1bitcoin

3.4K posts

1bitcoin banner
1bitcoin

1bitcoin

@Uncle_Denh

i am an army of ones

Thailand Katılım Nisan 2015
222 Takip Edilen23 Takipçiler
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@Thairath_News เปลี่ยนแค่ชื่อรถไฟเป็น ชื่อใหม่ ก็ไม่มีรถไฟให้ชนแล้ว สมัยก่อนอยากให้ยาม้าหมดประเทศ ลุงเหนาะ แกเปลี่ยนยาม้าเป็นยาบ้า เดี่ยวนี้ไม่มียาม้า ให้เห็นแล้ว
ไทย
0
0
0
335
Thairath_News
Thairath_News@Thairath_News·
คิดเห็นอย่างไร หลัง “พิพัฒน์” สั่ง รฟท. ศึกษาลดหรือยกเลิกรถไฟวิ่งเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ภายใน 3 เดือน ลดอุบัติเหตุซ้ำ 19 พฤษภาคม : นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวถึงมาตรการแก้ปัญหากรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารบริเวณมักกะสัน ว่ากระทรวงคมนาคมเตรียมให้ รฟท. ศึกษาภายใน 3 เดือน ถึงความเป็นไปได้ในการลดหรือยกเลิกรถไฟที่วิ่งเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ผ่านจุดตัดถนนต่างระดับ โดยเฉพาะเส้นทางสายตะวันออก สายใต้ และสายตะวันตก ซึ่งรวมแล้วมีจุดตัดประมาณ 27 จุด เบื้องต้นมีแนวคิดให้รถไฟจากสายตะวันออกสิ้นสุดที่สถานีลาดกระบัง ส่วนสายใต้ให้สิ้นสุดที่ตลิ่งชัน จากนั้นเชื่อมต่อการเดินทางด้วย ขสมก. รถไฟฟ้าสายสีแดง หรือ Airport Rail Link แทน และหากสามารถลดหรือยกเลิกการเดินรถไฟผ่านจุดตัดในกรุงเทพฯ ชั้นในได้ จะช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ แต่หากผลศึกษายังไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 3 เดือน จะมีการหารือแนวทางเพิ่มเติมอีกครั้ง. #Thairath #ไทยรัฐออนไลน์
Thairath_News tweet media
ไทย
251
44
86
43.7K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@teawithpop แล้วคุณคิดว่า เภสัชกร คนนั้นฉลาดไหมครับ
ไทย
1
0
1
1.1K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
บิล เกตส์พูดว่า อีกสิบปีข้างหน้า อาชีพหมอและครูอาจถูก AI แทนที่ไปมาก เหลือเพียงไม่กี่อาชีพที่ยังสำคัญจริง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์และสถาปนิก AI ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และนักชีววิทยาหรือนักสำรวจแห่งชีวิต แต่ส่วนตัวผมคิดว่า “แพทย์” น่าจะยังไปต่อได้ เพียงแต่ต้องปรับตัว เพราะในยุคนี้คนไข้เองก็ educated มากขึ้นแล้ว เวลาผมไปหาหมอ ผมใช้เวลาคุยเป็นชั่วโมง หรือแม้แต่เวลาไปซื้อยาที่ร้านขายยา ผมก็ใช้เวลาคุยกับเภสัชเป็นชั่วโมงเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคน คือมันไม่ตัดสินก่อนว่าคนถาม “รู้” หรือ “ไม่รู้” ผมเพิ่งเจอกับตัวเอง เวลาถามเภสัชว่า ยาตัวนี้มีส่วนผสมอะไร ต่างจากอีกตัวอย่างไร เช่น Tramadol, Ultracet, Celebrex หรือ Tylenol แต่กลับได้รับคำตอบประมาณว่า “บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอายาแก้ปวดไปก็พอ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คนที่เดินเข้าร้านขายยา มีตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์จนถึงคนจบปริญญาเอก หน้าที่ของเภสัชกรไม่ใช่แค่ “ขายยา” แต่คือการให้ความรู้เรื่องยาแก่คนไข้ด้วย ถ้ายังคิดว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด และไม่ต้องอธิบายอะไรลึก ๆ เพราะ “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” สุดท้าย AI จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะ AI อธิบายได้ละเอียด อดทน และไม่รำคาญคนถาม ท้ายที่สุด ผมโทรไปต่อว่ากับทางออฟฟิศ ผู้จัดการก็โทรกลับมาขอโทษ และมีการคาดโทษเภสัชกรเรียบร้อยแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่เรื่องยา แต่คือ “ทัศนคติ” ซึ่งผมก็ได้ว่าเภสัชไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าคนอื่นโง่คุณนั่นแหละที่โง่เพราะโลกนี้ไม่มีใครโง่
Tuangthana B. tweet media
ไทย
47
538
687
303.5K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@Petae_Lynch ดับที่ไหน คิดถูกแล้ว เอาไปทำอย่างอื่นเถอะ เสียตัง แล้วเสียเวลาดูอีก
ไทย
0
0
1
30
Petæ Lynch
Petæ Lynch@Petae_Lynch·
ยุบสภาไปเลยเหอะครับ แค่ซื้อบอลโลกมามอบความสุขให้คนบ้าบอลทั้งชาติยังทำไม่ได้เลย
Matichon Online@MatichonOnline

ดับฝันคนไทยดูบอลโลกฟรี กสทช.ไม่เคาะงบ 1.3 พันล. ชี้ไม่คุ้มค่า #มติชนออนไลน์ #ฟุตบอลโลก

ไทย
3
11
11
3.4K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@RedSkullxxx ไม่ต้องหาต้นเดือนปัญหา เพราะหาแพะ อย่างเดียว ไม่รู้ฉี่ม่วงจริงป่าว
ไทย
0
0
0
101
Red Skull
Red Skull@RedSkullxxx·
สรุปทุกอย่างคือส่วนผสมที่ลงตัวสินะ แต่ใดๆ มันเริ่มจากการไปจอดคล่อมรางรถไฟตอนมีสัญญาณเตือนนี่ละ เพราะถ้ามันไม่จอดคล่อมรางกันรถไฟมันก็ชนใครไม่ได้หรอก
Red Skull tweet mediaRed Skull tweet media
ไทย
83
247
380
36.8K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@MorningNewsTV3 แจ้งข้อหาตำรวยก่อนเลย มันจะสร้างค่านิยมผิดๆ ให้ประชาชน
ไทย
0
0
0
30
เรื่องเล่าเช้านี้
ตำรวจมักกะสัน แจ้งข้อหาคนขับรถไฟ ฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบาดเจ็บ ส่วนคนขับรถเมล์ ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา เหตุรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล อยู่ในภาวะให้ปากคำไม่ได้ โต้กระแสข่าวแจ้งข้อหาพนักงานคุมไม้กั้น ยันไม่เป็นความจริง อ่านข่าว : ch3plus.com/news/crime/mor… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวอาชญากรรม
เรื่องเล่าเช้านี้ tweet media
ไทย
271
1.5K
807
601.6K
1bitcoin retweetledi
Tarot to youuuu
Tarot to youuuu@TarotYouuuu·
มึง คุณลุงสตีฟ จ๊อปส์ เคนกล่าวไว้ตอนหนุ่มๆ ว่าในอนาคตคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนต เทคโนโลยี A.I. จะเกิดขึ้น มือถือจะทันสมัย มีแค่จอก็ใช้งานได้ พูดไว้ตอนปี 1983 และมันเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ สุดยอดมากจริงๆ !!!!!!
ไทย
5
898
1.8K
81.1K
1bitcoin retweetledi
AlgoMaster.io
AlgoMaster.io@algomaster_io·
7 Must-Know Big-O Complexities for Coding Interviews: 1. 𝐎(1) - 𝐂𝐨𝐧𝐬𝐭𝐚𝐧𝐭 𝐭𝐢𝐦𝐞 - The runtime doesn't change regardless of the input size. - Example: Accessing an element in an array by its index. 2. 𝐎(𝐥𝐨𝐠 𝐧) - 𝐋𝐨𝐠𝐚𝐫𝐢𝐭𝐡𝐦𝐢𝐜 𝐭𝐢𝐦𝐞 - The runtime grows slowly as the input size increases. Typically seen in algorithms that divide the problem in half with each step. - Example: Binary search in a sorted array. 3. 𝐎(𝐧) - 𝐋𝐢𝐧𝐞𝐚𝐫 𝐭𝐢𝐦𝐞 - The runtime grows linearly with the input size. - Example: Finding an element in an array by iterating through each element. 4. 𝐎(𝐧 𝐥𝐨𝐠 𝐧) - 𝐋𝐢𝐧𝐞𝐚𝐫𝐢𝐭𝐡𝐦𝐢𝐜 𝐭𝐢𝐦𝐞 - The runtime grows slightly faster than linear time. It involves a logarithmic number of operations for each element in the input. - Example: Sorting an array using quick sort or merge sort. 5. 𝐎(𝐧^2) - 𝐐𝐮𝐚𝐝𝐫𝐚𝐭𝐢𝐜 𝐭𝐢𝐦𝐞 - The runtime grows proportionally to the square of the input size. - Example: Bubble sort algorithm which compares and potentially swaps every pair of elements. 6. 𝐎(2^𝐧) - 𝐄𝐱𝐩𝐨𝐧𝐞𝐧𝐭𝐢𝐚𝐥 𝐭𝐢𝐦𝐞 - The runtime doubles with each addition to the input. These algorithms become impractical for larger input sizes. - Example: Generating all subsets of a set. 7. 𝐎(𝐧!) - 𝐅𝐚𝐜𝐭𝐨𝐫𝐢𝐚𝐥 𝐭𝐢𝐦𝐞 - Runtime is proportional to the factorial of the input size. - Example: Generating all permutations of a set. ♻️ Repost to help others learn this
AlgoMaster.io tweet media
English
5
153
795
35.4K
1bitcoin retweetledi
InnovestX
InnovestX@invxsecurities·
หลายๆคนคงเคยได้ยิน IaaS, PaaS, SaaS และสงสัยว่าคืออะไร? ต่างกันอย่างไร? แล้วเกี่้ยวข้องกันอย่างไร? หาคำตอบได้ที่นี่ โดย INVX Cloud ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจยุคใหม่ ทุกวันนี้เวลาเราเปิด Netflix ดูหนัง ใช้ Google Docs ทำงาน ประชุมผ่าน Zoom หรือแม้แต่สั่งอาหารผ่านแอป เบื้องหลังทั้งหมดล้วนทำงานอยู่บน Cloud แทบทั้งหมด Cloud Computing จึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของบริษัทเทคโนโลยี แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก เหมือนกับไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต หรือระบบถนนในอดีต สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้หลายคนจะเคยได้ยินคำว่า IaaS, PaaS และ SaaS แต่หลายครั้งก็ยังสับสนว่าทั้งสามแบบต่างกันอย่างไร และที่สำคัญสำหรับนักลงทุน แต่ละโมเดลมีบริษัทแบบไหนอยู่ในระบบนี้บ้าง ถ้ามองง่ายที่สุด Cloud ทั้งระบบสามารถแบ่งได้เป็น 3 ชั้นใหญ่ๆ ไล่ตั้งแต่ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึง ซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้งานเปิดใช้ทุกวัน ซึ่งแต่ละชั้นก็มีโมเดลธุรกิจ รายได้ และโอกาสเติบโตที่ต่างกันออกไป ======================== IaaS หรือ Infrastructure as a Service คือบริการที่เปิดให้บริษัทต่างๆ เช่าโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT แทนการสร้างเอง ไม่ว่าจะเป็น server, storage, network หรือ data center - ในอดีต หากบริษัทต้องการเปิดเว็บไซต์หรือระบบออนไลน์ จะต้องซื้อ server ตั้งห้อง data center ดูแลระบบไฟ ระบบระบายความร้อน และทีม IT ทั้งหมดเอง ซึ่งใช้เงินลงทุนสูง แต่ IaaS เปลี่ยนโมเดลนี้ให้กลายเป็นการเช่าใช้ตามจริง ทำให้ธุรกิจขยายระบบได้เร็วขึ้นและยืดหยุ่นกว่าเดิม บริษัทที่เป็นผู้นำของโลกในกลุ่มนี้คือ Amazon ($AMZN หรือ AMZN23)  ผ่านบริการ AWS, Microsoft ($MSFT หรือ MSFT23) ผ่าน Azure และ Alphabet ($GOOGL หรือ GOOG23) ผ่าน Google Cloud Platform ซึ่งทั้งสามบริษัทถือเป็น backbone สำคัญของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ จุดเด่นของธุรกิจ IaaS คือรายได้มักมีลักษณะ recurring revenue หรือรายได้ประจำ เพราะลูกค้าจะใช้งาน cloud ต่อเนื่องในระยะยาว อีกทั้งเมื่อ AI และ Data Center เติบโต ความต้องการ infrastructure ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ หุ้นอย่าง Oracle และ IBM ก็พยายามขยายธุรกิจ cloud infrastructure เพื่อแข่งขันในตลาดองค์กรเช่นกัน ======================== ถัดขึ้นมาอีกชั้นคือ PaaS หรือ Platform as a Service ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและ deploy แอปพลิเคชันได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องจัดการระบบ infrastructure เอง ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ IaaS คือการเช่าที่ดินเปล่า ส่วน PaaS คือการที่ได้ทั้งพื้นที่ เครื่องมือ และระบบพร้อมใช้งาน เหลือแค่โฟกัสกับการสร้าง product กลุ่มนี้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระแส digital transformation เพราะบริษัททั่วโลกต้องการพัฒนา software และ AI application เร็วขึ้น แต่ไม่อยากเสียเวลาบริหาร server หรือระบบ backend เอง หนึ่งในบริษัทที่มี ecosystem แข็งแกร่งมากคือ Microsoft (MSFT) ผ่านบริการอย่าง Azure AI และ developer tools ต่างๆ ขณะที่ Salesforce (CRM) ก็พัฒนา platform สำหรับสร้าง workflow และ business application บน cloud ส่วน ServiceNow เป็นอีกตัวอย่างของบริษัทที่สร้าง platform สำหรับองค์กรในการจัดการ workflow อัตโนมัติ ธุรกิจ PaaS มักถูกมองว่าอยู่ตรงกลางระหว่าง infrastructure กับ software เพราะบริษัทเหล่านี้ไม่ได้ขาย server โดยตรง แต่ขาย platform ที่ทำให้ลูกค้าพัฒนาและใช้งาน software ได้ง่ายขึ้น ซึ่งมักมี margin สูงกว่า infrastructure และมี switching cost สูง เมื่อลูกค้าเริ่มใช้งานแล้วก็เปลี่ยนระบบได้ยาก ======================== SaaS: ซอฟต์แวร์ที่เราใช้งานทุกวัน โดยไม่รู้ตัว SaaS หรือ Software as a Service คือชั้นที่ใกล้ผู้ใช้งานมากที่สุด เพราะเป็น software สำเร็จรูปที่เปิดใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที โดยผู้ใช้แทบไม่ต้องดูแลระบบอะไรเลย ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ Google Docs, Zoom, Netflix หรือ Spotify ผู้ใช้งานแค่สมัครสมาชิกและล็อกอินเข้าใช้งาน ทุกอย่างที่เหลือผู้ให้บริการเป็นคนดูแลทั้งหมด โมเดล SaaS ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะช่วยให้บริษัทต่างๆ ลดต้นทุนด้าน IT และเปลี่ยนจากการซื้อ software แบบจ่ายครั้งเดียว มาเป็น subscription model หรือระบบสมาชิกแทน หุ้นเด่นในกลุ่มนี้ ได้แก่ Adobe ( $ADBE ) เจ้าของ Creative Cloud, Zoom Communications ( $ZM ) ในธุรกิจประชุมออนไลน์, Spotify ( $SPOT ) ในธุรกิจ music streaming และ Netflix ( $NFLX ) ที่เป็นผู้นำด้าน streaming platform จุดแข็งสำคัญของ SaaS คือ scalability หรือความสามารถในการขยายธุรกิจได้เร็ว เพราะเมื่อสร้าง software เสร็จแล้ว บริษัทสามารถเพิ่มผู้ใช้งานได้ทั่วโลกโดยต้นทุนเพิ่มไม่มาก ทำให้หลายบริษัทในกลุ่มนี้มี gross margin สูงมากเมื่อเทียบกับธุรกิจแบบดั้งเดิม ======================== ทำไมเราควรมอง Cloud เป็น Value Chain ไม่ใช่แค่หุ้นเทคฯ ? สิ่งที่น่าสนใจคือ IaaS, PaaS และ SaaS ไม่ได้แข่งขันกันโดยตรง แต่เป็นระบบที่เชื่อมต่อกันเหมือน value chain IaaS ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน compute และ storage ให้กับโลกดิจิทัล จากนั้น PaaS จะเข้ามาช่วยนักพัฒนาสร้าง application ได้เร็วขึ้น ก่อนที่ SaaS จะนำ software เหล่านั้นไปส่งต่อถึงผู้ใช้งานปลายทาง กลุ่ม IaaS มักได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และ data center ขนาดใหญ่ ขณะที่ PaaS จะได้ประโยชน์จากการพัฒนา application และ automation ส่วน SaaS คือปลายน้ำที่สร้างรายได้จากผู้ใช้งานจริง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Cloud Computing ถึงไม่ได้เป็นแค่ธีมเทคโนโลยีระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างหลักของเศรษฐกิจยุค AI และเป็นหนึ่งใน megatrend ที่นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด ที่มา : innovestx.co.th/cafeinvest/inv… ======================== ดาวน์โหลดแอปและเปิดบัญชีวันนี้ innovestx.onelink.me/23if/appfbcont… ติดตามบทวิเคราะห์การลงทุนจากพวกเรา innovestx.co.th/cafeinvest คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจผลิตภัณ์ฑ DR ก่อนการลงทุน เนื่องจาก DR มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ต่างประเทศ และความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา DR เอง
ไทย
1
19
36
2.7K
1bitcoin retweetledi
แมวเกเร
แมวเกเร@Unrulycat2511·
ทรงผม มีผลกับลุคความหนุ่มหรือแก่กว่าวัยได้จริง
ไทย
8
100
476
131K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@EmUdomsak ไม่เห็นด้วยอย่างแรง ที่เอาเงินกู้มาละลายน้ำเล่น
ไทย
0
0
0
256
Em Udomsak (🟣🐻)
Em Udomsak (🟣🐻)@EmUdomsak·
เมี่อวานเห็นข่าว ครม. ประชุม มีวาระเร่งด่วนเรื่องซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกให้คนไทยดู 1,300 ล้าน ผมอาจจะ Bias นะ เพราะผมไม่ดูบอล แต่ต่อให้ผมดูบอล ผมก็คงยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดี ผมยังมองไม่ออกว่าคนไทย และประเทศไทยจะได้อะไรกับการจ่าย 1,300 ล้านบาทนี้ ผมเข้าใจว่าอยากให้คนไทยมีความสุข แต่เอาเงินไปทำ การศึกษาที่ดี สุขภาพที่ดี การเดินทางที่ดี การขยายตัวของภาคธุรกิจที่ดี คนไทยน่าจะมีความสุขในระยะยาวมากกว่าการได้ดูบอลโลก อย่าบอกว่าก็ทำอยู่ ในเมื่อมันยังทำได้ไม่ดี เรื่องดูบอล ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเอกชนเค้าดีกว่าครับ
ไทย
32
1.4K
717
57.8K
1bitcoin retweetledi
Petæ Lynch
Petæ Lynch@Petae_Lynch·
เพื่อนๆที่เพิ่งสมัครติ๊กฟ้า เวลากรอกฟอร์มภาษี W-8BEN ระวังเลือกผิด เงินจะหายไปถึง 30% แทนที่จะเป็นถูกหัก ณ ที่จ่ายแค่ 5% ดูตามรูปข้างล่างเลย
Petæ Lynch tweet mediaPetæ Lynch tweet media
ไทย
92
1.2K
1.9K
173.6K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@TarotYouuuu เอาที่สบายใจ ไม่รู้อยู่เมืองไทย อ่ะป่าว
ไทย
0
0
0
13
Tarot to youuuu
Tarot to youuuu@TarotYouuuu·
อีดอก มึงจะมาตุยตอนนี้ไม่ได้จ้า มึงต้องได้รับโทษก่อน รีบหายแล้วรีบไปเข้าคุกเท่านั้นอีผู้ก่อการร้าย ทุเรศมากจริงๆ !!!!!! #โหนกระแส #หมิงเฉินซัน
Tarot to youuuu tweet media
ไทย
65
324
424
17.4K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@Mr_Whathapened เมาทั้งคู่ไหม อารมณ์อะไรจะร้อนขนาดนั้น อีกฝ่ายก็คุยปกติ อีกฝ่ายมีแต่ วรนุช
ไทย
0
0
0
381
Mr.Hap
Mr.Hap@Mr_Whathapened·
เปิดประวัติ นายสหรัฐส์ คนองศิลป์ เป็นผู้บริหารสายธุรกิจโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตของ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่งในเครือทรู เช่น ผู้อำนวยการและหัวหน้าสายงานการพาณิชย์ทรูออนไลน์ และคอนเวอร์เจนซ์ ของทรู คอร์ปอเรชั่น General Manager ของทรู คอร์ปอเรชั่น เคยเป็นผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเชีย ไวร์เลส คอมมิวนิเคชั่น (AWC) ผู้ให้บริการ WE PCT ในเครือทรู ช่วงประมาณปี 2549 บทบาทที่โดดเด่นของเขา คือการผลักดันบริการอินเทอร์เน็ตบ้านไฟเบอร์ของทรู โดยเฉพาะการเปิดบริการ True Fiber 1 Gbps และกลยุทธ์ Convergence ที่รวมอินเทอร์เน็ต มือถือ และทีวีเข้าด้วยกัน
Mr.Hap tweet media
ไทย
66
142
219
106.9K
1bitcoin retweetledi
Voranai Vanijaka
Voranai Vanijaka@voranai·
หมิงเฉินซัง Passports จีนและกัมพูชา มีเลขบัตรประชาชนไทย มีการย้ายทะเบียนบ้านจากเชียงใหม่มากทม มีการจดทะเบียนเปิดบริษัท กล็อก 26 หนึ่งกระบอก ซองกระสุน 2 อัน M16 2 กระบอก ซองกระสุน M16 9 อัน กระสุนปืน 5.56มม. 763 นัด ดินระเบิด C-4 2,486 กรัมหนึ่งกล่อง ดินระเบิด C-4 4,832 กรัมสองแท่ง กับดักระเบิด 4 ลูก ระเบิดขว้าง 5 ลูก เชื้อปะทุไฟ้ฟ้า 7 ดอก เรือนชะนวนกับดักระเบิด 3 เรือน เซฟตี้พิน 2 ชิ้น ชุดรีโมท 2 อัน เสื้อเกราะกันกระสุน 3 ตัว หน้ากากกันแก๊สพิษ 2 อัน ไส้กรองหน้ากากกันแก๊สพิษ 6 อัน นํ้ามันเบนซินถังละ 20 ลิตร 4 ถัง = ผบตร. บอก …แค่ชื่นชอบอาวุธ
ไทย
41
1.1K
741
47.4K
1bitcoin retweetledi
ฮ.นกฮูก(สีส้ม)
เอาเฮอะ.. อยากทำเหี้ยไรกันก็ทำไปเฮอะ
ฮ.นกฮูก(สีส้ม) tweet media
ไทย
94
563
756
21.5K
1bitcoin retweetledi
SleeplessBKK
SleeplessBKK@SleeplessBKKNew·
คุณเคยสงสัยมั๊ยว่าทำไมนักวิชาการหรือปัญญาชนส่วนใหญ่ถึงเอียงซ้ายและต่อต้านทุนนิยม? ​มันเป็นเรื่องตลกร้ายที่ระบบทุนนิยม ซึ่งสร้างความมั่งคั่งและเสถียรภาพจนทำให้เกิด "ชนชั้นปัญญาชน" ที่มีเวลาว่างพอจะมานั่งถกเถียงทฤษฎีได้ กลับกลายเป็นระบบที่ปัญญาชนเหล่านั้นเกลียดชังที่สุด คำถามคือ ทำไมกลุ่มคนที่มีการศึกษาสูง นักคิด และนักวิชาการทั่วโลก จึงมักถูกดึงดูดเข้าหาแนวคิดฝ่ายซ้ายหรือสังคมนิยมจนแทบจะเป็นสูตรสำเร็จรูปเลย? ผมจะอธิบายให้ฟัง (ยาวหน่อย) เหตุผลไม่ใช่เพราะระบบทุนนิยมมันล้มเหลวหรือมีประสิทธิภาพต่ำกว่าระบบคอมมิวนิสต์ที่คนเหล่านี้แสวงหาหรอก เพราะมันผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมมันมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคอมมี่ชัดเจน ​และคำตอบของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากความเชื่อเรื่องอุดมการณ์ความเท่าเทียมอย่างที่เขาอ้างอะไรนั่นด้วย แต่รากเหง้าที่แท้จริงซ่อนอยู่ในโครงสร้างของสถานะทางสังคม อีโก้ และวิธีคิดที่หลุดลอยจากความเป็นจริงของคนพวกนี้ต่างหาก ​สาเหตุสำคัญก็เพราะ ทุนนิยมไม่สนความฉลาดหรือความรู้ทางวิชาการในตำรา แต่ให้คุณค่ากับ "ผลลัพธ์" ทุนนิยมเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยความเป็นจริงและกลไกตลาด โดยระบบนี้จะจ่ายผลตอบแทนให้กับ "ผู้ที่ลงมือทำ" เช่น ผู้ประกอบการ เกษตรกร หรือนักประดิษฐ์ที่สร้างสินค้าและบริการที่แก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง คนเหล่านี้ต้องเอาตัวเองไปคลุกฝุ่น แบกรับความเสี่ยง และถ้าพลาดก็ต้องเจ็บตัวจริง ​ในทางตรงกันข้าม ปัญญาชนคือนักคิดเชิงนามธรรมที่อยู่แต่ในโลกของการวิเคราะห์และทฤษฎีในตำรา (ที่พวกเขาเขียนกันขึ้นมาเอง) ปัญหาคือ ตลาดไม่ได้ให้รางวัลกับความฉลาด\ความรู้ในตำราที่จับต้องไม่ได้เสมอไป เมื่อนักวิชาการที่คิดว่าตนเองฉลาดที่สุดในห้อง กลับได้รับผลตอบแทนและสถานะทางสังคมน้อยกว่านักธุรกิจที่พวกเขาอาจมองว่า "ไร้การศึกษากว่าเขา" สิ่งนี้จึงก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง พวกเขารู้สึกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม เพราะระบบไม่ได้ให้ค่ากับสติปัญญาหรือความรู้ในตำราในแบบที่พวกเขาคิดว่าควรจะเป็น (พูดภาษาชาวบ้านก็คือ ”อิจฉา“ นั่นแหล่ะ) เมื่อทุนนิยมทำให้คนเหล่านี้รู้สึกด้อยค่า แนวคิดสังคมนิยมแบบคอมมี่จึงกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทรงพลัง เพราะมันเสนอโครงสร้างสังคมแบบใหม่ที่ "สลับขั้วอำนาจ" ระบบสังคมนิยมต้องการการควบคุม วางแผน และออกกฎระเบียบจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นการอัพเกรดสถานะของปัญญาชนจากแค่ "นักวิจารณ์ข้างสนาม" ให้กลายมาเป็น "สถาปนิกผู้กำหนดทิศทางของประเทศ" ทำให้เขายกระดับตัวเองเป็นผู้ควบคุมคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเขา (เช่นการ tax the riches ที่นักการเมืองคอมมี่ในหลายประเทศกำลังทำ) ​แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือ มันเป็นระบบที่มอบอำนาจโดยไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ หากนโยบายที่คิดค้นขึ้นมาล้มเหลว หรือเศรษฐกิจพังทลาย ผลกระทบจะไปตกอยู่กับประชาชนตาดำๆ ในขณะที่ปัญญาชนเหล่านี้สามารถเอาตัวรอดได้สบายๆ บนหอคอยงาช้าง พร้อมกับข้ออ้างสุดคลาสสิกว่า "ทฤษฎีของกูสมบูรณ์แบบแล้ว แต่พวกมึงเอาไปปฏิบัติผิดวิธีเอง" เมื่อโครงสร้างผลประโยชน์ดึงดูดปัญญาชนไปทางซ้ายแล้ว วิธีคิดแบบปัญญาชนที่นักคิดอย่าง Friedrich Hayek เคยอธิบายไว้ ก็ยิ่งทำให้พวกเขาติดกับดักนี้ลึกขึ้นไปอีก ​Hayek เคยชี้ให้เห็นว่า ปัญญาชนไม่ได้ประเมินไอเดียใหม่ๆ จากข้อดีหรือผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเขาใช้เกณฑ์ที่ว่า ไอเดียนั้นมันเข้ากับ "ภาพโลกทัศน์" ที่ดูทันสมัยและก้าวหน้าในหัวของพวกเขาหรือไม่ ถ้าทฤษฎีไหนฟังดูดีและตรงจริต พวกเขาก็พร้อมจะซื้อทันที พูดง่ายๆ ก็คือ อะไรที่เป็นแฟชั่น ฟังดูดี ทันสมัย คนเหล่านี้จะแห่ตามกันทันทีเพื่อให้มีภาพว่าตัวเองหัวก้าวหน้า ​และเนื่องจากปัญญาชนมักไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ตรงในการลงมือปฏิบัติจริงในโลกที่มีความซับซ้อน คนเหล่านี้จึงมีแนวโน้มจะหลงใหลในไอเดียที่เป็นนามธรรมกว้างๆและคลุมเครือ ขอเพียงแค่มันฟังดูดี สอดคล้องกับทฤษฎีอื่นๆ ในหัวของเขาเพื่อประกอบเป็นโลกในอุดมคติ (utopia) ก็พอ ไม่ต้องคิดถึงหลักความเป็นจริง Hayek บอกว่า การเลือกเสพติดวาทกรรมเช่นนี้ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ปัญญาชนพร้อมจะอ้าแขนรับแนวคิดที่เป็นนามธรรมที่ฟังดูดี โดยที่พวกเขาไม่ได้เข้าใจกลไกของปัญหาที่แท้จริงบนโลกใบนี้เลย ​ สรุปให้ฟังอีกทีว่า ทุนนิยมคือโลกสัจธรรมที่โหดร้าย มันต้องการผลลัพธ์เชิงประจักษ์และให้รางวัลกับคนที่แก้ปัญหาได้จริง ซึ่งมักทำให้นักทฤษฎีรู้สึกไร้ค่า ในขณะที่สังคมนิยมคือ "สวรรค์ของวาทกรรม" ที่มอบพื้นที่และอำนาจให้ปัญญาชนได้ถูกยกระดับขึ้นมาควบคุมคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าพวกเขา ผ่านโมเดลสวยหรู โดยไม่ต้องลงมารับความเสี่ยงและไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย และนั่นเป็นรางวัลที่หอมหวานและดึงดูดนักวิชาการและปัญญาชนในหอคอยงาช้าง
SleeplessBKK tweet media
ไทย
23
58
120
6.3K
1bitcoin retweetledi
Jui (Colby Daddy) 🐶
Jui (Colby Daddy) 🐶@0xJui10·
ทำความรู้จัก Skill ของ Claude กันครับ /Skill = folder ที่ Claude หยิบใช้เอง มี instruction + script + reference โหลดเป็นชั้นๆ (layer) ใส่ 100 ตัวก็ไม่กิน context เพราะหลักการที่เรียกว่า Progressive Disclosure description ห้ามเกิน 1,024 ตัวอักษร ต้องบอก "ทำอะไร + ใช้ตอนไหน" Claude หยิบ/ไม่หยิบ ตัดสินจากตรงนี้
5
759
1.1K
127K
1bitcoin retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
เห็น post ที่คุณ Earthh Evans ได้ shared.. ที่ page ยีราฟพารวย พูดว่า.. 『ตลาดหุ้นสหรัฐจะฟองสบู่แตกวันไหน คำตอบคือ เร็วสุดปีนี้ ช้าสุดๆ เลยก็ 2030 ครับ แตกแน่นอน 100% และคนไทยจะเสียหายหนักมาก』 เลยขอแสดงความเห็นหน่อยครับ จากมุมมองส่วนตัวที่ผมอยู่กับตลาดอเมริกามาถือว่าค่อนข้างนานพอสมควร.. เอาจริงๆ ผมไม่กลัวตลาดแตกนะครับ... ผมกลัวตลาดที่ไม่แตกซะมากกว่า 555 Shiller CAPE 41.83.. Buffett Indicator 226%.. (บางคนอาจจะบอกว่า Buffett Indicator ไม่เหมาะใช้ในปัจจุบัน.. well.. not true.. แต่ถ้าผมอธิบายเรื่องนี้ มันจะยาวมาก ขอข้ามไปละกัน..) valuation ระดับนี้ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามักตามมาด้วย forward return ที่ต่ำมาก.. และระดับนี้ถือว่าอยู่ในระดับสูงใกล้จุด peak dot-com ปี 2000 ที่ Shiller CAPE 44 มาก.. แต่เรื่องที่คนส่วนใหญ่ลืมคือ... หลัง dot-com ตลาดไม่ได้พังในวันเดียวนะ.. มันยืดเยื้อไปอีก 2-3 ปี ก่อนจะพังจริงๆ.. หนึ่งในบทเรียนที่แพงที่สุดที่ผมเคยเรียนครับ... 「Being early คือ being wrong ในทาง P&L」 ลองนึกภาพ... เราวิเคราะห์ถูกต้อง 100% ว่าตลาดแพงเกินจริง.. เรา short ตั้งแต่ปี 1998 (เหมือนกับ Michael Burry สมัยก่อนตอน subprime ที่ thesis ถูก แต่ timing แย่..) แต่ตลาดวิ่งขึ้นอีก 60% ก่อนจะพังในปี 2000.. ระหว่างนั้น margin call กิน portfolio เราไปแล้ว.. ไม่ก็ drawdown มันใหญ่จนเรา cut loss ก่อน.. ซึ่งก็คือเราถูกต้องในเชิง thesis... แต่แพ้ในเชิง P&L ก็ถือว่าเป็นความโหดร้ายของตลาดครับ.. มันไม่ reward คนที่ถูก.. มันแค่ reward คนที่ถูก ในเวลาที่ถูก.. (เหมือนคนที่ใช่ ในเวลาที่ผิด.. 🥺🥲) และยังมีทุนเหลืออยู่เพื่อรับ payoff.. Keynes เคยพูดไว้นานแล้วว่า... 「The market can remain irrational longer than you can remain solvent」 แต่เรื่องที่น่ากลัวกว่าถือเป็นบทเรียนที่ดีคือ... ญี่ปุ่น.. หลัง Nikkei peak ปี 1989 มันไม่ได้ crash ไม่ได้ drama.. มันค่อยๆ ตาย.. ใช้เวลา 34 ปีกว่าจะกลับมาที่จุดเดิม นักลงทุนที่เชื่อว่า「ถือยาวก็ได้กำไร」underperformed expectations แบบโคตรรุนแรง.. แทบไม่ได้ real return เลยตลอดช่วงเวลานั้น.. Models หลายๆ ที่.. run ออกมาว่า real return 10 ปีข้างหน้าจาก valuation ระดับนี้อยู่แถว 0-2.5% ต่อปีหลัง inflation... แต่ก็ต้อง note นิดนึงว่าตลาดวันนี้ไม่เหมือนอดีตทุกอย่าง... S&P 500 ปัจจุบันมี profit margin สูงกว่าเมื่อก่อนมาก.. เพราะ mega caps อย่างพวก $AAPL $MSFT $GOOGL มีรายได้ global.. ไม่ได้ผูกกับ US GDP อีกแล้ว.. business model เป็น asset-light มี network effect ที่ pricing power สูงขึ้นมาก ซึ่งช่วย justify valuation ที่สูงกว่าอดีตได้บ้าง... และถ้าอยากให้ตลาดวิ่งต่อจากนี้ได้อีกไกล... ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งอย่างเกิดขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็น AI ที่ compound productivity จริงๆ ในระดับที่เปลี่ยน GDP growth trajectory ของโลกจนบริษัทใหญ่ๆ grow into valuation ได้โดยไม่ต้องรอ price correction.. หรือ capital จากทั่วโลกที่ยังไหลเข้า US ต่อเนื่องเพราะไม่มีที่อื่นที่ safe และ liquid กว่านี้.. หรือ earnings growth ที่วิ่งเร็วกว่าที่ใครคาดไว้มากจริงๆ.. เป็นไปได้ไหม..? ได้ครับ.. แต่ทั้งหมดนี้ไม่มีอันไหนที่ผมกล้าฟันธงว่าจะเกิดแน่ๆ .. ผมเองก็ไม่กล้าฟันธงว่า return จะต่ำแค่ไหน เพราะโลกเปลี่ยนเร็วและ model ทุกตัวมี error ของมัน.. สิ่งที่พูดได้มั่นใจกว่าคือ... ที่ valuation ระดับนี้ margin of safety แทบไม่มีเลยครับ.. และ expected return น่าจะต่ำกว่า historical average อย่างมีนัยสำคัญ.. ไม่ว่าจะมอง framework ไหนก็ตาม.. และ valuation มันบอกเราไม่ได้ว่าตลาดจะพังวันไหน.. แต่มันบอกได้ค่อนข้างแม่นว่าผลตอบแทนระยะยาวจากจุดนี้จะเป็นยังไง.. ก็หมายความว่าสิ่งที่น่ากลัวอาจไม่ใช่ crash ครับ.. แต่อาจเป็น 「lost decade」แบบญี่ปุ่นแทน.. ทศวรรษ สิบๆ ปีที่ตลาดไม่พัง แต่ก็ไม่ไปไหน.. (เอาจริงๆ ผมอยู่ในตลาดอเมริกามานาน เจอมาแทบจะทุกแบบ แต่ก็ยังไม่เจอ lost decade..) ตลาดที่ crash อย่างน้อยเรายังรู้ว่ากำลังเกิดอะไร.. รู้ว่าต้องทำอะไร.. แต่ตลาดที่ไม่ไปไหนสักทีมันน่ากลัวกว่า.. เพราะมันค่อยๆ กินความเชื่อมั่นนักลงทุนไปทีละนิดๆ จนถึงที่สุดคนส่วนใหญ่ก็แค่เลิก.. ตอนนี้ผมยัง hold ทุกอย่างไว้ครับ ไม่ได้ขายอะไรออกเลย.. แต่ใช้ derivatives overlay วางโครงสร้างรอบ portfolio แทน.. ป้องกันความเสี่ยงบางส่วน.. เพิ่มการป้องกันในช่วงที่ความเสี่ยงสูง.. และทำ income strategies จาก options ต่อไปเรื่อยๆ สะสมเล็กสะสมน้อยต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ portfolio ทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้ตลาดจะนิ่งหรือลง.. เพราะถ้าตลาดวิ่งต่อก็ยังได้ upside.. และถ้าแตกก็วางโครงสร้างรองรับไว้อยู่แล้ว.. ต้นทุนในการใช้ options ป้องกันความเสี่ยง?? ก็เอาจาก income strategies หรือจากส่วนที่เก็งกำไรระยะสั้นนั่นแหละ เอามาจุนเจือ.. และสำคัญคือ.. มองซะว่ามันคือ『ประกัน』ก็เหมือนกับประกันรถยนต์.. ประกันอัคคีภัย.. ประกันสุขภาพ.. ฯลฯ นั่นแหละ.. ไม่ได้ใช้ก็อย่าคิดมาก มองเป็นว่ามันคือ business expense.. (มองการลงทุนให้เป็นการทำธุรกิจ) และสำหรับคนไทยที่อยู่ไทย.. ควรจะคิดสองชั้นครับ... ถ้าตลาดอเมริกาปรับตัวลงแรง หุ้นไทยก็คงโดนด้วย.. เพราะเงินทุนต่างชาติจะไหลออกจาก EM ก่อนเพื่อน.. ซ้ำด้วยค่าเงินบาทที่อ่อนตามลงมาอีก.. คนที่ถือหุ้นไทยจะโดนทั้งสองทาง.. ทั้งราคาหุ้นที่ลงและค่าเงินที่อ่อนพร้อมกัน.. บางคนอาจคิดว่างั้นย้ายไป EM ดีกว่า.. แต่ EM ไม่ใช่ safe haven ครับ.. ในช่วง risk-off เงินมักไหลกลับ US หรือ safe haven อื่นอย่าง Japan มากกว่าเข้า EM.. ทำให้เจ็บสองเด้ง.. ทั้งจากหุ้นที่ลงและค่าเงินที่อ่อน.. แต่คนที่เตรียมเงินสดรอไว้จริงๆ ไม่ใช่แค่พูดว่าจะรอ.. จะได้ซื้อของดีทั้งใน US และ SET.. คำถามที่ถูกไม่ใช่ 「ตลาดจะแตกวันไหน??」 คำถามที่ถูกต้องคือ... 「ถ้าตลาดไม่แตกอีก 5 ปี portfolio เรายังอยู่ได้ไหม.. และถ้าแตกพรุ่งนี้ portfolio เรายังอยู่ได้มั๊ย??」 ถ้าตอบว่าได้ทั้ง 2 ข้อ.. แปลว่าวางตัวถูกต้องแล้วครับ.. อย่ารอ「วันโลกาวินาศ」... เพราะเวลาที่เสียไปกับการรอคือความเสียหายที่ประเมินค่ายากมาก..
ไทย
10
430
663
56.2K
1bitcoin retweetledi
ENGR FIX
ENGR FIX@engrfix1·
😁👍👍
QME
0
3
26
1.8K
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@Chaichatch @poppy_rjk ก้อนหินถ้าไม่แบกก็ไม่หนัก...ปล่อยวาง
ไทย
0
0
0
161
Petore CK Chatch
Petore CK Chatch@Chaichatch·
@poppy_rjk ก็ไม่ต้องกดเปิดฟัง ปล่อยๆเขาไปเถอะ จะทะเลาะกะคนแก่ให้ได้ว่างั้น ปล่อยวางบ้างเถอะ ไม่นานเขาก็ตายแล้ว บางคนความแก่มันมาพร้อมความไม่ปกติของร่างกายจิตใจความคิด เดี๋ยวก็แก่เหมือนเขาถ้าไม่ชิงตายไปซะก่อน
ไทย
2
0
46
7.7K
เอเวอร์เรส
อีเหี้ย อันนี้มีจริงป่ะ กุจะบ้า555555555555
เอเวอร์เรส tweet media
ไทย
75
185
544
86K