I will lost
3.6K posts


I even have my doubs we going to lows 60s. Think 68-72 can become goo HL retest like Adam and Eve form or cup and hand meme.
At least it was where a lot of short hedging pressure show in dated futures. But will see so far some things still point to retest under 87-93 (ext 95) then nuke back down to 70s
English

@Eig_Banphot พอเข้าใจเงินเฟ้ออาหารเพิ่มขึ้น ราคาอาหารอาจลดได้ ถ้า land lord ยอมลดค่าเช่า แต่ใครกล้า แตะ ตรงนี้?
ไทย

อาหารตามสั่ง ทยอยขึ้นราคา 5-10 บาท เงินเฟ้อพุ่งสูงสุด ในรอบ 3 ปี
.
#ลงทุนเพราะอยากมีเงินใช้ตลอดชีวิต #อิกบรรพต #TAMEIG
ไทย
I will lost retweetledi

here a comparison with one popular StochRSI script been marking extreme "overbought for days" on the weekly yet price keep printing up and in this case the Signal RSI still roughly at 60% levels
This is why early on made decision to not give much more support to something stochRSI or the classic stochastic because they can induce a bias leading to not ride wider uptrends.

English
I will lost retweetledi

@platutong ในอดีต การใช้ชีวิตของคนไทยชนบทจะเป็นการแบ่งปัน ทำอาหารแลกเปลี่ยนเพื่อนบ้าน อยู่แบบพึ่งพาอาศัย แม้แต่ที่ดินยังแบ่งได้เลย การเข้ามาของคนจีน และ ชาวต่างชาติ เปลี่ยนจากการแลกเปลี่ยนเป็นใช้เงินเป็นการซื้อ/ขาย
ไทย

@MorningNewsTV3 ค่าแรงไม่พอกับค่าใช้จ่าย เหตุผลไม่พอ?
ขึ้นค่าไฟ ขึ้นราคาสินค้า มีเหตุผลพอ? ไปนอนตายให้แมวแดกซะ
ไทย

“อนุทิน” อวยพรวันแรงงาน ชี้ขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล
วันนี้ (1 พ.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฝากถึงผู้ใช้แรงงานเนื่องในวันแห่งชาติ แรงงานแห่งชาติปี 2569 ว่า ขอฝากความระลึกถึง ชื่นชม ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ทำงานให้สำเร็จ มีความมั่นคงในชีวิต
ส่วนถ้ามีการขอเพิ่มค่าแรงรัฐบาลจะตอบสนองหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมีเหตุผล
#เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง

ไทย

@Unrulycat2511 โคราชเป็นเมือง ที่อาหารพื้นบ้านอร่อยๆ หลากหลาย เด่นๆ หลายที่ จัดทริปกิน 1 อาทิตย์ ร้านเด่น เฉพาะตัวเมือง ไม่หมดแน่นอน
ไทย

@tootsyreview ชนชั้นกลาง โดนแบกหลังแอ่นทุกยุค เมื่อมีอายุมากขึ้น เงินออมก็มีเหลือน้อย ก็โดนอีกไม่รู้จักออม หวังว่ายุคนี้ คงรู้จักเลือกลงทุน ไม่มียุคใหนในประเทศนี้ ไม่มีรีดภาษีคนรวย มีแต่ออก กม. เอื้องประโยชน์
ไทย

‘ชนชั้นกลาง’ เดอะแบกของรัฐ สู่เป้าหมายรีดศักยภาพสูงสุด แบบ #รวยไม่ไหวแล้ว
ถ้าคุณไม่ใช่ "ชนชั้นกลาง" ไม่แปลกที่จะอ่านบนความไม่เข้าใจ แต่ถ้าคุณเข้าใจ ผมจะดีใจมากที่คุณมองกลยุทธ์ของรัฐออก และมันไม่ใช่การโจมตี #รัฐบาลภูมิใจไทย แต่มันเป็นความเข้าใจในวิธีการรีดศักยภาพจากชนชั้นกลางของรัฐครับ
======
- 20 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบมาตรการหนุนการใช้พลังงานสะอาด โดยธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนประชาชนในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
- รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานประกาศสูตรค่าไฟใหม่ ผลักให้คนที่ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย ควรติด Solar Cell เพื่อประหยัด ไม่งั้นจะจ่ายมากกว่า 5 บาท/หน่วย
- รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวพูดถึงแผนที่เตรียมเก็บค่า Exit Fee หรือค่าธรรมเนียมบินเที่ยวต่างประเทศ คนละ 1,000 บาท (หลังมีแรงต้านทางสังคม แจ้งข่าวว่า แค่อยู่ระหว่างศึกษา)
- คุณเอกนิติ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง สยบข่าวขึ้น VAT โดยบอกว่า มติคณะรัฐมนตรีการลดอัตราจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 10% เหลือ 7% ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2569 ก็จะขยายเวลาการลดดังกล่าวออกไปอีก 1 ปี จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2570 เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันยังไม่พร้อม (จริงๆก็มีกระแสแรงต้านจากสังคมเรื่องการขึ้น Vat เช่นกัน)
======
จาก 4 ข่าวข้างต้น ถ้าคุณสังเกตดีๆ คนชนชั้นกลาง คือคนที่แบกประเทศเยอะที่สุดแบบหลังแอ่น
พวกรวยจัดๆ เป็น elite มันแค่คนประมาณ 1% ของประเทศ ดังนั้น คนที่ต้องจ่ายทุกอย่างเพิ่ม เป็นประชากรกลุ่มหลัก คือชนชั้นกลางทั้งนั้น
- คนรวย ไม่มีปัญหาในการตัดสินซื้อรถ EV คันใหม่หรอก ไม่ต้องผ่อนด้วยซ้ำ พวกเขาจะซื้อกี่สิบคันก็ได้ แต่คนชนชั้นกลางต่างหากที่ต้องผ่อน เพื่อเอาตัวรอด ลดค่าใช้จ่ายน้ำมันในอนาคต
- คนที่จ่ายค่าไฟสูงถึงเดือนละ 2,000 หรือไปถึง 3,000-4,000 บาท/เดือน ก็เป็นชนชั้นกลางที่ทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไฟ ไม่ใช่คนรากหญ้า
- คนที่บินไปเที่ยวต่างประเทศกลุ่มใหญ่สุด ก็ชนชั้นกลาง เป็นสัดส่วนหลักอีกเช่นกัน
- คนที่ซื้อของเข้าบ้าน ตามร้านสะดวกซื้อ supermarket และห้าง ที่เป็นผู้ใช้จ่ายกลุ่มใหญ่สุด ก็ชนชั้นกลางอีกเช่นกัน
======
ผมมาพูดเรื่องนี้ทำไม?
1) 4 ปีต่อจากนี้ ในยุครัฐบาลอนุทิน ชนชั้นกลางในไทยต้องเตรียมตัวทางการเงินมากขึ้น เพราะคุณคือเป้าหมายหลักที่รัฐจะรีดศักยภาพเม็ดเงินของคุณเข้าสู่ระบบ และรัฐก็อาจจะ support กลุ่มนายทุนที่เกื้อหนุนในระบบ ไม่แปลกที่รถ EV และ Solar Cell จะถูกผลักดันพร้อมกัน (ก็ไปไล่ดูละกัน ใครถือหุ้น? มีทุนจีนเข้ามาทำตลาดเหล่านี้ไหม?)
2) รัฐน่าจะกำลังหาเงินเข้ารัฐอย่างรวดเร็ว เพื่อสูบเอาเม็ดเงินเหล่านี้จากชนชั้นกลาง แล้วเอาเงินงบประมาณไปใช้กับ "นโยบายประชานิยม" เพื่อเป็นฐานเสียงสำคัญในสมัยหน้า ให้แข็งแรงขึ้น ยกตัวอย่าง คนละครึ่งพลัส สร้างความสำเร็จต่อไป จากภาษีของประชาชน
3) ชนชั้นกลางต้องขยันหาเงินทำงาน และต้องประหยัดมากขึ้น มันเป็นวิธี "ค่อยๆบีบรัดในการใช้ชีวิต" ที่รัฐจะรีดศักยภาพสูงสุด คุณจะไม่ถึงกับตายหรอก แต่ค่อยๆรู้สึกเค้น จนอึดอัด มีเสียงบ่นนิดหน่อย แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินต่อไป ไม่มีเวลาไปประท้วง หรือออกแรงต้านอะไรมาก คนไทยอดทนเก่ง และมีลักษณะยอมจำนน ในวัฒนธรรมข่มขืน ที่รัฐสร้างมาอย่างต่อเนื่องและแข็งแรง
ถ้าคุณมองสิ่งเหล่านี้ออก มันก็เป็นกลยุทธ์วิธีการหาเงินเข้ารัฐ ที่แต่ละประเทศก็มีนโยบายลักษณะนี้ แต่ "ประเทศอื่นเม็ดเงินที่เก็บเข้ารัฐ ผ่านภาษี ถูกแปลงมาเป็นสวัสดิการ และใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น" แต่ปัญหาของไทย ที่ควรเป็นคำถามต่อไป คือ
"ในอนาคต เราอาจจะต้องจ่ายให้รัฐบาลเยอะขึ้น แล้วเราได้อะไรกลับมาเป็นสิ่งที่รัฐตอบแทนให้คนไทย ที่คุ้มค่าต่อการจ่ายหรือไม่?"
นี่คือเกมชีวิตที่ประชาชนต้องต่อสู้ บนการเมืองใน 4 ปีนี้ และเราหวังว่า "รัฐจะพัฒนาประเทศให้เราเห็น จากเม็ดเงินทุกบาทที่เราเสียไป"
โชคดีครับ ... ชนชั้นกลางทุกคน (เป็นชนชั้นกลาง ที่ค่อยๆลงล่างไปทุกวันสินะ)
#ตุ๊ดส์review
======
FACEBOOK POST :
facebook.com/photo/?fbid=15…
======
ฝากช่องทางต่างๆของบอย ตุ๊ดส์review :
facebook.com/tootsyreview/
x.com/tootsyreview
@tootsyreview/" target="_blank" rel="nofollow noopener">threads.net/@tootsyreview/
instagram.com/tootsyreview/
@tootsyreview" target="_blank" rel="nofollow noopener">youtube.com/@tootsyreview
@tootsy_review" target="_blank" rel="nofollow noopener">tiktok.com/@tootsy_review
lemon8-app.com/tootsyreview

ไทย

@SupachotChai ที่อ้าง 1.คนกลุ่มใหญ่ใช้ไฟน้อยกว่า 200 ยูนิต มันนับรวม บ้าน/คอนโด/ห้องเช่า ที่ติดมิเตอร์ แต่ยังไม่มีคนอยู่, 2.ระบบเก็บขั้นกบรรได เคยใช้ใน ระบบจ่ายค่ารายเดือนมือถือมานานแล้ว และท้ายสุดมันไม่ได้สำเร็จ เพราะมันไม่ได้ลดค่าใช้จ่ายจริงๆ 3. โซล่าเซลล์ เห็นด้วย ถ้าคุ้มรัฐลงทุนติดตั้งเลย
ไทย

[ อัตราค่าไฟค่าไฟถูกลงจริง หรือแค่ “โยนภาระ” ไปให้คนอีกกลุ่ม? ]
อัตราค่าไฟใหม่ของรัฐบาลรวมถึงนโยบายพลังงานที่คุณเอกนัฏ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนำเสนอออกมาและเพิ่งผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนั้น ผมมีความกังวลอยู่ 3 ประเด็น
.
1. โครงสร้างค่าไฟใหม่ อย่าเดินซ้ำรอยกองทุนน้ำมัน
แนวคิดการทำค่าไฟแบบขั้นบันไดที่เสนอให้
* ผู้ที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วยแรกนั้น จ่ายค่าไฟอยู่ที่ 3 บาทต่อหน่วย (ถูกลง)
* ผู้ที่ใช้ไฟช่วง 201-400 หน่วยนั้น จ่ายค่าไฟอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ราคาตามค่าเฉลี่ย)
* ผู้ที่ใช้ไฟเกิน 401 ขึ้นไป จะต้องจ่ายค่าไฟอยู่ที่ประมาณ 5 บาทกว่าต่อหน่วย (แพงขึ้น)
สิ่งเหล่านี้ ฟังดูเหมือนการไปเก็บเงินคนที่ใช้ไฟเยอะมาช่วยคนใช้ไฟน้อย แต่ในความเป็นจริงมันคือ “cross-subsidy” หรือการเอาคนกลุ่มหนึ่งไปอุดหนุนอีกกลุ่มหนึ่ง
.
รัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่า คนที่ใช้ไฟน้อย คือกลุ่มเปราะบาง หรือแม้แต่คนที่ใช้ไฟเยอะคือคนรวยที่ดูแลตัวเองได้ มองกลับกันหากเป็นกรณีครอบครัวขนาดใหญ่ ที่อยู่รวมกันหลายคนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย หารกันใช้ค่าไฟ เพื่อที่จะได้ประหยัดมากขึ้น กลุ่มเหล่านี้กำลังจะได้ผลกระทบจากนโยบายใหม่ของรัฐบาลหรือไม่?
.
การออกนโยบายในลักษณะของ cross-subsidy ในภาคพลังงานนั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้วในฝั่งน้ำมันที่รัฐบาลตั้งเป้าว่าจะไปเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินมาอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งรัฐบาลเชื่อว่า เป็นการอุดหนุนคนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันมากกว่า หรือแม้แต่เอาเงินจากกองทุนน้ำมันไปสนับสนุนหรือตรึงราคาก๊าซหุงต้ม
.
แต่ที่ผ่านมาเราได้เห็นว่าการสนับสนุนในลักษณะนี้ ทำให้เครื่องมืออย่างกองทุนน้ำมันไม่สามารถทำงานได้ตามจุดประสงค์และใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด ส่วนใหญ่มักจะถูกฝั่งการเมืองใช้เป็นกลไกในการทำนโยบายแบบประชานิยม จนเมื่อเกิดวิกฤตพลังงานขึ้นอย่างในปัจจุบัน เงินในกองทุนน้ำมันจึงเหลือน้อย และติดลบอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็น “ระเบิดเวลา” และในที่สุดราคาน้ำมันต้องมีการปรับขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ภายในวันเดียว หรือขึ้น 3.50 บาทต่อลิตร สองวันติดต่อกัน
.
คำถามคือ…เรากำลังจะเดินซ้ำรอย แบบกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่? ถ้าวันนี้รัฐบอกว่า คนใช้ไฟเยอะควรจ่ายแพงขึ้น ทางออกเดียวสำหรับคนที่ใช้ไฟเยอะที่ทางรัฐบาลเสนอให้ คือ ให้ไป “ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านตัวเอง”
.
หากกลุ่มที่ต้องใช้ไฟในอัตราแพง ทำตามสิ่งที่รัฐบาลนำเสนอ คือไปติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านตัวเองทั้งหมด เพื่อลดค่าไฟที่จะต้องจ่ายลง คำถามถัดมาคือ…หากกลุ่มดังกล่าวใช้ไฟน้อยแล้ว ใครจะเป็นคนแบกรับต้นทุนแทนคนกลุ่มนั้น?
.
เพราะถ้าไม่มีแหล่งที่มาของเงินสำหรับการสนับสนุน สุดท้ายการออกนโยบายแบบนี้จะกลับกลายเป็นการ “สลับภาระไปมา” จนระบบพัง แล้วต้องกู้เงินมาพยุงระบบ
.
สุดท้ายแล้ว ภาระจะไปตกที่หน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือ ปตท. หรือไม่? แล้วผลก็จะวนกลับไปสู่ “การขยายหนี้ ยืดหนี้ แบกหนี้” เหมือนเดิม
.
การที่รัฐมนตรีออกมาบอกว่า จะทำให้ต้นทุนค่าไฟลดลง 20-30% นั้น ท่านต้องออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า จะออกมาในรูปแบบไหน เพราะว่าระบบยังมีการจัดซื้อปริมาณไฟเท่าเดิม ซื้อเชื้อเพลิงเข้ามาเท่าเดิม ดังนั้นก็อาจจะต้องให้รัฐมนตรีออกมาชี้แจงว่า ต้นทุนระบบที่ลดลงนั้นแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร หรือใครเป็นคนแบบรับต้นทุนแทนหรือไม่
.
2. พลังงานแสงอาทิตย์คือทางออก แต่ประชาชนยังเข้าไม่ถึง ทุกอย่างยังเอื้อกับกลุ่มทุน
การตั้งโจทย์ว่า ประเทศไทยจะต้องใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เพิ่มมากขึ้น ถือว่ารัฐบาลมาถูกทาง แต่กลไกต่าง ๆ ที่ออกมายังมีข้อจำกัด ส่วนตัวผมคาดหวังมากกว่านี้จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
พรรคประชาชนเห็นด้วยและสนับสนุนให้ พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงโซลาร์เซลล์ได้ “ง่าย” และ “คุ้มค่า” มากขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามาตรการที่ทางรัฐมนตรีชี้แจงในวันนี้ ไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งสองประเด็นได้แม้แต่นิดเดียว
.
ประเด็นเรื่องการทำให้ประชาชนเข้าถึงโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น ถึงแม้รัฐบาลจะบอกให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์มากแค่ไหน แต่อุปสรรคหลักของทุกคนตอนนี้ก็ยังเป็นเรื่องของเงินทุน ถึงแม้จะมีการออกนโยบายสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารพาณิชย์ แต่แทบจะทั้งหมดนั้นต้องมีการวางเงินดาวน์ 20-30% ก่อนทั้งนั้น สิ่งนี้เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำหรับประชาชนเช่นเดียวกัน
.
นโยบายที่พรรคประชาชนนำเสนอมาตลอดคือ การทำนโยบาย “ติดก่อน ผ่อนผ่านบิลค่าไฟ” หรือ On-Bill Financing ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องลงเงินก้อนก่อนล่วงหน้าแม้แต่บาทเดียว และสามารถใช้ “เงินส่วนที่ประหยัดได้” มาจ่ายคืนระบบแทน เราเชื่อว่านี่คือวิธีที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงโซลาร์เซลล์ และทำให้โซลาร์ “เกิดขึ้นจริง” ในวงกว้าง #ค่าไฟแพง

ไทย



















