Tuangthana B.

122 posts

Tuangthana B. banner
Tuangthana B.

Tuangthana B.

@teawithpop

มีเวลาทั้งวัน เพื่อชาอุ่นหนึ่งถ้วย และความเงียบที่ไม่ต้องอธิบาย 🍵

Bangkok, Thailand Katılım Nisan 2025
59 Takip Edilen487 Takipçiler
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
โดยส่วนตัวผมคิดว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้มากน้อยแค่ไหน สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับ “คนที่กำหนดทิศทางโลก” มากกว่าเทคโนโลยีเอง ถ้าคุณเคยอ่านเรื่องการล่มของ Titanic การก่อตั้ง Federal Reserve หรือแม้แต่คดีลอบสังหาร John F. Kennedy คุณจะเริ่มเข้าใจว่า บางครั้งแม้แต่ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ก็อาจไม่ใช่คนที่กำหนดทิศทางโลกตัวจริง พอมองกลับมาที่ชีวิตคนธรรมดา มันก็ไม่ต่างจากระบบที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า ตอนเด็ก เราถูกป้อนข้อมูลผ่านโรงเรียน โตขึ้น เราถูกผลักให้เรียน ทำงาน แข่งขัน พอเริ่มมีเงิน ก็จะมี “กติกาสังคม” ใหม่เข้ามาอีก อายุ 30 ต้องมีบ้าน มีรถ ต้องแต่งงาน ต้องประสบความสำเร็จ ถ้าไม่มี ก็จะถูกมองว่าชีวิตล้มเหลว ทั้งที่จริงแล้ว หลายครั้งเราไม่ได้ใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง แต่ใช้ชีวิตเพื่อทำตาม checklist ที่ใครบางคนสร้างไว้ให้สังคมเชื่อ และสิ่งที่น่าสนใจคือ ช่วงวัยที่คนส่วนใหญ่ถูกบอกให้ “เกษียณ” กลับเป็นช่วงที่เขามีประสบการณ์มากที่สุด แต่ร่างกายกลับอ่อนแอที่สุด ผมเลยมองว่า หลายอย่างบนโลกนี้ ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเราจริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองในประเทศไหนประเทศหนึ่ง แต่มันคือโครงสร้างของทั้งโลก ดังนั้น สำหรับผม การใช้ชีวิตไม่ใช่การหลับตาวิ่งตามกระแส แต่คือการพยายามมองทิศทางลมให้ออก พอพายุมา ก็หาที่หลบ พอพายุผ่าน ก็ค่อยเดินต่อ
Tuangthana B.@teawithpop

บิล เกตส์พูดว่า อีกสิบปีข้างหน้า อาชีพหมอและครูอาจถูก AI แทนที่ไปมาก เหลือเพียงไม่กี่อาชีพที่ยังสำคัญจริง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์และสถาปนิก AI ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และนักชีววิทยาหรือนักสำรวจแห่งชีวิต แต่ส่วนตัวผมคิดว่า “แพทย์” น่าจะยังไปต่อได้ เพียงแต่ต้องปรับตัว เพราะในยุคนี้คนไข้เองก็ educated มากขึ้นแล้ว เวลาผมไปหาหมอ ผมใช้เวลาคุยเป็นชั่วโมง หรือแม้แต่เวลาไปซื้อยาที่ร้านขายยา ผมก็ใช้เวลาคุยกับเภสัชเป็นชั่วโมงเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคน คือมันไม่ตัดสินก่อนว่าคนถาม “รู้” หรือ “ไม่รู้” ผมเพิ่งเจอกับตัวเอง เวลาถามเภสัชว่า ยาตัวนี้มีส่วนผสมอะไร ต่างจากอีกตัวอย่างไร เช่น Tramadol, Ultracet, Celebrex หรือ Tylenol แต่กลับได้รับคำตอบประมาณว่า “บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอายาแก้ปวดไปก็พอ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คนที่เดินเข้าร้านขายยา มีตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์จนถึงคนจบปริญญาเอก หน้าที่ของเภสัชกรไม่ใช่แค่ “ขายยา” แต่คือการให้ความรู้เรื่องยาแก่คนไข้ด้วย ถ้ายังคิดว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด และไม่ต้องอธิบายอะไรลึก ๆ เพราะ “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” สุดท้าย AI จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะ AI อธิบายได้ละเอียด อดทน และไม่รำคาญคนถาม ท้ายที่สุด ผมโทรไปต่อว่ากับทางออฟฟิศ ผู้จัดการก็โทรกลับมาขอโทษ และมีการคาดโทษเภสัชกรเรียบร้อยแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่เรื่องยา แต่คือ “ทัศนคติ” ซึ่งผมก็ได้ว่าเภสัชไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าคนอื่นโง่คุณนั่นแหละที่โง่เพราะโลกนี้ไม่มีใครโง่

ไทย
0
1
2
102
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
ไม่อยากพยักหน้ารับ ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเภสัชจ่ายยาอะไรมาครับ 🙂 ถ้ายังไม่เข้าใจ ผมก็คุยต่อ 2 ชั่วโมงก็ได้ เพราะสุดท้ายคนที่ต้องกินยาและรับผลจากมันคือตัวผมเอง หน้าที่ของเภสัช มันมีส่วนคล้ายครูอย่างหนึ่ง คือ “อธิบายให้คนไม่เข้าใจ เข้าใจ” ครูจะพูดได้ไหมครับว่า “นักเรียนมีตั้ง 60 คน อธิบายไปก็ไม่ได้เงินเพิ่ม คนโง่ไม่ต้องเข้าใจก็ได้” ผมเข้าใจนะครับว่าบางช่วงงาน overload จริง แต่ตอนผมไปซื้อยาตี 1 ตี 2 เภสัชหลายที่ก็ไม่ได้ยุ่ง แล้วก็ซื้อกับเภสัชคนเดิมมาหลายปี และนี่แหละครับ คือเหตุผลว่าทำไมอาชีพครู แพทย์ และเภสัช ถึงเป็นอาชีพที่คนให้เกียรติ ไม่ใช่เพราะความเก่งอย่างเดียว แต่เพราะมีหน้าที่ดูแลคนที่ “ไม่รู้” ด้วย
ไทย
0
0
1
107
read.kea
read.kea@ReadKea·
@teawithpop @8pisit_ ว่างแหละ คุยกับเภสัชเป็น ชม.ตอนไปซื้อยา 5555
ไทย
1
0
0
103
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
บิล เกตส์พูดว่า อีกสิบปีข้างหน้า อาชีพหมอและครูอาจถูก AI แทนที่ไปมาก เหลือเพียงไม่กี่อาชีพที่ยังสำคัญจริง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์และสถาปนิก AI ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และนักชีววิทยาหรือนักสำรวจแห่งชีวิต แต่ส่วนตัวผมคิดว่า “แพทย์” น่าจะยังไปต่อได้ เพียงแต่ต้องปรับตัว เพราะในยุคนี้คนไข้เองก็ educated มากขึ้นแล้ว เวลาผมไปหาหมอ ผมใช้เวลาคุยเป็นชั่วโมง หรือแม้แต่เวลาไปซื้อยาที่ร้านขายยา ผมก็ใช้เวลาคุยกับเภสัชเป็นชั่วโมงเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคน คือมันไม่ตัดสินก่อนว่าคนถาม “รู้” หรือ “ไม่รู้” ผมเพิ่งเจอกับตัวเอง เวลาถามเภสัชว่า ยาตัวนี้มีส่วนผสมอะไร ต่างจากอีกตัวอย่างไร เช่น Tramadol, Ultracet, Celebrex หรือ Tylenol แต่กลับได้รับคำตอบประมาณว่า “บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอายาแก้ปวดไปก็พอ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คนที่เดินเข้าร้านขายยา มีตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์จนถึงคนจบปริญญาเอก หน้าที่ของเภสัชกรไม่ใช่แค่ “ขายยา” แต่คือการให้ความรู้เรื่องยาแก่คนไข้ด้วย ถ้ายังคิดว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด และไม่ต้องอธิบายอะไรลึก ๆ เพราะ “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” สุดท้าย AI จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะ AI อธิบายได้ละเอียด อดทน และไม่รำคาญคนถาม ท้ายที่สุด ผมโทรไปต่อว่ากับทางออฟฟิศ ผู้จัดการก็โทรกลับมาขอโทษ และมีการคาดโทษเภสัชกรเรียบร้อยแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่เรื่องยา แต่คือ “ทัศนคติ” ซึ่งผมก็ได้ว่าเภสัชไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าคนอื่นโง่คุณนั่นแหละที่โง่เพราะโลกนี้ไม่มีใครโง่
Tuangthana B. tweet media
ไทย
47
537
687
303.1K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@Si_Jade_ ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยสวนทางกับรายได้ของประชากรในประเทศ ถ้าในอนาคต AI สามารถช่วยลดต้นทุนหรือแบ่งเบาภาระแพทย์ ( โรคพื้นฐาน ) ได้ก็คงดีครับ
ไทย
0
0
1
40
Jadojade
Jadojade@Si_Jade_·
ในไทยถ้าจะเอามาใช้ก็คงรพ.ตามชายแดนก่อนเลย โรคทางอายุรกรรมที่คนไข้เยอะมากๆ รักษาแบบใช้ยาให้คุยกับAIไป จะเอาหมอไอเอกี่ตัวก็อปๆไป ต่างด้าวเยอะ ตังก็จ่ายบ้าง จ่ายไม่ครบบ้าง ไม่จ่ายบ้าง คงไม่สนใจหรอกว่าใครรักษา ได้ยามาเป็นพอ ถ้าสปสช.จะลงทุนอ่ะนะ สภาพคงแบบเรื่องนี้เลย Elysium 2013
Jadojade tweet mediaJadojade tweet media
Tuangthana B.@teawithpop

บิล เกตส์พูดว่า อีกสิบปีข้างหน้า อาชีพหมอและครูอาจถูก AI แทนที่ไปมาก เหลือเพียงไม่กี่อาชีพที่ยังสำคัญจริง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์และสถาปนิก AI ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และนักชีววิทยาหรือนักสำรวจแห่งชีวิต แต่ส่วนตัวผมคิดว่า “แพทย์” น่าจะยังไปต่อได้ เพียงแต่ต้องปรับตัว เพราะในยุคนี้คนไข้เองก็ educated มากขึ้นแล้ว เวลาผมไปหาหมอ ผมใช้เวลาคุยเป็นชั่วโมง หรือแม้แต่เวลาไปซื้อยาที่ร้านขายยา ผมก็ใช้เวลาคุยกับเภสัชเป็นชั่วโมงเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคน คือมันไม่ตัดสินก่อนว่าคนถาม “รู้” หรือ “ไม่รู้” ผมเพิ่งเจอกับตัวเอง เวลาถามเภสัชว่า ยาตัวนี้มีส่วนผสมอะไร ต่างจากอีกตัวอย่างไร เช่น Tramadol, Ultracet, Celebrex หรือ Tylenol แต่กลับได้รับคำตอบประมาณว่า “บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอายาแก้ปวดไปก็พอ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คนที่เดินเข้าร้านขายยา มีตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์จนถึงคนจบปริญญาเอก หน้าที่ของเภสัชกรไม่ใช่แค่ “ขายยา” แต่คือการให้ความรู้เรื่องยาแก่คนไข้ด้วย ถ้ายังคิดว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด และไม่ต้องอธิบายอะไรลึก ๆ เพราะ “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” สุดท้าย AI จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะ AI อธิบายได้ละเอียด อดทน และไม่รำคาญคนถาม ท้ายที่สุด ผมโทรไปต่อว่ากับทางออฟฟิศ ผู้จัดการก็โทรกลับมาขอโทษ และมีการคาดโทษเภสัชกรเรียบร้อยแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่เรื่องยา แต่คือ “ทัศนคติ” ซึ่งผมก็ได้ว่าเภสัชไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าคนอื่นโง่คุณนั่นแหละที่โง่เพราะโลกนี้ไม่มีใครโง่

ไทย
1
1
3
420
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@BrightMinho ที่ภูเก็ตคืนละ 380,000 บาท ใครเป็นคนพูดครับ พี่ไม่เคยบอกใคร 😜
ไทย
0
0
2
84
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
ผมไม่ค่อยชอบ culture บางอย่างของวงการนี้เลย ที่พยายามสร้างภาพว่าตัวเองประสบความสำเร็จเร็ว รวยเร็ว ใช้ชีวิตหรู เพื่อให้คนเชื่อว่า “ถ้าเข้ามาทำแบบฉัน คุณก็จะเป็นแบบนี้ได้” บางครั้งมันเลยดูเหมือนกำลังขาย “ภาพฝัน” มากกว่าขายตัวสินค้า และยิ่งล่าสุดผมไปเห็นคนหนึ่ง ไปเที่ยวยุโรปกลับมาแล้วบอกว่า “เดี๋ยวจะมารีวิวทริปนี้ ใช้เงินไป 1.2 ล้าน” ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่า มันคือการรีวิว การอวด หรือการสร้างภาพ เพราะสำหรับผม คนที่มีความสุขกับชีวิตจริง ๆ เขาไม่ได้จำเป็นต้องประกาศทุกอย่างให้คนอื่นรู้ตลอดเวลา ไปเที่ยวก็คือไปเที่ยว ไม่ได้เก็บภาพมาเพื่ออวดรวย มีความสุขก็จบตรงนั้น อย่างผมเอง เวลาไปพักโรงแรมคืนละเป็นแสน ผมยังไม่เคยโพสต์บอกราคาเลย คนรู้ก็รู้ คนไม่รู้ก็ไม่จำเป็นต้องรู้
บมฮʕ·ᴥ·ʔ📱📸✨@BrightMinho

จริงหรือไม่ อาชีพที่อวดรวยไม่ได้ คืออาชีพขายประกัน ?

ไทย
1
2
1
1.3K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@Plah_Chayanan ค่าภาษีสนามบินในการแลกไมล์ปรับขึ้นจากแต่ก่อนมากครับ
ไทย
0
0
0
26
Plah Chayanan
Plah Chayanan@Plah_Chayanan·
ไมล์ก็จะหมดอายุ ภาษีน้ำมันก็จะปรับเพิ่ม 1 พค. นี้ … มือลั่นมาก แลกไมล์ Royal First โดนไปขาละ 9,400 ประเด็นคือ จองคนเดียวยังไม่ถามใครด้วยนะ … คือฉันต้องไปเที่ยวคนเดียวแล้วใช่มะ โอกาสนี้มาถึงแล้ว 😁😁
ไทย
2
0
3
387
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
มีคนบางประเภทที่ดูทุกอย่างในชีวิตเรา ดูทุกสตอรี อ่านทุกโพสต์ รู้ว่าเราเจออะไรมาบ้าง และพอเราดีขึ้น พอเราเริ่มมีความสุข เริ่มสำเร็จ หรือเริ่มไปได้ดี เขาจะเงียบลงทันที ไม่มีคำยินดี ไม่มีคำอวยพร ไม่มีแม้แต่การแสดงออกเล็ก ๆ ว่าเขาดีใจกับเรา และความเงียบนั้น มันไม่ได้เกิดครั้งเดียว มันสม่ำเสมอ จนวันหนึ่งเราจะเข้าใจเองว่า “นี่แหละคือคำตอบ” ไม่ใช่ทุกคนที่เฝ้ามองชีวิตเราจะหวังดีกับเราเสมอไป บางคนชอบเฝ้ามอง แต่ไม่ได้อยากเห็นเราไปได้ดีจริง ๆ สุดท้ายผมเลือกตัดคนพวกนั้นออกจากชีวิตทั้งหมดแล้ว แบบเด็ดขาด เพราะสำหรับผม การอยู่คนเดียว ไม่ได้น่ากลัวเท่าการแวดล้อมด้วยสังคมที่ไม่จริงใจ พอเวลาผ่านไป เราจะเริ่มเข้าใจเองว่า ชีวิตไม่ได้ต้องการคนเยอะ แต่ต้องการแค่คนที่ยินดีกับเราอย่างจริงใจ และเวลาจะค่อย ๆ บอกเราเอง ว่าควรเหลือใครไว้ในชีวิตบ้าง ตราบใดที่เรายังมีเงินใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ เราก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ทุกคนบนโลกนี้ เพราะสุดท้ายแล้ว สังคมไม่เคยให้อะไรเรา นอกจากความทุกข์ใจและความเสียใจ เวลาของเราน้อยลงทุกวัน ดังนั้นถ้ามีความสุขกับอะไร ก็ทำมันเถอะ ก่อนที่วันหนึ่งจะไม่มีเวลาเหลือให้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการอีกแล้ว
ไทย
1
8
14
1.6K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
ผมคิดว่าอาชีพเภสัชกรมีหน้าที่คล้ายครูอย่างหนึ่ง คือต้องพยายามอธิบายให้คนที่ยังไม่เข้าใจ “เข้าใจ” ให้ได้ ครูสามารถพูดได้ไหมว่า “มีนักเรียนตั้ง 60 คน ฉันอธิบายให้ทุกคนเข้าใจคณิตศาสตร์ไม่ได้หรอก” แล้วปล่อยให้นักเรียนไปสอบเอง เภสัชกรก็เช่นกันครับ ถึงแม้การอธิบายจะไม่ได้ทำให้ได้เงินเพิ่ม แต่หน้าที่สำคัญของวิชาชีพ คือทำให้คนไข้เข้าใจว่ายาที่ได้รับคืออะไร กินยังไง และต้องระวังอะไร โดยเฉพาะคนที่ยิ่งไม่เข้าใจ ก็ยิ่งควรได้รับคำอธิบายมากขึ้น ไม่ใช่ถูกมองว่าเป็นภาระ ครู เภสัชกร หรือแพทย์มักถูกมองว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ผมคิดว่าเภสัชกรคนนั้นไม่ได้โง่หรอกครับ แต่อาจจะมีวิธีคิดที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งบนโลกนี้ก็เยอะแยะที่คนฉลาดหลายคนกลับหาทางออกให้กับชีวิตตัวเองไม่ได้
ไทย
0
1
1
834
1bitcoin
1bitcoin@Uncle_Denh·
@teawithpop แล้วคุณคิดว่า เภสัชกร คนนั้นฉลาดไหมครับ
ไทย
1
0
1
1.1K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@Flosdeus @chaleenajaja ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยถือว่าแพงมากถ้าเทียบกับรายได้เฉลี่ยต่อหัว ในอนาคตถ้า AI เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระแพทย์หรือทำให้ต้นทุนทางการแพทย์ลดลงก็คงดีมากเลยนะครับ
ไทย
0
0
1
7.6K
フロスデウス
フロスデウス@Flosdeus·
@teawithpop @chaleenajaja ทุกวันนี้แพทย์ก็เริ่มเพิ่ง AI กันบ้างแล้ว อนาคตอาจจะเป็นเครื่องมือหรือทดแทนหน้าที่ ในส่วนนึงของแพทย์ลงก็เป็นได้
ไทย
1
0
5
8.7K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@koonNongkha ทั้งชีวิตเพิ่งเคยเจอคนเดียวครับ น่าจะเป็นเภสัชจริงครับเพราะเป็นเภสัชคอลเซ็นเตอร์ของร้านยาที่มีหลายสาขาครับ
ไทย
0
0
0
182
𝗡𝗽𝗮𝘁𝗻𝗼𝗼𝗺☃︎♡lˢˡᵒʷ
อาจจะเจอเภสัชปลอมมั้ง ปกติเภสัชเขาก็อธิบายหมดนะโดนส่วนมาก ถ้าตามต่างจังหวัดหรือสสจไม่เข้มอาจจะเป็นแบบคนที่เฝ้าร้านแต่ไม่ใช่เภสัช ยังเถียงเรื่องยากับนี่อยู่เลย เลยรู้ว่าถ้าพูดประมาณนี้ไม่ใช่คนที่เรียนทางสายสุขภาพมาแน่
Tuangthana B.@teawithpop

บิล เกตส์พูดว่า อีกสิบปีข้างหน้า อาชีพหมอและครูอาจถูก AI แทนที่ไปมาก เหลือเพียงไม่กี่อาชีพที่ยังสำคัญจริง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์และสถาปนิก AI ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และนักชีววิทยาหรือนักสำรวจแห่งชีวิต แต่ส่วนตัวผมคิดว่า “แพทย์” น่าจะยังไปต่อได้ เพียงแต่ต้องปรับตัว เพราะในยุคนี้คนไข้เองก็ educated มากขึ้นแล้ว เวลาผมไปหาหมอ ผมใช้เวลาคุยเป็นชั่วโมง หรือแม้แต่เวลาไปซื้อยาที่ร้านขายยา ผมก็ใช้เวลาคุยกับเภสัชเป็นชั่วโมงเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคน คือมันไม่ตัดสินก่อนว่าคนถาม “รู้” หรือ “ไม่รู้” ผมเพิ่งเจอกับตัวเอง เวลาถามเภสัชว่า ยาตัวนี้มีส่วนผสมอะไร ต่างจากอีกตัวอย่างไร เช่น Tramadol, Ultracet, Celebrex หรือ Tylenol แต่กลับได้รับคำตอบประมาณว่า “บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอายาแก้ปวดไปก็พอ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คนที่เดินเข้าร้านขายยา มีตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์จนถึงคนจบปริญญาเอก หน้าที่ของเภสัชกรไม่ใช่แค่ “ขายยา” แต่คือการให้ความรู้เรื่องยาแก่คนไข้ด้วย ถ้ายังคิดว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด และไม่ต้องอธิบายอะไรลึก ๆ เพราะ “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” สุดท้าย AI จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะ AI อธิบายได้ละเอียด อดทน และไม่รำคาญคนถาม ท้ายที่สุด ผมโทรไปต่อว่ากับทางออฟฟิศ ผู้จัดการก็โทรกลับมาขอโทษ และมีการคาดโทษเภสัชกรเรียบร้อยแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่เรื่องยา แต่คือ “ทัศนคติ” ซึ่งผมก็ได้ว่าเภสัชไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าคนอื่นโง่คุณนั่นแหละที่โง่เพราะโลกนี้ไม่มีใครโง่

ไทย
1
0
4
563
Lana :)
Lana :)@Lanamies·
@teawithpop คิดว่าแพทย์ยังไปต่อได้เหมือนกันค่ะ การที่AIจะเข้ามาแทนที่100%ยังไม่ใช่เรื่องง่าย
ไทย
1
0
4
11.2K
🇹🇭Smart ass in smarty pants 🦕🇹🇭💛🩵💜🧡
ช่างฝีมือยังรอด
Tuangthana B.@teawithpop

บิล เกตส์พูดว่า อีกสิบปีข้างหน้า อาชีพหมอและครูอาจถูก AI แทนที่ไปมาก เหลือเพียงไม่กี่อาชีพที่ยังสำคัญจริง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์และสถาปนิก AI ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และนักชีววิทยาหรือนักสำรวจแห่งชีวิต แต่ส่วนตัวผมคิดว่า “แพทย์” น่าจะยังไปต่อได้ เพียงแต่ต้องปรับตัว เพราะในยุคนี้คนไข้เองก็ educated มากขึ้นแล้ว เวลาผมไปหาหมอ ผมใช้เวลาคุยเป็นชั่วโมง หรือแม้แต่เวลาไปซื้อยาที่ร้านขายยา ผมก็ใช้เวลาคุยกับเภสัชเป็นชั่วโมงเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคน คือมันไม่ตัดสินก่อนว่าคนถาม “รู้” หรือ “ไม่รู้” ผมเพิ่งเจอกับตัวเอง เวลาถามเภสัชว่า ยาตัวนี้มีส่วนผสมอะไร ต่างจากอีกตัวอย่างไร เช่น Tramadol, Ultracet, Celebrex หรือ Tylenol แต่กลับได้รับคำตอบประมาณว่า “บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอายาแก้ปวดไปก็พอ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คนที่เดินเข้าร้านขายยา มีตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์จนถึงคนจบปริญญาเอก หน้าที่ของเภสัชกรไม่ใช่แค่ “ขายยา” แต่คือการให้ความรู้เรื่องยาแก่คนไข้ด้วย ถ้ายังคิดว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด และไม่ต้องอธิบายอะไรลึก ๆ เพราะ “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” สุดท้าย AI จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะ AI อธิบายได้ละเอียด อดทน และไม่รำคาญคนถาม ท้ายที่สุด ผมโทรไปต่อว่ากับทางออฟฟิศ ผู้จัดการก็โทรกลับมาขอโทษ และมีการคาดโทษเภสัชกรเรียบร้อยแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่เรื่องยา แต่คือ “ทัศนคติ” ซึ่งผมก็ได้ว่าเภสัชไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าคนอื่นโง่คุณนั่นแหละที่โง่เพราะโลกนี้ไม่มีใครโง่

ไทย
1
1
4
620
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@OkMilkyway ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมเพิ่งเคยเจอคนนั้นแค่คนเดียวครับ ที่เหลืออธิบายเรื่องยาให้ผมฟังอย่างเข้าใจ ซึ่งเป็นประโยชน์กับผมมากเลย บางทีเวลาไปต่างจังหวัด หรือไปต่างประเทศทำให้เรารู้ว่าเราต้องมียาอะไรติดไปบ้าง ก็ต้องขอบคุณคุณเภสัชกรทุกคนด้วยครับ
ไทย
0
0
4
6.9K
Milkyway | มามี้มิลค์กี้🌷🪽
@teawithpop ต้องขอโทษแทนเภสัชคนนั้นด้วยนะคะ แต่ถ้าคุณมาเจอเภสัชที่ชอบอธิบายคุณจะได้นั่งฟังยาวๆเลย
ไทย
1
0
2
8.7K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@seirrienne เหมือนกันเลยครับสมัยก่อนผมก็ชอบศึกษาตาม Google
ไทย
0
0
1
26
Seirrienne
Seirrienne@seirrienne·
แล้วก็ไม่มีปัญหากับการที่หมอหรือเภสัชไม่ได้อธิบายหรือแจกแจงรายละเอียดหรือสอนหรืออะไรมากมาย ขอแค่เขียนหรือบอกชื่อโรค หรือชื่อยามาให้ก็พอแล้ว เดี๋ยวไปหาข้อมูลต่อเอง ทำมาตั้งแต่สมัยยังไม่มี AI แล้ว ตอนนี้มี AI ก็แค่สะดวกขึ้น (มากกกกกกก) เท่านั้นเอง
ไทย
1
0
0
108
Seirrienne
Seirrienne@seirrienne·
เคยไปหาหมอ 2 คนด้วยปัญหาคนละอย่าง แต่หมอคงมีเวลาน้อย และหมอก็มีบุคลิกและสไตล์แตกต่างกันไปด้วย เลยวินิจฉัยไม่ตรง ก็กลับบ้านมือเปล่า แล้วลองมาถาม AI ดู ด้วยความที่มีเวลาเล่ารายละเอียด+ประวัติทั้งหมดที่น่าจะเกี่ยวข้องให้มันรู้ (เขียนบรรยายไป 8 หน้ากระดาษ) สรุป เจอสาเหตุและโรคจนได้
Tuangthana B.@teawithpop

บิล เกตส์พูดว่า อีกสิบปีข้างหน้า อาชีพหมอและครูอาจถูก AI แทนที่ไปมาก เหลือเพียงไม่กี่อาชีพที่ยังสำคัญจริง ๆ เช่น โปรแกรมเมอร์และสถาปนิก AI ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และนักชีววิทยาหรือนักสำรวจแห่งชีวิต แต่ส่วนตัวผมคิดว่า “แพทย์” น่าจะยังไปต่อได้ เพียงแต่ต้องปรับตัว เพราะในยุคนี้คนไข้เองก็ educated มากขึ้นแล้ว เวลาผมไปหาหมอ ผมใช้เวลาคุยเป็นชั่วโมง หรือแม้แต่เวลาไปซื้อยาที่ร้านขายยา ผมก็ใช้เวลาคุยกับเภสัชเป็นชั่วโมงเหมือนกัน สิ่งหนึ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคน คือมันไม่ตัดสินก่อนว่าคนถาม “รู้” หรือ “ไม่รู้” ผมเพิ่งเจอกับตัวเอง เวลาถามเภสัชว่า ยาตัวนี้มีส่วนผสมอะไร ต่างจากอีกตัวอย่างไร เช่น Tramadol, Ultracet, Celebrex หรือ Tylenol แต่กลับได้รับคำตอบประมาณว่า “บอกไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอายาแก้ปวดไปก็พอ” ทั้งที่ในความเป็นจริง คนที่เดินเข้าร้านขายยา มีตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์จนถึงคนจบปริญญาเอก หน้าที่ของเภสัชกรไม่ใช่แค่ “ขายยา” แต่คือการให้ความรู้เรื่องยาแก่คนไข้ด้วย ถ้ายังคิดว่าคนไข้ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียด และไม่ต้องอธิบายอะไรลึก ๆ เพราะ “พูดไปก็ไม่เข้าใจ” สุดท้าย AI จะเข้ามาแทนที่ได้ง่ายมาก เพราะ AI อธิบายได้ละเอียด อดทน และไม่รำคาญคนถาม ท้ายที่สุด ผมโทรไปต่อว่ากับทางออฟฟิศ ผู้จัดการก็โทรกลับมาขอโทษ และมีการคาดโทษเภสัชกรเรียบร้อยแล้ว เพราะจริง ๆ แล้วปัญหาไม่ใช่เรื่องยา แต่คือ “ทัศนคติ” ซึ่งผมก็ได้ว่าเภสัชไปแล้วว่าถ้าคุณคิดว่าคนอื่นโง่คุณนั่นแหละที่โง่เพราะโลกนี้ไม่มีใครโง่

ไทย
1
0
1
894
****
****@llIlstfub·
@teawithpop แต่เวลาเครียด มีปัญหาชีวิต จิตตก ท้อแท้ อยากหาคนปรึกษา ai มันแนะนำดีมากนะ ให้กำลังใจดีด้วย คุยกับคนจริงๆ เพื่อนอาจจะรำคาญ แต่aiไม่รำคาญ
ไทย
4
9
43
14.2K
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
@TeeRaTea_T ถ้าเล็กแล้วยาวมันจะล้มไหมครับ 555
ไทย
1
0
0
54
Tuangthana B.
Tuangthana B.@teawithpop·
ถ้าเลือกได้ ผมก็คงจะนั่ง First Class ของการบินไทย TG930 เส้นทางกรุงเทพ-ปารีส แล้วไปพักที่ Four Seasons George V เพราะชอบทานอาหารที่ Le Cinq หรือไม่ก็ Hotel Plaza Athénée เพราะชอบเดินเล่นแถบ Avenue Montaigne แต่เสียดายที่ตอนนี้ TG930 ของการบินไทยไม่มี First Class แล้ว เหลือแค่ Business Class ก็เลยคิดว่าทริปหน้าอาจจะเปลี่ยนไปลอนดอนแทน เพราะ TG910 ยังมี First Class อยู่
Tuangthana B. tweet mediaTuangthana B. tweet mediaTuangthana B. tweet mediaTuangthana B. tweet media
พี่โยพาเที่ยว@soyoso

ถ้าได้ไปเที่ยวยุโรปประเทศที่ตัวเองชอบ จะเลือกแบบไหนระหว่าง บิสบิสสิเนส + พัก 3 ดาว บิน Eco + พัก 5 ดาว (แบบ 5 ดาวปกติ ไม่ Super luxu) (ไฟลท์ 12 ชม โดนประมาณ / ที่พัก 5 คืน) ที่เที้ยว /การเดินทาง/อาหาร/ช้อปปิ้งสมมุติว่าเหมือนกัน ต่างกันแค่ไฟล์ทกับที่พัก

ไทย
0
17
52
13.8K