้งไม่ต้องเรียน ไม่จำเป็น หางานยาก ไม่ได้พูดอย่างนั้นครับ แค่กำลังบอกว่าด้วยความที่มันหางานยาก หาเงินยาก ถ้าอยากเรียนก็ต้องวางแผนดี ๆ ถ้าทางบ้านยังลำบาก บวกกับไม่แน่ใจว่าจะเก่งจริงมั้ยก็ไม่แนะนำ ศาสตร์แห่งอักษรเป็นอะไรที่ luxury ถ้า basic need ยังไม่รอด แต่ยังอยากเรียน ก็ต้องคิดให้ดี ตามนี้ครับ ส่วนเรื่องผมจบไก่การึเปล่าขอไม่พูดถึง ไม่ใช่ประเด็น ขอบคุณที่แสดงความคิดเห็นครับ
ไทย
1
0
1
673
หนังสือปกน้ำเงินเล่มที่เก้า 📘
ในฐานะที่จบเอกอิ้งมา มีอะไรจะพูดเยอะเลยเรื่องนี้ โดยส่วนตัวก็เป็นคนนึงที่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะไม่เลือกเอกนี้เหมือนกัน ไม่เรียนคณะนี้ด้วย ทั้งที่เป็นคนชอบภาษามาก ๆ มากถึงขนาดคอยอ่านหนังสือและฝึกทักษะตัวเองอยู่ตลอดเวลา เหตุผลคือ สิ่งที่เห็นหลังจากจบมาแล้ว เราเจอแต่คนนอกเอกที่เก่งอิ้งกว่าเรา แถมยังมีทักษะเฉพาะทางอย่างอื่นอยู่แล้วอีก มันทำให้เราคิดว่าน่าจะเลือกคณะที่เฉพาะทางมากกว่านี้ ภาษาเรียนเสริมเอาเองดีกว่า ซึ่งไม่ได้มีแค่เราที่คิดแบบนี้ เพื่อนเอกอิ้งไม่ว่าจะมหาลัยไหนก็พูดแนวนี้กันหลายคน ด้วยความที่ภาษาอังกฤษมันแทบจะเป็นเรื่องพื้นฐานไปแล้ว เพราะใคร ๆ ก็พูดได้ ต่อให้ไม่เก่งเท่าเอกอิ้ง ขอแค่สื่อสารรู้เรื่อง ก็เอาไปใช้ต่อยอดเส้นทางอาชีพได้ พอพูดอย่างนี้ก็จะมีเด็กเอกอิ้งบางคนเข้ามาดีเฟนว่าเอกอิ้งไม่ได้มีแค่ฟังพูดอ่านเขียน แต่ยังมีภาษาศาสตร์ วรรณคดี ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งทำให้เราลึกซึ้งมากกว่าคนอื่น ถามว่าจริงมั้ย จริง เรียนแล้วทำให้เราเข้าใจแก่นของภาษาจริง ๆ แต่ถามหน่อยว่ามีสักกี่คนที่ได้เอาความรู้พวกนั้นมาใช้จนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วคนเราเรียนหนังสือเพื่อจบไปหาเงิน ซึ่งความรู้พวกนั้นมันไม่ได้เป็นที่ต้องการของตลาดเหมือนความรู้ของคณะสายวิชาชีพเฉพาะ ส่วนตัวเห็นด้วยนะว่าความรู้ของอักษรก็มีคุณค่าในตัวเองและควรรักษาเอาไว้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในโลกทุนนิยมซึ่งความรู้เฉพาะของเอกอิ้ง (หรือคณะอักษร) ไม่ได้ใช้หาเงินได้ขนาดนั้น คนที่อยู่รอดคือคนที่เก่งจริง ต่างจากคณะวิชาชีพเฉพาะที่ต่อให้เก่งกลาง ๆ ก็ยังพอหาเงินได้มากกว่า ซึ่งเรื่องนี้โทษใครไม่ได้นอกจากระบบทุนนิยมที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ถ้าจะเรียนเอกอิ้ง หรือสาขา/คณะอะไรก็ตาม ก็ต้องเอาให้แน่ใจว่าเราจะเป็นหัวกะทิในแวดวงนั้นจริง ๆ แล้วก็ถ้าเรามารู้ตัวทีหลังว่าไม่ได้เก่งขนาดนั้นจะเอาตัวรอดยังไงต่อไป ถ้าบ้านมีเงินอยู่แล้วก็โอเค เรียนไปไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้าฐานะทางบ้านไม่ดี ก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วน เพราะเพื่อนในเอกที่เก่งกลาง ๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร ส่วนมากจะไปทำงานที่จบคณะอะไรมาก็ทำได้ เติบโตยาก ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ใช้ (เรารู้ดีว่าคณะเฉพาะด้านก็มีแบบนี้ แต่มั่นใจว่าเอกอิ้งมีเยอะกว่าแน่นอน) การจบสายอักษร/สังคมเปิดโอกาสให้เราได้กำหนดเส้นทางอาชีพตัวเอง ได้ทำอะไรที่เป็นสไตล์ของตัวเองเต็มที่ ไม่เหมือนคณะเฉพาะทางที่มีสภาวิชาชีพคอยกำหนดให้ เพราะงั้นถ้าจะเรียนสายนี้ เราต้องวางแผนให้ชัดเจนจริง ๆ ต้องมีใจรักและหาแนวทางของตัวเองให้เจอ ไม่งั้นก็จะเคว้งคว้างเหมือนหลายคนที่จบมาแบบไม่วางแผนอะไรเลย สุดท้ายก็ไปทำงานทั่ว ๆ ไป ไม่รู้จะเติบโตในหน้าที่การงานยังไง ถ้ายังค้นหาตัวเองไม่เจอก็กัดฟันเรียนอะไรที่มันเฉพาะทางไปก่อนดีกว่า อย่างน้อยเรายังมีสิทธิเลือกว่าจะทำวิชาชีพเฉพาะที่เราเรียนมาหรือจะทำงานอย่างอื่นที่เราชอบจริง ๆ เห็นบ่นขนาดนี้ถามว่าส่วนตัวเสียใจขนาดนั้นมั้ยที่เรียนเอกอิ้ง ก็ต้องบอกว่าไม่ขนาดนั้น อย่างน้อยมันยังเป็นอะไรที่เราชอบจริง ๆ เราเองก็เป็นคนที่รู้ตัวตั้งแต่จำความได้แล้วว่าชอบภาษา แล้วสมัยเรียนก็มีความสุขมากที่ได้เข้าเอกอิ้ง ทุกวันนี้ก็ทำงานแปล บวกกับทำแอคสอนภาษาด้วย เพียงแต่ว่าเราแอบคิดบ่อย ๆ ว่าจริง ๆ เราไม่ต้องเรียนลึกขนาดนั้นก็เก่งได้เหมือนกัน บวกกับเราเริ่มมองว่าความรู้ภาษาอังกฤษมันมีความพิเศษน้อยลงเรื่อย ๆ ถ้าเราจบอะไรที่มันเฉพาะทางกว่านี้ก็คงดี อะไรทำนองนี้ . . . พอจะรู้ตัวนะว่าความคิดอาจจะ problematic ไปบ้าง 5555 แต่เอาเป็นว่าเห็นต่างได้ ไม่ว่ากัน รับฟังทุกความคิดเห็น
bb💖@bbjubudotcom

ถ้าถามชั้น ชั้นไม่แนะนำใครมาเรียนเอกอิ้ง(อีกต่อไป) ครือ คุยกับเพื่อนเป็น 10ๆคน ทุกคนอregret อะ ว่าทำไม่เรียนอันอื่น เอกอื่น ภาษาอื่น คณะอื่น ทั้งที่คะแนนตอนติดเข้ามา เราไปได้เยอะอะ เลือกอันอื่นก็ได้ แต่ก็นะ รุ้อะไรไม่สู้รุ้งี้ เข้าใจทุกคนที่ลาออก/ย้ายคณะจากเอกกรุ 🐒😭

ไทย
35
5.2K
4.9K
782.2K
D.M. retweetledi
🤰🏻น้องลูกปลาบิบิ🤱🏻🐡 ft.วอนกยูจะต้องแมส
ขอให้เด็กภาษาทุกคนเติบโตโดนไม่เสียใจหรือตั้งคำถามอะไรกับสิ่งนี้อีก you have that liberal arts spirit in yourself 💛❤️ ได้มองโลกแบบคนศิลปศาสตร์แล้ว ขอให้เลนส์นี้อยู่กับเราไปจนชั่วชีวิต 🫶🏻🫶🏻🫶🏻🫶🏻
ไทย
0
28
30
2.6K
D.M. retweetledi
mentaiko 🎀
mentaiko 🎀@rxqyc18_·
ใดๆ คือ ไม่ใช่ว่าเรียนเอกภาษาละจะทำเงินไม่ได้ แต่บางทีเค้ากำลังกดเงินเรามากกว่านะ บางคนบอกว่าแค่นี้เอง จะเอาแพงอะไรขนาดนั้น อืม 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
ไทย
0
293
160
6.5K
D.M. retweetledi
Golf
Golf@igolf·
โดนผลกระทบจากสงครามกันทั่วหน้าขนาดนี้ แต่ยังเชียร์สงครามกันสนุกสนาน ผมนับถือพวกพรี่จริงๆ สมองปฎิเสธคอมมอนเซนส์ ชีวิตจะชิปหายยังไงก็ได้ ขอแค่ได้สนุกเวลามีข่าวยิงถล่มอีกฝ่ายไปวันๆ
ไทย
0
167
90
2.3K
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@porporlees "แต่" ตัวโตๆ วิชาการแปลมันหาเรียนที่เอกอื่นไม่ละเอียดเท่านี้อ่ะ การแปลระดับป.โทก็ไม่ได้สอนกันละเอียดโหดอย่างที่เราเรียนมา นั่นเป็นจุดหนึ่งที่ก็ต้อง grateful กับหลักสูตรของคณะในสมัยนั้นที่ปั้นจนมาเป็นแบบนี้
ไทย
0
0
0
93
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@porporlees จริงคุน คำว่า "เอกอิ้ง" กว้างเป็นมหาสมุทรเลย จาก alum เองอิ้งมอท่อ ทุกวันนี้ความรู้ป.ตรีจาก EG ที่ใช้จริงๆ แบบจริงจิงงงงงงเลยก็คือวิชาการแปลกับสกิลอ่านเขียนที่เก็บมา(บ้าง)เท่านั้น ที่เหลือคือที่ไปเก็บมาจาก LT JC PO HS ตั่งต่างซึ่งตอนเรียนก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ใช้ขนาดนี้
ไทย
1
1
2
256
Porpor L.
Porpor L.@porporlees·
ส่วนตัวว่าแล้วแต่คนแหละ แต่งานส่วนมากที่ทำเงินของเราก็ยังเป็นการสอนภาษาอังกฤษและวรรณกรรมอยู่ดี (พูดจริงๆ) ถามว่าเข้าใจคอนเซินคนที่เชียร์ให้ไปเลือก STEM ไหมก็เข้าใจได้ แต่เลือกได้ย้อนกลับไป ก็จะเลือกเหมือนเดิม ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนเลือกคณะ ก็คงต้องศึกษาเรื่องหลักสูตร (วิชาหลัก วิชาเลือก โครงสร้างหลักสูตร) ให้ครบๆ เพื่อไม่ให้มาเสียใจทีหลัง
bb💖@bbjubudotcom

ถ้าถามชั้น ชั้นไม่แนะนำใครมาเรียนเอกอิ้ง(อีกต่อไป) ครือ คุยกับเพื่อนเป็น 10ๆคน ทุกคนอregret อะ ว่าทำไม่เรียนอันอื่น เอกอื่น ภาษาอื่น คณะอื่น ทั้งที่คะแนนตอนติดเข้ามา เราไปได้เยอะอะ เลือกอันอื่นก็ได้ แต่ก็นะ รุ้อะไรไม่สู้รุ้งี้ เข้าใจทุกคนที่ลาออก/ย้ายคณะจากเอกกรุ 🐒😭

ไทย
3
64
106
9.7K
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@lemondayox หนักกว่าผู้ว่าจ้างไม่ให้ความสำคัญ คือเขา(ซึ่งเป็นคนไทย)ไม่มีความสามารถที่จะดูออกว่างานไหนดีหรือไม่ดีค่ะ แยกไม่ได้ เข้าใจความ frustrate ของทุกคนช่วงนี้มาก
ไทย
0
0
0
34
🍋 - レモン。
🍋 - レモン。@lemondayox·
@dmnbchs บางคนที่เคยทำงานด้วย จบสายงานที่ไม่ใช่แปล แต่มีใบเซอร์แยก+ความสามารถดี อะไรแบบนั้นก็คือได้แต้มต่อไปเต็ม ๆ สายภาษาล้วนนั่งมองตาละห้อย เอาตัวรอดยากมาก ๆ เลยค่ะถ้าไม่ได้เจนสนามหรือเจอผู้ว่าจ้างที่เขาให้ความสำคัญ ซึ่งผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่ก็มีคนโปรด ทีมโปรด กันอยู่แล้ว(ซึ่งก็ไม่ผิดเลย)
ไทย
1
0
0
51
🍋 - レモン。
🍋 - レモン。@lemondayox·
เรื่องน่าเศร้าของคนที่เรียกเอกภาษาแล้วมาทำงานแปลคือโดน google translate แย่งงานตั้งแต่ยุคก่อน เกิดอาชีพใหม่คือนักเกลาภาษาจาก ggtl ส่วนตอนนี้คนโยนให้เอไอ/แชทจีพีทีแปลหมด เรียบเรียงภาษาให้เรียบร้อย ถึงจะบอกว่าคุณภาพไม่เท่านักแปลจริง ๆ แต่คนที่ไม่ให้ค่าไม่ยอมจ่ายเขาทำงั้นกันหมดเลย
D.M.@dmnbchs

@the9thbluebook เรียนเอกอิ้ง ทำงานแปล ยังไม่เห็นความแตกต่างของคนที่เรียนมากับไม่ได้เรียนเหรอคะ??

ไทย
1
6
3
649
D.M. retweetledi
- (พัก)
- (พัก)@_anchr·
1 ในความล้มเหลวของการศึกษาไทย คือคนไทยเชื่อประวัติศาสตร์จากละคร/ภาพยนตร์แบบฝังหัว เชื่อทุกอย่างที่อยู่ในหนัง
ไทย
6
953
836
37.4K
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@the9thbluebook (ออกตัวนิดว่าไม่ได้สลิ่มเอกอิ้ง อิ้งที่สอนแต่การใช้ภาษาในธุรกิจอะไรพวกนั้นซึ่งเจอได้ในหลายมหาลัยก็เป็นเอกที่เอิ่มอ่า จบมาน่าจะหางานยากเหมือนกัน แต่ระดับคุณ เขียนว่าเป็นนักวิจัยภาษาคงไม่ได้จบไก่กา จึงแปลกใจว่าไม่เห็นความแตกต่างจริงหรือเมื่อทำงานจริง แต่ยก law firms ก็เข้าใจละค่ะ)
ไทย
1
0
3
1.8K
D.M.
D.M.@dmnbchs·
@the9thbluebook ใดๆคือจากตย.ที่คุณยก แน่นอนคนระดับเข้า law firms ได้ก็ต้องคล่องภาษากฎหมายมากกว่า แต่คนจบนิติ(ไทย)ตกงานก็เยอะมาก ดังนั้นประเด็นอยู่ที่เอกที่เรียนมาหรือปัญหาคอขวดในตลาดงาน? สต.เราจึงคิดว่าการบอกว่าไม่ต้องเรียน ไม่จำเป็น เพราะตอนนี้หางานยากค่อนข้าง misleading นิดนึง ด้วยความเคารพค่ะ
ไทย
1
2
5
2K