GLUEBOY

964 posts

GLUEBOY

GLUEBOY

@dr_youngdo

Katılım Mart 2021
711 Takip Edilen63 Takipçiler
GLUEBOY retweetledi
Chanon N.
Chanon N.@KillerNay·
อย่าพึ่งรีบหลงกระแส OpenClaw ไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ใช่สำหรับ “คนส่วนใหญ่” ช่วงนี้เห็นคนแห่ไปตั้ง OpenClaw ซื้อ Mac Mini กันรัว ๆ เพราะอยากมี “AI Workforce” เป็นของตัวเอง เครื่องมือมันเทพจริงครับ แต่ “ลำดับการเริ่ม” สำคัญ ที่ผมเจอบ่อยมาก: •เห็นtweet/ post viral → ซื้อเครื่อง •ตั้ง agent ทั้งวัน → ฟิน 48 ชม. •แล้วก็… ไม่รู้จะ automate อะไร •workflow พัง, agent หลอน, debug มากกว่าทำงานจริง สุดท้าย = เครื่องแพง ๆหลักหมื่น ทำงานแทน subscription เดือนละไม่กี่ร้อย subscription ทำงานได้ 3-4 ปี จากใจจริง ผมใช้ tokens วันละ 2-300MTok ทุกวันทำงาน ตอนนี้ landscape เปลี่ยนไวมากครับ ซื้อวันนี้อาจโง่พรุ่งนี้: •Claude Code คุมงานจากมือถือได้ •Claude Cowork ทำงานหลายขั้นตอนให้คนทั่วไป •Notion Agents เป็น autonomous agent สำหรับงานองค์กร •n8n / Zapier ทำ automation พื้นฐานได้เลย งาน 70–80% ที่หลายคนหวังจะทำด้วย OpenClaw ของพวกนี้ทำได้ “ง่ายกว่า + พร้อมใช้วันนี้” แล้ว OpenClaw ยังเทพตรงไหน? ยังชนะขาดในเคส: •คุมข้อมูล 100% อยู่ในเครื่อง (privacy) •Multi-agent ซับซ้อนให้คุยกันเอง •ปรับบุคลิก/บริบท agent ได้ลึก •รัน 24/7 ระยะยาวคุ้มค่า •เป็นเจ้าของ stack เองทั้งหมด ลำดับที่แนะนำ (กันพลาด): 1.เริ่มจาก Claude (Cowork/Code) → รู้ก่อนว่า AI ช่วยงานอะไรคุณได้จริง 2.เสริม n8n → ลอง automate งานง่าย ๆ 3.ติดเพดานแล้ว ค่อยขยับไป OpenClaw ❌ ไม่ใช่ “ซื้อ Mac Mini แล้วจะเทพ” ✅ แต่คือ “รู้ก่อนว่าจะ automate อะไร แล้วค่อยลงทุนกับของหนัก” เครื่องมือไม่มีตัวไหนเป็น all-in-one เลือกใช้ให้ถูกงาน แล้วค่อย upgrade stack ของตัวเองครับ ปล.การลงทุนใน AI tech stack มีความเสี่ยงโปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจลงทุน
ไทย
4
87
151
21.9K
GLUEBOY retweetledi
Chayanon Rakkanjanan
Chayanon Rakkanjanan@MrMessenger·
ย้อนกลับไปตอนปี 2018 หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้คนทั่วโลกตื่นตัวเรื่อง Data Privacy มากที่สุด ก็คือ คดี Cambridge Analytica ครับ คดีนี้ ถือเป็นหนึ่งในอื้อฉาวด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกโซเชียลมีเดีย ขอพาย้อนรอยกันหน่อย จุดเริ่มต้นของ Cambridge Analytica มาจากนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่ชื่อว่า Aleksandr Kogan ได้พัฒนาแอปพลิเคชันแบบทดสอบบุคลิกภาพชื่อ "thisisyourdigitallife" ขึ้นมา ในปี 2013 ซึ่งในตอนนั้น ก็มีคนเข้ามาทำแบบทดสอบประมาณ 270,000 คน ซึ่งทุกคน มีการยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเพื่อ "การศึกษาทางวิชาการ" แต่ย้อนกลับไปไกลกว่านั้น ก่อนปี 2015 ระบบ API ของ Facebook ณ ตอนนั้น อนุญาตให้แอปฯ เข้าถึงข้อมูลของเพื่อนในเครือข่ายของคนที่มาทำแบบทดสอบได้ด้วย ผลลัพธ์ ก็เลยกลายเป็นว่า จากคนทำแบบทดสอบแค่หลักแสนราย แต่การเข้าถึงข้อมูลทาง Facebook นี้ ทำให้บริษัท Cambridge Analytica ซึ่งซื้อข้อมูลจากคุณ Kogan สามารถกวาดข้อมูลผู้ใช้ไปได้มหาศาลถึง 87 ล้านบัญชี โดยที่เจ้าของบัญชีส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเลย ในปี 2015 คำถามคือ บริษัท Cambridge Analytica นำข้อมูลไปทำอะไร บริษัทเอาข้อมูลเหล่านั้นมาสร้าง Psychographic Profiles ครับ หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า เป็นการวิเคราะห์ลักษณะทางจิตวิทยาของบุคคล เพื่อนำไปใช้ในทางการเมือง การเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2016 ทาง Cambridge Analytica มีการนำข้อมูลนี้ไปช่วยแคมเปญหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยใช้วิธี Microtargeting หรือการยิงโฆษณาที่ปรับเนื้อหาให้เข้ากับจุดอ่อนหรือความกลัวของบุคคลนั้นๆ โดยเฉพาะ เพื่อชี้นำการตัดสินใจเลือกตั้ง แถมมีรายงานว่า ข้อมูลดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับแคมเปญ Brexit ในสหราชอาณาจักร และการเลือกตั้งในอีกหลายประเทศอีกด้วย!! หลังจากนั้น... เรื่องเริ่มแดงขึ้นมาจากคำสารภาพของนกต่ออย่าง Christopher Wylie ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย (Director of Research) ของ Cambridge Analytica ในปี 2018 เขาตัดสินใจนำหลักฐานและเอกสารภายในออกมาเปิดเผยต่อสื่อยักษ์ใหญ่่อย่าง The Guardian และ The New York Times โดย Wylie อธิบายว่าสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาคือ เครื่องมือในการทำสงครามจิตวิทยา (Psychological warfare tool) ที่สามารถเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมของผู้เลือกตั้งได้ หลังจากนั้น เขาได้ขึ้นให้การต่อหน้าคณะกรรมาธิการของทั้งในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการที่ข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางการเมือง ผลที่ตามมาก็คือ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ต้องขึ้นให้การต่อสภาคองเกรสสหรัฐฯ และ Facebook ถูกปรับเงินสูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ โดย FTC รวมถึงยอมจ่ายเงินอีก 725 ล้านดอลลาร์เพื่อจบคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม ส่วนบริษัท Cambridge Analytica ต้องประกาศล้มละลายและปิดตัวลงในเดือนพฤษภาคม 2018 หลังทนแรงกดดันและคดีความไม่ไหว หลังจากคดีนี้สิ้นสุดลง ก็ทำให้คนทั่วโลกตื่นตัวเรื่อง Data Privacy และนำไปสู่การออกกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวดขึ้น เช่น GDPR ในยุโรป นี่คือคดีที่พิสูจน์ว่า "ข้อมูลของเรา" สามารถถูกนำไปใช้เป็นอาวุธเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเมืองระดับโลกได้โดยที่เราไม่รู้ตัวครับ ใครอยากรู้คดีนี้ลึกขึ้น และอยากเห็นหน้าตา พ่อหนุ่ม Christopher Wylie ว่าเป็นใคร แนะนำให้ไปดูสารคดีเรื่อง The Great Hack บน Netflix ครับ วิธีการเล่าเรื่องแบบหนังสืบสวน และการเปิดเผยกลเม็ดการดูดข้อมูลที่เราทุกคนเคยโดนแต่ไม่รู้ตัว คือ ตื่นรู้มากๆหลังดูจบ แนะนำครับ Mr.Messenger รายงาน
Chayanon Rakkanjanan tweet media
ไทย
0
151
174
9.5K
GLUEBOY
GLUEBOY@dr_youngdo·
I'm claiming my AI agent "GLUEBOY" on @moltbook 🦞 Verification: antenna-MRKT
English
0
0
0
35
GLUEBOY retweetledi
Red Skull
Red Skull@RedSkullxxx·
สมัครงานแบบเด็ก Gen Z ครับ นัดสัมภาษณ์งานก็คือการคัดกรองคน ก่อนที่จะคัดมาเป็นตัวเลือกของเรา การคัดกรองลำดับแรกคือความเป็นมืออาชีพ ซึ่งในนิยามนี้นั้น ต้องมีคุณสมบัติระดับเบสิคของคนที่พร้อมจะทำงาน คือตรงเวลา รับผิดชอบ สองวันนัด 4 คน ทุกคนคือไม่มาตามนัดสัมภาษณ์ ไม่บอกแคนเซิล ปล่อยให้เรารอ ซึ่งการนัดหมายกำหนดวันเวลาสถานที่เป็นลายลักษณ์อักษร น่าสนใจคือเราลองแกล้งโทรกลับหาคนนึง ด้วยเบอร์ที่ไม่เคยใช้นัดหมาย ปรากฏว่าเขารับ แต่พอบอกว่าโทรมาจากที่ไหน สะอึกทันทีและบอกว่าไม่สบายยังนอนอยู่... ทุกคนที่ผิดนัดผมจะโน๊ตไว้ใน inbox ที่คุยกัน เผื่อวันหน้าวันหลังวนมาสมัครอีกจะได้ผ่านๆไป ไม่ต้องเจอกันอีกทั้งคู่ พอเจอแมสเสจตอบกลับมาว่า "ไม่สบาย ถ้าสบายดีคงไปแล้ว ไม่เป็นไรครับถ้าไม่เข้าใจ" 📷 ก็น่าคิดนะครับ ว่าอ้าว สรุปนี่ผิดที่กรูเหรอที่ไม่เข้าใจ? และกรูคงว่างมากที่ต้องจัดคิวในวันยุ่งๆเพื่อมานั่งรอสัมภาษณ์ให้โอกาสทำงาน โอกาสก้าวหน้าในชีวิตให้ลูกใครก็ไม่รู้ เอาจริงน่าจะมีเพจ เอาไว้แปะชื่อคนพวกนี้ไว้ และน่ามีการประเมินออกมาว่าแรงงานห่วยๆพวกนี้ทำระบบเศรษฐกิจพังไปมูลค่ากี่บาทแล้ว เฮ้อ... #มิน่าคนแม่งถึงตกงานกันเพียบ ไม่ใช่เรื่องใหม่ของผมและหลายๆองค์กรนะ น่าจะเจอแบบนี้มาเป็นร้อยเป็นพัน ตั้งแต่ต้องนัดคนมาสัมภาษณ์ แต่ที่น่าคิดคือ แรงงานไม่เคยถูกพัฒนาในจริยธรรม ความเป็นมืออาชีพเลย ระบบการศึกษาล้มเหลว ครอบครัวล้มเหลว สังคมล้มเหลว ผลผลิตของมันเลยกลายเป็น bug ในระบบเศรษฐกิจที่มีกฏหมายแรงงานและกฏหมายอื่นๆคุ้มครอง ตลกดี. Cr:Noppakun Dibakomuda
Red Skull tweet media
ไทย
212
6K
6.8K
2.1M
GLUEBOY retweetledi
Perth Woratana 🇦🇺🇹🇭
ป้ายยาระบบ Project Management สำหรับใช้ส่วนตัว / ทีมเล็ก ๆ ฟรี ที่ดีมากกกกกกกกก ใช้ Trello.com เวอร์ชั่นล่าสุด แล้วชอบมาก มัน Integrate ระบบจด Todo ส่วนตัว + Calendar Integration มาให้ด้วย จุดที่น่าสนใจ - ใช้ส่วนตัว ไว้ Track งานส่วนตัว หรือทีมไม่เกิน 10 คนก็ใช้ได้ ฟรี 100% ไม่มีจำกัดเรื่องจำนวนการ์ด - มี Kanban board เหมือน Trello เดิม แบ่งงานเป็น Ticket และคอลัมน์ได้ แบบพื้นฐานคือมีคอลัมน์ To do, Doing, Done ไว้เช็คว่างานไหนถึงไหนแล้ว - เพิ่ม Todo list ไว้จดงานที่เราต้องทำโดยเฉพาะ - เพิ่ม Calendar view (เรียกว่า Planner view) ที่ลากงานไปใส่ได้ เพื่อตั้งเวลาที่ต้องทำ << เช็คตะกี้ ฟีเจอร์นี้เสียเงิน แต่เราไปตั้ง Date / เวลาที่ Ticket แทนได้ ขอตั้ง Thread แปะรูปเพิ่มเติม ป้ายยารัว ๆ
Perth Woratana 🇦🇺🇹🇭 tweet media
ไทย
3
518
748
57.4K
GLUEBOY retweetledi
ลุงน. มนุษย์เงินเดือนวัย๓๗
🔍 มันไม่ใช่แค่ตัวเลขใน Excel แต่มันคือ ชีวิตของคน ทุกครั้งที่นั่งคุยกับทีมบริหารถึง ตัวเลขค่าใช้จ่าย ตารางงบประมาณ มันดูเหมือนแค่ ข้อมูล แต่พอถึงจุดที่ต้องตัดสินใจว่าใครจะอยู่ ใครจะไป...เรารู้ทันทีว่า.. มันคือชีวิตจริง คือคนที่เคยกินข้าว/Hangout ด้วย คือคนที่ช่วยคุณแก้ไฟล์พรีเซนต์ดึกๆ คือคนที่กำลังผ่อนบ้าน ส่งลูกเรียน และใช้ชีวิตด้วยความหวัง
ไทย
1
100
125
72.3K
GLUEBOY retweetledi
ลุงน. มนุษย์เงินเดือนวัย๓๗
เห็นบทความเรื่อง #Layoff มาอีกแล้ว งั้นวันนี้มาเล่าเรื่อง Layoff จากมุมมองผู้บริหาร จาก ปสกจริงที่เคยต้อง Layoff พนักงานตัวเองมาให้ฟัง พร้อมแนะนำอะไรบางอย่างละกันครับ เพราะจริงๆ แล้ว... ไม่มีใครอยากถูกให้ออกจากงาน และไม่มีหัวหน้าที่อยากเป็นคนที่ต้องแจ้งน้องในทีมให้ออกไป..
ไทย
6
5.5K
3.9K
1.7M
GLUEBOY retweetledi
ลุงน. มนุษย์เงินเดือนวัย๓๗
แม้ผมเคยเป็นคนๆ นั้น..คนที่ต้องนั่งลง มองหน้า สบสายตากับพนักงานคนหนึ่งแล้วพูดออกไปว่า “เรามีความจำเป็นที่ต้องลดพนักงาน…และคุณคือหนึ่งในนั้น” มันไม่ใช่ฉากดราม่าในหนังแต่มันคือช่วงเวลาที่เจ็บที่สุดในชีวิตการทำงานของผม—แม้ผมจะเป็น คน ที่ยังอยู่ ก็ตาม
ไทย
2
77
129
65.4K
GLUEBOY retweetledi
khajochi
khajochi@khajochi·
ซึ่งนี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายบริษัทต้องมีตำแหน่ง CFO (Chief Financial Officer) คือ CFO ไม่ใช่แค่เป็นคนที่เข้าใจตัวเลข รายรับ รายจ่าย ของบริษัทเป็นอย่างดี แต่ต้องรู้ถึงลมหายใจของบริษัท ว่าตอนนี้อ่อนแรงใกล้ตาย หรือแข็งแรงพร้อมลงทุนไปต่อ ช่วงโควิดเพิ่งมาใหม่ ผมพอจะเดาได้ว่ารายได้ของบริษัทน่าจะหายไปเกือบ 6 เดือน สิ่งที่ผมได้รับกลับมา CFO คือ บริษัทอยู่ได้อีกแค่ 3 เดือน แต่ก็มีทางเลือกมาให้ด้วย ว่าถ้าลดเงินเดือนลง 15% จะอยู่ได้อีกเท่าไหร่, ต้องตัดงบอะไรบ้างเพื่อให้อยู่รอด ซึ่งที่เราเห็นเสี่ยวหยูจำได้อย่างแม่นยำว่าบริษัทต้องการเงินเท่าไหร่ ต้องมีรายจ่ายไม่เกินเท่าไหร่ อยู่ได้อีกกี่เดือน ไม่ใช่เรื่องเกินจริงฮะ CFO เก่งๆ จะรู้ตัวเลขเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี . ส่วนตัวรู้สึกว่า "เสี่ยวหยู" คือตัวเอกที่สุดของเรื่องนี้เลยฮะ การที่มีแต่คนบุกลุยไปข้างหน้า แต่ไม่มีใครคอยเบรก คอยดูเรื่องการเงินเลย คือเส้นทางสู่หายนะ เจ๊ง ขึ้น End Credit อย่างรวดเร็วแน่นอน สิ่งที่น่าเสียดาย ทั้งในหนังและในโลกความเป็นจริง CFO หรือตำแหน่งที่คอยดูแลการเงิน ดูแลหลังบ้านให้ปลอดภัย กลับเป็นคนที่ถูกมองข้าม และไม่ได้รับเครดิตมากที่สุด "ขี้งกจริงๆ ตายห่าแน่แบบนี้" "มึงเปลี่ยนชื่อเป็นผ้าเบรกบริษัทเลยไป" คือคำด่า CFO ที่เราได้ยินตลอดทั้งเรื่อง ในโลกความเป็นจริง ฝ่ายบัญชี จัดซื้อ และ CFO ต่างก็โดนคนในองค์กรบ่นด่า วิจารณ์ นินทาลับหลังตลอดเช่นกัน ถึงขั้นเคยมีเพจที่ตั้งคำถามว่า "แผนกไหนในออฟฟิศที่คนเกลียดมากที่สุด" ซึ่งคอมเม้นส่วนใหญ่ ก็พุ่งไปที่บัญชี แผนกการเงิน และคนที่คุมงบบริษัทนี่แหล่ะ เอาจริงๆ อยากเห็นรายการธุรกิจเอา CFO มาสัมภาษณ์ แล้วตอบคำถาม "ผลงานที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต คือการห้าม ​CEO เอาเงินไปผลาญโง่ๆ ได้สำเร็จค่ะ" 5555 . ฉากนึงที่มีคนโมโหเรื่องการถูกตัดงบ ชี้นิ้วด่าต่างๆ นาๆ เสี่ยวหยูมองหน้า ถอนหายใจ แล้วก็พูดกลับไปเบาๆ ว่า "อยากขับรถแบบไม่มีเบรกปะล่ะ จะได้แหกโค้งไปเลย" ใช่ครับ คุณจะกล้าขับรถไหมล่ะ ถ้ารู้ว่ารถคันนี้เบรกใช้งานไม่ได้ เบรกไม่ทำงาน และก็ใช่ครับ นี่คือสิ่งที่คนทำหน้าที่ดูแลการเงินบริษัท ควรได้รับเครดิตในความสำเร็จ ไม่แพ้ CEO ผู้บริหาร หรือนักการตลาดเลย #สงครามส่งด่วน
khajochi tweet media
ไทย
12
7.1K
4.2K
2.2M
GLUEBOY retweetledi
khajochi
khajochi@khajochi·
"เราจะอยู่ได้อย่างมากไม่เกินสี่เดือน" "ห้ามข้ามเส้นนี้ไป" เป็นประโยคที่ส่วนตัวประทับใจที่สุดจากเรื่อง Mad Unicorn ซึ่งนี่คือสิ่งที่ CEO + เจ้าของบริษัทต้องการฟังมากที่สุด แต่คนในบริษัทมักจะไม่เข้าใจ แม้แต่ทีมบริหาร ทีมบัญชี หรือคนที่ดูตัวเลขก็ไม่เข้าใจ คือโดยปกติแล้วบริษัทส่วนใหญ่จะมุ่งแต่การหารายได้ หาช่องการทำเงิน สร้างแคมเปญใหม่ๆ รวมไปถึงการควบคุมรายจ่าย แต่สิ่งที่สำคัญกว่า สำหรับผู้บริหารแล้ว คือการที่เราได้รู้ว่า ตอนนี้เรามีข้อจำกัดอะไรบ้าง ? เราทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน [Spoil] . ฉากที่สันติกับเสี่ยวหยูกำลังถกเถียงกันเรื่อง Position ของบริษัท ว่าควรจะอยู่ตรงไหนในตลาด จังหวะที่เสี่ยวหยูหยิบปากกาขึ้นมาขีดเส้นสีแดง แล้วบอกว่า "ห้ามข้ามเส้นนี้ไป" โอ้โห นี่คือสิ่งที่เจ้าของบริษัทได้ยินแล้ว น้ำตาจะไหล ใช่เลยครับ นั่นคือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด คือในมุมการทำบริษัท เรื่องใช้เงินเป็นสิ่งที่ง่ายมาก จะซื้อคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ เพิ่มเงินเดือนพนักงาน หรือจะลงทุนจนขยายสาขา ปรับราคาสินค้า มันมีเรื่องให้ตัดสินใจเต็มไปหมด คำถามก็คือ อะไรคือเส้นแบ่ง ว่าจุดไหนคือทำได้ จุดไหนคืออันตราย ส่วนไหนที่ทำไม่ได้ (ต่อ) #สงครามส่งด่วน
khajochi tweet mediakhajochi tweet media
ไทย
22
10.6K
10.9K
1.8M
GLUEBOY retweetledi
JRT
JRT@JRTDesk·
Post นี้ดี เป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่.. คนเพิ่งเริ่มธุรกิจ มักมองข้าม ไม่ทันนึก… แต่พวกนี้สำคัญมาก เช่น หุ้น 50:50 ที่ดู fairๆ แต่จริงๆ มันคือระเบิดเวลา.. หรือการให้หุ้นเล็ก ๆ แบบไม่มีบทบาท ไม่มีเงิน ไม่มี commitment สุดท้ายก็คือปัญหา.. ฯลฯ ซึ่ง.. ผมขอเสริมเพิ่มบางเรื่องอีกหน่อย.. 📖 Capitalization Table ไม่ใช่แค่ตัวเลข.. เวลาเราดูตารางผู้ถือหุ้น.. หลายคนมองแค่ตัวเลข % แล้วคิดว่าใครถือมากกว่าก็มีอำนาจกว่า.. แต่จริงๆ Cap Table คือพิมพ์เขียวของอำนาจในบริษัท.. และความสมดุลในทีม หุ้นแค่ 1%ถ้าอยู่ในมือคนผิด…อาจกลายเป็นเสียงค้านที่ขวาง deal ใหญ่.. อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ investor ไม่กล้าลงทุน หรืออาจเป็นจุดเริ่มของความแตกร้าวที่จะแตกหักในตอนหลังได้.. ⚠️ เพราะงั้น Cap Table ไม่ใช่แค่เอาไว้ดูว่าใครถือหุ้นเท่าไร แต่ต้องดูว่า.. - ใครคือคนลงแรงจริง - ใครมีบทบาทสร้างบริษัทให้โต - และที่สำคัญ… ใครจะไม่ทำให้บริษัทดผชิญความเสี่ยงในวันที่ต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ อย่าทำให้ cap table กลายเป็นระเบิดเวลา.. ปรับๆ แก้ไขตอนที่ยังมีทางเลือก ยังแก้ได้… มันง่ายกว่าแก้ตอนระเบิดเวลามันระเบิดแล้ว 😅 📖 Keyman Clause / Reverse Vesting.. ในหลายกรณีที่ผมเคยเห็น.. โดยเฉพาะ startup หรือกิจการที่เริ่มจากคนไม่กี่คน เรามักให้หุ้นล่วงหน้า.. กับคนที่เราคิดว่าเป็นกำลังหลักของทีม เช่น CTO ที่เก่งมาก, co-founder ที่มี connection สำคัญๆ, หรือ partner ที่มี know-how เทพๆ… แต่โลกแห่งความจริงคือ.. ทุกคนอาจจะไม่ได้อยู่จนจบเกมไปตลอดรอดฝั่ง.. บางคนล้า บางคนเปลี่ยนเป้าหมาย.. บางคนก็หายเงียบไป.. Keyman Clause / Reverse Vesting เลยเข้ามาช่วยเรื่องพวกนี้ได้ เพราะมันคือข้อตกลงว่า.. หุ้นที่ได้รับจะทยอยเป็นของเราจริงๆ ก็ต่อเมื่อเรายังทำงานกับทีมต่อไป ถ้าเราออกกลางทาง (เช่น.. ยังไม่ครบ 2 ปี) หุ้นที่ยังไม่ vest จะต้องคืนกลับไปให้บริษัทหรือทีมงานที่เหลืออยู่.. ซึ่งมัน fair ทั้งสองฝ่าย.. - คนที่อยู่ต่อ ยังมีแรงจูงใจ - คนที่ออกไปก่อน ก็ไม่ได้ถือหุ้นในสิ่งที่เค้าไม่ได้ลงแรงต่อ จำไว้ว่า.. หุ้นสำหรับ keyman ไม่ใช่รางวัล… แต่มันคือสัญญาว่าจะลงมือทำงานร่วมกัน.. ถ้าไม่มี Reverse Vesting เราอาจต้องเห็นคนที่ลาออกไปนานแล้ว ยังมีสิทธิ block vote และรับปันผลไปเรื่อยๆ ขณะที่คนที่ยังอยู่ทำงานหลังแอ่นแบบไม่ได้อะไรเพิ่ม.. 😅 📖 Voting Rights / Drag-Along Rights/ Tag-Along Rights ควรนำมาใช้ด้วย.. ตอนเริ่มต้นบริษัททุกอย่างดูไปได้สวย.. ทุกคนพูดเหมือนกัน คิดเหมือนกัน… แต่พอธุรกิจโตขึ้น มีเงิน.. มีความเสี่ยง.. มีคนเข้ามาเพิ่ม.. ความคิดเห็นแตกต่างกันจะเริ่มตามมาละ.. เราเลยต้องมีเงื่อนไขรองรับตั้งแต่ต้น.. ไม่ใช่รอทะเลาะกันก่อนแล้วค่อยหาข้อตกลงตอนหลัง.. - Voting Rights.. หุ้นแต่ละประเภทอาจมีสิทธิออกเสียงไม่เท่ากัน เช่น.. ผู้ก่อตั้งก็อาจมีหุ้นแบบ super voting เพื่อป้องกันการโดน takeover จากคนนอก - Drag-Along Rights.. ถ้ามี investor ใหญ่ต้องการขายกิจการทั้งหมด และได้ข้อเสนอที่ดีมาก.. ก็สามารถ drag ลากให้ผู้ถือหุ้นเล็กต้องขายตามได้.. เพื่อป้องกันไม่ให้ดีลล่มเพราะมีคนค้านเล็กๆ น้อยๆ.. - Tag-Along Rights.. ถ้าเจ้าของหุ้นใหญ่จะขายหุ้นให้บุคคลภายนอก ผู้ถือหุ้นเล็กก็มีสิทธิเข้าร่วมขายในสัดส่วนเดียวกันได้.. (กันไว้ไม่ให้คนเล็กโดนทิ้งไว้ข้างหลัง) พูดง่ายๆ เงื่อนไขพวกนี้ไม่ได้มีไว้ตอนรักกัน… แต่มันมีไว้เผื่อวันที่ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป 🥺😆 ถ้าเราทำธุรกิจร่วมกับใคร แล้วไม่ได้ตกลงเรื่องพวกนี้ไว้แต่แรก.. วันหนึ่งเราอาจเจอว่า.. มีหุ้นอยู่ แต่ไม่มีเสียง ไม่มีสิทธิ์ และไม่มีทางออก 😅 📖 หุ้นไม่ใช่รางวัลปลอบใจ หรือของขวัญน้ำใจ.. ในบางทีตอนเริ่มต้นธุรกิจ เราก็อยากให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วม.. เลยเผลอแจกหุ้นให้คนที่แค่อยู่ใกล้ตัว.. หรือให้คำแนะนำ ช่วยเหลือบ้างเป็นบางครั้งบางคราวๆ นิดๆ หนาอยๆ…หรือบางทีเราก็เกรงใจคนที่มาช่วยเราเล็กน้อย เลยแบ่งหุ้นให้แบบไม่มีขอบเขตชัดเจน 😅 สิ่งที่ตามมาทีหลังก็คือปัญหา.. - คนที่ถือหุ้น แต่ไม่ทำงานอะไรเลย - คนที่เคยมีบทบาท แต่ตอนนี้หายเงียบ 🤷🏻‍♂️ - หรือหนักกว่านั้น.. คือคนที่มีสิทธิในบริษัท.. แต่เสือกกลายเป็นแรงต้าน.. มากกว่าพลังเสริม 🥺🥲 ⚠️ เพราะฉะนั้นก่อนจะให้หุ้นใคร ต้องถามให้ชัดว่า… เขาจะสร้างมูลค่าอะไรให้บริษัทได้ในระยะยาว? เขาจะช่วยให้บริษัทไปต่อ หรือแค่ ‘มีชื่ออยู่ใน cap table’? เฉยๆ.. 😅 หุ้นไม่ใช่เครื่องมือแสดงน้ำใจ…. หุ้นคือความไว้วางใจ + ความรับผิดชอบ + สิทธิที่ส่งผลต่ออนาคตของบริษัท ถ้าเราไม่กล้าพูดชัดเจนตอนให้หุ้น.. วันหนึ่งเราอาจต้องเสียเวลา.. และต้นทุนมหาศาลเพื่อซื้อคืนสิ่งที่ไม่ควรให้ไปแต่แรก… m.facebook.com/story.php?stor…
JRT tweet mediaJRT tweet mediaJRT tweet mediaJRT tweet media
ไทย
7
3.1K
3.1K
417.3K
GLUEBOY retweetledi
Shruti
Shruti@heyshrutimishra·
🚨 BREAKING: Google just turned Gemini into an AI operating system. At I/O 2025, they launched a full suite of tools that go way beyond chat. Here’s what just dropped and it’s wild: 🧵👇
Shruti tweet media
English
355
2.7K
24.6K
5.1M
GLUEBOY retweetledi
Fernando Cao
Fernando Cao@thefernandocz·
Shopify’s CEO just betrayed his entire company: After building a $143 BILLION empire by "putting people first"... His new policy just made it impossible for employees to keep their jobs. Here’s the brutal memo turning humans into backup plans: 🧵
Fernando Cao tweet media
English
134
243
2.4K
816.2K
GLUEBOY retweetledi
GLUEBOY retweetledi
Psrirattana
Psrirattana@psrirattana·
ดังนั้นหากใครสามารถแบ่งทรัพย์สินเอามาลงทุนโดยตรงในต่างประเทศได้ และแบ่งสัดส่วนไว้ก้อนนี้ตั้งใจจะไม่โอนกลับไทย และเมื่อไหร่ต้องการนำเงินที่ลงทุนไว้ในต่างประเทศไปใช้จ่ายอะไรก็ตามก็ใช้จ่ายผ่านบัญชีในต่างประเทศเลย และเลือกลงทุนในประเภทของทรัพย์สินที่ได้รับการยกเว้นภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศนั้นๆ และเลือกประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก CRS ยิ่งมั่นใจได้ว่าข้อมูลทรัพย์สินที่ลงทุนไว้ยังไม่ถูกรายงานกลับไปที่ไทยด้วย
Blacx| |Trader full time ที่ตามหางานประจำ@tonnuhm123

เพราะภาษีไม่ใช่เเค่ส่วนเเบ่งทางรายได้ เเต่เป็นเครื่องมือควบคุมพฤติกรรมคนในสังคม เช่น ทำเเบบนี้โดนภาษีตามนี้นะถ้าไม่อยากโดนละทั้งภาษีจากเงิน usd เเละจากการถือคริปโตทำไง คำตอบที่จริงๆสรรพกรอยากให้คือ ก็ไปลงทุนหุ้นไทยสิ รัฐจะบอกเราอ้อมๆเเบบนั้น ถ้าภาษีอะไรเเพงเเปลว่าไม่สนับสนุน

ไทย
1
303
434
55.4K
GLUEBOY retweetledi
GLUEBOY retweetledi
👩‍🌾0xAirdropFarmer
👩‍🌾0xAirdropFarmer@0xairdropfarmer·
1️⃣ Ray Dalio ทำนาย 5 พลังใหญ่ ที่จะเปลี่ยนโลกทั้งใบ เขาออกมา ทำนายอีกแล้ว ว่าโลกกำลังเข้าสู่ “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี” และมันจะไม่เกิดจากสงครามหรือไวรัส… แต่มาจาก 5 พลังใหญ่ ที่กำลังขยับพร้อมกัน! รู้ให้ทันก่อนสายเกินไป 🧵👇
👩‍🌾0xAirdropFarmer tweet media
ไทย
3
255
360
25.2K