Parichat

15K posts

Parichat

Parichat

@parichat

United Kingdom Katılım Ekim 2008
2.3K Takip Edilen1.7K Takipçiler
Parichat retweetledi
𝐬𝐮𝐧𝐝𝐚𝐲🍒
ที่ฝากท้องประจำ - Wong kei ( Soho) ถูกและดี เหมือนไปกินร้านที่ฮ่องกง แนะนำบะหมี่เนื้อตุ๋น - Milk London กาแฟ&อาหารดี สายบรันช์ - V&A museum cafe คาเฟ่ที่ซ่อนตัวในพิพิธภัณฑ์ บรรยากาศอลังมาก - Eat Tokyo (มีหลายสาขา) ถูก&คุ้มค่า ขวัญใจนักเรียน
𝐬𝐮𝐧𝐝𝐚𝐲🍒 tweet media𝐬𝐮𝐧𝐝𝐚𝐲🍒 tweet media𝐬𝐮𝐧𝐝𝐚𝐲🍒 tweet media𝐬𝐮𝐧𝐝𝐚𝐲🍒 tweet media
nerf this คิดถึงพี่ฮีซึง@xmeowjesty

พี่ๆ เพื่อนๆท่านใดอยู่ลอนดอน/ เอดินบะระ ได้โปรดป้ายยาของกินถูกและดี หรือ free activity กราบ

ไทย
2
85
130
12.8K
Parichat retweetledi
𝕩Patt
𝕩Patt@siamesepatt·
มีเวลานั่งรถบัส/DLR/ เรือเล่น - นั่ง double decker สาย 24 กับสาย 11 ผ่านจุดชมวิวเยอะมาก - นั่ง DLR (รถไฟไม่มีคนขับ) ไป Greenwich มีมิวเซียมเข้าฟรี หรือไปบน Royal Observatory (แวะเล่นที่ Canary Wharf ก่อนได้) - ขากลับนั่งเรือ Thames Clipper จาก Greenwich มาลง Westminster
nerf this คิดถึงพี่ฮีซึง@xmeowjesty

พี่ๆ เพื่อนๆท่านใดอยู่ลอนดอน/ เอดินบะระ ได้โปรดป้ายยาของกินถูกและดี หรือ free activity กราบ

ไทย
0
9
29
2.1K
Parichat retweetledi
Chayanon Rakkanjanan
Chayanon Rakkanjanan@MrMessenger·
🔬เจาะลึก 4 โดมิโน ถล่มตลาดหุ้นสหรัฐฯ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 1. สัญญาณอันตราย: "Correction Territory" มาเยือนแล้ว 📉 นี่ไม่ใช่แค่การย่อตัวชั่วคราว แต่ดัชนีหลักของสหรัฐฯ ได้ร่วงทะลุจุดวิกฤตที่ -10% จากจุดสูงสุด ซึ่งตามทฤษฎีถือว่าเข้าสู่ "เขตปรับฐาน (Correction)" อย่างเป็นทางการแล้ว • Nasdaq Composite: ร่วงหนักสุดที่ -12.6% (หุ้นเทคฯ โดนเทขายหนัก เพราะคนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุน AI ท่ามกลางดอกเบี้ยแพง) • Nasdaq 100: ร่วง -11.4% • Dow Jones: ร่วง -10.0% • S&P 500: ร่วง -8.8% (กำลังจ่อคิวตามไปติดๆ) 2. ปากบอกยืดเวลา แต่หลังฉากทิ้งระเบิด! 💣 ความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ บนโต๊ะเจรจากำลังพังยับเยิน ทั้งที่ๆทรัมป์เพิ่งประกาศยืดเส้นตายออกไปแท้ๆ แต่อิสราเอล (ซึ่งอ้างว่าประสานงานกับสหรัฐฯ) กลับส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดใส่โรงงานผลิตเหล็กขนาดใหญ่ 2 แห่งและโรงไฟฟ้าของอิหร่าน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ "การตอบโต้ของอิหร่าน" พวกเขาไม่ได้ขู่จะยิงฐานทัพทหารแล้ว แต่ประกาศเตือนให้ประชาชนอยู่ห่างจาก "โรงงานในตะวันออกกลางที่มีคนอเมริกันถือหุ้นอยู่" ในรัศมี 1 กิโลเมตร นี่คือการประกาศเป้าหมายโจมตีไปที่ "ภาคธุรกิจและเอกชน (Corporate Assets)" ซึ่งจะสร้างความตื่นตระหนกให้กลุ่มทุนข้ามชาติอย่างมหาศาล 3. จุดจบของสายหวัง "ลดดอกเบี้ย" (Fed Rate Hike Fears) 🦅 เมื่อน้ำมัน Brent พุ่งไปแตะ $114 และ WTI แตะ $101 ความหวังที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในปีนี้ถูก "ลบออกจากกระดาน" ไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นักลงทุนเริ่มกลัวว่า Fed อาจจะต้องขึ้นดอกเบี้ยด้วยซ้ำเพื่อสกัดเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และฉุดความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้ดิ่งเหวต่ำสุดในรอบหลายเดือน 4. ภาคธุรกิจเริ่มกระอักเลือด (Corporate Casualties) 🚢 ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่ในกระดาษ แต่ลามมาถึงงบการเงินแล้ว หุ้น Carnival บริษัทเรือสำราญยักษ์ใหญ่ ร่วงลง 4.4% ทันที หลังจากต้องออกมาหั่นคาดการณ์กำไรปี 2026 ทิ้ง เพราะเดิมทีบริษัทตั้งงบค่าเชื้อเพลิงไว้ที่น้ำมันราคา $90 แต่ตอนนี้น้ำมันทะลุร้อยไปไกลแล้ว นี่คือสัญญาณเตือนว่าธุรกิจกลุ่มท่องเที่ยว การบิน และโลจิสติกส์ กำลังจะเจอฝันร้ายจากต้นทุนที่พุ่งทะลุเพดานครับ ----------- มุมมองผม (Mr.Messenger) มองว่า Wallstreet เข้าสู่โหมด "Risk-off" เต็มรูปแบบ เราเรื่มเห็นนักวิเคราะห์มองตรงกันว่า ตลาดจะไม่มีวันฟื้นตัวอย่างยั่งยืนด้วย "โพสบน Truth Social ของทรัมป์" อีกต่อไป ทางรอดเดียวที่จะหยุดการเทขายนี้ได้ คือต้องเห็นเรือสินค้าแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยแบบจริงๆ เท่านั้น Mr.Messenger รายงาน
Chayanon Rakkanjanan tweet media
ไทย
1
282
288
24.5K
Parichat retweetledi
#CryptoThaiCommunity
#CryptoThaiCommunity@s_chinnapas·
ที่เล่าให้ฟังในคลิปเพื่อนเล่าข่าวเมื่อเช้า มันคือสัญญาณวิกฤตการณ์ การเงินโลก อาจนำไปสู่ Subprime 2.0 ตามกันเพื่อน ๆ ธนาคารใหญ่อย่างUBS “ล็อกประตู” กองทุนอสังหาฯ UBS Real Estate GmbH ประกาศระงับการถอนเงิน (suspend redemptions) จากกองทุน Euroinvest มูลค่า €407 ล้าน (≈ $469 ล้าน หรือเกือบ 16,000 ล้านบาท) เป็นเวลา สูงสุด 3 ปี เหตุผลอย่างเป็นทางการ “สภาพคล่องไม่พอ” เพราะนักลงทุนขอถอนเงินจำนวนมาก แต่สินทรัพย์หลักคืออสังหาฯ เชิงพาณิชย์ที่ขายไม่ได้เร็วในตลาดปัจจุบัน ตอนนี้ UBS เข้าร่วมรายชื่อยักษ์ใหญ่ที่เจอปัญหาเดียวกันแล้ว Blue Owl • BlackRock • Blackstone • Apollo… คำถามคือ… ใครจะเป็นรายต่อไป? นี่ไม่ใช่ “ธนาคารล้ม” แต่เป็น สัญญาณเตือนใหญ่ ว่า ตลาดอสังหาฯ เชิงพาณิชย์ (CRE) ทั่วโลกกำลังเจอ liquidity crunch จริงจัง ดอกเบี้ยสูง + ตึกออฟฟิศว่าง → กองทุนเปิดหลายแห่งเริ่ม “กั้นประตู” ในวงการคริปโตเราเคยเจอแบบนี้มาแล้ว…ในยุคโจ ไบเดน Not your keys, not your coins → ตอนนี้คือ Not your cash until you actually withdraw #UBS #RealEstateCrisis #TradFiStress #CryptoThaiCommunity #เพจลงทุนเป็น #ลงทุนเป็น
#CryptoThaiCommunity tweet media
ไทย
0
53
65
3.8K
Parichat retweetledi
nerf this คิดถึงพี่ฮีซึง
เขียนเสร็จละ แปะไว้ เผื่อใครต้องขอ visa uk แบบ busienss visit (อยู่ภายใต้ประเภทเดียวกับ tourism) และ take side trip ต่อ (ก่อนหน้านี้เราหาข้อมูลบนเน็ตแล้วเจอข้อมูลกระจัดกระจายมาก ขอแต่งตั้งตัวเองเปน source of truth คร่) @rrabulous/how-to-%E0%B8%82%E0%B8%AD-uk-visa-%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99-4-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-c41ef211f1ad" target="_blank" rel="nofollow noopener">medium.com/@rrabulous/how…
nerf this คิดถึงพี่ฮีซึง tweet media
nerf this คิดถึงพี่ฮีซึง@xmeowjesty

วีซ่าผ่านละ ถถถถ 4 วันทำการ เร็วมากอ่ะ มีใครอยากให้รีวิวเรื่อง process การขอ / เอกสารที่ใช้ยื่นไหม (ไม่มี ก็จะเขียน)

ไทย
1
249
402
36.5K
Parichat retweetledi
Parichat retweetledi
Mintttch🐣
Mintttch🐣@Mintttch2·
Wall Street กำลังย้ายตัวเองขึ้น Blockchain NYSE จับมือ Securitize สร้าง Platform ซื้อขายหุ้น 24 ชั่วโมง . 24 มีนาคม 2026 New York Stock Exchange หรือ NYSE ซึ่งเป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเลือก Securitize เป็นพันธมิตรในการพัฒนา Platform ซื้อขายหุ้น Tokenized บน Blockchain โดย Securitize จะเป็น Digital Transfer Agent รายแรกบน Platform ใหม่นี้ และ Broker-Dealer ของ Securitize จะเชื่อมต่อกับ Platform ที่มีชื่อว่า Digital Trading Platform ด้วย . Securitize คือใคร? Securitize คือบริษัทที่ทำหน้าที่แปลงสินทรัพย์การเงินแบบดั้งเดิมให้กลายเป็น Token บน Blockchain โดย Tokenize สินทรัพย์ไปแล้วกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ ลูกค้าของบริษัทรวมถึง BlackRock, Apollo, KKR, Hamilton Lane และ VanEck รายได้โต 841% ใน 9 เดือนแรกของปี 2025 และกำลังอยู่ในกระบวนการเข้าตลาดหุ้น Nasdaq ผ่าน SPAC ที่มูลค่า 1,250 ล้านดอลลาร์ . Platform ใหม่ของ NYSE จะทำอะไรได้บ้าง? NYSE จะรวมระบบ Matching Engine ที่ชื่อ Pillar เข้ากับระบบ Blockchain สำหรับจัดการธุรกรรมหลังการซื้อขาย รองรับหลาย Chain สำหรับ Settlement และ Custody ความสามารถหลักที่จะเพิ่มขึ้นมีดังนี้ . - ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีปิดตลาด - Settlement ทันทีแทนระบบเดิมที่ใช้เวลา T+1 หรือ T+2 - สั่งซื้อเป็นจำนวนเงินได้โดยตรง ไม่ต้องซื้อทีละหุ้น - ใช้ Stablecoin เป็นช่องทางชำระเงิน . Transfer Agent ทำหน้าที่อะไร? Transfer Agent คือตัวกลางที่บันทึกรายชื่อผู้ถือหุ้น ออกและยกเลิกใบหุ้น ดูแลการจ่ายเงินปันผล และส่งรายงานประจำปีให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งในระบบใหม่นี้ Securitize จะทำหน้าที่เหล่านี้ทั้งหมดในรูปแบบ Digital บน Blockchain และทั้งสองบริษัทยังจะร่วมกันออกแบบมาตรฐานสำหรับ Transfer Agent รายอื่นๆ ในการออกและจัดการหุ้นบน Blockchain อย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย . ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด? ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ Tokenized Equities โดยตรง และการที่ NYSE ประกาศเรื่องนี้ก่อนได้รับอนุมัติจาก SEC สะท้อนว่า Wall Street กำลังเดิมพันว่ากฎหมายจะตามมา . Securitize ประกาศจะเปิด Platform ซื้อขายหุ้นจริงบน Blockchain ให้ผู้ถือมีสิทธิ์ผู้ถือหุ้นครบ รวมถึงสิทธิ์โหวตและรับเงินปันผล โดยระบุชัดว่า "นี่ไม่ใช่ตัวติดตามราคาหรือ IOU ต่อ Custodian แต่เป็นหุ้นจริงที่ออกบน Chain บันทึกใน Cap Table ของบริษัทโดยตรง" . ICE บริษัทแม่ของ NYSE ยังทำงานร่วมกับ BNY และ Citi เพื่อรองรับ Tokenized Deposits ข้ามระบบ Clearinghouse ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกโอนเงินและจัดการ Margin ได้นอกเวลาทำการธนาคารปกติ . แถมก่อนหน้านี้ในวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ICE ลงทุนประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ใน OKX Exchange Crypto ที่มีผู้ใช้งาน 120 ล้านคนทั่วโลก โดยประเมินมูลค่า OKX ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์ และได้ที่นั่งใน Board of Directors ของ OKX ด้วย ผลที่ตามมาคือผู้ใช้ OKX จะสามารถซื้อขาย Tokenized Stocks และ Derivatives ที่ Listed บน NYSE ได้โดยตรง ซึ่งคาดว่าจะเปิดในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 . ICE VP Michael Blaugrund ระบุว่าคู่แข่งของตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมในอนาคตอาจไม่ใช่ CME หรือ Nasdaq แต่อาจเป็น DeFi Protocol หรือ Super App อย่าง Robinhood และ Uniswap ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ ICE เลือกลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของ Crypto ก่อนที่จะสายเกินไป . แต่ยังคงต้องรอการอนุมัติจาก SEC ก่อนเปิดใช้งานจริง และกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ที่มีอายุนับร้อยปียังไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับโลก Blockchain โดยตรง โดยเฉพาะเรื่องนิยาม "การครอบครอง" หลักทรัพย์ที่ในโลก Blockchain หมายถึงการถือ Private Key ซึ่งไม่มี DTCC เป็นตัวกลางเหมือนในระบบเดิม . สำหรับเรา ถ้า NYSE ได้รับอนุมัติและ Platform นี้เปิดตัวสำเร็จ มันอาจเปลี่ยนพฤติกรรมการลงทุนไปอย่างถาวร เพราะตลาดหุ้นที่ปิด 4 โมงเย็นและหยุดสุดสัปดาห์จะกลายเป็นเรื่องอดีต สงครามอิหร่านที่ทำให้ Hyperliquid ระเบิดเพราะคนต้องการตลาดที่เปิดตลอดเวลาบอกอยู่แล้วว่าตลาดโลกต้องการสิ่งนี้ และตอนนี้ Wall Street กำลังจะให้มัน . ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน เป็นเพียงการนำเสนอข่าวเท่านั้น
Mintttch🐣 tweet media
ไทย
1
156
215
12.7K
Parichat retweetledi
haruya.eth.ink | 🦇
haruya.eth.ink | 🦇@HolAyau·
ยุคแห่ง AI กำลังมาแรง ไม่ว่าจะ Gen ไหนรุ่นอะไร ก็หนี AI ไม่พ้นทั้งนั้น วันนี้ผมไปทานข้าว ระหว่างทาน หูดันได้ยินโต๊ะข้างหลังกำลังคุยกันเรื่องการใช้ AI อย่างพวก Gemini หรือ claude พอหันไปเท่านั้นแหล่ะ โอ๊โห โคตรจะสุดยอด คุณน้าวัยประมาณ 50+ กำลังนั่งเล่าว่าเขาใช้ AI อย่างไร คือโหดมาก แล้วตอนเขาเล่า ผมพูดตามตรง ผมนึกว่า Gen Z หรือวัยทำงานแค่ 20-30 กำลังพูดเล่าอยู่ คือเขาเล่าแบบว้าวมากๆ และนี้คงเป็นคำตอบแล้วครับว่า มันจะดีกว่าหรือไม่ ถ้าเราเลือกที่จะเข้าใจ AI และเริ่มเรียนรู้ไปกับมัน
p3ddr0 FIRE🔥@p3ddr0x1

THE MUTUAL AMA EP3 AI 101 เริ่มต้นพื้นฐานใช้งาน twitter.com/i/broadcasts/1…

ไทย
3
39
59
8.6K
Parichat retweetledi
KuKKui
KuKKui@gKukkui·
ตอนนี้ Ai ของคุณกำลังขี้ลืมอยู่ใช่มั้ย? สอนอะไรไปก็เอ๋อๆอยู่หรือป่าว? ลองดูตามนี้ฮับ แล้วชูวิตจะเปลี่ยนไปป ----------------------- │ 1️⃣ QWEN.md → "ความจำระยะสั้น" (AI อ่านทันที) │ │ 2️⃣ ALL_SKILLS → "หนังสืออ้างอิง" (มนุษย์+AI อ่าน) │ │ 3️⃣ RAG → "ความจำระยะยาว" (AI ค้นหาได้) │ │ │ │ ทั้ง 3 ทำงานร่วมกัน → AI "จำ" ได้ดีที่สุด! 🧠 │
KuKKui tweet media
KuKKui@gKukkui

ถ้าถามว่าการมาของ Ai จะกระทบกับชีวิตของเราขนาดไหน? บอกได้เลยว่าตอนนี้น่าจะกลืนคนที่ยังใช้ Ai ไม่เป็นไปเรียบร้อยแล้วอะ จากในรูปคือแค่ 1% จาก 100% ของสกิลที่เราส่งให้ Ai ไปเรียนเพิ่มแบบโคตรของโคตรดีพ เรียกได้ว่าเกือบจะโละทีมฝั่ง Social media planner + Strategic Planner ออกทั้งทีม ( 3ปีที่แล้วเราจ้างทีมนี้ ค่าตัวประมาน เกือบสามแสนต่อเดือนได้ ) ปล. อยากแชร์อีกอย่างว่า สกิลของ Ai ที่ติดตัวมาส่วนใหญ่คือพอทำได้ระดับนึงแต่ไม่ถึง expert นะ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากเห็น Ai god mode แนะนำให้ส่งไปเรียนหรือพัฒนาเพิ่มขึ้น ปล2. เดี๋ยวถ้าน้อง Ai อีกตัวนึงเรียนจบแล้วจะเอามาแจกชาว THE MUTUAL ฮับ

ไทย
5
104
175
165.6K
Parichat retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
จาก post ล่าสุดเมื่อกี๊.. ที่ผมพูดถึงว่าใช้ team 4 คนสร้าง internal ops platform สำหรับ firm ผม.. โดยสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น.. ครบทุกอย่าง.. portfolio, risk engine, options chain, dynamic hedge monitor, LP tracker, compliance.. ทั้งหมดใน unified portal เดียว.. ใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์.. ด้วย Claude.. เลยอยากเขียนต่ออีกสักหน่อย... คือ..ของแบบนี้ถ้าซื้อ enterprise software ครบ stack.. รวมๆ กันค่าใช้จ่ายร่วม $1.5M~$6M ต่อปี.. (firm อื่นๆ ตัวเลขอาจจะน้อยกว่าหรือมากกว่านี้ เพราะว่าบาง software มันคิดราคาแบบ AUM-based price เช่น 0.008%~0.03%) แถมซื้อครบแล้ว.. ก็ยังไม่ได้ unified view จริงๆ อยู่ดี.. เพราะมันคือหลาย systems ที่ไม่ได้เชื่อมกัน.. ข้อมูลกระจัดกระจาย.. ต้อง export-import ระหว่างกัน.. แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นของ post นี้ครับ.. ประเด็นคือ.. ร่วม 30 ปีที่ผ่านมา.. พวกบริษัท software สร้าง moat ด้วยสิ่งเดียวกันหมดเลย.. 『COMPLEXITY』 「ระบบของไอซับซ้อนมาก.. ยูสร้างเองไม่ได้หรอก ซื้อดีกว่า..」 ซึ่งมันก็คือ business model ของ Addepar, Workday, ServiceNow, Veeva, SAP.. และก็ไม่ใช่แค่ finance software.. ทุก vertical SaaS ในทุก industry.. พวกนี้ไม่ได้ขายแค่ software.. แต่ขาย「ความเป็นไปได้ที่เราไม่มีทางทำเองได้」 ซึ่ง AI กำลังทำให้สินค้าพวกนี้หมดมูลค่า.. 『Build vs Buy』equation เลยเปลี่ยนไปแล้วอย่างถาวร.. ตลอดประวัติศาสตร์ของ software industry คำตอบส่วนมากมักเป็น「Buy」เสมอ.. เพราะ「Build」แพงเกินไป.. ช้าเกินไป.. เสี่ยงเกินไป.. ตอนนี้สมการนี้มันกำลัง flip ละ.. และเมื่อ「Build」กลายเป็นตัวเลือกที่ rational สำหรับ use cases ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ.. บริษัทที่ business model ทั้งหมดอยู่บน assumption ว่า「พวกมึงสร้างเองไม่ได้」ก็กำลังนั่งอยู่บน thesis ที่กำลังพัง..😅 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทพวกนี้จะ collapse ล่มจมพรุ่งนี้นะครับ.. switching cost ยังมีอยู่.. organizational inertia ยังมีอยู่..「ถ้ายังใช้งานได้ก็ไม่เปลี่ยน」mentality แบบนี้ยังมีอยู่.. แต่ตอน contract renewal มาถึงนี่สิ การตัดสินใจอาจจะเปลี่ยนไป.. เมื่อ CFO รุ่นใหม่ที่เข้าใจ AI เข้ามาและถามว่า「ทำไมเราจ่าย $2M ต่อปีให้ software ที่เราสร้างเองได้ใน 2 เดือน?」 เมื่อคู่แข่งใหม่ใน industry นึง build แทน buy และได้ cost structure ที่ถูกกว่า 80%.. churn จะไม่ค่อยๆ เกิด.. แต่มันจะเกิดเป็น wave.. และ historical data ที่ผ่านมาก็บอกว่า.. repricing ของ affected companies มักจะเกิดขึ้น ก่อน ที่ revenue จะเริ่มลดจริงๆ.. ตลาดไม่รอนะ.. พวกที่เสี่ยงมากที่สุด คือ.. vertical SaaS ที่ขาย complexity เป็นหลัก.. product ที่ value proposition คือ「ยากที่จะ replicate」แต่ตอนนี้แม่ง replicate ได้แล้ว.. Workday (HR + Finance software).. ServiceNow (IT workflow).. Veeva (life sciences CRM).. Guidewire (insurance software).. Tyler Technologies (government software).. ทุกเจ้าที่ moat หลักคือระบบที่ซับซ้อนที่ใช้เวลา implement นาน switching cost สูง.. นั่นคือ moat กำลังบางลงละ.. พวกที่ยังแข็งแกร่ง.. คือบริษัทที่ moat ไม่ได้มาจาก complexity.. network effects จริงๆ.. data moat ที่สะสมมาเป็นปีๆ.. บริษัทที่ moat มาจากอะไรบางอย่างที่ AI copy ไม่ได้.. Visa, Mastercard.. moat คือ network ที่มี merchants และ banks อยู่ทั้งสองฝั่ง.. AI สร้าง network แทนไม่ได้.. ต้องใช้เวลาและความไว้วางใจสะสม.. // Bloomberg.. moat ไม่ใช่ software.. แต่เป็น data relationships กับ exchanges และ institutions ทั่วโลกที่สะสมมา 40 ปี.. และ workflow ที่ฝังอยู่ใน muscle memory ของ traders.. // CoStar.. data moat จาก commercial real estate listings ที่สะสมมาเป็นสิบปี.. AI copy data ไม่ได้ถ้าไม่มี relationships กับ brokers และ property owners.. พวกที่ได้ประโยชน์ คือ enablers.. cloud infrastructure, developer tools, API platforms, data providers ที่ teams เล็กๆ ต้องพึ่งเมื่อ build เอง.. และบริษัทที่กำลัง use AI rebuild cost structure ของตัวเองอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ใช้เป็น marketing.. แนะนำว่าควรมีอย่างน้อย 3 คำถามสำหรับทุก software position ที่ถืออยู่.. 1.. moat ของบริษัทนี้มาจากอะไร? ถ้าคำตอบคือ complexity ของ product.. ให้ re-examine ใหม่ว่ายังจริงอยู่ไหมในปัจจุบันที่มี AI.. 2.. ลูกค้าของบริษัทพวกนี้ build แทน buy ได้ไหม? ถ้าได้.. churn risk สูงกว่าที่ model คาดไว้.. 3.. บริษัทนี้กำลังใช้ AI เพื่อ defend หรือ extend moat ของตัวเอง? หรือแค่ใช้เป็น marketing? นี่คือความต่างระหว่าง survivor กับ victim.. ตัวอย่าง.. - ดู headcount trend.. ถ้าบอกว่าใช้ AI แต่ headcount โตเท่าเดิม.. AI ยังไม่ได้เปลี่ยนอะไรจริงๆ.. - ดู R&D ว่า redirect มาทาง AI จริงๆ หรือเปล่า.. หรือแค่ add on top.. - ดูว่า product release cycle เร็วขึ้นไหม.. บริษัทที่ใช้ AI จริงๆ จะ ship เร็วขึ้นแบบเห็นได้ชัด.. - ดู gross margin trend.. ถ้าใช้ AI rebuild operations จริงๆ margin ควรดีขึ้นได้โดยไม่ต้องขึ้นราคา.. และที่สำคัญที่สุด.. ถามว่า「ถ้าเอา AI ออกจากบริษัทนี้พรุ่งนี้.. business เปลี่ยนไปแค่ไหน?」ถ้าคำตอบคือ「ไม่เปลี่ยนมาก」นั่นคือ marketing.. ถ้าคำตอบคือ「ระบบพัง.. ครึ่งนึงของ operation หยุด」นั่นคือ real.. ซึ่งผมไม่ได้หมายความว่า vertical SaaS จะตายหมดนะ.. แต่ investment thesis ที่ว่า「ลูกค้าสร้างเองไม่ได้ ก็ต้องซื้อเราตลอดไป」นั้น.. มันไม่เป็นไปตามนั้นอีกต่อไปแล้ว.. และตลาดยังไม่ได้ price ความจริงข้อนี้เข้าไปเต็มๆ.. ซึ่งก็ถือว่าเป็น opportunity.. และ risk.. ที่อยู่ตรงหน้าพวกเราตอนนี้ และคำถามที่ผมคิดว่าสำคัญมากก็คือ.. ใน portfolio เราตอนนี้.. มีบริษัทไหนบ้างที่ moat ทั้งหมดคือ「ลูกค้าสร้างเองไม่ได้」.. ถ้ามี.. อาจถึงเวลา re-examine thesis อีกครั้ง.. 😅 ไม่ใช่เพราะ revenue มันกำลังพังตอนนี้.. แต่เพราะตลาดมักจะ reprice ก่อนที่ตัวเลขจะเริ่มขยับ.. และตอนนั้นก็มักจะสายเกินไปแล้ว.. AI ไม่ได้แค่เปลี่ยน productivity.. มันเปลี่ยนนิยามของคำว่า「ทำได้」.. ซึ่งมันจะ reprice ทุกอย่างที่สร้างบน assumption เก่า..
JRT tweet media
4
24
67
3.3K
Parichat retweetledi
bongtao
bongtao@bongtao·
มีเพื่อนอยู่สองสามคนที่ออกจากโลก corporate แล้ว และเป็นเพื่อนที่อายุพอกัน academic/career track คล้ายกัน และเป็น Single Income, No Kids เหมือนกัน นี่จะนัดคุยอัปเดตชีวิตกับเพื่อนกลุ่มนี้อยู่เรื่อยๆ เพราะเราก็วางแผนออกจากโลก corporate ในช่วง 40s เหมือนกัน เพื่อนกลุ่มนี้เลยเป็นหนูทดลองชีวิต FIRE ให้เราก่อน พบว่าทุกคนพูดคล้ายกันหลายอย่างคือ - ชีวิตหลัง retired ไม่ได้ใช้เงินเยอะอย่างที่คิด ยิ่งพอสังคมเล็กลง ความอยากได้อยากมีจะลดลงตามไปเอง - เช่น ไปต่างประเทศก็ช้อปน้อยลงมาก โรงแรมก็นอนกลางๆ กินร้านดีๆบ้าง กลางๆบ้าง สลับกันไป ซึ่งไม่ได้ประหยัดเพราะกลัวเงินหมด แต่เพราะตอนทำงาน ได้ลองของดีๆมาหมดแล้ว ตอนนี้เลยไม่ตื่นเต้นแล้ว (เพื่อนใช้คำว่า very thin marginal gain, even 3-star michelin no longer excites you) - แต่ในที่สุดก็ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ เพราะมันต้องใช้เวลามหาศาล เช่น ไปเดินเทรลที่ยุโรปเดือนนึง - การใช้เงินจะเป็นเรื่องใหญ่ๆมากกว่า เช่น ซ่อมบ้าน ดูแลพ่อแม่ ไรงี้ - ถ้าปิด risk ในชีวิตจนหมดก่อนเกษียณ เช่น ไม่มีภาระหนี้ผ่อนรถผ่อนบ้านแล้ว มีประกันสุขภาพแล้ว ชีวิตจะวางแผนง่ายขึ้นมาก - พอเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่สุด สิ่งที่เครียดที่สุด คือการค้นหา purpose ใหม่ให้ชีวิต เป็นขั้นตอนที่ต้อง trial & error ลองผิดลองถูกไปเรื่อยพอสมควร และบางคนก็ยังไม่เจอ - บางคนเลิกเล่นโซเชี่ยลไปเลย หรือ read only แต่ไม่โพสไม่อัพเดทใดๆทั้งนั้น ทั้งๆที่จริงๆมี activity ในชีวิตมากมาย ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าไม่ได้รู้สึกขาดหายอะไรไปนะ - การมีเวลาเหลือล้น ก็น่ากลัวเหมือนกัน มันกลายเป็นความกดดันให้ตัวเองต้องหาอะไรทำเพื่อถมเวลาว่างมหาศาลเหล่านั้น ซึ่งจริงๆถมยังไงก็ไม่เต็ม ใดๆแล้ว เงื่อนไขชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน อ่านแล้วไปใส่ not all กันเอง เอามาแชร์ให้ฟัง
ไทย
12
2.6K
2.2K
255.1K
Parichat retweetledi
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
เรื่องนี้อยากเล่าเหมือนกัน แฟนผมเขาเป็น Sales Analyst แล้วอยากได้ระบบติดตามยอดขายกับทำ analysis แต่ก็ไม่อยากจ้าง production หรือให้ทีม dev อะไรวุ่นวาย นางเลยเบิกงบ $20 (จากผม😂) แล้วเอาไปสร้างระบบที่นางอยากได้ สรุปคือได้ - Dashboard ติดตามยอด - ระบบหลังบ้านให้ sales man เข้ามาดูยอดของตัวเองผ่านรหัสของตัวเอง - บันทึกและดึงข้อมูล realtime มีหน้าบ้าน+หลังบ้าน - นางภูมิใจมากเพราะเป็น Mega Project ที่ไม่คิดว่าจะทำได้ แต่มันเกิดขึ้นแล้ว และ sales man เข้ามาใช้งานระบบมากขึ้นเรื่อยๆ ผมเลยเชื่อเสมอว่า AI มันไม่ได้มาแทนหรอก มันมาเสริมความสามารถคนและแบบที่พี่โจบอกเลย คือมันมาเปลี่ยนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้ยาก ให้เป็นไปได้ กลายเป็นว่า $20 ที่เสียไป ได้ระบบ internal+ผลงานติดตัว มันโคตรจะคุ้มค่าเลยครับ
JRT@JRTDesk

ให้ in-house programmers ทำ Internal Operations Portal ขึ้นมาเองโดยใช้ Claude ช่วย.. แป๊บๆ เสร็จละ.. 📖คือ.. ปกติมันไม่มีใครทำ platform ที่รวมครบทุกอย่าง all-in-one จริงๆ สักที.. ส่วนมากพวก Addepar, Allvue Systems, FundCount, Dynamo, SS&C Advent Geneva พวกนี้ก็ Portfolio + Reporting.. พวกเฉพาะทาง Risk Management อย่าง MSCI RiskMetrics, Axioma, Numerix ก็แยกต่างหาก.. อาจจะมีบ้างที่รวม LP, IR, Compliance เข้าไปใน package ด้วย.. ส่วนพวกจัดการ Tasks, Projects, Internal Ops นี่ไม่มีใครทำได้ดีจริงๆ เลย.. ส่วนใหญ่ใช้ Jira, Asana หรือ Notion แทน.. การจะทำรวมกันจาก scratch นั้น.. แม่งงานช้าง.. เมื่อก่อนต้องระดับ Two Sigma, Citadel ถึงจะทำกันได้.. (หลักหลายร้อย engineers สะสมมาเป็นสิบๆ ปี..) firms อื่นๆ อย่างดีก็แค่ทำ API Integration Layer เอาของที่มีอยู่แล้วมารวมกัน.. ข้อดีมีเยอะก็จริง แต่ก็ยังต้องพึ่ง vendors.. ค่า API feeds รายเดือน.. API เปลี่ยน spec ก็ต้องแก้ code.. เล็กลงมาอีกก็ทำแค่ UI เอง แล้วพึ่ง Market Data / Options / Greeks APIs.. ไม่ว่าจะแบบไหน.. เงินก็หลักหลาย $M ต่อปี.. เวลาก็เป็นปีๆ.. คนก็เป็นสิบๆ คน.. แต่นี่พอ programmers เป็น in-house อยู่แล้ว บวก Claude.. build application layer ทั้งหมดจาก scratch.. portal, risk engine, hedge monitor, ops layer.. โดยไม่ต้องพึ่ง SaaS สักเจ้า.. ไม่ใช่ scratch แบบ Citadel ที่ต้อง build exchange infrastructure ทั้งหมด.. แต่ scratch ในแง่ที่ว่าไม่จ่าย license ใครแม้แต่บาทเดียว.. 4 คน + Claude + ไม่กี่ weeks.. เทียบกับ enterprise stack แบบครบ = $1.5M ~ $6M ต่อปี.. แล้วก็ยังไม่ได้ unified view ครบเครื่องจริงๆ อยู่ดี.. ผมว่า AI ไม่ได้แค่เปลี่ยน productivity.. มันเปลี่ยนนิยามของคำว่า「possibility」ไปเลย.. สิ่งที่เมื่อก่อนเป็น moat ของ firms ใหญ่ๆ ตอนนี้ in-house ไม่กี่คนก็ทำได้.. ถ้าใช้ tools ถูกต้อง..

ไทย
4
1.9K
1.8K
208.5K
Parichat retweetledi
InnovestX
InnovestX@invxsecurities·
🚀 แจกฟรี! Skill ลับบน Claude สำหรับสายการเงิน ยกระดับการลงทุน เสมือนมีนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินระดับโลกมาช่วยสรุปงบให้แบบส่วนตัว! ============================== ยุคนี้ลงทุนทั้งทีต้องมี AI เป็นผู้ช่วย! 💡 สำหรับนักลงทุนท่านไหนที่ต้องคอยติดตามอ่านงบการเงิน หรืออยากได้บทวิเคราะห์ผลประกอบการแบบเจาะลึก แต่ไม่อยากเสียเวลามานั่งสรุปข้อมูลเอง วันนี้ InnovestX ขอแนะนำเครื่องมือเด็ดที่จะช่วยประหยัดเวลาให้คุณแบบสุดๆ ครับ ขอแนะนำฟีเจอร์ "Earnings Analysis Skill" ปลั๊กอินส่วนเสริมที่จะเปลี่ยน Claude ธรรมดาให้กลายเป็นผู้ช่วยนักวิเคราะห์ทางการเงินระดับโปร 💼 ความเจ๋งคือ AI ตัวนี้จะไปรวบรวมข้อมูลงบการเงินล่าสุดที่เพิ่งประกาศออกมา นำมาวิเคราะห์ และสรุปจัดรูปแบบออกมาเป็นรายงานในไฟล์ Microsoft Word ให้เราพร้อมใช้งานทันที! ที่สำคัญคือ ใช้งานได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนแถมเมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ยังสามารถเรียกใช้ได้ตลอดเวลาผ่านทั้งเว็บไซต์และแอปพลิเคชันบนมือถือเลย ============================== 💻 วิธีติดตั้ง Earnings Analysis Skill ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย (1) เข้าไปที่ลิงก์ github.com/anthropics/fin… เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ (2) กดดาวน์โหลดไฟล์แบบ Zip ลงมาที่คอมพิวเตอร์ แล้วทำการ แตกไฟล์ (Extract) ให้เรียบร้อย (3) เข้าไปตามพาทโฟลเดอร์นี้: equity-research > skills > earnings-analysis (4) เลือกโฟลเดอร์ที่ชื่อ "references" และไฟล์ "SKILL.md" แล้วจับ 2 อย่างนี้มาสร้างเป็นไฟล์ Zip ไฟล์ใหม่ (5) ตั้งชื่อไฟล์ Zip นี้ตามต้องการ (ชื่อนี้จะแสดงเป็นชื่อ Skill ใน Claude ครับ) (6) เปิดเว็บเบราว์เซอร์เข้าไปที่ claude.ai/customize/skil… (อย่าลืมล็อกอินบัญชี Claude ให้เรียบร้อย) (7) กดที่เครื่องหมาย “+” เพื่ออัปโหลดไฟล์ Zip ที่เราเพิ่งสร้างเมื่อสักครู่ 😎 เสร็จเรียบร้อย! กลับไปที่หน้า Chat เพื่อทดลองเรียกใช้งาน Skill นี้ได้เลยครับ ============================== 💬 ตัวอย่างคำสั่ง (Prompt) สำหรับเรียกใช้งาน เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว ลองพิมพ์คำสั่งง่ายๆ ตามนี้เพื่อวิเคราะห์หุ้นตัวที่สนใจได้เลยครับ - "Create an earnings update for [ใส่ชื่อบริษัท] Q3 2024" - "Analyze [ใส่ชื่อบริษัท]'s quarterly results" - "Post-earnings report for [ใส่ชื่อบริษัท]" - "Q1/Q2/Q3/Q4 update for [ใส่ชื่อบริษัท]" เพียงเท่านี้ Claude ก็จะจัดทำรายงานฉบับโปรมาให้เราวิเคราะห์ต่อยอดได้ทันที 📊 ============================== ⚠️ ข้อควรระวังในการใช้งาน: (1) ตรวจสอบข้อมูลเสมอ: แม้ AI จะเก่งและช่วยย่นระยะเวลาได้มาก แต่ในการลงทุน "ความแม่นยำของข้อมูล" คือสิ่งสำคัญที่สุด นักลงทุนควรตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลข และใช้ดุลยพินิจของตนเองประกอบการตัดสินใจลงทุนเสมอครับ (2) ภาษาของรายงาน: เนื่องจากชุดคำสั่งและต้นฉบับ Skill ถูกออกแบบมาเป็นภาษาอังกฤษ ผลลัพธ์ในไฟล์ Word จึงจะเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งจะได้คำศัพท์เฉพาะทางทางการเงินที่เป็นมาตรฐานสากลครับ นักลงทุนท่านไหนที่ลองติดตั้งและนำไปใช้วิเคราะห์ผลประกอบการหุ้นตัวไหนแล้วได้ผลลัพธ์น่าสนใจ มาคอมเมนต์แชร์กันได้เลยนะครับ! หรือถ้าติดปัญหาการติดตั้งตรงไหน พิมพ์ถามไว้ใต้โพสต์นี้ได้เลย อ้างอิง: 1. Anthropics: github.com/anthropics/fin… 2. ขอขอบคุณข้อมูลจาก อาจารย์ Kanis Saengchote: facebook.com/ksaengchote/po… #INVXAI #InnovestX #ClaudeAI #Investment #AIช่วยลงทุน
InnovestX tweet media
ไทย
8
1.7K
2.2K
365.8K
Parichat retweetledi
Earn Earn🩷
Earn Earn🩷@earn_monicha·
อันนี้เจ๋งมาก AI ไปไกลกว่าที่คิดอีกแล้ว 😂 “ปลอกคอวัวอัจฉริยะ” จาก Halter 🐄 - ใช้ AI สร้างรั้วเสมือน (virtual fence) ไม่ต้องล้อมจริง - ติดตามตำแหน่ง + สุขภาพวัวผ่านแอป - ใช้เสียง/แรงสั่น “ต้อนวัวจากมือถือ” → กดปุ่มแล้ววัวเดินมารวมกันเอง - ตอนนี้มีใช้งานแล้วกว่า 600,000 ตัว - ช่วยลดแรงงานคน + เพิ่มประสิทธิภาพฟาร์มแบบชัดเจน เคย raise ~$100M ที่ valuation ~$1B และกำลังจะไป $2B โดย Founders Fund ของ Peter Thiel AI ไม่ได้แค่แทนงานคน แต่มันกำลัง “ควบคุมโลกจริง” ตั้งแต่ฟาร์มไปจนถึง supply chain (คลิปในเธรดค่ะ) #AI
Earn Earn🩷 tweet media
Milk Road AI@MilkRoadAI

This is WILD. Peter Thiel just bet $2 billion on a collar that wraps around a cow’s neck. The company is called Halter and it has a proprietary algorithm that runs the entire operation. They actually trademarked the name for it and called it the Cowgorithm and here's how it works. A farmer opens an app, taps a button, and 600,000 cows across three countries start walking toward the milking station on their own. No farm dogs, fences or physical labor, it's just a solar-powered GPS collar sending sound and vibration cues to each animal. The collar does more than move cows around. It monitors digestion, fertility cycles, and health patterns in real time, 24 hours a day, using machine learning trained on the behavior of hundreds of thousands of animals. Halter was founded by a rocket engineer who built spacecraft at Rocket Lab before deciding that farming was the bigger unsolved problem. US ranchers alone have already used the technology to build over 11,000 miles of virtual fencing, roughly the full perimeter of the continental United States, saving an estimated $220 million in physical fencing costs. Halter's previous funding round valued the company at $1 billion. This new round, led by Thiel's Founders Fund, doubles that valuation to $2 billion before the new money even hits the account. And they charge farmers between $5 and $8 per animal per month on a subscription model, meaning the more cows they collar, the more locked-in the revenue becomes. The most powerful venture capitalist on earth just decided that the future of food and farming runs through an algorithm named after a cow. He might be right.

ไทย
8
556
482
69.3K
Parichat retweetledi
joe black
joe black@joe_black317·
อัพเดตสถานการณ์การระบาดของ #โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ กรุ๊ปMenB ที่อังกฤษ ▪️ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็น 20 ราย จากเดิม 15 ราย ▪️ยืนยันติดเชื้อแล้ว 9 ราย อีก 11 รายยังอยู่ระหว่างรอผล ▪️เสียชีวิต 2 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหมด มีรายงานอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ▪️ตาบอดบางส่วน ▪️เดินไม่ได้ ▪️สูญเสียอวัยวะ ▪️สมองพิการถาวรในผู้รอดชีวิต (อัตราประมาณ 10-20% ของผู้รอดชีวิต)
ไทย
0
1.6K
455
75.1K
Parichat retweetledi
Hyper Shark!
Hyper Shark!@HyperSharkk·
เค้ก 5 ชั้นที่ป๋า Jensen Huang พุดถึง... Energy → Chips → Infrastructure → Models → Applications Layer ล่างสุดที่เป็น Foundation ของ sector Ai คือ Energy เพราะ data center กินไฟมหาศาล บริษัทพลังงานอย่าง $VST $TLN $CEG $OKLO เลยได้ประโยชน์ Layer 2 คือ Chips ชิปคือสมองของ AI เช่น $NVDA $TSM $AVGO $AMD $MU อันนี้ไม่ต้องพูดกันมาก เพราะทุกคนก็เข้าใจกันอยู่แล้ว Layer 3 คือ Infrastructure คนที่สร้าง data center และ GPU cloud ก็มี $ORCL $CRWV $NBIS $IREN (อย่าง $NBIS ที่เป็น Neocloud ก็น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ) Layer 4 คือ Models ส่วนมากจะเป็นบริษัทที่พัฒนาโมเดลและแพลตฟอร์ม AI อย่าง $GOOGL $MSFT $AMNZ $META และ Layer 5 บนสุด คือ Applications คือคนที่เอา AI ไปใช้จริง เช่น $TSLA $CRM $SHOP $PLTR อย่าคิดว่า sector AI จะมีแค่บริษัทเดียวที่จะชนะ เพราะ ecosystem ของ sector นี้มันมีหลาย layer และเงินลงทุนจะไหลผ่าน ทุก layer จริงๆ อยู่ที่ว่าไหลผ่านต้วไหนมากน้อยกว่ากัน
Hyper Shark! tweet media
4
459
555
19.4K
Parichat retweetledi
iwhale
iwhale@iwhale·
OpenClaw 101 + Demo "สร้างน้องกุ้งไปหาเงิน!" 💰🤑 เป็นวงคุยที่มีคนมากันคึกคักขึ้นเรื่อยๆทุกครั้ง เมื่อคืนมามีคนเข้าร่วม 173 คน ช่วงที่ฮือฮาที่สุดคือ ตอนคุณ @blackshark0x แชร์และสาธิตการใช้ OpenClaw ช่วยสร้าง Shopee Affiliate แบบไม่คิดอะไรตอนแรก แต่โพสต์เดียวทำยอดขาย 3-4 แสนบาท 😱 ผมลองให้ AI สรุปสิ่งที่เราคุยกันมาหนึ่งชั่วโมงครึ่งได้ตามนี้เลยครับ ภาพรวมของการพูดคุยใน session นี้คือ community discussion เรื่องการใช้ OpenClaw และ AI Agent ในโลกจริง โดยบรรยากาศไม่ใช่ lecture แต่เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง developer และ hacker community ผมสรุป โครงสร้างของการคุยทั้ง session ให้เข้าใจง่าย ๆ ดังนี้ ภาพรวมการพูดคุยทั้งหมด 🤖 1. เปิดห้องและเช็คว่าใครใช้ OpenClaw แล้ว ช่วงแรกทุกคนเข้ามาทักทาย และผู้จัดถามว่ามีใครใช้ OpenClaw แล้วบ้าง คำตอบของคนในห้องมีหลายแบบ เช่น - บางคนยังไม่เคยใช้ - บางคนเพิ่งเริ่มทดลอง - บางคนใช้ทำงานจริงแล้ว เช่น - ใช้ทำ pentest / IoT / GitOps - ใช้ สรุปข่าว cybersecurity - ใช้ deploy server อัตโนมัติ Insight ของช่วงนี้คือ คนจำนวนมากสนใจ OpenClaw แต่ยังอยู่ในช่วงทดลอง สะท้อนว่า ecosystem ยังอยู่ช่วง early adopter learning phase 2. อธิบายว่า OpenClaw คืออะไร มีคนถามแบบมือใหม่ว่า "OpenClaw คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร" ในห้องช่วยกันอธิบายว่า OpenClaw คือ ระบบที่ใช้เชื่อม AI model กับ tools เพื่อให้ AI ทำงานจริง แนวคิดคือ AI Model ↓ OpenClaw ↓ Skill / Tools ↓ Automation หรือพูดง่าย ๆ AI ไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่สามารถสั่งงานระบบได้ มีคนสรุปสั้น ๆ ว่า "มันคือ gateway ที่เอา skill มาให้มันใช้ทำอะไรก็ได้" 3. คุยเรื่อง AI Model ที่ใช้ ใน session มีการแชร์ว่าแต่ละคนใช้ model อะไร เช่น - Qwen - Minimax - Gemini - Kimi Code - Claude Insight ของช่วงนี้คือ ไม่มี model เดียวที่ครองโลก คนใช้ multi-model strategy Claude Code ยังเป็น benchmark ของ dev แม้มีเครื่องมือใหม่ แต่มีคนพูดว่า "ชอบ Claude code สุดล่ะตอนนี้" แต่ Opus แพงมาก (“ราคาขายบ้าน”) มีคนเห็นด้วย Claude Code ยังเป็น reference point ของ AI coding 4. แลกเปลี่ยน Use Case หลายคนแชร์ว่าเอา OpenClaw ไปใช้ทำอะไร เช่น - Automation - ทำงานซ้ำ - สรุปรายงาน - deploy server - Security - pentest - automation security task - Personal assistant - สรุปยอดขาย - สรุปข้อมูล - IoT มีคนเล่าว่าจะเอาไปทำ dashboard เทรด crypto ดึง API exchange สรุปกำไรขาดทุนอัตโนมัติ มีคนเสนอว่าอนาคต agent อาจอยู่บน microcontroller และ IoT device แล้วคุยกับ agent ตัวกลาง 5. คำถามระดับ Enterprise มีคนถามว่า ถ้าองค์กรจะใช้ OpenClaw ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง เช่น - security - environment separation - access control คำตอบคือ ต้อง - แยก environment - จำกัดสิทธิ์ agent - ควบคุมการเข้าถึง API 6. Demo จากคุณ BlackShark 🦈 @blackshark0x ช่วงท้ายของ session คุณ BlackShark แชร์หน้าจอและ demo หลัง demo คนในห้องตอบสนองแรงมาก เช่น “ของดีจัด” “สุดยอด” “สุดเทพ” แปลว่าเป็น use case ที่ practical และน่าสนใจ 7. คุยเรื่อง Community และ Event หลัง demo เริ่มคุยเรื่อง - จัด workshop - meetup - community event มีคนเสนอสถานที่ เช่น - TechTalk Thai community space และมีคนขอ event ที่มีทั้ง online และ onsite AI agent ecosystem ตอนนี้ AI developer community ในไทยกำลังโต community learning สำคัญกว่าคอร์ส Demo สำคัญกว่า ทฤษฎี Insight ที่ลึกที่สุด (Meta Insight) Session นี้สะท้อนชัดว่า AI ecosystem กำลังเข้าสู่ยุค “Agent Orchestration” ไม่ใช่แค่ - model - prompt แต่เป็น - skill - workflow - automation - multi-agent ติดตามกิจกรรมต่อๆไปได้จากในคอมเมนต์นะครับ 👇👇
iwhale tweet mediaiwhale tweet mediaiwhale tweet mediaiwhale tweet media
ไทย
3
272
452
26.3K
Parichat retweetledi
👩‍🌾0xAirdropFarmer
👩‍🌾0xAirdropFarmer@0xairdropfarmer·
Microsoft เพิ่งจับมือ Anthropic เปิดตัว AI ที่รันงานออฟฟิศแทนคนได้ และอาจแทนที่แรงงานออฟฟิศหลายล้านคน 😱 ชื่อว่า Copilot Cowork บอกแค่ว่าอยากได้ผลลัพธ์อะไร → ระบบแปลงเป็นแผนขั้นตอนการทำงาน → ดึงข้อมูลจากอีเมล, ประชุม, ไฟล์, แชท → แล้วลงมือทำจริงใน Outlook, Teams, Excel, PowerPoint ทำได้ทั้ง: สร้างสไลด์ประชุม / รีเสิร์ชบริษัท / จัดทำรายงาน / จัดตารางนัด / รีออร์แกไนซ์ปฏิทิน ทำงานในพื้นหลังจนเสร็จ😱 Microsoft 365 มีผู้ใช้กว่า 400 ล้านคน นี่อาจเป็นครั้งแรกที่คนทำงานจะมี AI ที่ทำงานแทนพวกเขาได้จริงๆ หมายเหตุ: Copilot Cowork จริงๆ แล้วเป็นผลิตภัณฑ์ของ Anthropic โดยตรง (ไม่ใช่ partnership กับ Microsoft) เป็น desktop agent สำหรับ non-developers ที่ automate งานไฟล์และ task management ครับ
Satya Nadella@satyanadella

Announcing Copilot Cowork, a new way to complete tasks and get work done in M365. When you hand off a task to Cowork, it turns your request into a plan and executes it across your apps and files, grounded in your work data and operating within M365’s security and governance boundaries.

ไทย
3
1.6K
977
118.8K
Parichat retweetledi
Jaynit
Jaynit@jaynitx·
Sam Altman literally gave a 43-minute masterclass on turning ideas into billion-dollar companies:
English
83
1.4K
6.7K
901K
Parichat retweetledi
Galadriel
Galadriel@Galadriel_TX·
เห็นด้วยค่ะ ถ้าสงครามยืดเยื้อพันธบัตรสหรัฐอาจถูกเทขาย ประเทศในอ่าวเปอร์เซียถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนมาก ถ้าการส่งออกน้ำมันของประเทศเหล่านี้มีปัญหากระทบกับรายได้ของเขา ๆ ก็อาจจะขายพันธบัตรสหรัฐ ผลคือ Bond yield จะปรับตัวสูงขึ้น และแน่นอนการเงินโลกจะตึงตัว ความเสี่ยงตอนนี้คือ 1. ราคาปุ๋ยโลกจะสูงขึ้น 2.ราคาน้ำมันและก๊าซสูงขึ้น 3.จีนซึ่งพึ่งพลังงานจากภูมิภาคนี้ ถ้าสงครามลากยาว วิกฤตเศรษฐกิจจีนไม่จบ ตอนนี้ที่เห็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อ 1.ราคาพลังงาน 2. tariff 3.ISM เริ่มเด้งแล้ว
Chayanon Rakkanjanan@MrMessenger

เข้าสู่วันที่ 6 แล้วนะครับ สถานการณ์วันนี้ที่เกิดขึ้น เต็มไปด้วยจุดพลิกผันในหลายมิติ ตอนนี้เหตุการณ์ลุกลามเกินกว่าแค่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านไปมากแล้ว มีอะไรที่นักลงทุนต้องรู้บ้าง อ่านต่อเลย 🛢️วิกฤตพลังงาน ตอนนี้อัมพาตทั้งระบบ การที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกบล็อกไม่มีเรือแล่นเข้าออกได้ตอนนี้ ทำให้คลังเก็บน้ำมันในตะวันออกกลางเริ่มเต็มจนล้น เพราะไม่มีเรือเข้ามารับของได้ สิ่งนี้บีบให้โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานระดับโลกหลายแห่งแถบนั้นต้องหยุดทำงานบางส่วนแล้ว อย่างโรงกลั่น Ras Tanura ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง (มีกำลังการกลั่นสูงถึง 550,000 บาร์เรลต่อวัน) ต้องหยุดทำงาน ไม่ใช่เพราะกลัวการโจมตี แต่เพราะ ผลิตน้ำมันออกมาตอนนี้ ก็ไม่มีที่จะเก็บ เช่นเดียวกับโรงงาน LNG หลักของกาตาร์ที่ต้องประกาศ Force Majeure ปิดเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ถ้าหากปัญหาลากยาวเกิน 2 สัปดาห์ นักวิเคราะห์คาดว่า ราคาก๊าซในยุโรปอาจพุ่งไปทะลุ €85/MWh ซึ่งจะปลุกความกลัวเรื่อง "วิกฤตพลังงานยุโรป" ให้กลับมาอีกครั้ง ⚔️ สงครามขยายวงลุกลาม (Regional Spillover) มีรายงานว่า NATO ต้องยิงสกัดขีปนาวุธที่มุ่งหน้าไปตุรกี ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่พันธมิตรชาติตะวันตกต้องเข้ามาปกป้องชาติสมาชิกโดยตรง เหตุการณ์นี้สุ่มเสี่ยงมากที่จะดึงยุโรปเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ อีกเหตุการณ์คือ การระเบิดของเรือบรรทุกน้ำมันดิบ Sonangol Namibe (เรือสัญชาติบาฮามาส ขนาดใหญ่กว่า 158,000 DWT) ใกล้ชายฝั่งอิรัก อันนี้ก็เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ไม่มีพื้นที่ไหนในอ่าวเปอร์เซียที่ปลอดภัยอีกต่อไป แถมด้วย เกิดแนวรบใหม่ที่อาเซอร์ไบจาน โดยมีรายงานว่า มีการโจมตีด้วยโดรนใส่อาเซอร์ไบจาน (พันธมิตรและซัพพลายเออร์น้ำมันของอิสราเอล) ยิ่งทำให้สมรภูมินี้ซับซ้อนและมีตัวแปรใหม่เพิ่มขึ้น 💣จุดอ่อนของสหรัฐฯ: คลังอาวุธร่อยหรอ เรื่องนี้ จริงๆ ผมตั้งคำถามตั้งแต่พูดในรายการ Morning Brief เมื่อเช้านะครับ ว่า โพสใน Truth Social ของทรัมป์ ว่า สหรัฐฯมีอาวุธเหลือเฝือ มันขัดกับที่ ประธานคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณ Tom Cole บอกว่า น่าจะมีการยื่นขออนุมัติงบประมาณฉุกเฉินก้อนโตในเร็วๆ นี้ เพราะการตรึงกองเรือรบและการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ระดับไฮเทคมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ล่าสุด ก็มีคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นว่า การรักษาจังหวะปฏิบัติการ ด้วยอาวุธป้องกันภัยทางอากาศระดับไฮเทค (เช่น THAAD หรือ Patriot) กำลังเผาคลังอาวุธอย่างหนัก และถ้าสงครามลากยาว สหรัฐฯ จะเผชิญปัญหาใหญ่ในการรับมือกับมหาอำนาจอื่น (เช่น รัสเซียที่ออกมาผสมโรงด่าสหรัฐฯ ในรอบนี้ หรือจีน) ☮️ ล่าสุด นาย Majid Takht-Ravanchi รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ส่งสัญญาณผ่านสื่อของรัฐว่า อิหร่านพร้อมที่จะ "กำจัด (get rid of)" คลังแสงยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของตนทิ้ง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องได้ "สิ่งตอบแทนที่ดี (something good in return)" นี่คือการเปิดทางมอบ "ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" ให้รัฐบาลทรัมป์และอิสราเอลเลยก็ว่าได้ แต่คำถามก็คือ Majid Takht-Ravanchi พูดในนามในรัฐบาลอิหร่าน ที่มีอำนาจเต็มในตอนนี้ไหม? และกองทุน IRGC เอาด้วยหรือเปล่า? และสิ่งที่ทรัมป์ต้องคิดให้หนักก็คือ ราคาของคำว่า "สิ่งตอบแทนที่ดี (Something good in return)" เรายังไม่รู้นะครับ ผมเดาว่า อาจจะเป็นการเรียกร้องให้สหรัฐฯยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทั้งหมด หรือแม้แต่ "การรับประกันความอยู่รอดของระบอบผู้นำสูงสุด (Regime Survival)" ซึ่งจุดนี้ พรรครีพับลิกันสายเหยี่ยวในสหรัฐฯ และรัฐบาลอิสราเอลอาจจะ "รับไม่ได้เด็ดขาด" ที่จะปล่อยให้อิหร่านกลับมาแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอีกครั้ง 📉 พอสถานการณ์เป็นแบบนี้ สินทรัพย์ลงทุนไหนยังเสี่ยงอยู่? พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเสี่ยง เพราะถ้าราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งไม่หยุด ความกลัวเรื่อง "เงินเฟ้อรอบใหม่จะกลับมาหลอกหลอนตลาดทันที นักลงทุนจะเทขายพันธบัตรทิ้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Bond Yield) พุ่งสูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงเงินเฟ้อ โดย Yield Curve จะ "Steepen" ในภาวะที่เงินเฟ้อพุ่งจาก Supply Shock ตลาดจะคาดการณ์ว่า Fed จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ (หรืออาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยในระยะยาวเพื่อสู้เงินเฟ้อ) ทำให้อัตราผลตอบแทนระยะยาวพุ่งเร็วกว่าระยะสั้น (Bear Steepening) ประเทศฝั่งเอเชียยังไว้ใจไม่ได้ แม้วันนี้หุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) จะเพิ่งรีบาวน์กลับมาได้แรง แต่ตราบใดที่ความขัดแย้งยืดเยื้อ ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบเกือบ 100% อย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น รวมถึงไทยเราด้วยจะตกอยู่ในความเสี่ยงจากต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นครับ ใครมีทองคำ ก็อย่าเพิ่งขายนะครับ อาจดูเหมือนตลาดหุ้นหลายตลาดเริ่มมีรีบาวน์ได้ แต่สถานการณ์ยังไม่จบ และดูเหมือนกระจายตัวเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อธุรกิจจริงบ้างแล้ว ₿ อีกสินทรัพย์ ขอพูดถึงหน่อย ก็คือ Bitcoin พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของ Bitcoin เมื่อเทียบกับทองคำแท่ง น่าสนใจทีเดียว ถ้านับตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว (ก่อนเกิดการโจมตีในวันหยุดสุดสัปดาห์) ราคาทองคำร่วงลงไปเกือบ 2% ในขณะที่ Bitcoin กลับพุ่งขึ้นมากกว่า 10% ในช่วงเวลาเดียวกัน กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเม็ดเงินไหลเข้าแล้วกว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่วันจันทร์ โดยเฉพาะในวันพุธวันเดียวมีเงินไหลเข้าสูงถึง 462 ล้านดอลลาร์ แต่เพื่อความแฟร์นะ เอาจริงๆ Bitcoin ร่วงลงมาแล้วประมาณ 40% จากจุด All Time High ที่ $126,000 ตอนต้นเดือนตุลาคม จะเด้งได้บ้าง ก็ไม่แปลกหรอก แต่ที่เลือกมาแกร่งผิดปกติตอนนี้นี่สิ น่าสนใจ ล่าสุด ผมมี Call กองทุน DAOL-DAPP ไปนะครับ พรุ่งนี้ ถ้าราคา Bitcoin ไม่หลุดต่ำกว่า $70,000 ยังเข้าได้นะ เผื่อใครกล้าเสี่ยง 555+ Mr.Messenger รายงาน

ไทย
1
245
229
37.7K