
ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานเทศกาลทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2567 ในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2567 เวลา 9.00-15.00 น. ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง **เริ่มแจกทานเวลา 15.00 น.
thanatouch.thanatha
8.2K posts

@touchthatha
🛎️ : don't follow me, follow your soul. 🦖 : Bisexuals 🏠 : ENFP

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานเทศกาลทิ้งกระจาด (ซิโกว) ประจำปี 2567 ในวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2567 เวลา 9.00-15.00 น. ณ ศาลเจ้าแม่ทับทิม สะพานเหลือง **เริ่มแจกทานเวลา 15.00 น.

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาโดนตามงานจู้จี้ (Micromanage) หรือโดนตำหนิต่อหน้าคนอื่น สมองมันถึงได้รู้สึกเดือดดาลเหมือนกำลังโดนทำร้ายร่างกายจริงๆ? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เราคิดมากไปเอง แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีในสมองตามหลัก SCARF Model ของ ดร. เดวิด ร็อค ที่อธิบายไว้ว่า สมองมนุษย์มอง "ความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน" เป็นเรื่องคอขาดบาดตายพอๆ กับการเอาชีวิตรอด สมองเราจะคอยสแกน 5 สิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ถ้าข้อไหนติดลบ มันจะสับสวิตช์เข้าโหมด "สู้หรือหนี" (Threat Mode) ทันที: • Status (สถานะ): ความรู้สึกว่าเรามีความสำคัญแค่ไหนในกลุ่ม การโดนหักหน้าหรือข้ามหัว สมองจะประมวลผลความเจ็บปวดแบบเดียวกับบาดแผลทางกายภาพ • Certainty (ความชัดเจน): สมองเกลียดความคลุมเครือ นโยบายที่เปลี่ยนไปมาฟลุคๆ หรือสั่งงานแบบเบลอๆ คือตัวผลาญพลังงานชีวิตชั้นดี • Autonomy (อิสระ): ความรู้สึกว่าเราควบคุมอะไรได้บ้าง การมีสิทธิ์เลือกวิธีทำงานเอง การโดนจ้องจับผิดทุกฝีก้าวทำให้สมองรู้สึกเหมือนกำลังโดนกักขัง • Relatedness (พวกเดียวกัน): การเป็นส่วนหนึ่งของทีม ถ้าทำงานแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวหรือระแวงว่าคนรอบข้างเป็นศัตรู สมองจะปิดโหมดความคิดสร้างสรรค์ทันที • Fairness (ความแฟร์): ความโปร่งใสตรงไปตรงมา เกณฑ์วัดผลที่ลำเอียงหรือเล่นพรรคเล่นพวก จะกระตุ้นความรู้สึกโกรธและต่อต้านอย่างรุนแรง พอเข้าใจมุมนี้แล้ว เวลาเราหงุดหงิดงานหรือเห็นคนในทีมเริ่มฟึดฟัด มันจะช่วยให้เรามองข้าม "ดราม่า" แล้วกลับมามองที่ "กลไกสมอง" แทน ไม่ว่าจะใช้บริหารคนอื่น หรือเอาไว้เช็กเซฟโซนของตัวเอง ลองดูว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราตอนนี้ มันกำลังสร้างภัยคุกคาม (Threat) หรือให้รางวัล (Reward) กับสมองมากกว่ากัน

ผมนี่เข้าวงการขายปีที่2 เงินเดือน+ คอมเอาทั้งปีมาหารเฉลี่ย เกิน150K ต่อเดือน เครียดก็ไม่ต่างจากงานออฟฟิศเท่าไหร่ แต่เงินต่างกัน3 เท่าตัว ยังไม่รวมโบนัสนะ และจากวันนั้นมาจนวันนี้ สะสมลูกค้าเรื่อยๆ เงินไปไกล150Kสุดๆปล.พูดได้3ภาษา+บุคลิกสำคัญ พบหมอผิว+เล่นเวทหนักมาก5555






เพื่อนวิศวะทำ sales engineer ทำงานสายๆ นัดลูกค้า 10 โมง บ่ายๆ ว่างตีกอล์ฟกับลูกค้า คือแทบจะไม่ได้เข้าออฟฟิศ ทำให้ถึงยอด ปิดดีลได้ นอนสบายอยู่บ้านก็ไม่มีใครว่า รวม ๆ ค่าคอม นู่นนี่ แล้วได้แสนปลาย สำหรับเด็กที่เพิ่งจบใหม่แค่ 1-2 ปี

นี่ไม่ได้แอนตี้การมีผัวรวยนะ อยากมีเหมือนกัน เพราะอยากต่อยอดชีวิต แต่เราไม่ได้มาจากเวลเดียวกัน power มันต่างกัน โอกาสโดนกดมันสูงอ่ะ คือถ้าเค้าอยากให้เราทำไร ละเราไม่ทำ เค้าไปมีคนอื่นได้เลยทันที และมีคนพร้อมเสียบเราตลอด ละผู้ชายอ่ะ ขนาดมันจนอีโก้ยังขนาดนั้น ถ้ารวยก็บวกๆไป

เรื่องจริงในวัยทำงาน " ต่อให้เราทำงานหนักแค่ไหน ถ้าเราอยู่ ในสภาพแวดล้อมที่ดี เราจะรู้สึกเหนื่อยน้อยลง เพราะเหนื่อยกับงาน มันดีกว่าเหนื่อยกับคน "

มีอะไรที่อยากบอกเด็กสมัยนี้ที่ยังเคว้ง ยังไม่รู้ตัวเองว่าชอบทำอะไรมั้ยคะ🥹

เทคนิคป้องกันตัวในที่ทำงาน • อย่าเล่าความลับ ให้ทุกคนฟัง • แยก “เพื่อนร่วมงาน” กับ “เพื่อนสนิท” • เก็บหลักฐานเรื่องงานสำคัญ • สุภาพได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไว้ใจทุกคน • ฟังเยอะกว่าพูด จะอ่านคนได้ง่ายขึ้น แล้วก็อะไรอีกนะ? มาแชร์กันน…