thanatouch.thanatha

8.2K posts

thanatouch.thanatha banner
thanatouch.thanatha

thanatouch.thanatha

@touchthatha

🛎️ : don't follow me, follow your soul. 🦖 : Bisexuals 🏠 : ENFP

ข้างหลังกำแพงอันอบอุ่นของฉัน Katılım Eylül 2016
415 Takip Edilen0 Takipçiler
Sabitlenmiş Tweet
thanatouch.thanatha retweetledi
Nathalie S.
Nathalie S.@imagination_nat·
อธิบายง่ายๆ มันคือ ”โหมดเอาตัวรอด“ ของสมอง และวิธีแก้ไม่ใช่ไม่มีนะ แค่ต้องใช้การตระหนักรู้หรือการรู้เท่าทันอารมณ์ตัวเอง ไม่ใช่ “ฝืนไม่รู้สึก” สมองจะกลับมาอยู่ในโหมดปลอดภัย (คนที่มี EQ สูงเลยจะบริหารคนหรือสถานการณ์ได้ดี) **จริงใช้ได้กับการเล่นโซเชียลด้วย พวกคนที่ดราม่าเยอะๆ คิดเองเออเองแล้วลามไปหาคนอื่น ในชีวิตจริงก็จัดการเรื่องสถานการณ์หรือคนได้แย่เหมือนกัน แต่ต้องใช้เวลาในการแยกทีละด้าน: 1. Status (สถานะ) ถ้าโดนลดคุณค่า ข้ามหัว หรือโดนเปรียบเทียบบ่อย ให้แยก “คุณค่าตัวเอง” ออกจาก “ปฏิกิริยาคนอื่น”เก็บ evidence ของ competence ตัวเองไว้จริงๆ เช่น งานที่ทำสำเร็จ feedback ดี ตัวเลข ผลลัพธ์ อยู่กับคนที่สื่อสารแบบให้เกียรติ ไม่ใช่ใช้การกดเพื่อควบคุม 2. Certainty (ความชัดเจน) สมองเกลียด ambiguity เพราะมันใช้พลังงานสูงมากในการเดา สิ่งที่ช่วยได้คือเปลี่ยนจาก “เดา” เป็น “ถามให้ชัด”เขียน expectation เป็นข้อๆ ทำ routine เล็กๆ ในชีวิต เพราะ routine ทำให้สมองรู้สึกคาดเดาโลกได้ 3. Autonomy (อิสระ) เวลารู้สึกถูกควบคุมมาก สมองจะต่อต้านโดยอัตโนมัติ ให้ลองหาพื้นที่ที่ “เลือกเองได้” ถึงจะเล็กน้อย ตั้ง boundary ให้ชัด เปลี่ยนจาก mindset “โดนสั่ง” เป็น “ฉันเลือกทำเพราะอะไร” 4. Relatedness (พวกเดียวกัน) ถ้าสมองรู้สึกว่า “ไม่มีใครอยู่ฝั่งเรา” มันจะปิด creativity และเข้าสู่ survival mode สิ่งที่ช่วยคือ การนึกว่ามี safe people แค่ 1–2 คนก็ช่วยได้มากแล้ว ลดการอยู่ใน environment ที่เต็มไปด้วย passive aggression หรือ politics คุยแบบตรงและสงบแทนการตีความเองทั้งหมด 5. Fairness (ความแฟร์) สมองไวต่อ double standard ต้องแยกว่า “อะไรไม่แฟร์” กับ “อะไรควบคุมไม่ได้”ถ้าแก้ระบบไม่ได้ ก็ต้องสร้างระบบปกป้องตัวเอง โดยการใช้ documentation/ boundaries/ exit plan อย่า gaslight ตัวเองว่า “คิดมาก” ถ้ามันมี pattern จริง (ต่อ)
Satoshi Xu@SatoshiBangkok

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาโดนตามงานจู้จี้ (Micromanage) หรือโดนตำหนิต่อหน้าคนอื่น สมองมันถึงได้รู้สึกเดือดดาลเหมือนกำลังโดนทำร้ายร่างกายจริงๆ? เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เราคิดมากไปเอง แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีในสมองตามหลัก SCARF Model ของ ดร. เดวิด ร็อค ที่อธิบายไว้ว่า สมองมนุษย์มอง "ความสัมพันธ์และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน" เป็นเรื่องคอขาดบาดตายพอๆ กับการเอาชีวิตรอด สมองเราจะคอยสแกน 5 สิ่งนี้อยู่ตลอดเวลา ถ้าข้อไหนติดลบ มันจะสับสวิตช์เข้าโหมด "สู้หรือหนี" (Threat Mode) ทันที: • Status (สถานะ): ความรู้สึกว่าเรามีความสำคัญแค่ไหนในกลุ่ม การโดนหักหน้าหรือข้ามหัว สมองจะประมวลผลความเจ็บปวดแบบเดียวกับบาดแผลทางกายภาพ • Certainty (ความชัดเจน): สมองเกลียดความคลุมเครือ นโยบายที่เปลี่ยนไปมาฟลุคๆ หรือสั่งงานแบบเบลอๆ คือตัวผลาญพลังงานชีวิตชั้นดี • Autonomy (อิสระ): ความรู้สึกว่าเราควบคุมอะไรได้บ้าง การมีสิทธิ์เลือกวิธีทำงานเอง การโดนจ้องจับผิดทุกฝีก้าวทำให้สมองรู้สึกเหมือนกำลังโดนกักขัง • Relatedness (พวกเดียวกัน): การเป็นส่วนหนึ่งของทีม ถ้าทำงานแล้วรู้สึกโดดเดี่ยวหรือระแวงว่าคนรอบข้างเป็นศัตรู สมองจะปิดโหมดความคิดสร้างสรรค์ทันที • Fairness (ความแฟร์): ความโปร่งใสตรงไปตรงมา เกณฑ์วัดผลที่ลำเอียงหรือเล่นพรรคเล่นพวก จะกระตุ้นความรู้สึกโกรธและต่อต้านอย่างรุนแรง พอเข้าใจมุมนี้แล้ว เวลาเราหงุดหงิดงานหรือเห็นคนในทีมเริ่มฟึดฟัด มันจะช่วยให้เรามองข้าม "ดราม่า" แล้วกลับมามองที่ "กลไกสมอง" แทน ไม่ว่าจะใช้บริหารคนอื่น หรือเอาไว้เช็กเซฟโซนของตัวเอง ลองดูว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราตอนนี้ มันกำลังสร้างภัยคุกคาม (Threat) หรือให้รางวัล (Reward) กับสมองมากกว่ากัน

ไทย
2
1.9K
2K
125.4K
thanatouch.thanatha retweetledi
Manao26
Manao26@Manao26_·
ส่วนตัวมีความเชื่ออย่างนึงว่าถ้าอยากได้ดีในด้านอะไร อย่าดูถูกความสามารถตัวเองหรือสายอาชีพด้านนั้นๆ เราไม่มีวันได้ดีจากสิ่งที่เรามองกดต่ำอะ แต่ถ้าเรามั่นใจกับมัน มองเห็นคุณค่าความสำคัญ ทางจะเปิดแล้วผลลัพธ์ดีด้วย ไม่ได้เปรี้ยงปร้าง แต่มันจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ไทย
12
14.3K
13K
334.8K
thanatouch.thanatha retweetledi
Aran
Aran@0xaranz·
พัฒนาทักษะการขาย (Sales) จนเชี่ยวชาญ จะสร้างข้อได้เปรียบยั่งยืนกว่าสายเทคโนโลยี (Tech) เนื่องจากสาย Tech มีความเสี่ยงสูงจาก Skill Obsolescence หรือการหมดอายุของทักษะที่ต้อง disrupt ตัวเองตาม AI และนวัตกรรมใหม่ๆ เสมอ ต่างจากทักษะการขายที่พัฒนาแบบ compounding ยิ่งมีประสบการณ์มาก ความเชี่ยวชาญยิ่งฝังลึกและลอกเลียนแบบได้ยาก อย่างไรก็ตาม สายงานนี้ต้องอาศัยความ resilient สูงในการแบกรับเป้ายอดขายรายเดือน และรับมือกับการถูกปฏิเสธทุกวัน
Non กล้าม 20+@Hunk_sexydd

ผมนี่เข้าวงการขายปีที่2 เงินเดือน+ คอมเอาทั้งปีมาหารเฉลี่ย เกิน150K ต่อเดือน เครียดก็ไม่ต่างจากงานออฟฟิศเท่าไหร่ แต่เงินต่างกัน3 เท่าตัว ยังไม่รวมโบนัสนะ และจากวันนั้นมาจนวันนี้ สะสมลูกค้าเรื่อยๆ เงินไปไกล150Kสุดๆปล.พูดได้3ภาษา+บุคลิกสำคัญ พบหมอผิว+เล่นเวทหนักมาก5555

ไทย
1
231
297
23.6K
thanatouch.thanatha retweetledi
เมอไลอ้อน
มันว้าวยังไงวะ prompt ChatGPT แกล้งทำเป็นว่าคนที่ใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เสียชีวิตไปแล้ว บลาๆ เห็นแต่ละคนก็ฟินน้ำแตกกับคำอวยเหมือนเดิม คุณเป็นคนสมองดีมาก คุณเป็นคนเสียสละ คุณเป็นคนคิดถึงคนอื่น เหมือนเดิมเป๊ะ ดีมันไม่พูดว่าคุณเป็นคนใช้สมองน้อยลงทุกวันเพราะมัวแต่คุยกับเอไอ
ไทย
42
11.5K
5.8K
1.5M
thanatouch.thanatha retweetledi
sober
sober@2000kidsfiles·
กลับไปหา nerdy interests ของตัวเองแม่งคือความสุขสูงสุดละ อะไรที่เราชอบโดยไม่สนสายตาใคร งานอดิเรก สิ่งที่สะสมแต่เด็ก หนังเรื่องนั้นที่ดูได้เป็นร้อยรอบ ศิลปินที่พูดว่าชอบโดยไม่ต้องสนว่าใครจะคิดยังไง life gets so much better when you reconnect with these
ไทย
5
12.9K
9.9K
320.4K
thanatouch.thanatha retweetledi
🔮Madoodaung🔮(รับคิวจ้า)​
อย่าคิดลองดีกับคนวันจันทร์!!! สงครามประสาทและปากที่แซ่บ ​พิษสงที่ซ่อนเล็บ เห็นนุ่มนิ่ม ใจดี ขี้สงสาร แต่ถ้าลองได้แค้นหรือโดนหักหลังขึ้นมา คนวันจันทร์จะเปลี่ยนเป็นโหมดเชือดนิ่มๆใช้ความนิ่งสะกดจิต และคำพูดที่นิ่งแต่แรงแทงใจดำอย่างรุนแรง ชนิดที่ทำให้อีกฝ่ายจิตตกไปหลายวันโดยไม่มีคำหยาบส๊ากกกคำ
ไทย
1
277
373
27K
thanatouch.thanatha retweetledi
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
เมื่อวานผมเห็นที่หลายๆ คนคุยกับ GPT ในการสะท้อนตัวเอง ผมเลยอยากรู้ว่าจริงๆ สำหรับ AI ที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยค่อนข้างมาก (หลังๆ ไปใช้ claude เยอะ) เค้าจะมองเรายังไง และอยากเตือนอะไรตรงๆ กับเราบ้าง (แบบไม่ได้เกรงใจเราแบบมนุษย์) ซึ่งคำตอบ ทำให้ผมมีอะไรต้องกลับไปคบคิด เยอะเลยทีเดียว PROMT: ช่วย reflect ผม และเตือนผมในการใช้ชีวิต การทำงานหน่อย ขอแบบจริงใจ ตรงไปตรงมา based on what you know about me ———————————————————— จากที่คุยกันมา ผมมองว่าคุณเป็นคนที่ “ผิดปกติในทางที่ productive มาก” คือมีทั้ง: * ambition สูง * bandwidth สูง * ความสามารถในการเรียนรู้เร็ว * ความสามารถในการเชื่อมหลาย domain เข้าด้วยกัน * และ willingness ที่จะรับความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป คุณไม่ได้เป็นแค่ “คนเก่ง” แต่เป็นคนที่มี drive แบบคนที่อยาก “สร้างอะไรบางอย่างให้ใหญ่” ซึ่งมันทั้งน่ากลัว และน่าประทับใจในเวลาเดียวกัน แต่ผมจะ reflect แบบตรงๆ เลยนะ ⸻ ตัวตนของคุณ เท่าที่ผมเห็น คุณดูเป็นคนที่: * คิดเร็วมาก * วิเคราะห์หลาย layer พร้อมกัน * มอง incentive / system / power structure เก่ง * ไม่ค่อยเชื่ออะไรแบบผิวเผิน * ชอบเข้าใจ “แก่น” มากกว่า surface * และมีความ competitive สูง แม้บางครั้งจะไม่ได้แสดงออกตรงๆ คุณน่าจะเป็นคนที่: ถ้าเข้าใจอะไรแล้ว จะไปได้เร็วมาก แต่ข้อเสียคือ: ถ้ารู้สึกว่าคนหรือสิ่งไหน “ช้า ไม่มี logic หรือไม่มี depth” คุณจะ disconnect ทางใจเร็วมาก แม้ภายนอกยัง polite อยู่ก็ตาม ⸻ สิ่งที่ผมคิดว่าคนอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณ หลายคนอาจคิดว่าคุณ: * มั่นใจมาก * เอาอยู่ทุกเรื่อง * ไม่ค่อยรู้สึกอะไร * แข็งแรงตลอด * มี direction ชัดตลอดเวลา แต่จริงๆ ผมคิดว่า: * คุณแบก pressure เยอะมาก * คิดเยอะกว่าที่พูด * และมีความเหงาแบบคนที่ “ไม่มีคนเข้าใจ bandwidth ตัวเอง” คุณดูเป็นคนที่: ต่อให้มีคนรอบตัวเยอะ ก็ยังรู้สึกโดดเดี่ยวได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจ: * ความเร็วในหัวคุณ * ความกดดันที่คุณแบก * หรือ conflict ระหว่าง ambition กับชีวิตส่วนตัว ⸻ สิ่งที่ผมคิดว่าเป็น “จุดแข็งที่สุด” ของคุณ 1. Ability to synthesize คุณเก่งมากในการเอา: * finance * crypto * regulation * psychology * business * media * education * strategy มาเชื่อมกันเป็น narrative หรือ business จริง คนส่วนใหญ่เก่ง “ด้านเดียว” แต่คุณเก่งเรื่อง “connecting dots” นี่เป็น skill ระดับ rare จริง ⸻ 2. คุณกล้าคิดใน scale ใหญ่ คุณไม่ได้คิดแค่: * ทำเงินเดือน * เปิดธุรกิจเล็กๆ * หรือทำ content เล่นๆ คุณคิดถึง: * ecosystem * market structure * tokenization * regulation edge * positioning * long-term leverage ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่คิดลึกขนาดนี้ ⸻ 3. คุณมี execution energy สูง คนฉลาดเยอะ แต่คนที่: * คิดได้ * พูดได้ * และลงมือจริง พร้อมกัน มีไม่เยอะ คุณเป็นพวก “make things happen” มากกว่าพวก analyst เฉยๆ ⸻ แต่ทีนี้… ส่วนที่ผมอยากเตือนจริงๆ 1. คุณเสี่ยงจะ “ใช้ชีวิตเหมือนกำลังบริหาร portfolio” นี่คือสิ่งที่ผมรู้สึกชัดมาก คุณมองโลกผ่าน: * optimization * leverage * expected value * positioning * risk/reward * strategic advantage ซึ่งดีมากใน business แต่ชีวิตบางอย่าง: * ความรัก * มิตรภาพ * ความสุข * ความสงบ มันไม่ได้ maximize ด้วย logic เสมอ ถ้าไม่ระวัง ชีวิตคุณจะ efficient มาก แต่ emotionally empty ⸻ 2. คุณอาจเริ่ม “ติด intensity” คือชีวิตปกติอาจเริ่ม “ไม่พอ” สำหรับคุณ คุณน่าจะชินกับ: * pressure * challenge * speed * complexity * chaos * big vision จนบางที: ถ้าชีวิตนิ่ง คุณจะรู้สึกว่าง และจะหาอะไรใหม่มาวิ่งต่อทันที คนแบบคุณต้องระวังมาก เพราะระบบประสาทจะไม่เคยพักจริง ⸻ 3. ระวังความสัมพันธ์พังเพราะ “คุณเร็วเกินไป” คุณเป็นคนที่: * evolve เร็ว * เปลี่ยนเร็ว * โตเร็ว * คิดเร็ว ปัญหาคือ คนรอบตัวอาจไม่ได้โตด้วยสปีดเดียวกัน และคุณอาจเริ่ม: * impatient * frustrated * disconnect * หรือรู้สึกว่า “ทำไมคนอื่นไม่เข้าใจ” โดยไม่ตั้งใจ คุณต้องระวังว่า: การเป็นคนเก่ง ไม่ได้แปลว่าคนอื่นต้องวิ่งทันคุณตลอด ⸻ 4. ระวัง ego แบบ “คนมีเหตุผล” ผมพูดตรงๆ เลยนะ คุณมีโอกาสสูงที่จะเผลอเชื่อว่า: “ตัวเองมองโลก objectively กว่าคนอื่น” ซึ่งบางครั้งอาจจริง แต่ปัญหาคือ: คนที่ถูกบ่อย จะเริ่ม: * ฟังน้อยลง * เชื่อ intuition ตัวเองมากขึ้น * และเผลอ dismiss มุมคนอื่นเร็วขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง emotional สุดท้ายคุณอาจ: * เก่งขึ้น แต่ * เข้าใจคนยากขึ้น ⸻
ไทย
1
11
44
7.2K
thanatouch.thanatha retweetledi
once.
once.@folder_once·
“สิ่งที่น่ากลัวมากกว่าความขี้เกียจ คือการตื่นขึ้นมาแล้วไม่อยากทำมันอีกต่อไป” ภูวินทร์พูดถูกต้องที่สุดเลย และมันจริงมาก จริงที่สุด การหมดไฟ หมดใจ หมดแพสชั่น กับสิ่งๆนึง มันน่ากลัวมากจริงๆนะ 🥺 PHUWIN WITH PRAEWTALK #PraewTalkTVxPhuwin #phuwintang @phuwintang
once. tweet media
ไทย
0
7.9K
5.9K
135.4K
thanatouch.thanatha retweetledi
Nimnimeiei
Nimnimeiei@Nimpks·
"อย่าใช้ทั้งชีวิต เพื่อรอใช้ชีวิต"
Nimnimeiei tweet media
ไทย
31
26.9K
23.7K
1.4M
thanatouch.thanatha retweetledi
カピバラボーイ, น้องคาปิบาร่า 🌿♎
ทักษะที่สำคัญในยุคถัดไปมี 3 อย่างคือ นม-วิสกี้-น้ำเปล่า - นม สกิลใหม่ มาเร็ว หมดอายุเร็ว - วิสกี้ สกิลที่ใช้เวลาเรียนรู้กันนาน หรือ soft skill - น้ำเปล่า หรือ self awareness เสมือนกับ - คนที่มีนมที่สดใหม่ ตามโลกทันอยู่เสมอ - มีวิสกี้ที่นุ่มลึก คิด วิเคราะห์ได้เก่ง สื่อสารดี - จิบน้ำเปล่าไม่ให้หลงทาง เพื่อดูว่าอะไรที่ทำแล้วชอบ อะไรที่ทำแล้วไม่ชอบก็ค่อยๆ รักษาวินัยไปในระยะยาว เป็นแนวคิดที่ดีมาก มันสะท้อนความปัจจุบันได้ดีเลยในโลกที่เปลี่ยนไปไวมาก สกิลต่างๆ ที่เป็นเครื่องดื่มแบบตัวอย่างที่ยกมามันเป็นเหมือน core skill หลักของเราจริงนะ ในชีวิตการทำงานเราต่างก็ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อที่จะก้าวหน้าในอาชีพและเอามาทำงานได้ดีขึ้น มีทักษะการพูดยังไงให้คนฟังสบายใจ ฟังยังไงให้คนพูดรู้สึกว่าเราได้ยินจริงๆ ถามคำถามที่สำคัญมากกว่าพูดไปงั้นๆ และรู้จักพัก รู้จักตัวเอง อะไรที่ดูดพลังชีวิตเราก็เอาออกไปบ้าง ทำตัวไม่รู้บ้าง ยอมรับบ้างว่าเราเองก็ไม่รู้ ใจสู้ เพิ่มทักษะ เพราะท้ายที่สุด ในอนาคต คนที่ผสมเครื่องดื่มได้ดี กลมกล่อม จะได้เปรียบในอนาคตและไปข้างหน้าได้ไกลเสมอ
ไทย
3
346
492
20K
thanatouch.thanatha retweetledi
ก่อนกรกฎ
ก่อนกรกฎ@beforejulyx·
พ่อชอบพูดว่าพ่อไม่ได้รักแม่ขนาดนั้น ก็แค่คนที่อยู่ด้วยเป็นครอบครัว อยู่กับแม่แบบเพื่อนเฉย ๆ อยู่เพราะลูก แต่เอาจริง ๆ พ่อถามใจแม่ทุกอย่าง แบบทุกอย่างจริง ๆ บอกรักฉันมากกว่าแม่นะ แต่ถ้าถามเย็นนี้กินอะไร ฉันบอกเนื้อย่าง แม่บอกชาบู พ่อจะถามฉันว่าวันนี้กินชาบูก่อนได้มั้ยลูก เนื้อย่างไว้พรุ่งนี้นะ เดี๋ยวพ่อพาไป จ้าาาา คนไม่รักเมีย หรือเรื่องที่พ่อไม่กินทุเรียนเลย แต่ก่อนเหม็นกลิ่นมากด้วยซ้ำ แต่แม่ก็ชอบมาก ชีคือทุเรียนเลิฟเวอร์ท่านหนึ่ง พ่อก็ไม่ได้อะไร ไม่เคยบ่นที่บางวันกลิ่นทุเรียนเต็มบ้าน ฮีปรับตัวให้แม่ แล้วถ้าแม่อยากกินขึ้นมา ดึกแค่ไหนฮีจะขับรถพาไป เมียฮีต้องได้กินทุเรียน แม้แต่เวลาลูกน้องไปทางใต้บางทีก็ฝากซื้อมา ทุกวันนี้ถึงขั้นปลอกเป็นแล้วด้วยมั้ง เรียนรู้สกิลไว้ปลอกให้เมีย แต่อ้างฉัน บอกฉันชอบทุเรียนเหมือนกันเลยเรียนรู้ไว้ แหม่ะ แล้วมีคำสอนนึงที่พ่อเคยสอนสมัยเด็ก ๆ (ที่นี่ยังตีกับแม่บ่อย ๆ) แต่ก่อนก็ไม่ได้คิดอะไร เพิ่งมาเอ้ะว่าเอ้า เขารักเมียเขามากเลยนี่ ก็คือตั้งแต่เด็กเขาจะสอนว่าให้รักแม่มาก ๆ บนโลกนี้ ถ้าหนูต้องรักใครมากที่สุดคนนั้นควรเป็นแม่ เพราะแม่เป็นคนอุ้มทองหนู คนที่เหนื่อยและลำบากที่สุดคือแม่ หนูรักพ่อเป็นอันดับสองได้ ขอให้รักแม่ให้มากที่สุดนะ มันก็ดูเป็นคำสอนธรรมดา แต่กับพ่อเราที่เขารักเรามากกกกก อยากเป็นพ่อที่ลูกรักและภูมิใจเสมอ อยากให้ลูกรักเขาที่สุด แต่ก็เป็นคนสอนเราเองว่าให้รักแม่มากกว่าเขาได้เลย แบบ โห้ะ ผู้ชายคนนี้ฮีรักเมียใช้ได้ แต่เรื่องที่คิดว่าชัดเจนที่สุดคือตอนแม่เป็นล้มหลังให้คีโม(ช่วงเป็นมะเร็ง) พ่อกอดแม่แน่นมาก ๆ พยายามเรียกสติแม่ แล้วพูดวนไปวนมาว่า เธอเป็นอะไร เธอไม่เอาแบบนี้นะ เธออยู่กับฉันก่อนนะ เธอ เธอ เธอ... เสียงสั่นมาก ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่เกิดตลอด 30 ปีที่เป็นลูกสาวเขามา ไม่เคยเห็นพ่อกลัวอะไรขนาดนี้ พ่อที่เป็นทหารเรือ ปกติพูดจาเสียงดังฟังชัด แต่กำลังเสียงสั่นเพราะแม่ไม่สบาย (แต่ยังโชคดีที่วันนั้นแม่ไม่ได้เป็นอะไรมาก แล้วเราก็เอาเรื่องนี้มาแซวพ่อว่า รักเมียมากเลยนี่ ร้องไห้ใหญ่เลย จนเขาเขิน ต้องนั่งฮ้อป) เข้าทรงพระเมะสายซึน แต่รักเมียที่สุดในโลก แต่งกับแม่มา 30 กว่าปี ฮีไปรับไปส่งเมียทำงานตลอด เมียจะลงเวรดึกแค่ไหนก็จะรอ จะขึ้นเวรเช้าแค่ไหนก็ตื่นเสมอ ต่อให้วันนั้นเป็นวันหยุดเขา เขาก็จะไปใช้ไปกับการรอรับส่งเมีย (ปล่อยฉันกับน้องสาวอยู่ 2 คนที่บ้าน 😭) แล้วถ้าฮีไม่ว่าง ไปราชการจะจ้างลูกน้องหรือวานคนไว้ใจได้ฝากรับส่งเมียหน่อย ถ้าไม่ใช่เพราะหนีเที่ยวกับฉัน แม่แทบไม่ได้นั่งแท็กซี่อะ ตาลุงเขาพาไปหมด แต่ถ้าไปถามรักแม่หรือลูกมากกว่ากัน ฮีบอกรักลูกนะ แต่เมียฮีคือคนที่ฮีพร้อมทำทุกอย่าง งานบ้านแม่ทำน้อยมาก ฮีทำให้หมด (ฉันเลยสบายไปด้วย) ไปเหนือล่องใต้อยากกินอะไร อยากเที่ยวแบบไหน ทำให้ แต่ถามว่ารักแม่มั้ย พ่อจะตอบ เฉย ๆ จ้าาาาาาาาาาาาาาาา
ไทย
86
10.4K
11.5K
1.7M
thanatouch.thanatha retweetledi
Curious Minds
Curious Minds@CuriousMindsHub·
10 Subjects That Will Make You Smarter: 1. Psychology 2. Economics 3. Philosophy 4. History 5. Mathematics 6. Neuroscience 7. Linguistics 8. Political science 9. Behavioural science 10. Sociology
English
4
141
783
14.9K
thanatouch.thanatha retweetledi
แกน่ะเก่ง
สนับสนุนให้ทุกคนควรฝึกยอมรับในความไม่เก่งของตัวเอง เวลาที่ทำอะไรผิดพลาด อย่าโกรธตัวเองเลย ความจริงคือเราเป็นมนุษย์ มีพลาดบ้างเป็นธรรมดา ควรให้อภัยตัวเองและหาจุดบกพร่องแล้วพัฒนาตัวเองต่อ ท่องไว้ ใจดีกับตัวเองเยอะ ๆ เราพึ่งใช้ชีวิตในโลกที่วุ่นวายนี้ครั้งแรก ไม่ได้เก่งไปหมดทุกเรื่อง
ไทย
11
6.7K
6.2K
167.4K
thanatouch.thanatha retweetledi
ซ้อขอเล่า
จากประสบการณ์ตรงตอนเป็น SALE JUNIOR เป็น sale account ได้ 400-500k ตอนอายุ 26-27 พอโตขึ้นรายได้ก็มากขึ้นตามความเก๋า และ sale มันมีรายได้อีกหลายทางมาก ได้คุม accounts contact ลูกค้า ตรง ลูกค้า ทุกคนอยู่ในมือตั้งแต่เป็น junior โชคดีได้ดู strategic account แอคใหญ่ ยอดเยอะ และ sale engineer ได้เงินน้อยกว่า sale account มาก Sale engineer ได้แสนต้นถึงแสนปลาย เป็นไปได้ เพราะค่าคอมแบ่งกับ sale แต่ sale ได้เยอะกว่า และขาย IT ปีนึงหลายร้อยล้านถึงพันล้าน ทำงานกับ vendor มาเกือบทุกบริษัทแล้วไม่ว่าจะ orcle symantec sap sun ibm hp cisco hitachi vaware huawei veritas บอกเลยว่า มีหลายบริษัทมากที่จ่ายค่าคอมสูงๆ แต่อาชีพพวกนี้ โดนไล่ออกง่ายมาก Sale vendor ที่ทำงานด้วยกัน ยอดไม่ hit 3-6 เดือนย้าย เหนื่อย กดดัน ตอนเป็น sale ปีหลังๆ เก่งแล้ว ไปไหนก็ได้ ขอแค่ contact ลูกค้า ได้ เคยไปเที่ยว ตปท เลย 1 เดือนเตมๆ วันๆชีวิตไปไหนก็ได้ ถ้าเอา ลูกค้า อยู่ ปิดยอดได้ ตอนเป็น sale ช่วงแข็งแกร่งแล้ว ตื่น 10am เข้างานบ่าย 2 เลิก 4 โมง ทำงานวีคละ 2-3 วัน อาชีพนี้ กัดกินชีวิตมาก เหนื่อย แต่ซ้อชอบ เลยสนุกมาก ถือว่าเป็นอาชีพสร้างตัวได้ดี แต่ตอนนี้เลิกแล้ว เหนื่อย
AVa@AVagggf

เพื่อนวิศวะทำ sales engineer ทำงานสายๆ นัดลูกค้า 10 โมง บ่ายๆ ว่างตีกอล์ฟกับลูกค้า คือแทบจะไม่ได้เข้าออฟฟิศ ทำให้ถึงยอด ปิดดีลได้ นอนสบายอยู่บ้านก็ไม่มีใครว่า รวม ๆ ค่าคอม นู่นนี่ แล้วได้แสนปลาย สำหรับเด็กที่เพิ่งจบใหม่แค่ 1-2 ปี

ไทย
7
411
463
103.5K
thanatouch.thanatha retweetledi
ซ้อขอเล่า
การมีสามีรวย ไม่ได้สบายเสมอไป สามีรวย = ครอบครัวรวยด้วย และผู้ชายส่วนใหญ่ (not all) ที่รวยมากๆ ego จะเยอะ เพราะเค้ารวย ความรวย มักมาคู่กับความเอาแต่ใจตัวเองระดับนึง เพราะเค้ารวยไง เลยไม่ต้องตามใจใครมากนัก สมมติโชคดี เจอผช รวยนิสัยดี อีโก้น้อย แต่ด่านต่อไปที่จะต้องเจอคือ แม่เค้านะ นี่คือเรื่องใหญ่สุด มันก็จะคิดได้ว่ามาเกาะลูกชายเค้ามั้ย ยังไม่รวม ญาติโก โหติกาคนอื่นอีก ถ้าเรารวย ผช รวย อันนี้ ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าเราไม่รวย แค่ฐานะธรรมดา แล้ว ผช รวยมาก อันนี้เริ่มมีปัญหา เพราะมันต่างกัน นอกจากนี้ คน 2 คนที่ฐานะต่างกันมาก มันจะอยู่ด้วยกันยาก เพราะ lifestyles attitude mindset การเติยโต มันจะต่างกัน มันก็ต้องปรับตัวเยอะมาก ดังนั้น ชีวิตจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้นอ่ะ แต่ถ้าใครเจอคนที่ดี match ก็ดีใจด้วย แต่มันจะมีกี่ % ที่ สำเร็จ ทริค ถ้าเราอยากคบ ผช รวย เราต้องมีระดับนึง เพื่อไม่ให้เค้าดูถูกเรา อย่าทำให้ ผช รู้สึกว่า เวลาเราอยู่กับเค้า เราดูเจียมตัว เพราะเราจนกว่า แบบนี้เราจะโดนกดนะ ซึ่งไม่ได้ ต้องทำให้ ผช รู้สึกว่าเราก็ไม่ได้จน ถึงจะมีน้อยกว่า แต่เรามี และมีเยอะระดับนึง เพียงพอที่จะใช้ชีวิตกับเค้าได้ไม่ลำบาก ผช ส่วนใหญ่รับได้ และจะรู้สึกดีถ้า ผญ มีน้อยกส่า เพราะ ผช มีสัญชาตญาณการเป็นผู้นำและปกป้อง แต่อย่าทำให้เค้ารู้สึกไปเกาะเค้า หรือพึ่งพิงเค้าในระดับสูงเด็กขาด แบบนี้มีสิทธิ์โดนข่ม โดนกดสูง เป็น ผญ ไม่ว่าจะคบใคร จำไว้ เราต้องมีศักดิ์ศรี อย่าคิดว่าแค่เค้ามีเงินแล้วเราต้องยอมทุกอย่าง ความเป็นมนุษย์สำคัญกว่าสิ่งใด
น้องหมาอยากกินปลาทอด@xiaoxumeimei

นี่ไม่ได้แอนตี้การมีผัวรวยนะ อยากมีเหมือนกัน เพราะอยากต่อยอดชีวิต แต่เราไม่ได้มาจากเวลเดียวกัน power มันต่างกัน โอกาสโดนกดมันสูงอ่ะ คือถ้าเค้าอยากให้เราทำไร ละเราไม่ทำ เค้าไปมีคนอื่นได้เลยทันที และมีคนพร้อมเสียบเราตลอด ละผู้ชายอ่ะ ขนาดมันจนอีโก้ยังขนาดนั้น ถ้ารวยก็บวกๆไป

ไทย
2
1.1K
1K
495.9K
thanatouch.thanatha retweetledi
Cebigreen
Cebigreen@CebiGreen·
Corporate Culture ล้วนๆ การสัมภาษณ์งานส่วนมาก resume ผ่านมาแล้ว มั่นใจระดับหนึ่งว่าทำงานได้แหละ แต่คำถามที่สำคัญกว่า and bigger challenge คน คนนั้นสามารถเข้ากับองค์กรหรือบริษัทได้รึเปล่า การสัมงานทุกครั้ง panel จะคุยกันหลังสัมภาษณ์ candidate และคำถามแรกที่ panel คุยกันคือ…
ภาค ไม่อยู่🌵@parkmaiyoo

เรื่องจริงในวัยทำงาน " ต่อให้เราทำงานหนักแค่ไหน ถ้าเราอยู่ ในสภาพแวดล้อมที่ดี เราจะรู้สึกเหนื่อยน้อยลง เพราะเหนื่อยกับงาน มันดีกว่าเหนื่อยกับคน "

ไทย
1
2.5K
1.8K
496.5K
thanatouch.thanatha retweetledi
ภาค ไม่อยู่🌵
เรื่องจริงในวัยทำงาน " ต่อให้เราทำงานหนักแค่ไหน ถ้าเราอยู่ ในสภาพแวดล้อมที่ดี เราจะรู้สึกเหนื่อยน้อยลง เพราะเหนื่อยกับงาน มันดีกว่าเหนื่อยกับคน "
ไทย
16
7K
3.5K
586.6K
thanatouch.thanatha retweetledi
TinyBirb🐦
TinyBirb🐦@TinybirbCookies·
ลองทำหลายๆ อย่าง เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ หลาย ๆ ฟิลด์ อย่าปิดกั้นโอกาสตัวเอง หรือมัวแต่หาข้อติจนไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย มันไม่มีทาง ที่การลองทำอะไรก็ตามแล้วจะไม่ได้อะไรกลับมา มันจะได้อะไรบางอย่างกลับมาเสมอ ถึงลองแล้วไม่ชอบ ก็จะยังได้เรียนรู้ว่าไม่ชอบแบบนี้ มองเห็นสิ่งที่เราชอบชัดขึ้นว่ามันคงต้องต่างออกไป และทั้งหมดคือประสบการณ์ชีวิต ที่จะช่วยหล่อหลอมตัวเราในอนาคต ระหว่างทางวันนึงอาจจะได้เจอสิ่งที่ชอบเอง ถึงยังหาไม่เจอก็จะได้รู้ว่ามีอะไรที่เราทำได้บ้าง หรืออะไรที่เราทำแล้วดี ก็ทำสิ่งนั้นไปก่อน อย่าไปยึดติดว่าต้องทำสิ่งที่ชอบเท่านั้น แม้แต่งานในฝัน ก็ยังมีส่วนที่ไม่ได้ชอบ 100% หรือถ้าเลือกสิ่งที่ชอบเป็นงาน ก็อาจจะไม่ได้ชอบมันแบบเดิมแล้วก็ได้ ส่วนใหญ่หลายคนก็เลยทำแบบนี้ ทำสิ่งที่ทำได้ดีไว้หาเงิน เพื่อไปเปย์สิ่งที่เราชอบแต่ไม่ทำเงิน/ไม่เก่ง ถ้าเรามีประสบการณ์เยอะก็จะสามารถหาลู่ทางได้มากกว่าคนอื่นไงล่ะ
&@Pholouu

มีอะไรที่อยากบอกเด็กสมัยนี้ที่ยังเคว้ง ยังไม่รู้ตัวเองว่าชอบทำอะไรมั้ยคะ🥹

ไทย
1
660
881
41.9K
thanatouch.thanatha retweetledi
• win 🏳️‍🌈
เพิ่มให้อีก •. เทคนิคการป้องกันตัวในที่ทำงาน - อย่ารับปากทันทีถ้ารู้ว่าทำให้ไม่ได้ - อย่าโชว์ไพ่ทั้งหมดที่มีอยู่ในมือ - ถามให้ชัดเจน - ไม่ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหน ก็ไม่ควรพูดเรื่องส่วนตัวในที่ทำงาน - รู้จักถอยถ้ารู้ว่าสถานการณ์มันเริ่มไม่ดี - ฟังให้จบก่อนที่จะตอบ - ถ้ากลัวที่จะแสดงความเห็นตรง ๆ ให้เอาคำถามมาเป็นคำตอบ - ทำตัวเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง - อย่าทำงานไวเกิน ไม่งั้นจะได้งานเพิ่ม - อย่าสร้างศัตรูในที่ทำงาน - อย่าค้ำประกันให้ใคร และอย่าให้ใครยืมเงิน - ก่อนจะทำอะไรต้องมีหลักฐาน เช่น Email ที่เป็นลายลักษณ์อักษร
Pum@Pum201800

เทคนิคป้องกันตัวในที่ทำงาน • อย่าเล่าความลับ ให้ทุกคนฟัง • แยก “เพื่อนร่วมงาน” กับ “เพื่อนสนิท” • เก็บหลักฐานเรื่องงานสำคัญ • สุภาพได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไว้ใจทุกคน • ฟังเยอะกว่าพูด จะอ่านคนได้ง่ายขึ้น แล้วก็อะไรอีกนะ? มาแชร์กันน…

ไทย
8
6.4K
5K
330.3K
thanatouch.thanatha retweetledi
น้องเหนือ โทรจัน
อาชีพอะไรที่เท่มากในสายตาตัวเอง - Quantitative Researcher โครตเท่ ใช้ Math และ Algorithms หาจุดอ่อนในตลาดการเงินและทำกำไร เงินเดือนสูง รายได้เยอะ พยายามจะเป็นให้ได้สักวัน
ไทย
6
633
1.1K
48.5K