Perrier
9.8K posts

Perrier
@perrier9595
(until death, all defeat is psychological.)


อ่านดราม่าอโยธยาละอิน หลายปีแล้วก็ยังจำความรู้สึกตอนที่มีคนทักมาว่า ธีสีสพี่ได้เอาไปทำละครเหรอ? พอไปตามดูเลยเห็นว่ามีนิยายเรื่องนึงที่ได้เอาไปทำซีรีส์ ผลิตโดยช่องแถวหน้า แสดงนำโดยนักแสดงตัวท็อป แล้วเหมือนงานธีสีสตัวเองจริง ๆ ทั้งความสืบสวน ทั้งความพีเรียด(แค่คนละยุค กับเพิ่มกิมมิค) ทั้งอาชีพตัวละคร ทั้งอาชีพพ่อนางเอก ทั้งพลอต ทั้งตอนหักมุมว่าใครเป็นคนฆ่า ตามไปดูไทม์ไลน์ เจอว่านิยายเขียนหลังธีสีสเราตีพิมพ์เผยแพร่ 5 ปี สิ่งที่แย่ที่สุดที่เกิดขึ้น คือ การที่เรารู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยจนไม่กล้าเรียกร้องอะไร เห็นเขาเป็นนักเขียนเบอร์ใหญ่ แฟนคลับเยอะ อาวุโสในวงการ คิดว่าบอกไปใครจะเชื่อ เผลอๆ อนาคตที่มีแสงส่องอยู่น้อยนิดจะดับไปเลยรึเปล่า โอกาสในหน้าที่การงานจะหายไปเลยรึเปล่า ตอนนั้นเลยพยายามบอกตัวเองว่าบังเอิญแหละ เขาระดับนั้นจะมาลอกงานคนตัวเล็กๆ ทำไม แต่ความคิดที่ว่า มันมี elements ที่คล้ายขนาดนั้น มันบังเอิญได้เหรอวะ แวบขึ้นมาตลอด หลังจากนั้นทุกครั้งที่เห็นงานเขา ในหัวจะคิดเลยว่า ไปเอาอะไรของใครจากไหนมาอีกรึเปล่า จนถึงตอนนี้ ความรู้สึกที่ทั้งโกรธ ทั้งคับแค้นก็ยังอยู่ งานสัปดาห์หนังสือ บูธของคนนี้เป็นบูธเดียวที่เราจะไม่เข้าไปเหยียบ เจ็บใจที่สุดที่ตัวเองอ่อนแอ จนเลือกที่จะไม่ทำอะไร เกลียดที่รู้สึกว่าทำอะไรไม่ได้ นอกจากตีอกชกหัว ผ่านมาหลายปี พยายามกดความรู้สึกนั้นไว้ เอามาใช้เป็นแรงขับเคลื่อน อยากสร้างงานของตัวเองให้ได้ แบบดีๆ อย่างที่หวังในสักวัน ขอสาปแช่งทุกคนบนโลกที่ขโมยความคิดคนอื่น แล้วยังยิ้มได้อย่างภาคภูมิใจ ขอให้คุณอย่าตายง่ายๆ ขอให้ทุกข์ทรมานแสนสาหัสแล้วค่อยจากโลกนี้ไปแบบทุกคนจดจำในสิ่งที่คุณทำ


ทุกคนคะ อัพเดทน้า ทางแป๋มได้มีการพูดคุยกับคุณหมอแล้ว โดยคุณหมอได้กล่าวขอโทษในส่วนของความเข้าใจผิดบางประการ และทางคุณหมอได้พยายามแสดงความรับผิดชอบ พร้อมเสนอให้กลับไปดูแลรักษา หรือฝากเคสกับคุณหมอท่านอื่นที่รู้จักกัน ทางแป๋มอาจไม่ได้พร้อมกลับไปในตอนนี้ แต่ก็รับรู้ถึงความตั้งใจและความพยายามในการรับผิดชอบต่อประเด็นที่เกิดขึ้นค่ะ ทั้งแป๋มและคุณหมอได้ตกลงร่วมกันแล้วว่า ขอเคลียร์และยุติเรื่องทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้ค่ะ 🙏🏻


ส่วนตัวนะ "คนอ่านหนังสือธรรมะโดยเฉลี่ย คบไม่ได้" 55555 เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลเว่อร์ มักจะมีความเชื่อแปลกๆ และชอบสั่งสอนคนอื่น ยกตัวเหนือคนท้่วไป ทำตัวเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน


.@elonmusk hired a machinist, negotiated his salary, and had him start — all in one conversation. On a Saturday at 6 PM. Most companies take two weeks to do what he does in an hour!








:: AI ทำงานแทน 30 คน :: ได้คุยกับพี่เจ้าของบริษัทท่านหนึ่ง ทำธุรกิจผลิตและขายสินค้า มีพนักงาน ~100 คน เค้าเล่าให้ผมฟังว่า รู้สึกเศร้ามาก ที่รู้ว่า AI ทำงานแทนพนักงานที่ตัวเองมีอยู่ได้เกือบ 30 คน ผมฟังแล้วตกใจ บอกขนาดนั้นเลยเหรอ ตำแหน่งงานอะไรบ้าง ? เขานั่งนับนิ้วให้ฟังเลย - บัญชี - การตลาด - แอดมิน - ตอบแชทลูกค้า - คอนเทนต์ โซเชียล - งานวางแผนในแทบทุกแผนก - Level Junior ในทุกตำแหน่ง ผมถามไม่มีบัญชีแล้วพี่จะอยู่ยังไง ? เขาบอกอย่าเข้าใจผิด คือ AI มาช่วยทำงาน ทำให้ลดคนลงได้ ไม่ใช่ยุบทั้งแผนก เช่นบัญชี ลดจาก 5 เหลือ 3 คนได้ ว่าแล้วพี่แกก็เปิดหน้าจอ MacBook ที่มีทั้ง Claude AI และ ChatGPT อีกหลายโปรเจ็คข้างใน กดให้ดูว่าพวกงานวิเคราะห์ตัวเลข ตอนนี้ไม่ต้องใช้คนก็ได้ หรืออย่างถ่ายภาพสินค้ากับนายแบบนางแบบ ตอนนี้คือเอา AI เจนหมดเลย ขายดีด้วย (โชว์หน้าจอ Gemini + Nano Banana Pro + Kling) . แต่ความลำบากใจ คือพี่แกรู้ว่าการเอาคนออก 30 คน บริษัทจะมีตังค์ขึ้นมาทันทีเกือบ 10 ล้านบาท (เงินเดือน + สวัสดิการณ์) เงินที่ได้จากการลดคน ทำให้คนที่เหลือได้โบนัสเพิ่ม อัพเกรดคอมให้ทุกคนได้ ทำออฟฟิศใหม่ได้ ถึงขั้นพาไป Outing ญี่ปุ่นยังมีตังค์เหลือ แต่ก็ผูกพันธ์กับพนักงานทุกคนมาก ไม่อยากให้ Culture ที่สร้างมาต้องหายไป ตอนนี้ก็เลยใช้วิธีถ้ามีใครลาออกจะไม่รับเพิ่ม แต่ก็ไม่รู้ทำไมปีนี้ไม่มีใครยอมลาออกกันเลย (ฮา) . แล้วทำไมพี่ไม่เอาพนักงานไปอบรม AI กันล่ะ ? แกบอกทำแล้ว ก็เพราะเทรน AI นี่แหล่ะ เลยทำให้รู้ว่ามีคนที่เกินความจำเป็น งานเดียวกันจะให้ 3 คนมานั่ง Prompt เหมือนกัน ก็ไม่ใช่ สุดท้ายผมถามว่าแล้วพี่เอาไงต่อ แกบอกว่ารอดูช่วงกลางปี แต่แนวโน้มคือยังไงก็จะไม่กลับไปมีพนักงานหลักร้อยอีกแล้ว ฟังแล้วขนลุก แต่ความจริงโลกธุรกิจยุค AI เริ่มเข้ามาแล้วสินะ



:: AI ทำงานแทน 30 คน :: ได้คุยกับพี่เจ้าของบริษัทท่านหนึ่ง ทำธุรกิจผลิตและขายสินค้า มีพนักงาน ~100 คน เค้าเล่าให้ผมฟังว่า รู้สึกเศร้ามาก ที่รู้ว่า AI ทำงานแทนพนักงานที่ตัวเองมีอยู่ได้เกือบ 30 คน ผมฟังแล้วตกใจ บอกขนาดนั้นเลยเหรอ ตำแหน่งงานอะไรบ้าง ? เขานั่งนับนิ้วให้ฟังเลย - บัญชี - การตลาด - แอดมิน - ตอบแชทลูกค้า - คอนเทนต์ โซเชียล - งานวางแผนในแทบทุกแผนก - Level Junior ในทุกตำแหน่ง ผมถามไม่มีบัญชีแล้วพี่จะอยู่ยังไง ? เขาบอกอย่าเข้าใจผิด คือ AI มาช่วยทำงาน ทำให้ลดคนลงได้ ไม่ใช่ยุบทั้งแผนก เช่นบัญชี ลดจาก 5 เหลือ 3 คนได้ ว่าแล้วพี่แกก็เปิดหน้าจอ MacBook ที่มีทั้ง Claude AI และ ChatGPT อีกหลายโปรเจ็คข้างใน กดให้ดูว่าพวกงานวิเคราะห์ตัวเลข ตอนนี้ไม่ต้องใช้คนก็ได้ หรืออย่างถ่ายภาพสินค้ากับนายแบบนางแบบ ตอนนี้คือเอา AI เจนหมดเลย ขายดีด้วย (โชว์หน้าจอ Gemini + Nano Banana Pro + Kling) . แต่ความลำบากใจ คือพี่แกรู้ว่าการเอาคนออก 30 คน บริษัทจะมีตังค์ขึ้นมาทันทีเกือบ 10 ล้านบาท (เงินเดือน + สวัสดิการณ์) เงินที่ได้จากการลดคน ทำให้คนที่เหลือได้โบนัสเพิ่ม อัพเกรดคอมให้ทุกคนได้ ทำออฟฟิศใหม่ได้ ถึงขั้นพาไป Outing ญี่ปุ่นยังมีตังค์เหลือ แต่ก็ผูกพันธ์กับพนักงานทุกคนมาก ไม่อยากให้ Culture ที่สร้างมาต้องหายไป ตอนนี้ก็เลยใช้วิธีถ้ามีใครลาออกจะไม่รับเพิ่ม แต่ก็ไม่รู้ทำไมปีนี้ไม่มีใครยอมลาออกกันเลย (ฮา) . แล้วทำไมพี่ไม่เอาพนักงานไปอบรม AI กันล่ะ ? แกบอกทำแล้ว ก็เพราะเทรน AI นี่แหล่ะ เลยทำให้รู้ว่ามีคนที่เกินความจำเป็น งานเดียวกันจะให้ 3 คนมานั่ง Prompt เหมือนกัน ก็ไม่ใช่ สุดท้ายผมถามว่าแล้วพี่เอาไงต่อ แกบอกว่ารอดูช่วงกลางปี แต่แนวโน้มคือยังไงก็จะไม่กลับไปมีพนักงานหลักร้อยอีกแล้ว ฟังแล้วขนลุก แต่ความจริงโลกธุรกิจยุค AI เริ่มเข้ามาแล้วสินะ













