Sabitlenmiş Tweet
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈
11K posts

ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi

หลายคนคงเคยมีค่ำคืนแบบที่ผมกำลังเผชิญอยู่ในบางช่วงตอนของชีวิต
.
คืนที่นอนเงียบๆ กับตัวเอง แล้วรู้สึกว่าความคิดในหัวมันกองทับกันหนาขึ้นเรื่อยๆ
.
งานที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จ บทความที่ยังไม่ได้เขียน การตัดสินใจบางเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบ อนาคตของลูก สุขภาพของพ่อแม่ การลงทุนในช่วงที่ทิศทางของเศรษฐกิจที่ไม่มีใครฟันธงได้
.
มันเป็นความรู้สึกของการพยายามจะ “แก้ปัญหาทั้งชีวิต” ให้จบภายในคืนเดียว
.
ในคืนแบบนี้ ผมมักจะนึกถึงสุภาษิตญี่ปุ่นโบราณบทหนึ่งที่ว่า
.
“明日は明日の風が吹く” (Ashita wa ashita no kaze ga fuku)
.
“สายลมของพรุ่งนี้จะพัดมาพรุ่งนี้”
.
ผมรู้สึกว่ามันเป็นประโยคที่ปลอบโยนคนที่กำลังกังวลกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงได้เป็นอย่างดี
.
เพราะพรุ่งนี้คือวันใหม่ ลมที่พัดก็เป็นลมคนละสายกับวันนี้ เราไม่จำเป็นต้องดึงอากาศของพรุ่งนี้มาหายใจในคืนนี้
.
สิ่งที่ยังไม่เกิด คำตอบที่ยังต้องรอเวลา เราต้องหัดปล่อยวางลงให้ได้
.
มองย้อนกลับไป มีหลายอย่างเหลือเกินที่ผมเคยกังวลในชีวิต ที่กินพลังงานและเวลาไปมากมาย แต่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ หรือที่มันเกิดขึ้นจริงส่วนใหญ่ก็ออกมาไม่ได้แย่เท่าที่กลัวไว้ตอนแรก
.
ความกังวลทำตัวเป็นเหมือนแวมไพร์ที่ดูดความสุขออกจาก “ที่นี่และตอนนี้” เพื่อป้องกัน “ที่นั่นและตอนนั้น” ที่ไม่เคยเดินทางมาถึง
.
เรากำลังเสียวันนี้ไป เพื่อป้องกันพรุ่งนี้ที่ไม่มีจริง
.
.
แต่ถ้างั้นเราก็ไม่ควรกังวลกับอนาคตเลยงั้นเหรอ? ผมไม่ได้บอกแบบนั้นครับ
.
ความกังวล กับ การวางแผนเพื่ออนาคต มันคนละเรื่องกัน
.
เราวางแผนเพื่ออนาคตได้ด้วยข้อมูลที่ดีที่สุดที่เรามีตามหลักและเหตุผลทุกอย่างเท่าที่ทำได้ นี่คือสิ่งที่อยู่ในการควบคุมของเรา ส่วนที่เหลือ…เราทำอะไรไม่ได้แล้ว
.
ตอนที่หนังสือ Think Simple วางแผงแรกๆ มีเพื่อนคนหนึ่งทักมาบอกว่า ‘เล่มนี้ขายดีแน่’
.
ผมได้แต่ตอบว่า ‘ผมทำดีที่สุดแล้ว ส่วนที่เหลือถ้ามันจะขายดีก็ดี ถ้าขายไม่ดีผมก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ควบคุมไม่ได้ สุดมือแล้ว ต้องปล่อยไป’
.
“สายลมของพรุ่งนี้จะพัดมาพรุ่งนี้”
.
ย้อนกลับไปเกือบสองพันปี จักรพรรดิโรมันและนักปราชญ์สโตอิก Marcus Aurelius เขียนประโยคสั้นๆ ไว้ใน Meditations ว่า
.
“Confine thyself to the present.”
.
ขังตัวเองไว้ในปัจจุบัน
.
ฟังเหมือนเป็นคำสั่ง แต่ผมคิดว่าจริงๆ มันคือคำเชื้อเชิญ
.
เชิญให้เราหยุดวิ่งไปข้างหน้าด้วยจินตนาการ หยุดพยายามดึงเชือกของเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิด และยอมกลับมาอยู่กับสิ่งเดียวที่เรามีอยู่จริง ในตอนนี้ ตรงนี้
.
Marcus Aurelius ยังเขียนอีกประโยคที่ผมชอบมาก
.
“Never let the future disturb you. You will meet it, if you have to, with the same weapons of reason which today arm you against the present.”
.
“อย่าให้อนาคตมารบกวนเธอ เมื่อเธอต้องเผชิญกับมัน เธอจะเผชิญมันด้วยเหตุผลชุดเดียวกับที่เธอใช้รับมือปัจจุบันอยู่ในวันนี้”
.
ประโยคนี้ทรงพลังมาก เพราะมันไม่ได้บอกให้เราเพิกเฉยต่ออนาคต แต่บอกว่าเหตุผลและกำลังใจที่เราจะใช้รับมือพรุ่งนี้ มันจะมาเองเมื่อพรุ่งนี้มาถึง
.
เราไม่ต้องสะสมความกังวลตั้งแต่คืนนี้ แต่สิ่งที่เราควรทำคือโฟกัสในสิ่งที่เราทำได้ ฝึกฝนให้ตัวเองคิดให้คมคาย มีเหตุผล การตัดสินใจที่ดี เพื่อให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นเก่งขึ้นเท่านั้น
.
Herbert Simon นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 1978 เสนอแนวคิดที่เรียกว่า Bounded Rationality หรือ “เหตุผลที่มีขอบเขต”
.
เขาสังเกตเห็นว่า ในโลกจริง มนุษย์ไม่เคยมีข้อมูลครบทุกด้าน ไม่เคยรู้ผลลัพธ์ทั้งหมดของทุกทางเลือก และไม่เคยมีเวลาพอจะคำนวณทางเลือกที่ “สมบูรณ์แบบ”
.
เราจึงไม่ได้ optimize หรือเลือกทางที่ดีที่สุดในจักรวาลแบบที่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ดั้งเดิมสมมุติไว้
.
เราทำสิ่งที่ Simon เรียกว่า satisficing ซึ่งคำที่เขาประดิษฐ์ขึ้นจาก satisfy + suffice หมายถึงการเลือกทางที่ “ดีพอ” ภายใต้ข้อมูลและเวลาที่เรามีอยู่จริง
.
Simon กล่าวในสุนทรพจน์รับรางวัลโนเบลว่า ผู้ตัดสินใจสามารถเลือกได้สองทางคือหาคำตอบที่สมบูรณ์แบบสำหรับโลกที่เรียบง่ายกว่าความจริง หรือหาคำตอบที่พอใช้ได้สำหรับโลกที่เหมือนจริงกว่า และทั้งสองทางก็ล้วนเป็นเหตุผลในแบบของมัน
.
ซึ่งนั่นหมายความว่า เราไม่จำเป็นต้องมีคำตอบทั้งหมดของชีวิตในวันนี้ ก่อนจะก้าวต่อ
.
เราแค่ต้องเดินก้าวหนึ่งที่ “ดีพอ” ตามข้อมูลที่มี ตามคุณค่าที่ยึดถือ ตามกำลังที่เหลืออยู่ในวันนี้ (ซึ่งตรงนี้ก็ต้องระวัง เพราะคำว่า ‘ดีพอ’ ไม่ควรเปิดประตูให้ตัดสินใจโดยมีอคติหรือเลือกทางที่ง่ายหรือคุ้นเคยเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องฝึกตัดสินใจให้เฉียบคมขึ้นทุกวันด้วย)
.
กลับมาที่คืนเงียบๆ ในหัวที่มีเรื่องราวมากมายที่กองทับถมกับไม่รู้จบ
.
ผมว่าบ่อยครั้ง เรากดดันตัวเองด้วยการตั้งคำถามที่ไม่ยุติธรรมกับตัวเองสักเท่าไหร่
.
“ฉันจะทำยังไงกับอีกสิบปีข้างหน้า” “ลูกจะโตมาเป็นยังไง” “เศรษฐกิจปีหน้าจะเป็นแบบไหน” “ถ้าเกิดเรื่องแย่ๆ ขึ้นล่ะ”
.
ไม่ใช่ว่าคำถามเหล่านี้ไม่สำคัญ มันสำคัญ
.
แต่ เราไม่จำเป็นต้องหาคำตอบของพรุ่งนี้ ในวันนี้
.
เพราะสายลมของพรุ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลใหม่ สถานการณ์ใหม่ กำลังใจใหม่ มุมมองใหม่ที่เราจะได้หลังจากตื่นขึ้นมา มันจะพัดมาพรุ่งนี้ ไม่ใช่คืนนี้
.
สิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้ คือทำก้าวของวันนี้ให้ดีที่สุด วางแผน เตรียมรับมือ เท่าที่ข้อมูลและกำลังเราจะเอื้อให้ได้
.
แล้วปล่อยให้พรุ่งนี้ เป็นเรื่องของพรุ่งนี้
.
คืนนี้ คุณไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาทั้งชีวิต
.
คุณแค่ต้องหลับให้เต็มอิ่ม
.
แล้วปล่อยให้สายลมของพรุ่งนี้ พัดมาพรุ่งนี้
.
- โสภณ ศุภมั่งมี

ไทย
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi

แค่อินโทรมาก็ขนลุกแล้ว โหหหหห โคตรดีเลย เรียกเทคนิคไม่ถูกแต่สมจริง ทรงพลังมาก เจ้าพ่อEDM
BAD ANGEL WITH LISA
#ANYMAxLISA
#LISA_COACHELLA
#LISACHELLA
ไทย
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi

mixing this with magnesium glycinate will change your life
every time you have a big thing coming up, or you know you will be under stress, mix them and witness the magic happen
SELO@seloesque
life changing
English
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi

ใช่คนที่มีดราม่าทดลองงานอะไรนั้นป่ะ
THE STANDARD knd@KNDTheStandard
ลาออกจากงานธนาคารตอนอายุ 25 เพื่อมาเป็น Content Creator คำนี้ดี Featuring เอพิโสดนี้ชวนทุกคนมารู้จัก ‘ปัน ณภัทร’ อดีตหนุ่มวาณิชธนกิจที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาสานฝันในเส้นทางที่อยากทำ พูดคุยถึงชีวิต การตัดสินใจ และนิยามบ้านของคนรุ่นใหม่ เอพิโสดนี้พาออกนอกสถานที่ มาคุยกันที่ Aspire อิสรภาพ สเตชั่น จาก AP คอนโดบรรยากาศรีสอร์ทใจกลางฝั่งธนฯ รับชมคลิปสัมภาษณ์เต็มได้ที่ YouTube: THE STANDARD knd (คำนี้ดี) #คำนี้ดีFeaturing #ปันณภัทร #APThai #APLivingQuality #ชีวิตดีๆที่เลือกได้เอง
ไทย
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi

Chin tucks won’t fix forward head posture 👀
Improve ribcage position and breathing first 🫁💪
zurl.co/hV2xe
English
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi
ต๊ะต๊ะ 🐆🐈 retweetledi

POV: realising you don’t need to spend $1000s to get personalised fitness advice.
Hawks@Hawks0x
English










