Skylynn0505

857 posts

Skylynn0505 banner
Skylynn0505

Skylynn0505

@skylynn0505

Katılım Ağustos 2022
227 Takip Edilen0 Takipçiler
Skylynn0505 retweetledi
🐔White chicken🐔on pink background
สำหรับใครที่สนใจการลงทุน สูตรนี้เป็นอะไรที่แนะนำให้ลองศึกษาดูนะ และถ้าเราเข้าใจมากขึ้น อาจจะพลิกนิดพลิกหน่อยได้อีกฮะ
Fun Manager@funxmanager

ขี้เกียจแต่ก็อยากรวย ลงทุนแค่ 3 กองนี้ ถือได้ยาวๆ จนเกษียณ! l New Gen Investor EP.82 กลยุทธ์การลงทุนแบบ "Lazy Portfolio" หรือพอร์ตการลงทุนสำหรับคนขี้เกียจแต่ฉลาด เพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวครับ แนวคิดหลัก: ขี้เกียจอย่างฉลาด (Lazy but Smart) แนวคิดนี้เริ่มต้นจากการยอมรับความจริงที่ว่า ในระยะยาวแทบไม่มีนักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนคนไหนสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ, ความล้มเหลวส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการเลือกสินทรัพย์ผิด แต่เกิดจากการพยายามเอาชนะตลาดมากเกินไป และการมองข้ามค่าธรรมเนียมที่กัดกินผลตอบแทน ปรัชญาของ John Bogle (ผู้ก่อตั้ง Vanguard) คือ "อย่ามัวเสียเวลาหาเข็มในกองฟาง แต่จงซื้อกองฟางนั้นทั้งกอง" ซึ่งหมายถึงการไม่พยายามเฟ้นหาหุ้นรายตัวที่จะชนะตลาด (เข็ม) แต่ให้ซื้อหุ้นทั้งตลาด (กองฟาง) ผ่านกองทุนดัชนีหรือ ETF แทน องค์ประกอบของ Lazy Portfolio (สูตร 3 กองทุน) หลักการนี้เน้นการกระจายความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพในสินทรัพย์ที่เติบโตดีในระยะยาวและมีต้นทุนต่ำ โดยแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก 1. หุ้นสหรัฐฯ (Total US Stock Market): เปรียบเสมือน "กองหน้า" หรือเครื่องยนต์หลักในการสร้างการเติบโต (Growth Engine) 2. หุ้นทั่วโลกนอกสหรัฐฯ (Total International Stock Market): เปรียบเสมือน "กองกลาง" เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก 3. ตราสารหนี้ (Bond Market): เปรียบเสมือน "กองหลัง" หรือเบรกที่ช่วยประคองพอร์ตไม่ให้เสียหายหนักในช่วงวิกฤตและลดความผันผวน ======= การปรับพอร์ตสำหรับนักลงทุนไทย สำหรับคนไทย มีปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมคือ ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และ ความคุ้นเคย (Home Bias) รายการจึงแนะนำดังนี้ - ส่วนที่ 1 หุ้นสหรัฐฯ ยังคงแนะนำให้ลงทุน 100% ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพราะมีแนวโน้มเติบโตดีในระยะยาว ตัวอย่าง ETF ที่น่าสนใจ เช่น VTI, ITOT, SPY หรือ VOO ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปี อยู่ที่ประมาณ 13-17% ต่อปี - ส่วนที่ 2 หุ้นนอกสหรัฐฯ เพื่อกระจายความเสี่ยงไปยังยุโรป ญี่ปุ่น จีน หรือตลาดเกิดใหม่ ตัวอย่าง ETF เช่น VXUS หรือ IXUS ซึ่งมีผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี - ส่วนที่ 3 ตราสารหนี้ แนะนำให้ปรับมาใช้ ตราสารหนี้ไทย แทนตราสารหนี้สหรัฐฯ เพื่อลดความกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงินบาทและดอลลาร์ แม้ผลตอบแทนช่วงหลังอาจไม่โดดเด่นเท่าสหรัฐฯ แต่ในระยะยาว (10-15 ปี) ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันที่ประมาณ 2-3% ต่อปี ====== การจัดสัดส่วนและการดูแลพอร์ต - สูตรของ Bogleheads มักแนะนำที่ 40/40/20 (หุ้นสหรัฐฯ 40%, หุ้นนอกสหรัฐฯ 40%, ตราสารหนี้ 20%) - การปรับตามอายุ - คนรุ่นใหม่ (20+ ปี): รับความเสี่ยงได้สูง อาจเพิ่มหุ้นเป็น 90% (45/45) และลดตราสารหนี้เหลือ 10% - วัยใกล้เกษียณ: ควรลดสัดส่วนหุ้นลงเพื่อความปลอดภัย เช่น ปรับเป็น หุ้นสหรัฐฯ 30%, หุ้นโลก 30%, และตราสารหนี้ 40% - การ Rebalancing: หากสัดส่วนเปลี่ยนไปมากเนื่องจากราคาดัชนีที่พุ่งสูงขึ้น ควรขายส่วนที่เกินและซื้อส่วนที่ขาดเพื่อรักษาความสมดุลของพอร์ตตามแผนเดิม ===== บทสรุป - การลงทุนแบบขี้เกียจไม่ได้แปลว่าไม่ใส่ใจ แต่เป็นการยอมรับว่าเราไม่จำเป็นต้องชนะตลอดเวลา - วิธีนี้จะไม่ทำให้เราได้ผลตอบแทนดีที่สุดหรือแย่ที่สุด แต่จะอยู่กลางตารางเสมอ และสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ - คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ยได้ประมาณ 7-9% ต่อปี โดยไม่ต้องใช้เวลาหรือฝีมือในการคัดเลือกหุ้นมากนัก สรุป เราควรออมในสินทรัพย์ที่ถูกต้องและปล่อยให้เวลาทำงานครับ ^^ #FunManager

ไทย
1
2.4K
3.5K
146.8K
Skylynn0505 retweetledi
kafaak ®️ (นายกาฝาก) 
อ่านโพสต์คุณแอนนาเบลและคุณโจแล้ว พอเข้าใจได้เลยว่าทำไมคนส่วนใหญ่เลยไปลงคอร์สเทรดสั้นแล้วก็เจ๊งกันระนาว 🤣 คหสต. ของผม Mindset และวิธีการลงทุนที่เหมาะสมกับคนส่วนใหญ่ "มันโคตรน่าเบื่อ" อย่างที่คุณแอนนาเบลบอก [วางแผนการเงิน] [ตั้งเป้าหมาย] [คัดเลือกสินทรัพย์] [ลงทุนตามแผนอย่างมีวินัย] มันไม่มีอะไรหวือหวาเลย อย่างเก่งก็มาปรับแผนตอนที่สภาพการเงินเปลี่ยน เช่น มีรายได้เพิ่มขึ้นเลยมีเงินที่จะเอามาเก็บออมลงทุนมากขึ้น หรือตอนที่ถึงเวลาต้องปรับสมดุลของพอร์ต ซึ่งก็อาจจะเป็นทุกไตรมาส ทุกครึ่งปี หรือปีละหน แอปลงทุนแทบไม่ต้องเปิด บางคนตั้ง DCA อัตโนมัติเอาไว้ มาเปิดดูอีกทีก็ตอนจะปรับสมดุลพอร์ต ยิ่งถ้าใครใช้บริการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็น FinTech อย่าง Jitta Wealth หรือ StashAway แบบผมนะ (ที่มีลงทุนในกองทุนในประเทศ ก็มี Odini กับ InnovestX ด้วย) อาจลืมเปิดแอปไปเลย 🤣
JRT@JRTDesk

(1/2) เห็นคุณเอ็มติดเหล้า @EmUdomsak shared มาแสดงความเห็นเพิ่มเข้าไป ผมเลยขอพูดมั่ง.. ในฐานะคนที่ trade มา 25 ปีและยังรอด จนบางทีก็เผลอคิดว่าหรือเราจะเป็น top 0.001% วะ 😆 ขอเสริมในบางมุมจาก post… มีจุดนึงที่ต้องแยกให้ชัดก่อน เพราะมันเปลี่ยนทุกอย่างหมด.. Expected return ของตลาดไม่ได้ติดลบสำหรับทุกคนครับ มันติดลบสำหรับคนที่ไม่มี edge สองประโยคนี้ดูเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกันคนละโลกหน้ามือกับหลังตีนครับ ถ้าเกมนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนแพ้จริง แล้ว Jane Street, Citadel, Renaissance Technologies ทำกำไรมาได้ยังไง consistent ทุกปี มาหลายสิบปี ไม่ใช่โชค ไม่ใช่ survivorship bias แต่เพราะมี systematic edge ที่วัดได้ ทดสอบได้ replicable Zero-sum game แปลว่าทุกบาทที่ใครขาดทุน มีคนรับไป แล้วใครรับ? ก็คนที่มี edge.. ทีนี้ทำไมถึงดูเหมือน 「มีแค่ 1%」? 90% ของร้านอาหารที่เปิดใหม่ปิดภายใน 3 ปี แต่ไม่มีใครพูดว่า 「ธุรกิจร้านอาหารถูกออกแบบให้แพ้」 เพราะ barrier to entry มันต่ำมาก.. ใครก็เปิดได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าเก่งจริง ตลาดทุนก็เหมือนกัน เปิด account ได้ 10 นาที ไม่ต้องผ่านอะไรเลย แล้วก็แพ้แบบที่บทความบอกครบทุกข้อ และมันยังมีเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เข้ามาซ้ำเติมอีก… อะไรก็ตามที่ง่ายเกินไป มันดึงคนผิดเข้ามาเสมอ.. เปิดบัญชีได้ใน 10 นาที โอนเงินเข้าออกได้ทันที กดซื้อกดขายได้จากมือถือในห้องน้ำ (แบบที่ผมกำลังเขียน post นี้ตอนนั่งอึอยู่ในส้วม..) ความง่ายแบบนี้มันส่ง signal ผิดๆ ให้สมอง.. ทำให้คน treat มันแบบไม่จริงจัง.. แต่คนที่รอดในตลาดระยะยาว ไม่มีใครสักคนที่ treat มันแบบนั้น.. พวกเค้า treat การเป็น trader เหมือนวิชาชีพ ไม่ต่างจากหมอ วิศวกร หรือนักบิน.. ที่ต้องทุ่มเทศึกษา ทำความเข้าใจ สร้าง process และผิดพลาดในตอนซ้อมก่อนที่จะไปยืนในสนามจริง หมอต้องผ่าน internship ก่อนจะแตะคนไข้จริง นักบินต้องบิน sim ก่อนจะขึ้นเครื่องจริง แต่ตลาดไม่มีใครบังคับมาตั้งกฎเกณฑ์ให้เราพร้อมก่อน.. โอนเงินเข้าไป กดซื้อ all-in ได้เลย 😆 คนส่วนใหญ่อยากได้ผลลัพธ์ของวิชาชีพ แต่ไม่ได้ลงทุนกับมันในฐานะวิชาชีพ.. ก็ไม่แปลกใจที่แพ้… และที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดคือเรื่อง edge คืออะไรกันแน่ คนที่เรียน course มาแล้วได้ RSI กับ MACD กลับบ้าน.. คิดว่าตัวเองมี edge แล้ว แต่จริงๆแค่ได้วิธีดูกราฟมา.. สองอย่างนี้ต่างกันคนละเรื่อง... Edge คือ systematic advantage ที่วัดผลได้จริง ทดสอบย้อนหลังได้ และยังใช้ได้แม้เงื่อนไขตลาดเปลี่ยน.. สถาบันที่กำไรได้จริงๆ edge ของเขามาพร้อมกันหลายชั้น ทั้ง information ที่เร็วกว่าและลึกกว่า retail จะแตะ.. execution cost ที่ต่ำกว่ามาก.. risk model ที่ออกแบบมาเพื่อรอดก่อนแล้วค่อยกำไร.. และสำคัญคือ process ที่ไร้ emotion จริงๆ ไม่มี course ไหนในโลกที่ให้สิ่งเหล่านี้กับเม่าได้.. แต่ก็ไม่ได้แปลว่าถ้าไม่ใช่สถาบันแล้วจะสู้ไม่ได้นะครับ.. เพราะ edge ของสถาบันพวกนี้คมที่สุดใน timeframe สั้นๆ HFT, latency arbitrage, order flow.. พวกนี้เป็นสนามที่รายย่อยส่วนใหญ่จะแพ้ตั้งแต่แรกเลย.. แต่คนที่ไม่ได้เล่นในระดับ millisecond ไม่ว่าจะ day-trade จาก chart 15m หรือ swing trade ระดับ d ถึง w ความได้เปรียบเรื่อง speed แทบไม่ relevant แล้ว.. สนามเปลี่ยน คู่แข่งเปลี่ยนไปแล้ว.. edge ที่ viable สำหรับคนธรรมดาในระดับนี้คือ macro thesis ที่คิดลึกกว่าคนส่วนใหญ่ในตลาด, risk discipline ที่แท้จริง, และ emotional control ที่คนส่วนใหญ่ไม่มี สิ่งเหล่านี้พัฒนาได้ครับ ไม่ต้องมี server ติด exchange ก็ชนะได้ และใน 1% ที่กำไรได้นั้น ยังซับซ้อนกว่าที่คิดอีก เพราะในนั้นยังมีคนที่อยู่ใน lucky period ที่ยังไม่จบ.. คนที่ทำกำไร consistent จริงๆ ระยะยาวจริงๆ อาจเหลือแค่ 0.1-0.3% ของ retail ทั้งหมด และที่งานวิจัย retail มักพลาดอยู่เสมอคือ คนที่เก่งจริงในนั้น หลายคนออกจาก dataset ไปก่อนจะมีข้อมูลมากพอ เพราะ migrate ไปเป็น prop trader, fund manager หรือเปิด fund เอง ทำให้ตัวเลขที่ดูแย่อยู่แล้ว ดูแย่กว่าความเป็นจริงอีก สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองกำลัง develop edge จริงๆ มี edge ไม่ใช่ finish line… เพราะ edge decay ได้ ตลาดไม่เคยหยุดปรับตัว strategy ที่ใช้ได้วันนี้ อีกไม่กี่ปีคนอื่นก็เห็น pattern เดียวกัน แล้วก็ arbitrage จน edge หายไปเอง.. edge ยังมี capacity limit บาง edge ทำกำไรดีกับเงิน 1 ล้าน แต่พอ scale เป็น 100 ล้าน ตัวเอง impact ราคาเอง edge ก็ตายเอง.. และที่สำคัญอีกอย่าง แม้ EV จะบวก drawdown ยังฆ่าเราได้อยู่ดี ถ้า sequence of losses มาก่อนที่ edge จะ prove itself เราหมดทุนก่อน เกมจบก่อน ทั้งๆที่ถ้าอยู่ต่อได้เราจะชนะ m.facebook.com/story.php?stor…

ไทย
1
210
266
51.1K
Skylynn0505 retweetledi
🐔White chicken🐔on pink background
วันนี้ไก่ขาวพามารู้จัก พื้นฐานการเงิน + การลงทุน + เกษียณ ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลยยยย💪
🐔White chicken🐔on pink background tweet media
ไทย
1
438
774
43.3K
Skylynn0505 retweetledi
Psind707
Psind707@psind707·
โปรเฟสเซอร์เจียง พูดในคลิป Game Theory#15 ไว้น่าสนใจหลายอย่าง เลยจะมาสรุปคร่าวๆ หลักๆคือเรื่องสงครามอิหร่าน และโลกถัดจากนี้ที่จะเป็นไป ตามความเห็นของแก ซึ่งแกมองว่าจะเปลี่ยนไปทางอนุรักษ์นิยมเยอะมาก (ซึ่งก็น่าจะเพราะแกอยู่จีนโปรจีน ฟังละน่ากังวล แต่ก็ฟังๆเอาไว้ เป็นข้อมูลและไปคิดต่อหาข้อมูลต่อว่าจะจริงไหม) 1.โลกที่ผ่านมาเป็นยุคที่รุ่งเรืองของ ทุนนิยมคือ คนอยากบริโภคอยากได้อะไรก็ได้ และอิสระเสรีเป็นปัจเจก แต่โลกกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว เริ่มจากสงครามอิหร่านนี้ 2. ที่ผ่านมาโลกเป็น Unipolar มีอำนาจแบบขั้วเดียวเบ็ดเสร็จ ซึ่งทำให้โลกมีสันติภาพมายาวนาน อ.เจียงว่าเร่ิมตั้งแต่ช่วงปี 90 โดยมี3เสาหลักของขั้วอำนาจนี้ คือ - Pax Americana ประเทศ US คุมได้ทั่วโลกจากกองทัพ ที่มีแสนยานุภาพ ทำให้การันตี สันติภาพได้ทั่วโลก และก็มี internet ซึ่งทำให้ US นั้นมีความสามารถ global surveillance และรวมถึงสร้างRule-based international order การควมคุมระหว่างประเทศ .ให้เป็นไปตามกฏ WTO ,Worldbank หรือข้อตกลงสันติภาพ การค้าต่างๆ - Supremacy of science คือวิทยาศาสตร์รุ่งเรืองมาเหนือศาสนาและความเชื่อ อ.เจียงอธิบายว่าทำให้คนภักดีกับวิทย์มากกว่าประเทศ เชื่อมากกว่าประเทศอะไรแบบนี้ - US Dollar เงินดอลล่าร์ ที่ทั่วโลกยอมรับและต้องการ ทำให้เกิดการสะสมความมั่งคั่งกันไม่หยุดหย่อน 3. ศ.เจียง อธิบายถึงปัญหาของ 3 เสานี้ในช่วงหลัง - Pax Americana คือ US เริ่มไม่ทำตามกฏที่ตัวเองสร้างมา จากการไปรุกรานประเทศต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะความโอหัง (Hubris) เพราะมีอำนาจมากไปนะเอง -เสา Science ก็มีปัญหาคือเป็นไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลเป็นการกดให้คิดเหมือนๆกัน และ อ.เจียงว่า ไม่มี innovation ใหม่ๆมา 30 ปีแล้ว มีแต่การ scale จากเรื่องเดิมมากกว่า -US Dollar เพราะว่ามีการพิมพ์มาได้ไม่จำกัด โดยเมกา ทำให้เกิดความเลื้อมล้ำสูง เงินเฟ้อไปเรื่อยๆ เด็กรุ่นใหม่ ไม่อยากทำงาน เพราะทำไปก็หาเงินมาใช้อะไรไม่ได้มากแบบคนรุ่นเก่าที่ถือทรัพย์อยู่แล้ว คนรุ่นใหม่ จะอยากมาพนันมากกว่า เช่นมาเล่นคริปโต เล่นหุ้น เพื่อให้รวยไวๆ เป็นเศรษฐกิจคาสิโน แบบที่ US คนถึงนิยมมาเทรด 4.สงครามอิหร่าน แสดงให้เห็นถึงความเสื่อมของ เมกา ชัดเจน เพราะเกิดการตัดสินใจของทรัมป์เองคนเดียว โดยการชักจูงของอิสราเอล และจะทำให้ โลกขยับไปสู่ โลกใหม่ เปลี่ยนจาก Efficentcy ไปสู่ Resilience จากที่ได้ของถูกที่สุด ได้ทุกอย่างจะเป็น ไม่ได้ถูกแล้วแต่ว่าแน่นอนพึ่งพาต้นเองได้(แบบทำเองใช้เอง) ก็คือ deglobalizationนั้นเอง เปลี่ยนจาก Materialism มาเป็น เน้นจิตใจ เน้นศาสนามากขึ้น เปลี่ยนจาก เน้นปัจเจก มาเป็นเน้นสังคม เพราะต้องอยู่กันเป็นสังคม ถึงจะช่วยกันร่วมมือกันให้อยู่รอดได้ และที่สำคัญคือเปลี่ยนจาก Old ไปเป็น Young 5. ตรงเปลี่ยนจาก Old ไป Young นี่ อ.เจียงอธิบายได้น่าสนใจ คือ โลกช่วงที่ผ่านมา แบบ Unipolar นี้ คนแก่ อายุยืนมาก แล้วโลกเราไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเพราะการแพทย์มาพัฒนาช่วงนี้ ซึ่ง คนสูงวัยมีเงินเยอะตามธรรมชาติเพราะสะสมมานาน และอยู่ในอำนาจ เห็นแก่ตัว ไม่ปล่อยให้คนหนุ่ม อ.เจียงว่า ในโลกยุคใหม่ที่เค้าคิด ผู้นำยุคใหม่ต้องอายุ 30 คนสูงอายุต้องยอมมอบอำนาจส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ อ.เจียงว่า เรื่องนี้ เค้าว่า ญี่ปุ่นทำได้ดีสุด เพราะคนแก่ ญป ยอมปล่อย 6. อ.เจียงว่า โลกขณะนี้ อยู่ได้ด้วย พลังงานราคาถูกจาก ตะวันออกกลาง ซึ่ง พลังงานราคาถูก รวมไปถึงปิโตรเลียมด้วยนะ ทำให้ เรามีอาหาร มีความร้อน มีของใช้ต่างๆ ที่คนมีใช้กันนี่แหละ แถบจะไม่จำกัดถ้ามีเงินซื้อ และช่วงตั้งแต่ ปี 2004 ประเทศจีนเปิดประเทศสร้างอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้นำเข้าน้ำมันและปิโตร มหาศาลจาก ประเทศ GGC (Gulf Cooperation Council มีบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ) ทำให้ GGC มีเงินมหาศาลและไปลงทุนที่อื่นๆ ต่อ หลักๆ ก็ตลาดหุ้น US และก็ไปลงทุนในตลาดต่างๆทั่วโลกด้วย ทำให้ GCC+ China คือเสาหลักของ Global economy ซึ่งพอสองที่มีปัญหาก็กระเทือน (จากสงคราม) 7. อ.เจียง พูดถึงว่าสมัยนี้ คนขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวทั่วโลกเป็นปกติ ซึ่งเมื่อ 20 ปีก่อนนี่ทำไม่ได้เลย เพราะว่าแพงมาก และทุกคนมีรถขับกัน ซึ่งเมื่อก่อนเป็นไปไม่ได้เลย แต่ทุกอย่างที่เป็นไปตอนนี้ ทั้งเรื่องอาหารและการบริโภค อยากกินอะไรได้กิน อยากเที่ยวไปไหนได้ไป มันไม่ sustainable และจะจบในที่สุด จาก disruption ทางสงคราม ที่ ตะวันออกกลาง ปุ๋ยก็จะขาดแคลน ประชากรโลก 8 พันล้าน จะน้ำและอาหารไม่พอกิน (เค้ามีอธิบายอีกคลิปว่า ทำไมเมกาจะแพ้สงคราม) ประเทศที่มี เมืองใหญ่ๆ Mega cities มากๆจะลำบาก เพราะ supply chain ขาด ของไม่พอกินพอใช้ 8.โลกยุคใหม่ ตามที่ อ.เจียง อธิบาย คือ De-Globalization การค้าระหว่างประเทศทำได้ยาก การค้าขาย ต้องทำเป็นจุดๆ พึ่งพาตัวเอง De-industrialized ก็คือการทำอุตหสากรรมแบบเดิม ที่ผลิตเยอะๆ ทำไม่ได้เพราะทรัพยากรไม่พอ เน้นทำเองใช้เอง มากกว่า และ พอUS ไม่ได้เป็นตำรวจโลกแล้ว ก็ต้องจับกลุ่มอำนาจกันใหม่ อ.เจียงเคยว่า เมกา จะต้องลดบทบาทในตะวันออกกลาง และที่ Middle east จะเป็น อิสราเอล กับ อิหร่านแบ่งกัน (เจียงบอกว่า คนยิวอยู่ใน อิหร่าน เยอะสุดในตะวันออกกลาง รองจาก ในอิสราเอลเอง) และเป็นการผงาดขึ้นของ Pax Judeaica ของอิสราเอล 9. เค้าแนะนำว่า ถ้าอยากรอดในยุคใหม่ บุคคลต้องปรับตัว ประเทศต้องปรับตัว คือเน้นพึ่งพาตัวเอง เน้นความสามารถที่ทำให้อยู่รอด การปลูกผักเลี้ยงสัตว์รีดนมวัว ต้องเป็น ประเทศไทยอยู่ สีเขียว ตามชาร์จของเจียง คือผลิตอาหารเองได้ และก็มีน้ำอุดมสมบูรน์ เยอรมันกับรัสเซีย จะร่วมมือกัน เพื่อความอยู่รอด , US ก็จะอยู่รอด แต่ต้องปรับตัว อยู่กับประเทศตัวเอง เพื่อจัดการภายใน และเน้นศาสนาเพื่อให้อยู่รอด และมีการ AI เพื่อทำ Surveilance state เพื่อ คุมทรัพยากร และคุมคน 10. My take สรุปมาประมาณนี้ ในคลิปยาวกว่านี้ ไปฟังเพิ่มเติมได้ ส่วนตัวผู้สรุปไม่ได้เห็นด้วยกับ อ.เจียงทั้งหมด แต่ก็ฟังๆไว้ อย่างน้อยได้เรียนรู้ ซึ่งแนวคิดหลักแก คือ โลกเข้าสู่ Scarcity ความขาดแคลน จะตรงข้ามกับที่ Elon เคยบอกว่า ถ้า เราเข้าสู่ AGI (super intelligence) เราจะไม่มีความขาดแคลนอีกต่อไป ทุกคนจะได้ที่ต้องการ แต่การจะสร้าง AGI ต้องใช้พลังงานมหาศาล ซึ่งถ้าสงครามนี้จบเร็วและราคาน้ำมันกลับมาถูก ก็จะยังไม่เป็นไปตามที่เจียงพูดนะ และอาจจะกลับทิศได้ ในคลิปเค้าพูดถึงจีนน้อยมาก เรียกว่าพูดไม่ได้มากกว่า เพราะว่าอยู่ปักกิ่ง พูดซี้ซัวไปโดนรวบได้
Psind707 tweet mediaPsind707 tweet media
Psind707@psind707

คลิปใหม่ Prof.Jiang ฟังละน่ากังวลจัด แต่ก็เค้าไม่ได้ลงรายบะเอียดแบบเป็นเหตุเป็นผลเยอะนะ สรุปคือแกว่าโลกไปทางอนุรักษ์นิยม คนรุ่นใหม่ไปฝึกจับปลา ปลูกผักถึงจะอยู่รอด เดี๋ยวสรุปยาวๆค่อยเขียนอีกทีครับ

ไทย
11
596
545
64.6K
Skylynn0505 retweetledi
mornor ⋆.˚🪽ིིྀ
mornor ⋆.˚🪽ིིྀ@minnie_mornor·
รวมรวม เทคนิคการเรียนที่ควรรู้ในยูทูปที่ใช้ได้จริง มีประโยชน์ 💓🪽
ไทย
16
1.1K
2.5K
124.9K
Skylynn0505 retweetledi
Cebigreen
Cebigreen@CebiGreen·
อยากเก่งภาษาอังกฤษ นอกจากพูด ฟัง ต้องจำคำศัพท์ใหม่อย่างน้อยวันละ 20 คำ ทุกวัน ถ้าอยากทำงาน office ใน ตปท ควรหาหนังสือพิมพ์อ่าน แล้วหาคำศัพท์ วันละ อย่างน้อย20 คำ Vocab เห็นเกือบทุกวันใน emails: 👇
ไทย
1
1.9K
2.4K
129.3K
Skylynn0505 retweetledi
พีพี - PP Smart wealth
พีพี - PP Smart wealth@PP_smartwealth·
เคยเป็นไหมคะ? จะทำการบ้านหุ้นสักตัวเพื่อถือยาวๆ แต่ชีวิตวุ่นวายมาก จากการทำการบ้านหุ้นตัวเองปีนี้เพื่อถือยาวๆ แล้วค้นพบว่าชีวิตวุ่นวายมากจริงๆ - กว่าจะเปิดดูงบแอปนึง  - สลับไปดูข่าวอีกเว็บนึง  - แล้วค่อยกลับมาดูราคาอีกแอปนึง  กว่าจะรวบรวมข้อมูลครบ หมดแรงอ่านพอดี สำหรับการลงทุนเน้นคุณค่า หรือ VI  เรื่องข้อมูลคือหัวใจสำคัญ เราไม่ได้แข่งกับเวลา แต่เราแข่งกับ "ความละเอียด" แต่ปัญหาคือ พอข้อมูลมันกระจัดกระจาย อยู่คนละแอป การจะปะติดปะต่อเรื่องราวของหุ้นตัวนึงให้เห็นภาพรวม มันทำได้ยากและเสียสมาธิมาก เหมือนเรากำลังต่อจิ๊กซอว์ที่ชิ้นส่วนวางกระจายไปทั่วห้อง จนพีพีมาเจอ Webull บอกเลยว่าชีวิต VI ง่ายขึ้นเยอะค่ะ เพราะนี่ไม่ใช่แค่แอปเทรดธรรมดา แต่คือ "No.1 Trading Platform" ที่นักลงทุนทั่วโลกกว่า 24 ล้านคนเลือกใช้ การันตีด้วยความฮอตที่เป็น แอปเทรดที่ยอดดาวน์โหลดเติบโตสูงสุดอันดับ 1 ในไทย* และกวาดรางวัล Best Online Trading Platform for US Market มาแล้ว! เขาออกแบบมาแบบ All-in-One ที่แท้จริง คือไม่ต้องสลับหน้าจอไปไหนเลย ทุกอย่างที่สายพื้นฐานต้องรู้อยู่ในนี้หมดทั้ง     🏢 Company Financials งบการเงินย้อนหลัง รายได้ กำไร ดูง่ายมาก ไม่ต้องไปงมหาเว็บอื่น     📰 News & Analysis ข่าวหุ้นรายตัวจากสำนักระดับโลก และบทวิเคราะห์ให้อ่านประกอบการตัดสินใจ     ⭐ Analyst Ratings ดูมุมมองนักวิเคราะห์ว่าหุ้นตัวนี้ "Buy" หรือ "Hold"     📉 Charts กราฟราคาไว้ดูแนวโน้มภาพใหญ่ ประกอบพื้นฐาน เรียกได้ว่าทำการบ้านหุ้นจบได้ในหน้าเดียว ประหยัดเวลาไปได้เยอะ แถมข้อมูลเป๊ะปังมาก ใครที่เป็นสาย VI หรือกำลังฝึกอ่านงบ ลองโหลด Webull มาติดเครื่องไว้เถอะค่ะ ช่วงแรกถ้ายังไม่มั่นใจ หรืออยากลองวิเคราะห์หุ้นต่างประเทศดูบ้าง ลองใช้ฟีเจอร์ Paper Trading (เป็นบัญชีจำลอง) ฝึกเลือกหุ้นพื้นฐานดีเข้าพอร์ตดูก่อนได้เลยค่ะ ✅ ฝึกวิเคราะห์จริง ✅ จัดพอร์ตจริง ✅ แบบไม่มีความเสี่ยง ลองดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าการลงทุนแบบฉลาดเลือก สะดวก ครบ มันดีต่อใจจริงๆ 💖 ✨แถมตอนนี้มีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ด้วย (ต่อใต้โพสต์)  *แอปฯ Webull ได้รับคะแนน Rating & Review สูงสุดเปนอันดับที 1 ในกลุ่มแอปฯ โบรกเกอร์ในไทย (เฉพาะแอปทีมีจํานวนรีวิวตังแต่ 1,000 รีวิวขึนไป) ทังบน App Store และ Google Play (ณ วันที 5 ม.ค. 2569) **การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน โพสต์นี้ ได้รับการสนับสนุนโดย บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จํากัด
พีพี - PP Smart wealth tweet media
พีพี - PP Smart wealth@PP_smartwealth

10 หุ้นผูกขาดระดับโลก (Top 10 Global Monopoly Stocks) 1.NVIDIA (NVDA) สมองของโลก AI 2.Palantir (PLTR) สมองข้อมูลของโลก 3.Meta (META) จักรวาลโซเชียล 4.Google (GOOGL) ประตูสู่ความรู้ของโลก 5.Axon (AXON) เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย 6.Tesla (TSLA) AI ที่ขับเคลื่อนโลกจริง 7.Amazon (AMZN) โครงสร้างหลักของโลจิสติกส์โลก 8.ASML (ASML) กุญแจสำคัญของการผลิตชิป 9.TSMC (TSM) โรงงานที่สร้างสมองของโลก 10.Microsoft (MSFT) อาณาจักรซอฟต์แวร์ระดับองค์กร *ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน*

ไทย
1
114
204
24.4K
Skylynn0505 retweetledi
หนังสือปกน้ำเงินเล่มที่เก้า 📘
‘After all’ คำพบบ่อย ความหมายทั่วไป แต่แปลยาก . . . . คำว่า after all มีสองความหมาย ความหมายแรกใช้บ่งบอกว่าใจความของประโยคนั้นขัดกับสิ่งที่เคยพูดหรือสิ่งที่ได้คาดคิดไว้ เช่น - I’m sorry. I know I said I would help you, I can’t after all. (ขอโทษทีนะ รู้แหละว่าเคยพูดไว้ว่าจะช่วย แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว) - I expected to fail the exam, but I passed after all. (นึกว่าจะสอบตก แต่ผ่านเฉย) After all ในความหมายนี้มักวางไว้หลังประโยค ส่วนความหมายที่สองเป็นการใช้เพื่อย้ำเตือนสิ่งที่อีกฝ่ายอาจจะลืมไปหรือไม่ทันได้นึก เช่น - Of course you’re tired. After all, you were up all night. (เธอก็ต้องเหนื่อยอยู่แล้วมั้ย เล่นไม่หลับไม่นอนทั้งคืน) ความหมายนี้วางไว้หน้าหรือหลังประโยคก็ได้ . อย่างไรก็ตาม คำว่า after all ไม่ได้แปลว่า finally (ในที่สุด) - After the theatre we had supper and went to a nightclub; then we finally went home. (ไม่ใช่ . . . after all we went home.) (หลังจากดูแสดงละครเสร็จ เราไปกินมื้อเย็นแล้วก็เที่ยวร้านเหล้าต่อ จากนั้นก็กลับบ้านกันในที่สุด) . . . อ้างอิง Practical English Usage by Michael Swan
หนังสือปกน้ำเงินเล่มที่เก้า 📘 tweet media
ไทย
0
3.4K
4.5K
162.9K
Skylynn0505 retweetledi
Skylynn0505 retweetledi
🪿
🪿@rollinrollinme·
อ่านข่าวเถอะทุกคน มันช่วยได้เยอะมากจริงๆ ปีที่แล้วได้อิ้งขนาดนี้ก็มาจากการอ่านข่าวท่องศัพท์บ่อยๆนี่แหละ แกรมม่าเราไม่แม่นด้วยซ้ำ รีดดิ้งช่วยชีวิตสุดๆ
🪿 tweet media
ไทย
19
13.3K
18.8K
5.4M
Skylynn0505 retweetledi
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛
ไปเจอเว็บนึงดีมากเลย เป็นเว็บข่าว/บทความภาษาอังกฤษที่... - มีระบุระดับความยากของแต่ละบทความไว้ให้ด้วย (intermediate, advanced) - มีลิสต์คำศัพท์ที่น่าสนใจ พร้อมความหมายอย่างง่ายภาษาอังกฤษ + ตัวอย่างประโยค - มีให้กดเลือกฟัง พร้อมกับอ่านบทความไปด้วย - มีแบบฝึกหัด/คำถาม discussion ในตอนท้ายด้วยค่ะ 📚 engoo.com/app/daily-news
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ tweet media𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ tweet media𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ tweet media𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ tweet media
ไทย
6
7.7K
10.4K
312.5K
Skylynn0505 retweetledi
จุ้งเทมปุระเหนื่อยๆ
พุดถึงเจลาโต้ มีร้านที่เชียงใหม่หน้าตาเหมือนทัวริสต์แทรปแต่อร่อยมากๆๆ เจ้าของร้านเป็นคนอิตาเลียน เจลาโต้รสชีสริคอตต้าอร่อยแบบเดินจากบ้านเพื่อนไปกินสองรอบในหนึ่งวัน ไปกินสามวันติด รสฮาเซลนัตก็ใช้ฮาเซลนัตของปีเอมอนเต้IGP สกู๊ปละ 99บาท ได้เยอะมาก
ไทย
4
1.9K
1.7K
212.7K
Skylynn0505 retweetledi
chapterly.co
chapterly.co@chapterlyco·
มีคำหนึ่งในภาษาฟินแลนด์ที่ฟังแล้วรู้สึกบางอย่างทันที คำนั้นคือ sisu มันไม่ได้แปลตรง ๆ ว่า “ความเข้มแข็ง” อย่างเดียว และก็ไม่ได้แค่หมายถึง “ความพยายาม” ด้วย มันเหมือนพลังเงียบ ๆ ที่อยู่ลึกในตัวคน เวลาที่ทุกอย่างมันยากมากแล้ว แต่เรายังเดินต่ออยู่
chapterly.co tweet media
ไทย
1
485
698
20.5K
Skylynn0505 retweetledi
SundayBoy
SundayBoy@SundayBoyInvest·
คลิปนี้ดีมากเลยนะ อยากให้ดูกันเยอะ ๆ youtu.be/c4tAvZv91PE?si…
YouTube video
YouTube
ไทย
0
100
204
17K
Skylynn0505 retweetledi
Skylynn0505 retweetledi
kaleido.th
kaleido.th@KaleidoTH·
ตอนเราเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ เรามักคิดว่า ถ้ามันยังไม่ดีพอ แปลว่ามันต้อง “เพิ่ม” อะไรเข้าไปอีก เพิ่มฟีเจอร์ เพิ่มคำอธิบาย เพิ่มรายละเอียด เพิ่มไอเดียเข้าไปเรื่อย ๆ เหมือนกำลังพยายามทำให้มันสมบูรณ์ขึ้นด้วยการเติมของเข้าไป แต่พอเวลาผ่านไป คนที่ทำสิ่งนั้นมานานพอจะเริ่มมองเห็นอีกด้านหนึ่ง
kaleido.th tweet media
ไทย
2
1.3K
1.4K
43.8K
Skylynn0505 retweetledi
chapterly.co
chapterly.co@chapterlyco·
แผ่นสรุปนี้เป็นเหมือนคู่มือสำหรับพัฒนาทักษะ การอ่านและคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ให้ลึกขึ้น โดยเน้นว่าการอ่านที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่รู้คำศัพท์ แต่ต้องสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะห์โครงสร้างของบทความ และตีความสิ่งที่ผู้เขียนสื่อโดยไม่ได้พูดตรง ๆ ได้ด้วย หนึ่งในทักษะสำคัญคือ inferencing
y's@__mystudylog

day 3: learning how to read and comprehend one of the most underrated skills imo. > inferencing owl.excelsior.edu/orc/what-to-do… > improve vocabulary - context clues owl.excelsior.edu/orc/what-to-do… - word-part clues owl.excelsior.edu/orc/what-to-do… more on: owl.excelsior.edu/orc/what-to-do…

ไทย
1
18
23
2K
Skylynn0505 retweetledi
เรื่องเล่าทางการเงิน ✍️💸
4 คอร์สเรียนการเงิน ฟรี!! จาก @SETThailand ครับ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่สนใจการเงินและการลงทุนมาก ๆ 💸✍️ (ลิ้งค์ใต้คอมเมนต์นะฮะ)
เรื่องเล่าทางการเงิน ✍️💸 tweet media
ไทย
1
2.2K
2.8K
198.2K
Skylynn0505 retweetledi
ทุนต่อนอก & บอกต่อคอร์ส by Dek-D 🎓
#คอร์สดีบอกต่อ รวม 6 คอร์สส่งตรงจาก #Klasssi แพลตฟอร์มอัปสกิลออนไลน์โดย #ธนาคารกสิกรไทย 💚 จัดเต็มกับความรู้น่าเรียนทั้งสายธุรกิจ, ภาษี, การเงิน รวมถึงความรู้ Soft skills ก็มีให้เลือกเรียน! // มีใบเซอร์ ✨ 💻 ศึกษาขั้นตอนการเข้าเรียนที่นี่>> dek-d.com/activity/64997/
ทุนต่อนอก & บอกต่อคอร์ส by Dek-D 🎓 tweet media
ไทย
1
429
637
37.8K
Skylynn0505 retweetledi
Hyper Shark!
Hyper Shark!@HyperSharkk·
ชอบ อ่านกี่ครั้งก็ยังชอบ เป็นสมการคณิตศาสตร์ง่ายๆที่ลึกซึ้งมากจริงๆ สรุปง่ายๆคือ 💰 ออม 10,000 บาท/เดือน ฝากแบงก์ไปตั้งแต่เรียนจบยันเกษียณได้ 6 ล้านบาท 📈 ลงทุน 10,000 บาท/ ได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี ได้ 20 ล้านบาท 🔥 ถ้าไม่ลงทุน เท่ากับเสียโอกาสไป 14 ล้านบาท! และยังต้องเก็บเงินมากถึง 30,000 บาท/เดือน เพื่อจะได้ 20 ล้านเท่า เหมือนคนที่ลงทุนได้ผลตอบแทนปีละ 5% ออมเงินอย่างเดียว อาจไม่พอ แต่ ออม + ลงทุนจะทำให้เงินงอกเงยได้จริง ใครยังไม่เริ่มลงทุน ต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่วันนี้แล้วนะครับ! ปล. อาจจะมีคำถามว่าลงทุนอะไรได้ 5% ต่อปี ลองไปเปิดดู US T-Bond 10y นะครับ ให้อยู่ที่ 4.48% ถือว่า risk free สุดๆแล้ว
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak

เมื่อเย็น ผมมาบรรยายให้กับนิสิตที่ มศว. มีประเด็นนึงที่คุยกันคือ ถ้าเราเก็บเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่เรียนจบจนเกษียณฝากธนาคาร เราจะมีเงินราวๆ 6 ล้านบาท ในขณะที่ถ้าเราลงทุนได้ปีละ 5% เก็บเงินเท่ากัน เราจะมี 20 ล้าน ซึ่งจะเท่ากับเงินที่คนไม่ลงทุนต้องเก็บเดือนละ 30,000 กว่าบาท การเรียนรู้การลงทุนใน govenment & coperate bonds กับ blue chip stocks ทำให้เราเหมือนเก็บเงินได้เพิ่มขึ้นเดือนละ 20,000 กว่าบาท ทำไมสิ่งนี้ถึงไม่มีสอนในระบบการศึกษาทั่วไป ที่สอนให้เราเรียน 4 ปี เพื่อจบมาเงินเดือน 2-30,000 ? คิดแล้วก็ไม่ได้คำตอบ หรือต่อให้มีคำตอบก็ไม่กล้าจะพิมพ์

ไทย
2
1.9K
2.4K
253.5K