9160Spoke
553 posts

9160Spoke
@9160Spoke
Right of the Far Left, Capitalism, Runner
Bangkok, Thailand Katılım Mayıs 2024
82 Takip Edilen13 Takipçiler

@Standard_Wealth กระจอกนะนาย เขาได้ 10x-20x กัน น่าจะมาศึกษา นักลงทุนไทยบ้าง ว่าเขาทำกันยังไง
ไทย

Michael Burry เตือนนักลงทุน ลดพอร์ต 'หุ้นเทค' ชี้ฟองสบู่ AI ส่อซ้ำรอยวิกฤตดอตคอม
Michael Burry นักลงทุนชื่อดัง ออกมาเตือนให้นักลงทุนลดสัดส่วนการถือครองหุ้นเทคโนโลยีที่กำลังพุ่งสูงขึ้น โดยระบุว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันได้มาถึงจุดที่อันตรายอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้นึกถึงฟองสบู่เก็งกำไรในอดีต
Burry ผู้สร้างชื่อจากการทำนายวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ได้กล่าวเตือนให้นักลงทุน ‘ละทิ้งความโลภ’ ในขณะที่ความตื่นเต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแรงซื้อตามโมเมนตัมกำลังดันมูลค่าหุ้นให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง
“วิธีที่ง่ายกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่คือการลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี สำหรับหุ้นตัวไหนที่กราฟพุ่งขึ้นแบบพาราโบลา (Parabolic) ควรลดสถานะลงเกือบทั้งหมด” Burry ระบุในโพสต์บน Substack เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
Burry ได้ออกมาเตือนหลายเดือนแล้วว่า การที่ตลาดหุ้นหมกมุ่นอยู่กับกระแส AI นั้น มีความคล้ายคลึงกับช่วงท้ายของยุคฟองสบู่ดอตคอมมากขึ้นเรื่อยๆ สัปดาห์ที่แล้ว เขาได้เปรียบเทียบทิศทางล่าสุดของดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ (SOX) กับช่วงขาขึ้นก่อนที่หุ้นเทคโนโลยีจะพังทลายในเดือนมีนาคม ปี 2000 โดยกล่าวว่า สภาพแวดล้อมในปัจจุบันให้ความรู้สึกเหมือน "ช่วงเดือนสุดท้ายของฟองสบู่ปี 1999-2000"
Burry กล่าวว่า เขายังคงรักษาสถานะ Short โดยใช้เลเวอเรจในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันความเสี่ยงกับหุ้นที่เขาถืออยู่ที่มองว่ามีราคาถูก ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับที่เขาเคยใช้ในปี 2000
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าการเดิมพันสวนทางกับตลาดขาขึ้นด้วยการทำ Short Selling โดยตรงนั้น เป็นเรื่องเสี่ยงและไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้นทุนของการทำกำไรขาลงมีราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ
“การ Short ไม่ใช่คำตอบ และไม่ใช่สิ่งที่คนส่วนใหญ่ควรทำ ตอนนี้การซื้อ Put Options โดยทั่วไปมีราคาแพง และการ Short หุ้นโดยตรงก็ยังคงสามารถสร้างความเจ็บปวดได้อย่างมหาศาล” Burry กล่าว
ความคิดเห็นดังกล่าวเป็นการเติมเชื้อไฟให้กับการถกเถียงที่กำลังก่อตัวขึ้นในวอลล์สตรีท ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นจากกระแส AI นั้นได้หลุดลอยไปจากปัจจัยพื้นฐานแล้วหรือไม่ ดัชนีตลาดหุ้นหลักๆ ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนต่างแห่เข้าไปลงทุนในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
“แนวคิดในตอนนี้คือการถือเงินสดให้มากขึ้น และเตรียมพร้อมที่จะนำมันกลับไปลงทุนเมื่อสถานการณ์มีความสมเหตุสมผลมากกว่านี้” เบอร์รี ระบุ
“ประวัติศาสตร์บอกเราว่า ต่อให้งานปาร์ตี้จะดำเนินต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน สามเดือน หรือหนึ่งปี แต่จุดจบของมันคือราคาที่จะปรับตัวลดลงอย่างหนัก” Burry กล่าว
.
ภาพ: Astrid Stawiarz / Stringer / GettyImages
อ้างอิง: cnbc.com/2026/05/11/mic…
#TheStandardWealth

ไทย

@Nidnung001 ปกตินะครับผมยุคนี้ พอร์ตหุ้นช่วงนี้ไม่มีใครขาดทุนแน่นอน น่าจะได้เห็นศก. เรากลับมาคึกคักเร็วๆนี้ ส่วนใหญ่กำไร 10x -20x หลายตัว
ไทย

@ObservingMindTh ถ้าคุณขาดทุน แปลลว่าคุณยังพยายามไม่พอ นะครับ เซียนท่านนึงกล่าวไว้
ไทย

@Skyboyz15 คนไทยต้องออกมาแบน บุคคลสาธารณะที่ด้อยค่า ค่านิยมของไทยได้แล้ว นี่เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่คนรุ่นหลัง เด็ก อย่างมาก นี่ควรเป็นวาระแห่งชาติ
ไทย

@TifFaNy_9member ทำไมสังคมเรายังไม่แบน บุคคลที่มีชื่อเสียงที่ด้อยค่า คุณธรรม จรรยาที่ดีของไทย อัตลักษณ์ของไทยเราจะเสียไหม และ คนรุ่นใหม่เราจะสอนความเป็นไทยได้อย่างไร ทำไมไม่มีคนเอาผิด หรือร้องเรียนให้เป็นเยี่ยงอย่าง??
ไทย

ใครอ่านข่าวเจมส์จิแล้ว อย่าลืมดูตัวเองด้วยนะครับว่ามีโอกาสเป็น FH ไหม
manopsi@manopsi
Guideline การรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ ฉบับล่าสุด 2024 แนะนำให้ตรวจยีนในผู้ป่วยที่สงสัย familial hypercholesterolemia (FH) นะครับ Siriraj Genomics เราให้บริการตรวจยีนโรคนี้ทั้ง 3 ยีนคือ LDLR, APOB และ PCSK9 สิทธิข้าราชการเบิกได้ครับ 🙂
Phra Khanong Nuea, Thailand 🇹🇭 ไทย

@artcardio LDL is national scam แนะนำอ่าน Fiat standard bitcoiner ตาสว่างมานานแล้ว

เจมส์จิ ออกกำลังกายหนัก หุ่นดีขนาดนี้ แต่ Chol 320 , LDL 280 mg/dl ปัจจุบันองค์ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะมากๆว่าระดับไขมันในเลือดไม่ได้ขึ้นกับพฤติกรรมทั้งหมด แต่ส่วนหนึ่งถูกกำหนดโดยกรรมพันธ์
✅Homozygous Familial Hypercholesterolemia พบได้น้อย กลุ่มนี้ไขมันจะสูงมากๆๆตั้งแต่เด็กๆเลย
✅แต่ Heterozygous Familial hupercholesterolemia ตัวเลขในอเมริกาประมาณกันว่าพบ 1 ใน 250 คน (ไม่น้อยเลย) และเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะไขมันในเลือดสูง
ตัวเลข LDL ระดับนี้จะปรับพฤติกรรมเก่งแค่ไหนก็กดลงไปยาก การกินยาลดไขมันไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากปล่อยให้สูงจนเริ่มเกิด plaque แล้ว อาจจะเกิดหัวใจวาย (acute MI) ตามมาได้ อีกอย่างเราสามารถกินยาไปด้วยและปรับพฤติกรรมไปด้วยก็ได้ การปรับพฤติกรรมยังเป็นสิ่งสำคัญแต่ไม่ใช่ทั้งหมดจะแก้ไขด้วยการปรับพฤติกรรมอย่างเดียว
ไทย

อย่าลืมหาเวลาออกกำลังกาย + ไป Run Club และเข้านอน งดแสงสีฟ้าก่อน 4 ทุ่ม
SundayBoy@SundayBoyInvest
เป็นมนุษย์ออฟฟิศอยู่กรุงเทพ เสาร์อาทิตย์ว่าง ๆ ให้ลองทำคลิป YouTube โพสต์ tiktok เปิดเพจ Facebook ทำ Shopee affiliate เขียนบทความลง Ko-fi ตอนบ่ายออกไปขับ Grab ตกเย็นเทรด forex หัวค่ำล่า Airdrop กลางคืนปั่นโพสต์ทวิตเตอร์ ทำแค่นี้สิ้นเดือนก็มีเงินเหลือละปะ จะเดือนชนเดือนได้ไงอะ ลองดูก่อน
ไทย

@wrnoimakmak เปลี่ยนทุกปี spec มันตกเร็วนะ สลับๆยี่ห้อกันไป ปีนี้ samsung ปีหน้า iphone
ไทย

วงการคริปโตไทยช่วงนี้ ตลาดบอกว่าเป็นฤดูหนาว แต่ฝั่งอินฟลูฯ เหมือนกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
ช่วงนี้คนดัง กูรู หรือคนที่เคยมีภาพลักษณ์ในวงการ ทยอยมีประเด็นกันติด ๆ
บางคนโดนรวบ บางคนโดนแฉ บางคนบินหนี บางคนภาพลักษณ์ที่สร้างมาหลายปี พังในไม่กี่วัน
ลองมาดู 3 เคสล่าสุดที่น่าจะเป็นบทเรียนราคาแพงของคนในคอมมูนิตี้คริปโตไทยกันครับ
เคสแรก — สายเทรดฟิวเจอร์เอาสังคม
คนนี้มาแนวคอนเทนต์เทรดแตก เปิดพอร์ตให้ดู ขาดทุนให้เห็น เทรดพังให้คนหัวเราะ แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งแตก ยิ่งดัง ยิ่งมีคนติดตาม ภาพที่คนเห็นคือ เป็นคนเข้าถึงง่าย เทรดจริง เจ็บจริง ขาดทุนจริง เหมือนเป็นคนธรรมดาที่กล้าโชว์ด้านที่คนอื่นไม่กล้าโชว์ แต่เอาจริงๆ หลายคนในวงการก็รู้กันอยู่แล้วว่า เบื้องหลังมีธุรกิจสีเทาเกี่ยวกับเว็บพนัน เพราะฉะนั้นพอมีข่าวออกมา คนจำนวนหนึ่งจึงไม่ได้ตกใจมากนัก
สุดท้ายก็กลายเป็นตำนาน “เทรดแตกเอาสังคม” แล้วบินหายไปแบบเงียบ ๆ
เคสสอง — ระดมทุนในหน้าฉากบริษัทใหญ่
เคสนี้คนทั่วไปอาจไม่ได้รู้จักเยอะ แต่คนในวงการจริง ๆ น่าจะพอได้ยินกันมาบ้าง เป็นเคสที่ใช้ภาพลักษณ์ หน้าฉาก และความน่าเชื่อถือจากการอยู่ใกล้บริษัทใหญ่ มาใช้ในการระดมทุน ความเสียหายอาจไม่ได้กระจายวงกว้างมาก แต่ยอดเงินถือว่าไม่เล็ก สุดท้ายเรื่องก็จบด้วยการบินหนีเหมือนกัน เคสนี้เคยเล่าไปแล้ว ขอข้ามรายละเอียดไป
เคสสาม — เทพ Quant Trading สวนกระแส
เคสนี้น่าสนใจที่สุดในเชิงภาพลักษณ์ เพราะไม่ได้มาแนวตะโกน มูน ทุบโต๊ะ หรือโชว์ไลฟ์สไตล์รวยๆ แต่มาแนววิชาการ ดูสุภาพ ดูภูมิฐาน ดูมีความรู้ ในวันที่ตลาดผันผวน หรือหลายคนพอร์ตพัง เค้ากลับสามารถโชว์ให้เห็นว่า ใช้ระบบ Quant ใช้โมเดลคณิตศาสตร์ ใช้กลยุทธ์เชิงระบบ แล้วทำกำไรได้ต่อเนื่อง ยอมรับว่าผมเองก็เคยทึ่งเหมือนกัน ทั้งการอาร์บิทราจในตลาดปกติ ทั้งการเล่นตลาด Prediction อย่าง Polymarket ในใจยังคิดเลยว่า ตลาดแบบนี้ยังมีคนทำเงินได้ขนาดนี้อีกหรือ
แต่พอมีข่าวการจับกุมออกมา ภาพลักษณ์ทั้งหมดก็พังลงทันที ผมลองถามคนในวงการหลายคนว่า เคยรู้ไหมว่าเค้าทำเรื่องระบบ payment หรือการเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากเว็บพนันไหม คำตอบคือแทบไม่มีใครรู้เลย
หลายคนช็อกเหมือนกันหมด แสดงว่าเรื่องนี้น่าจะถูกปิดไว้ค่อนข้างมิด
เพราะแทบไม่เคยพูดถึงแพลตฟอร์มหรือธุรกิจฝั่งนั้นในภาพสาธารณะเลย
สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดของเคสแบบนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องคดีความ แต่มันทำให้คนที่เคยติดตามต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามว่า “สรุปแล้วความรู้ที่เคยสอนมาทั้งหมด มันคือของจริง หรือเป็นแค่ฉากหน้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ?” ต่อให้ความรู้บางส่วนจะเป็นของจริง ต่อให้ระบบเทรดบางอย่างจะทำเงินได้จริง แต่ถ้าเบื้องหลังมีเงิน มีเบาะนุ่ม มีต้นทุน มีสนามที่คนทั่วไปไม่มี มันก็ไม่ใช่เกมเดียวกับคนธรรมดาที่เอาเงินเก็บตัวเองไปเสี่ยงในตลาด คนทั่วไปเทรดพลาดคือเจ็บจริง แต่บางคนพลาดแล้วยังมีเงินอีกกอง มีธุรกิจอีกฝั่ง มีทุนอีกชั้นรองรับอยู่ ถ้าเป็นแบบนั้น หลายคนที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ก็อาจทำได้เหมือนกันครับ เพียงแต่เราไม่มีเบาะนุ่มแบบนั้นให้ล้มเท่านั้นเอง
จากรูปการณ์ตามข่าวที่ออกมาในสื่อหลัก สิ่งที่น่าสังเกตคือ
1. มีการออกหมายจับทันที แปลว่าฝั่งเจ้าหน้าที่น่าจะมีหลักฐานระดับหนึ่ง ไม่ใช่โดนหมายเรียกก่อน
2. การจับกุมเกิดขึ้นหลังกลับเข้าประเทศ และมีการแถลงตามมาอย่างรวดเร็ว แสดงว่าเป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่ต้องการตัวอยู่แล้ว
3. ข้อกล่าวหาเรื่องฟอกเงินไม่ใช่เรื่องเล็ก บางคนอาจคิดว่า “ไม่ได้ทำเว็บพนันเอง แค่รับแลกเงิน” แต่ในทางกฎหมาย เรื่องฟอกเงินหนักกว่าที่หลายคนคิด โทษมีทั้งจำคุก 1-10 ปีต่อกระทง รวมไม่เกิน 20 ปีและการยึดทรัพย์
4. การที่หน่วยงานระดับสอบสวนกลางเข้ามาจัดการ แปลว่าโครงสร้างที่เกี่ยวข้องไม่น่าจะเล็ก ตามข่าวก็มีการพูดถึงเครือข่ายเว็บพนันจำนวนมาก
ทั้งหมดนี้สะท้อนอะไรบางอย่างในวงการคริปโตบ้านเรา ในภาวะที่ตลาดหายาก เงินลงทุนหายาก คนทำคอนเทนต์หายาก รายได้สุจริตโตช้า แต่เงินสีเทาโตเร็วมาก มันจึงมีคนจำนวนหนึ่งหลงไปทางนั้น เพราะเงินมันง่ายกว่า เร็วกว่า และใหญ่กว่า แต่ของแบบนี้ผมคิดว่า คนที่เดินเข้าไป เค้ารู้ตัวอยู่แล้วว่ากำลังเลือกอะไร ถ้าไม่โดนก็คือรวยไป ถ้าโดนก็จบ มันคือการวางเดิมพันด้วยชีวิตตัวเอง และสิ่งที่น่ากลัวของทางมืดคือ มันไม่ได้จบที่การ “จ่ายครั้งเดียว” เมื่อคุณเริ่มจ่าย คุณต้องจ่ายต่อ เมื่อจ่ายต่อ คุณต้องโตขึ้น
เมื่อโตขึ้น คุณต้องมีเส้น เมื่อมีเส้น คุณต้องหาอำนาจ เมื่อมีอำนาจ คุณก็ยิ่งหยุดไม่ได้
สุดท้ายมันไม่ใช่แค่การหาเงินแล้ว แต่มันกลายเป็นวงจรของความกลัว กลัวหยุดจ่าย กลัวคนข้างหลัง กลัวคนข้างหน้า กลัวคนรู้ กลัววันที่เรื่องทั้งหมดแตก เพราะแบบนี้ ผมถึงไม่เคยยุ่งกับเรื่องที่ต้อง “จ่าย” ตั้งแต่แรก
เพราะเมื่อไหร่ที่เราเลือกจ่ายเพื่อให้ตัวเองเดินต่อได้ วันนั้นมันไม่มีทางจบง่ายๆ ทำอะไรเมื่อขึ้นไปได้ก็ต้องรู้จักลงให้ได้ บันได้ขึ้นมีก็ต้องหาบันไดลงด้วย
ไทย

หลายคนทักมาถามเรื่องพี่ต้า ที่ถูกจับจากการที่ออกแบบระบบ payment แล้วมีเวปพนันจำนวนมาก มาใช้ในการ flow เงิน เปลี่ยนเป็น crypto
ผมเองก็ตกใจมากๆ เหมือนกัน
หลายๆ คน ถามหาความรับผิดชอบจากการที่ผมก็เป็นคนนึงที่ชวนพี่ต้ามาทำอะไรต่างๆ ด้วยกัน ทั้งพูด สอน
ผมต้องขอโทษทุกคนจริงๆ เพราะผมเองก็ไม่ได้ทราบเรื่องเหล่านี้
เพราะสำหรับผม พี่ต้า ก็เป็นคนน่ารัก เป็นคนที่รู้เรื่อง และเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองพูด มีความรู้ค่อนข้างดี และสื่อสารได้ค่อนข้างดีคนนึง — เหมาะกับการเป็นคนสอน และให้ความรู้จริงๆ และเป็นคนที่ผมก็จะนึกถึงเป็นคนแรกๆ เวลาจะพูดเรื่อง options
วันนี้ศาลยังไม่ตัดสิน ก็ขอเป็นกำลังใจให้พี่ต้า และครอบครัว ขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีครับ
ไทย
















