

Eril Thorne 🕒
437 posts

@Eril_SVCS
Eril Throne | Just an ordinary clockmaker | ☆ Newcomer ☆ | ( คาร์เพิ่งย้ายมาใหม่มากๆ ) | เน้น Roleplay และวาด แต่Dmมาได้หมด




หนาว คนที่นั่งพิมพ์อะไรอยู่ในห้องส่วนตัวคิดเช่นนั้น ทั้งเพราะปลายนิ้วเริ่มชาจากการเปลี่ยนลายมือบนกระดาษให้กลายเป็นตัวอักษรบนจอ ประกอบข้อมูลที่ใกล้จะเป็นจิ๊กซอว์อันสมบูรณ์ในเร็ววัน และเพราะความเงียบของบ้านที่มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองคลอไปกับเสียงพัดลมเครื่องทำความร้อนนั้น มันชวนให้หนาวสั่นขึ้นมาทั้งร่างกายและจิตใจจริงๆ เขารู้สึกเหมือนเส้นประสาทเริ่มตึงเครียด สายตาเลื่อนลอย มือคว้าหยิบแผงยาหนึ่งอันมาแกะแล้วกลืนลงไป ถอดแว่นตาวางทิ้งไว้ มือบีบขมับตัวเองอย่างไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย และทันใดนั้น เสียงกริ่งก็ดังขึ้นเรียกความสนใจ วิลเลียมเอนพิงพนักเก้าอี้ เงยหน้ามองเพดาน หลับตาอยู่เสี้ยววิ จากนั้นถึงค่อยลุกขึ้นคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับเสื้อยืดสีขาวอย่างลวกๆ ในขณะที่ขาก้าวเดินออกจากห้องไป ปกติ…เวลาอย่างนี้จะต้องมีคนในบ้านลุกไปรับแขก แต่วันนี้บ้านว่างเปล่าเกินไป คนเฒ่าทั้งคู่ไปทำกิจกรรมยังศูนย์กลางชุมชนกันหมด เขาเลยจำใจทำหน้าที่นั้นแทน ถึงอย่างนั้น—อาจจะเพราะหมู่ดาวรับฟังคำอธิษฐานของคุณในตอนนี้ หรืออาจเพราะมันรับฟังคำอธิษฐานของเขาในก่อนหน้านั้น เลยทำให้วิลเลียมได้ปรากฎอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกจำใจทั้งหมดนั่นมลายหายอย่างกับไม่เคยมีอยู่ยามเห็นหน้าคุณ อลิสยืนซุกตัวอยู่กลางหิมะ ปลายหูแก้มจมูกแดงระเรื่ออย่างน่าตกใจ และที่ทำให้หัวใจเขาตกวูบไม่ใช่ความงามนั้นอีก—แต่คือความจริงที่อีกฝ่ายแทบจะกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งไปแล้ว เจ้าตัวเบิกตากว้าง ด้วยไม่อาจชักช้า รีบคว้าคุณเข้ามาข้างในทันที เผลอออกแรงมากกว่าปกติด้วยซ้ำ “อลิส…” เสียงเขาแทบกลายเป็นลมหายใจพร่า “ทำไมถึงออกมาทั้งแบบนี้—รองเท้าก็ไม่ใส่…แล้วเสื้อคลุมล่ะครับ?” เขาจับที่ริมแก้มของคุณ เย็นเฉียบ เย็นจนเจ็บปลายนิ้ว ไม่ต้องรอคำตอบอีก รีบถอดเสื้อคลุมตัวเองไปคลุมไว้ให้แล้วกอดไหล่เอาไว้ ”…เป็นอะไรรึเปล่า“ เสียงทุ้มอ่อนลงไปหลายระดับจากยามปกติ กับใจที่เหมือนถูกบีบรัด จนมีรอยปริแตกเผยออกมาทางแววตา





13 Winter ❄️☃️ | #HappyBirthday_SVCS วันที่ 13 ของฤดูหนาว ท่ามกลางลมเย็นและหิมะโปรยในยามค่ำคืน เสียงแตกเปรี๊ยะของไม้ในเตาผิงดังสลับกับเสียงไวโอลินแผ่วเบาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง กลิ่นไม้สนที่ค่อยๆ ลามไปในอากาศผสมเข้ากับกลิ่นไวน์แดงที่เพิ่งรินลงแก้ว ภายในชั้นสองของบ้านหลังหนึ่งในเขตที่เจ็ด เหนือร้านขายนาฬิกา 'เอริล ธอร์น' นั่งอยู่บนโซฟาหนังสีแดงเข้ม สวมเชิ้ตขาวที่ปลดกระดุมเม็ดบนเผยให้เห็นไหปลาร้าเล็กน้อย ท่าทางผ่อนคลาย ข้างกายคือโต๊ะไม้เตี้ยที่วางจานชีสบอร์ดไว้เรียบร้อย — ชีสกาม็องแบร์หั่นชิ้นพอดีคำ ถั่ววอลนัต ลูกฟิกแห้ง และองุ่นสีเข้มที่เพิ่งล้างน้ำจนมีหยดเกาะ แสงไฟสีส้มสะท้อนจากเตาผิงตกลงบนแก้วไวน์ เขาหมุนแก้วเบาๆ ก่อนจะยกขึ้นจิบ กลิ่นผลไม้เข้มข้นผสมกลิ่นไม้โอ๊กอ่อนๆ ละลายลงบนลิ้น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังซึมซับความทรงจำในปีที่ผ่านมา "สุขสันต์วันเกิด... เอริล" เขากล่าวกับตนเองเสียงทุ้มแผ่ว ผ่านมาแล้ว 35 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 36 ชีวิตที่ถือว่าไม่มีอะไรมากของ 'เอริล ธอร์น' ไม่จำเป็นต้องมีเพลงหรือเสียงอวยพร มีเพียงเสียงเพลงที่ชื่นชอบ ไฟอุ่นๆ ไวน์ราคาแพงที่ซื้อเก็บไว้สำหรับโอกาสพิเศษ ของว่างจานโปรด งานวันเกิดที่จัดให้ตัวเองอย่างเรียบง่าย เท่านี้ก็เพียงพอ สายตาเลื่อนมองไปยังกรอบรูปเล็กๆ เหนือเตาผิง เป็นรูปสมัยเมื่อเขายังเป็นนักศึกษาในเมืองใหญ่ สีของภาพถ่ายนั้นซีดจางไปตามกาลเวลา "ช่างเดินได้ดีเหลือเกิน...." เขากล่าวราวกับกำลังพูดกับนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เขายกแก้วขึ้นอีกครั้ง รอยยิ้มจางปรากฎในเงาสะท้อน แล้วชายผู้รักในจังหวะของเวลาก็เอนหลังพิงเบาะ ปล่อยให้เสียงเพลงและแสงไฟขับกล่อมค่ำคืนวันเกิดนี้ให้ดำเนินต่อไป ---








อาจจะรู้ว่าแพ้ อาจจะไม่ได้ตั้งใจ เดิมทีวิลเลียมก็พยายามรักษาระยะ ใกล้พอไม่ให้ห่างเหิน แต่ก็ไม่มากเกินจนอึดอัด คุณต่างหาก รู้ตัวบ้างไหม ทว่า คราวนี้คงไม่แค่ทำเช่นนั้นอีกต่อไป “ซูซู?” ”ก็ดีนะครับ ไม่ไกลมาก“ เขาตอบกลับ เสี้ยวรอยยิ้มวาบผ่านดวงตา ก่อนมือข้างหนึ่งจะขยับไปอีกนิด ทาบทับลงบนหลังมือของอลิสที่คงไว้ตรงโซฟา จุดที่ผิวหนังแตะกันให้สัมผัสอุ่นละมุน “จริงๆ ผมจัดเวลาให้ว่างได้ตลอด“ เสียงเอื้อนเอ่ยทุ้มแผ่ว “แต่…เอาเป็นวันที่ 27 แล้วกัน” “เธอจะได้รู้ ว่าระหว่างท้องฟ้าใต้น้ำที่นั่นกับที่เพอลิแกน” ”ที่ไหนจะสวยกว่ากัน” มุมปากยกขึ้นน้อยๆ และยิ่งหยักลึกขึ้นไป ราวกับกลัวว่าคนมาใหม่จะไม่คุ้นชิน “วันที่ 28 ที่นี่จะมีเทศกาลน่ะครับ” “มันสวยมาก” “เธอน่าจะชอบ” ถัดจากทะเลเกลือ ก็เป็นอีกครั้งที่เขาถือวิสาสะคาดเดาความชอบของคุณไปอีกแล้ว





